อลงกรณ์ เสนอปฏิรูปการเลือกตั้ง ส่งเสริมความโปร่งใส-มีส่วนร่วม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๖ · ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร หารือประเด็นการปฏิรูปการเลือกตั้งโดยเน้นความสุจริต ความโปร่งใส และความเป็นธรรม พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น การเปิดเผยประวัติผู้สมัครและการใช้แอปพลิเคชัน รวมถึงเสนอให้ กกต. มีอำนาจฟ้องคดีเองได้ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังเน้นการปลูกจิตสำนึกการเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันยาเสพติดร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้อง

นายอลงกรณแ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

มีเพิ่มเติมอีก ๑ ท่านนะครับ คือท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ลำดับถัดไปขอเชิญ ท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ขอเชิญครับ

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านเพื่อน สปท. ที่รักทุกท่าน กระผม พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ๓๙ วันนี้เราไม่ได้นัดหมายนะครับว่าพวก ช ครับ ชูชาติ ชูชัย และชิดชัยมาพูดในสาย เดียวกัน แต่เป็นความตั้งใจที่อยากจะให้ข้อมูลบางอย่าง ตั้งข้อสังเกตบางอย่างในฐานะที่เห็น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็ตัวเองก็พอมีประสบการณ์แบ้าง เพราะสมัยหนึ่งผมเคยถูกยืมตัว ไปเป็นที่ปรึกษา กกต. ฝุายการสืบสวนสอบสวน คุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งในตอนนั้นผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือตํารวจที่ผมยืมตัวมาจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นจะกระทําการโดยสุจริตอย่างไร แล้วไม่มีหนึ่งคดีเกิดขึ้นที่จะไป ทำการโดยมิชอบผิดกฎหมายเลือกตั้งตัวนั้น ในสมัย กกต. ชุดท่านนั้นคงจะจำได้ว่าคือท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นประธาน กกต. ฝุายสืบสวน ท่านยุวรัตน์ กมลเวชช เป็น กกต. ฝุายจัดการเลือกตั้ง ซึ่งผมเองก็ไปทำงานที่นั่นค่อนข้างจะระยะยาว พอสมควร อย่างไรก็ดีเรื่องการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่สําคัญ ผมว่าเราเห็นร่วมกันแล้วว่า เราจะต้องปฏิรูป เพื่อจะได้กลั่นกรองให้บุคคลที่จะมาเป็นผู้แทนของเรามาใช้ทรัพยากรของ ประเทศ หรือมาจัดสรรปันส่วนทรัพยากรของประเทศให้ทั่วถึงอย่างเป็นธรรมกับประชาชน ทุกกลุ่ม ถือว่ามีความสำคัญครับ แล้วเราเองเราก็ได้รับบทเรียนในอดีตมาเป็นอย่างมากแล้ว ผมเชื่อว่าทุกท่านรู้นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องขอบคุณกรรมาธิการชุดนี้ที่กล้าที่จะปฏิรูป และกล้าที่จะเห็นแย้งกันเองนะครับ

ในเรื่องแรกที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งก็คือให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้อง รณรงค์แกันปลูกจิตสำนึกกัน ที่จริงมันควรจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปว่าการเลือกตั้ง มีความสําคัญอย่างไรต่อประเทศชาตินะครับ ตัวนี้สําคัญมากนะครับ เพราะมันสร้างผลลบ ผลบวก ให้กับประเทศเราเป็นอย่างไร อดีตที่ผ่านมาสอนเราอย่างไร เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนตระหนักและสำนึกในเรื่องนี้ เป็นอย่างมากเลยนะครับว่าการเลือกตั้งโดยสุจริตยุติธรรมจะเป็นผลดีกับประเทศชาติ อย่างไร แล้วก็ปลุกระดมให้ประชาชนเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เพราะผมเชื่อว่าประชาชน ทุกท่านมีมือถือนะครับ ในมือถือนั้นมีแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ พร้อมที่จะถ่ายรูป เป็นพยานหลักฐานในคดีต่าง ๆ ได้ ต้องปลูกจิตสำนึกตั้งแต่ตอนนี้นะครับ เขาสามารถที่จะ เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้ในทุกโอกาส อย่าไปหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ เพราะในอดีตมาเราหวังพึ่ง เจ้าหน้าที่ ก็มีอดีตท่านผู้ว่าบอกว่าถ้าไปหวังพึ่งเจ้าหน้าที่นั้นก็ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่มากครับ ตัวนี้เราก็มีรั่วไหล เพราะฉะนั้นขอให้เป็นวาระแห่งชาตินะครับสำคัญที่สุดที่เรา จะต้องร่วมมือกันปลุกระดมตัวนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็มีหลายท่านอภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผม พลเอก เลิศรัตน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอำนวย ท่านหมอชูชัย แล้วก็อีกหลาย ๆ ท่านได้ พูดถึงเรื่องการบริหารจัดการเลือกตั้งโดย กกต. ที่จริง กกต. นี่หลาย ๆ ท่านก็พูดไปแล้วทำไม มี กกต. เพราะว่าการจัดการเลือกตั้งในอดีตหน่วยงานเป็นคนจัด ต่อมาเราคิดว่าเราจะมี คณะกรรมการกลางคือ กกต. เป็นหน่วยงานกลางในการจัดการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นตั้งแต่มี กกต. มาถ้าเผื่อเราไปดูโครงสร้างของ กกต. ซึ่งก็มีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ก็จะมี กกต. ในแต่ละจังหวัด กกต.กทม. กกต.จังหวัดต่าง ๆ แล้วก็จะมีผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ผู้อำนวยการเขตทั้งหมด ถ้าเราเข้าใจโครงสร้างเหล่านี้มันจะชัดเจน เพียงแต่ว่าที่เราพูดกัน ในวันนี้เราจะบริหารจัดการเลือกตั้งอย่างไรภายใต้การกํากับของ กกต. ให้มีประสิทธิภาพ สูงสุด ผมอยากให้มีการสัมมนา อยากให้ กกต. เป็นเจ้าภาพว่าจัดอย่างไรถึงจะมี ประสิทธิภาพสูงสุด หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าคําสั่งของ กกต. ในเรื่องต่าง ๆ นี่ ออกมาหมดแล้ว ไม่ว่าเรื่องการสืบสวนสอบสวน เรื่องการเลือกตั้งนี่เขาจะมีระเบียบออกมา หมดแล้ว แม้กระทั่งว่าพอเลือกตั้งล่วงหน้าจะเก็บหีบบัตรไว้ที่ไหน อย่างไร มันมีได้เปรียบ เสียเปรียบกันทั้งนั้นละครับ แม้กระทั่งปัจจุบันนี้จำนวน ส.ส. จะลดลง การแบ่งเขตตอนนี้ ก็ฮือฮากันแล้วว่าจะตัดตำบลไหนไปอยู่ตรงไหนก็มีส่วนที่จะทำให้คนได้เปรียบเสียเปรียบ สำคัญว่าความเป็นกลางในการจัดเขตมีจริงหรือเปล่า อันนี้มันอยู่ในหัวใจ มันอยู่ในคำถาม ของประชาชนต่างหากเล่าครับว่าจัดอย่างนี้เอื้อใคร จัดอย่างนี้เอื้อฝุายไหน เพราะฉะนั้นตัวนี้ สําคัญคนที่เป็นกลางในการจัดการเลือกตั้งมีความสําคัญที่สุดเลยครับ เพราะฉะนั้นในกรณีที่ ท่านไปเขียนในข้อ ๖ ว่า กกต. จัดหรือดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทยจัดการ ผมว่า มันนําไปสู่ความเข้าใจผิดกันเป็นอย่างมากนะครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านเขียนไปอะไรมันก็ไม่เปลี่ยน เพราะถ้าเปลี่ยนไปมากกว่านี้มันก็ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน ซึ่งท่านนิกร จำนง ก็ได้พูดไว้ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ อันนี้ท่านเขียนไว้ในข้อ ๑๐ กับข้อ ๖ ในเรื่องการจัดการ เลือกตั้งนี่ ผมว่าถ้อยคํามันค่อนข้างจะขัดกันนิด ๆ นะครับ เพราะในข้อ ๑๐ ท่านบอกว่า ให้ กกต. มีอํานาจสั่งการ เขามีอํานาจอยู่แล้วในการสั่งการ เพียงแต่ว่าจะบริหารจัดการ อย่างไร ถ้าเผื่อในเชิงโครงสร้างของบริหารธุรกิจคล้าย ๆ กกต. ก็เป็นบอร์แด (Board) ใหญ่ เป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ เป็นเพียงแต่เป็น ซีโอโอ (COO) เป็นผู้อำนวยการปฏิบัติเท่านั้นเอง ซีโอโอ (COO) นี่อาจจะมีเจ้าภาพหลายคนได้ หลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าเจ้าภาพหลักในพื้นที่อาจจะเป็นกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ในอดีตเราก็ทำกันอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่การจัดมันยังไม่ชัดเจน ยังไม่เห็นความชัดเจนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหารจัดการเท่านั้น นะครับ ผมถึงบอกว่าอยู่ในวิสัยที่ กกต. จะมาดำเนินการให้มันดูดีว่าใครบ้างอยู่ในระดับควบคุม ในระดับอำนวยการ ในระดับนโยบาย ใครบ้างอยู่ในระดับปฏิบัติ แล้วใครบ้างที่จะไป ตรวจสอบนะครับ อย่างที่ท่านพูดมาชัดเจนว่าในส่วนกลางจะต้องมีที่มสืบสวน ที่มการข่าว ถ้าเผื่อในช่วงที่ผมปฏิบัติการอยู่นั้นนะครับ ตอนช่วย กกต. อยู่นี่เราเอาหน่วยการข่าวของ สำนักงานข้าวกรองแห่งชาติ หน่วยข่าวกรองของตำรวจ หน่วยข่าวกรองของต่าง ๆ มาช่วย ทั้งนั้นละครับ เราก็พยายามดึงเข้ามา เพราะฉะนั้นลึก ๆ เข้าไปแล้วมันอยู่ในเรื่องการบริหาร จัดการนั่นเอง จัดการอย่างไรถึงจะได้รับความเชื่อถือทั้งจากประชาชนภายในและจาก ต่างประเทศ อันนี้เป็นเรื่องหลักเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากให้เราทําความเข้าใจกันใหม่ ประชาชนรวมทั้ง สปท. ด้วย รวมทั้งประชาชนจะได้ไม่เกิดความสับสน มันเป็นเรื่อง การบริหารจัดการเลือกตั้งภายใต้การดูแลของ กกต. เพราะ กกต. มีอํานาจที่จะไปสั่งการให้ใคร ออกคำสั่งอย่างไร เพียงแต่ว่าให้หน่วยนั้นยอมรับกันเอง ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ตัวนี้ เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดครับ

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมสนับสนุนอย่างมากเลยนะครับ หลายท่านอาจจะ อภิปรายไปแล้ว เป็นข้อที่เป็นความเชื่อส่วนตัวว่าเวลาผมไปเลือกตั้งผมไปดูหน้าหน่วย เลือกตั้งนี่หมายเลข ๑ เห็นแต่รูป ประวัติก็มีอยู่นิดเดียว ก่อนจะเข้าไปในคูหา บางทีคนใน ครอบครัวของผมว่าเลือกใครดี ประวัติคนนี้เป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้หรอกครับ เพราะฉะนั้น ที่กรรมาธิการเสนอนี้ถูกต้องแล้วที่ว่าจะต้องให้มีประวัติพอสมควรอย่างถ้าผมสมัครนี่ นายชิดชัยเป็นใคร ลูกเต่าเหล่าใคร การศึกษาเป็นอย่างไร เสียภาษีไหม ขออนุญาต ท่านประธานนิดหนึ่งครับอาจจะเกินเวลา เสียภาษีอย่างไร มีรายได้อย่างไร ประกอบสัมมาชีพ สมควรที่จะเป็นตัวแทนของเขาไหมต่างหากล่ะ ตัวนี้มันเป็นสิ่งจำเป็นด้วยนะครับ ตัวนี้เป็น สิ่งจำเป็น ตัวนี้ผมถึงบอกว่าอยากให้ท่านยืนยันว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น ไม่อย่างนั้นเป็นเรื่องมืด เป็นเรื่องบอด ไม่รู้จะไปกาให้ใครอย่างไรนะครับ ถ้าให้เขาศึกษาประวัติเบื้องต้น เขาสนใจ คนนี้น่าสนใจนะ มันก็จะช่วยได้นะครับ

ต่อไปอีกเรื่องหนึ่ง ก็มีท่านอภิปรายแล้วคือการใช้ดิจิทัล (Digital) มาช่วย ในการตัดวงจรการทุจริตการเลือกตั้ง ตัวนี้สําคัญที่สุดอย่างที่ผมพูด ภาคประชาชนต้องมี อาสาสมัครใช้มือถือ ใช้แอปพลิเคชัน (Application) ในมือถือในการที่จะเก็บหลักฐานต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ขณะเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง เหมือนกับมีตาสับปะรด มีตาวิเศษ มีตาทิพย์แช่วยจับผิดขึ้นมาอย่างนี้ แล้วก็มีหน่วย กกต. กลางที่จะต้องรับแอปพลิเคชัน (Application) เหล่านี้เข้ามาเพื่อจะยืนยัน ตัวนี้สิครับมันจะทำให้การเลือกตั้งสุจริตขึ้น นะครับ และขณะเดียวกันในการเลือกตั้งทุกระดับต้องใช้หลักการไว้วางใจกันเพียงครึ่งเดียว เหตุที่ผมว่าไว้วางใจครึ่งเดียวก็คือไม่อยากจะผิดใจกัน เพราะอีกครึ่งหนึ่งนี่ขอไว้ตรวจสอบ นะครับ ผมกับท่านวันชัยอาจจะดีกัน แต่พอมีเรื่องผลประโยชน์เราไว้ใจกันเพียง ครึ่งเดียวนะท่านวันชัย เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะตรวจสอบกันได้ ขออนุญาตครับ ท่านประธานที่พูดเลยไปหน่อยหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้หลักการไว้วางใจกันเพียง ครึ่งเดียวเท่านั้นเองในเรื่องการงาน อย่าไปใช่แบบหลักใคร ทำไมคุณไม่ไว้ใจผม ไม่ใช่ อย่างนั้นไม่ใช่นะครับ

ส่วนอีกหนึ่งข้อสุดท้ายครับ เรื่องนี้ท่านอำนวยก็คงจะได้อภิปรายไปบ้างแล้ว นะครับ ก็คือในคดีความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายในเรื่องที่ ๑๐ ข้อที่ ๑ กับข้อที่ ๓ ในคดีความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ กกต. สามารถยื่นฟูองคดีต่อศาล ได้เองไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ๒ อันนี้ต้องให้ชัดเจนนะครับ เพราะว่าถ้าข้อ ๑ ให้ประชาชนเป็นผู้เสียหาย ประชาชนต้องมีสิทธิที่จะฟูองคดีนะครับ ท่านจะให้ประชาชน ร่วมฟูองได้ไหมนี่ขอให้พิจารณาให้ดี ถ้าประชาชนฟูองได้ท่านจะมองเห็นว่าคดีมันก็จะเกิดขึ้นเยอะแยะเลย หรืออาจจะเกิด ในกรณีอย่างที่ท่านอำนวยพูด ฟูองเพื่อเอาคำพิพากษามาเป็นประโยชน์แกับตัวเองก็ได้ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ท่านดูให้ชัดเจนนะครับ อย่างไรก็ดีผมต้องขอขอบคุณ กรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งที่ได้เสนอการปฏิรูปเรื่องนี้นะครับ แล้วผมก็ขอจบการแสดง ความคิดเห็นเพียงแค่นี้ครับ ขอขอบคุณครับ

ขอเชิญท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการคณะกรรมการปูองกันและ ปราบปรามยาเสพติดครับ