อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ขออนุญาตอภิปรายสั้น ๆ โดยอาศัยประสบการณ์จากการบริหารระดับท้องถิ่น เพื่อนำเสนอความเห็นต่อประเด็นที่กรรมาธิการให้ความสำคัญ โดยหารือเรื่องระบบการบริหารการเลือกตั้งที่ควรแยกหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตออกจาก กกต. พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาดูแลแทน เนื่องจากทีมงานเลือกตั้งมีภาระหนัก รวมถึงวิพากษ์ปัญหาข้อมูลข่าวสารบิดเบือน การครอบงำสื่อ และการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองที่กีดกันคู่แข่ง จึงเรียกร้องให้มีกลไกป้องกัน บทลงโทษที่ชัดเจน และการปรับปรุงระบบเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและการปรองดองในสังคม
กราบเรียนท่านประธาน ผม อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ สปท. หมายเลข ๑๘๖ ครับ เนื่องจากทางกรรมาธิการพยายามให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ก็อดที่จะขึ้นมาอภิปรายและเสนอแนะเรื่องราวบางประการในฐานะที่เคยบริหารจัดการ เลือกตั้งมาในตำแหน่งนายอำเภอก็ดี ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดีนะครับ กราบเรียนใช้เวลาสั้น ๆ สัก ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ การที่จะเสนอให้กระทรวงมหาดไทยมาดำเนินการเลือกตั้งนะครับ ผมกราบเรียนว่าขณะนี้โดยระบบการเลือกตั้งแบบที่ทาง สปท. บางท่านได้พูดครับ กกต. เอง ก็ไม่ได้บริหารจัดการเลือกตั้งเองเป็นเพียงผู้คุมนโยบายเท่านั้นเอง ระบบการเลือกตั้ง เป็นระบบซึ่งเรามีคณะกรรมการประจำจังหวัด แล้วคณะกรรมการประจำจังหวัด ก็ยังไม่ดําเนินการเลือกตั้งเองนะครับท่านครับ ยังมีคณะกรรมการการเลือกตั้งเขตอีก ส.ส. นี่ เขาแบ่งเป็นเขต ๆ แล้วกรรมการการเลือกตั้งเขตมี ผอ. เขต ซึ่งมาจากการสรรหา ตรงนี้ครับ ทุกคนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันอยู่ที่คณะกรรมการเขตเลือกตั้งนี่ครับ ผมเองยังเคยเป็น ผู้อำนวยการเลือกตั้ง อบจ. พัทลุงในสมัยที่เป็นปลัดจังหวัด แต่ไม่ใช่เกิดจาก กระทรวงมหาดไทยมอบหมายนะครับ เกิดจากความสมัครใจที่จะไปช่วยงาน อบจ. นะครับ ดังนั้นท่านลองเปรียบเทียบดูว่าระบบการบริหารจัดการที่มีการเปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับ ระบบบริหารจัดการที่ฝากอยู่ที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอะไรจะดีกว่ากัน อันนี้เป็นคำถาม นะครับ ในส่วนตัวผมผมก็คิดว่าระบบในปัจจุบันการเปิดให้มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเข้ามา นี่เป็นระบบที่ดีอยู่แล้วนะครับ การบริหารจัดการในขณะวันเลือกตั้งนี่ครับ กราบเรียนว่า เหนื่อยนะครับ แล้วคนที่บริหารจัดการเลือกตั้งสมาธิจะจดจ้ออยู่กับการเตรียมการเลือกตั้ง ห้ามรุ่งห้ามค่ำนะครับ ดังนั้นโอกาสที่จะไปจับโกงหรือไปจับคนทำผิดนี่โอกาสน้อยมาก ผมกราบเรียนตามข้อเท็จจริงนะครับ คนที่ลงมือดำเนินการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งจาก เขตเลือกตั้งนะครับ มีกรรมการเขตแล้วเรายังมี ๗ ทหารเสื้อในหน่วยเลือกตั้งอีก ซึ่งประกอบด้วยภาคพี่น้องประชาชนที่เข้ามาเป็นกรรมการหน่วยเลือกตั้ง คนที่ดำเนินการ เลือกตั้งนี่สมาธิจะอยู่ที่การบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ ส่วนคนที่จะไปจับโกงนี่ผมคิดว่าจะต้องมีทีมงานต่างหากนะครับ ดังนั้นข้อเสนอแนะนี่ถ้าหาก มีความคาดหวังว่าจะไปกำจัดโกงหรือไม่ให้มีการโกงนี่จะไปฝากอยู่ที่คณะทำงานดำเนินการ เลือกตั้งนี่ยากครับ เพราะสมาธิเอย ความทุ่มเทเอย มันอยู่ที่การบริหารจัดการเลือกตั้ง อยู่แล้ว ไม่มีเวลา ไม่มีสมาธิจะไปสืบเสาะหาคนโกงหรอกครับ ท่านต้องมีชุดจับโกงต่างหาก ซึ่งอาจจะให้ กกต. ส่วนกลาง พัฒนาบทบาทในเรื่องนี้ หรือจะคิดอ่านอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นะครับ อาจจะถามว่าให้กระทรวงมหาดไทยไปบริหารจัดการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ กระทรวงมหาดไทยก็จะต้องมีสมาธิอยู่ในการบริหารจัดการเลือกตั้งในวันเลือกตั้งนี่นะครับ แล้วก็ถามว่ามันจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมไหม ตอบยากเหมือน ๆ กันนะครับ เพราะว่าผู้คนของกระทรวงมหาดไทยก็จะทุ่มเทอยู่กับกระบวนการจัดการเลือกตั้งในวันนั้น แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องถามเปูาประสงค์แที่แท้จริงว่าท่านไปคิดอ่านเรื่องแบบนี้ ท่านต้องการอะไรนะครับ แล้วก็ระบบการเลือกตั้งในขณะนี้ ระบบที่เปิดให้ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมทั้งภาคราชการและมีมติ ครม. ว่า กกต. สามารถสั่งทุกหน่วยราชการเข้ามา ทำงานในการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นงานของชาติครับ แล้วเปิดโอกาสให้พี่น้อง ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกระดับอะไรจะดีกว่ากัน ก็ต้องชั่งน้ำหนักนี้นะครับ นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะและแลกเปลี่ยน คือกระบวนการเลือกตั้ง ที่ผ่านมามีปัญหาประการหนึ่งที่คิดว่าอยากจะให้คิดถึงกลไกแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วย ก็คือตาม หลักการเลือกตั้งหรือหลักประชาธิปไตย ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหมุนเวียนข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ในสังคมให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ และการตัดสินใจอยู่ที่พี่น้องประชาชน แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมานะครับ ข้อมูลข้อเท็จจริง หรือข้อมูล หรือข้อมูลข่าวสารที่หมุนเวียนอยู่ในขณะเลือกตั้งหรือก่อนเลือกตั้งมันเป็น ข้อเท็จจริงที่บิดเบือนกันทั้งสิ้น ด้วยปัญหา ด้วยวิธีการที่ผมเห็นอยู่ ๒ อย่าง
อย่างที่ ๑ คือการหลงนิยมอยู่กับภูมิภาคนิยม ท่านจะเห็นนะครับ นักการเมืองซีกหนึ่งจะเข้าไปในพื้นที่อีกซีกหนึ่งเพื่อไปหาเสียง ไม่ให้เข้า ถูกไข้ขว้างบ้าง ถูกอะไรบ้าง ขณะเดียวกันอีกซีกหนึ่งไปอีกภาคหนึ่งไม่ให้เข้า ซ้ำร้ายมีพรรคการเมืองอีก สร้างพื้นที่เป็นหมู่บ้านโน่น หมู่บ้านนี้ ฝุายอื่นเข้าไม่ได้เลย แบบนี้ไม่ได้ละครับ ต้องหากลไก ในการแก้ไขปัญหา ต้องให้ทุกภาคส่วนเข้าไปให้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองที่ตรงไปตรงมา การตัดสินใจอยู่กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนจะรักใครชอบใครห้ามไม่ได้หรอกครับ แต่จะห้ามไม่ให้คนที่คิดต่างเข้าไปให้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองผมว่าสมควรที่จะคิดอ่าน หากลไก เช่น ทำอย่างไรหากคนอีกซีกหนึ่งเข้าไปในพื้นที่ของฐานการเมืองหนึ่งมีการขัดขวาง ขว้างไข้ ขว้างอะไรที่ท่านเห็นอยู่นี่ครับ มันต้องมีบทลงโทษตั้งแต่หัวคะแนนยันถึงผู้สมัคร พรรคการเมืองนั้น นี่อันที่ ๑ ผมไม่เห็็นมีข้อเสนอแนะนี้ที่จะแก้ไขแบบนี้เลย ข้อเสนอแนะ ที่พบปัญหาในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ผมเน้นไปที่ข้อมูลข่าวสารนะครับก็คือการควบคุม สื่อมวลชนในการให้ข้อเท็จจริง ซื้อกันเป็นคอลัมน์ (Column) ซื้อกันเป็นฉบับ ท่านจะแก้ไข อย่างไรครับ มันไม่มีข้อมูลข่าวสารที่ผู้บริโภคนะครับ ข้อมูลข่าวสารนี้จะได้รู้ข้อเท็จจริงของ บ้านเมืองแล้วก็ไปกรอง ไปใช้ดุลยพินิจในการเลือกตั้งเลย เพราะว่าข้อมูลข่าวสารนี้ซื้อกันเป็น คอลัมน์ (Column) ซื้อเป็นคอลัมนแนิสต์ (Columnist) ซื้อเป็นหัวเลย แล้วจะทําอย่างไรกับ ปัญหาเหล่านี้ กรรมาธิการช่วยคิดอ่านกันหน่อยได้ไหมครับ ผมก็จะยินดีมากถ้าเห็นบ้านเมือง มีความปรองดอง ทุกภาคส่วนเข้าไปในทุกพื้นที่ ทุกอณู่ ทุกหมู่บ้านได้ ให้ข้อเท็จจริงข่าวสาร ทางการเมืองกับพี่น้องประชาชนได้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราเห็นในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผมไม่เห็น กลไกอะไรที่มาแก้ไขปัญหาเหล่านี้เลยในข้อเสนอแนะของกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตให้ ข้อมูลและข้อเสนอแนะใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ละครับ กราบขอบคุณมากครับท่านครับ