อลงกรณ์ พลบุตร หารือประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายการเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสังเกตถึงการตัดบทบาทของประชาชนและภาคประชาสังคมออกจากกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งขัดกับหลักการรัฐธรรมนูญ และเสนอให้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อความโปร่งใสและเที่ยงธรรม พร้อมวิพากษ์ข้อเสนอต่างๆ ที่ขัดกับวัฒนธรรมและบริบทสังคมไทย เช่น การห้ามบริจาคในงานประเพณี หรือการตั้งรางวัลนำจับที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงเรียกร้องให้ใช้มาตรการที่เหมาะสมและเป็นธรรม เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดในหน่วยเลือกตั้ง พร้อมเน้นย้ำบทบาทที่จำกัดของ กกต. และความจำเป็นในการมีระบบตรวจสอบที่ต่อเนื่องและโปร่งใส เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง
ต่อไปขอเชิญท่าน พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๑ เข้าใจว่าเป็น กกต. กรุงเทพฯ ที่ท่านวิทยาอยากจะฟังความเห็นนะครับ เชิญครับ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อำนวย นิ่มมะโน สมาชิกลำดับ ๑๙๗ เมื่อสักครู่ผมบอกว่าผมจะลาประชุม เพราะผมไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับวาระเรื่องนี้ ผมมาถึง สภาตอนประมาณสักเจ็ดโมงครึ่ง เช็ก (Check) ดูเวลาได้เลยครับ ผมได้รับเอกสารประมาณ ๗ โมง ๔๕ มันเป็นเรื่องใหญ่มาก ส่วนผมไม่สามารถจะแบกรับกับการที่จะให้ศึกษาภายใน ๑ ชั่วโมงแล้วมาอภิปราย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับผมกําลังขับรถออกไปเพื่อที่จะ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมคิดกลับว่าถ้าทำอย่างนั้นผมเห็นแก่ตัว ผมเอาตัวรอด ผมเลยจอดรถ กลับมาอภิปรายใหม่ เพราะถึงอย่างไรสภานี้ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็คงจะต้อง เป็นสภาเดียวกัน ต้องรับผิดชอบร่วมกัน การอภิปรายของผมจะเกิดขึ้นจากใน ๓ มิติครับ ๑. ในฐานะสมาชิก สปท. ๒. ในฐานะอดีตข้าราชการตํารวจ ที่เขาบอกกันว่ามีความรู้ ความสามารถด้านการสืบสวนสอบสวน เขาว่านะครับ น่าจะจริงอย่างเขาว่าแหละ ฐานะที่ ๓ ครับ ในฐานะกรรมการการเลือกตั้งประจํากรุงเทพมหานคร คงไม่ครบทุกประเด็น แต่คงมีหลายประเด็นที่จะฝาก ก็เชื่ออีกแหละครับว่ายกมือก็คงผ่าน พอผ่านสภานี้แล้ว ผมต้องยอมรับครับว่าเป็นมติของสภาแปลว่าเป็นความเห็นของสภา แปลว่าเราพยายามที่จะ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแข็งกับ กรธ.์ แต่หลักหนึ่งที่จะต้องพึงถือปฏิบัติโดย เคร่งครัดก็คือจะเสนออย่างไรก็แล้วแต่จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ประชามติไปแล้ว จะต้องไม่ขัดครับ ไม่ขัดและไม่หมิ่นเหม่ที่จะขัดครับ ฉะนั้นต้องไปดู รัฐธรรมนูญฉบับร่างที่ผ่านประชามติไปแล้วให้ชัดครับ หลายเรื่องหมิ่นเหม่ที่จะขัด ผมพูดรวม ๆ ไว้อย่างนี้ครับ เป็นหน้าที่คณะกรรมาธิการต้องดูครับ เอาแค่เรื่องแรกเลยครับ บททั่วไปของท่านครับ บททั่วไปของท่านนี่ขึ้นหัวไว้ดีมากเลยครับ ข้อ ๑ เลยครับบอกว่า กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติโดยการมีส่วนร่วมและร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน พอต่อไปในเรื่องที่ ๓ เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ข้อ ๑ อีกครับ ท่านบอกว่า ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานส่วนท้องถิ่น และนิสิตนักศึกษาทุกสถาบันมีส่วนร่วม เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง อะไรหายไปครับ ประชาชน ภาคประชาสังคม ไม่ให้ประชาชนมามีส่วนร่วม ผมถามว่าในประเทศนี้ใครเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยครับ ปวงชนชาวไทย ท่านตัดประชาชนออกไปจากการที่จะมาดูแลการเลือกตั้งซึ่งเป็น องค์แประกอบสำคัญ ท่านตัดไปได้อย่างไร ท่านไปเพิ่มกระบวนการสรรหาประชาชนที่จะมา เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้มีคุณสมบัติที่บริสุทธิ์ยุติธรรมที่จะทำให้การเลือกตั้ง เป็นไปโดยสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรมให้ได้สิครับ ไม่ใช่ไปตัดเขาทิ้ง ท่านไม่ไว้ใจประชาชน หรือครับท่านกรรมาธิการ เขาเป็นเจ้าของอำนาจนะครับ
เรื่องต่อไปเรื่องที่ ๖ ครับ เรื่องที่ ๖ ในข้อ ๒ เรื่องค่าใช้จ่ายมีหลายท่าน พูดกันไปแล้วครับ ท่านสนุกสนานมากกับการที่จะเสนออย่างนี้หรือครับ ผมอายครับ ในข้อ ๒ นะครับ ท่านบอกว่า กำหนดให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการห้าม ผู้สมัครรับเลือกตั้งและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือทั้งผู้สมัครด้วยทั้งที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วด้วย บริจาคช่วยงานประเพณีต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น งานศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส แล้ว ฯลฯ แปลว่าเยอะมาก งานตัดลูกนิมิตด้วย งานเมาลิดด้วย งานอะไรด้วย แปลว่า ต่อไปนี้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วไปร่วมงาน ห้ามช่วยงาน ผมถามว่าถ้าเกิดว่าใครหลับหูหลับตาออกกฎหมายนี้มาแล้วมันบังคับได้ไหม ถามก่อน มันเป็นจริงได้ไหม กฎหมายใดก็แล้วแต่ถ้าออกมาแล้วใช้ไม่ได้มันเป็นกฎหมาย ที่ยืนตายอยู่ ท่านไปดูกฎหมายฉบับหนึ่งครับ ผมยกตัวอย่าง พ.ร.บ. ผักตบชวา มีอยู่ช่วงหนึ่ง สมัยหนึ่งครับ รัฐบาลไม่มีปัญญาที่จะปราบผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีน เลยออกกฎหมาย มาฉบับหนึ่งบอกว่าหน้าบ้านใดมีผักตบชวามีความผิด ผมถามว่ากฎหมายนั้นยังไม่เลิก จนเดี๋ยวนี้มีตำรวจไปกล่าจับบ้านที่ผักตบชวาที่หน้าบ้านบ้างไหมครับ กฎหมายนั้น ตายไหมครับ ขาดความศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เริ่มคิดแล้วครับ อย่าว่าออกมาเป็นกฎหมายเลยครับ มันเป็นไปไม่ได้ครับ ส.ส. ก็ดี ผู้สมัคร ส.ส. ก็ดีครับ ตกนรกหมดทำบุญไม่ได้เลยครับ ไปทอดกฐิน ทอดผ้าปุา ไปกินข้าวที่วัดแล้วไม่ช่วยงานวัดสักบาทเดียวตกนรกหมดครับ อะไรกัน อย่าเสนอไปให้เขาหัวเราะครับ เสนอในความเป็นจริงให้เป็นไปได้ครับ ท่านอาจจะ ขีดขั้นต่ํา ขั้นต่ําเท่าไรไปคิดมาช่วยได้ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทให้มันเท่ากับที่ ป.ป.ช. เขากําหนดว่า รับไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ช่วยได้ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ก็แปลว่า ๕๐๐ บาท แบบท่านวิทยาก็ได้ ท่านวิทยาท่านบอกว่าท่านจน ท่านช่วยได้ไม่เกิน ๕๐๐ บาท ท่านก็ช่วยไป ๕๐๐ บาทสิครับ คนที่ช่วยข่มท่านช่วยทีละ ๒๐,๐๐๐ บาทไม่ได้แล้วละครับ ช่วยได้แค่ ๓,๐๐๐ บาท หรืออาจจะกำหนดแค่ ๕๐๐ บาทให้เหมือนท่านวิทยาก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น ข้อเสนอที่มันควร เป็นไปได้ครับ ไม่ใช่เอามันครับ นี่สุดโต่งครับ
เรื่องต่อไปครับ อยู่ในข้อ ๗ การลงคะแนนเลือกตั้ง ข้อ ๗ เรื่องการลงคะแนน เลือกตั้งในข้อ ๓ ในข้อ ๓ บอกว่า กำหนดให้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ภายหลังที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งแล้วทุกครั้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อให้ประชาชน ได้มีสิทธิตรวจสอบในกรณีที่อาจจะมีการแอบอ้างใช้สิทธิของบุคคลอื่น ก็แปลว่าให้เจ้าตัว ตรวจสอบทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ว่ามีการมาใช้สิทธิแทนกันไหม ทีนี้ตัวอย่างพรรค์ อย่างนี้ครับเราต้องคิดให้รอบคอบครับว่าถ้าใช้วิธีการนี้มันจะเกิดความวุ่นวายภายหลัง เลือกตั้งกับประเทศนี้หรือไม่ ถ้าพอลงไปปั๊บแล้วร้องกันจนประกาศผลไม่ได้ ผมว่าเราต้อง เลือกตั้งล่วงหน้า ๑ ปีเพื่อประกาศผลในปีหน้า แล้วได้สภาในปีโน้นอย่างนั้นหรือเปล่าครับ คิดดูให้ดีครับ คิดดูให้ดีครับ อันนี้ผมติงเฉย ๆ ผมไม่ได้ค้านทีเดียว แต่เรื่องการช่วยงาน ผมค่านเต็มที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แครับ
เรื่องที่ ๑๐ ครับ เรื่องที่ ๑๐ ที่ผมต้องเสียเวลาโยงไปโยงมาเพราะเอกสารเพิ่ง ได้มาครับ เรื่องที่ ๑๐ ในข้อที่ ๑ เรื่องนี้สำคัญมากครับ ในคดีความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายด้วย เขียนสั้น ๆ อย่างนี้แต่ความหมายยาวครับ คดีเลือกตั้ง เป็นอาญาแผ่นดินครับ คดีเลือกตั้งราษฎรไปกล่าวโทษได้อยู่แล้วครับ แต่ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ แปลว่าราษฎรไปฟูองศาลได้ด้วย ฟูองแพ่งด้วย ฟูองอาญาด้วยเพราะเป็นผู้เสียหายโดยตรง ถ้าโดยหลักการมันดูก็ดีนะ แต่ถ้าโดยความเป็นจริงมันจะวุ่นวายมากมายก้ายกองครับ วุ่นวาย อย่างไรครับ ผมลงสมัครผมโกงการเลือกตั้ง ผมทําท่าจะถูกจับได้ผมให้ลูกน้องไปฟูองผม แล้วก็ไปสู่กันที่ศาลเพราะฟูองเองได้เป็นผู้เสียหายนี่ สู่กันไปสู่กันมาแกล้งให้ศาลยก พยานหลักฐานให้อ่อน เอาคำพิพากษานี้มากันตัวผม เอาให้ชัดครับ อย่าคิดชั้นเดียวครับ คิดหลายชั้นหน่อยครับ ทําไมเขาไม่คิดอย่างท่านล่ะครับ มั่นคงมีปัญหาแหละเขาถึงไม่คิด อย่างท่าน เพราะฉะนั้นโดยหลักนี่ราษฎรกล่าวโทษได้อยู่แล้วครับอาญาแผ่นดินครับ ท่านวันชัยจะทราบดีเพราะท่านสอนกฎหมายอยู่เป็นอาญาแผ่นดินไม่ใช่อาญาต่อส่วนตัวครับ ราษฎรกล่าวโทษได้อยู่แล้วครับ เจ้าพนักงานทราบโทษก็ดำเนินการได้อยู่แล้วครับ ฉะนั้น คิดตรงนี้ลึก ๆ หน่อยครับ
ในข้อ ๔ ของข้อ ๑๐ เป็นเรื่องของการเสนอให้นำเทคโนโลยีมาใช้ ผมเสนอ ต่อครับตรงนี้ผมเห็นด้วย เสนอต่อว่าในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยในวันที่มีการเลือกตั้งติดกล้อง วงจรปิดจบครับ ใครขยับซ้ายขยับขวา ใครมาเซ็นชื่อ ใครมาลงคะแนน ใครมาใช้สิทธิใช้เสียง การนับคะแนนเป็นอย่างไร ผลการนับคะแนนเป็นอย่างไร มันเห็นด้วยการบันทึกภาพโดย วิดีโอไว้ทั้งหมด ผมเป็นประธานคณะวินัยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยครับ ผมเพิ่งจะ ตัดสิทธิที่มหนึ่งที่มออกจากตารางการแข่งขันไปตลอด ผมกล้า เพราะมีวงจรปิด ผมจะเห็น ภาพตลอดการแข่งขันเพราะมีการถ่ายทอดสด ผมสามารถรีเพลย์ (Replay) มาดูได้ว่า ใครชูนิ้วกลางให้ใคร นักกีฬานะ ใครชูนิ้วชี้ ใครชู้หัวแม้มือ เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้งถ้าติดกล้องวงจรปิดมันจะบอกทั้งหมด ทั้งคนมาใช้สิทธิ ทั้งกรรมการ ประจำหน่วยจะไม่มีใครกล้าทุจริต ยกเว้นกล้องวงจรปิดเสีย ผมไม่ได้ไปกระทบใครนะ เราอย่าให้มันเสียสิ ถ้าเสียเราเอาหัวหน้าหน่วยติดคุกเลย กล้องวงจรปิดเสียคุณมีความผิดนะ เพราะฉะนั้นต้องเฝูากล้องวงจรปิดให้มันดี แค่นี้ครับ
ในข้อต่อมาข้อ ๖ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ งานสืบสวน ผมบอกแล้วว่าผมมาในหลายมิติ มาในนาม สปท. มาในนามสืบสวนสอบสวน และมาในนาม กกต. ครับ ในนามสืบสวนสอบสวน ในข้อที่ ๖ ข้อที่ ๖ ของข้อ ๑๐ บอกว่า ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งติดตามและตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยให้มี การส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางหรือจากหน่วยงานอื่นเข้าไปในพื้นที่พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อไปทำการสืบสวนในเชิงลึก ผมบอกได้เลยครับ การสืบสวนไม่ได้ทำก่อนการเลือกตั้ง วันสองวัน การสืบสวนไม่ใช่ทำเดี๋ยวนั้นครับ การสืบสวนต้องสืบทั้งปีทั้งชาติรวมไปชาติหน้า ด้วยครับ ต้องเก็บข้อมูลครับ ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าส่งเคลื่อนที่เร็วลงไปวันนี้แล้วสืบสวนได้ ไม่ใช่ครับ นั่นไปปูองกันครับ ปูองกันการซื้อเสียง ส่วนการสืบสวนจะต้องผสมผสานครับ คุณต้องไปสร้างชุดสืบสวน ไม่ใช่ กกต. ครับ ท่านทราบไหมท่านทราบแล้วท่านจะตกใจ ผมจะบอกให้นะ กกต. จังหวัดมีเจ้าหน้าที่สืบสวนกี่คนท่านทราบไหมครับ ๑ นายครับ มาช่วยราชการด้วยตำแหน่งหลักไม่มี กกต. จังหวัดเพชรบุรีมีทั้งหมด ๑๓ คนครับ ของประธานอยู่เองนะจังหวัดเพชรบุรี กรุงเทพมหานครมีมากที่สุดครับ กกต. มี ๒๓ คนครับ มีชุดสืบสวน ๑ คน เพราะฉะนั้นที่บอกว่า กกต. ทําหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ผิดหมดครับ กกต. ไม่เคยได้จัดการ เลือกตั้งเลยครับ เพราะกำลังมีเท่านั้น ในความเป็นจริงผู้จัดการเลือกตั้งคือส่วนอื่นทั้งนั้นครับ กกต. ทำหน้าที่แค่ควบคุมจริง ๆ ครับ ผมเป็นถึงได้รู้ครับ กกต. ไม่มีปัญญาที่จะไปทำให้ การเลือกตั้งเป็นอย่างอื่นไปได้ ไม่มีอำนาจขนาดที่ท่านคิดหรอกครับ ๕ เสือ กกต. ก็นั่งเป็น เสือกระดาษอยู่ข้างบนนั่นละครับ ออกนโยบาย ใครจัดการเลือกตั้งใน กทม. ครับ ผอ. เขตครับ ผอ. เขตทุกเขต ในต่างจังหวัดล่ะ ก็ครู ครูประชาบาลบ้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบ้าง ประชาชนบ้างที่มาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ก็คือฝุาย ปกครอง ก็คือกระทรวงมหาดไทยที่ท่านต้องการนั่นแหละครับ กกต. ออกเชิงนโยบายเท่านั้น ละครับ ของผมเป็น กกต. กทม. ผมมีอยู่ ๒๓ คน ผมจะทำอะไรได้กับ ๕๐ เขต และในแต่ละ เขตมีกี่หน่วย อย่าหลง อย่างงสิครับ กฎหมาย กกต. บอกไว้ว่าแม้ฉบับใหม่ก็ต้องเป็นอย่างนั้น อีกครับ ร่างเสร็จแล้วกระมังครับ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจที่จะใช้เจ้าหน้าที่อื่น มาร่วมปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการเลือกตั้ง ถ้าใช้แล้วไม่มาเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง ถ้าใช้แล้ว ไม่มาท่านมีความผิด ท่านก็ใช้กระทรวงมหาดไทยมาช่วยในการเลือกตั้ง มีอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นในข้อที่ท่านเขียนเพิ่มขึ้นมาหลังจากที่มีกระแสออกมานั่นผมขอบคุณท่านเขียน เกือบถูก ผมใช้คําว่า เกือบถูกนะ มาสนับสนุนการเลือกตั้ง แล้วก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอํานาจ ในบ้านเมืองก็พูดแล้วว่า กกต. ก็ใช้เขาได้อยู่แล้วนี่ ตรงนั้นมันชัดครับ ปัจจุบันนี้ก็ทำอย่างนั้น ที่ท่านวิทยาบอกว่าเห็นไหม กกต. รับใช้นักการเมืองจนติดคุก นั่นแหละครับ เป็นคำตอบ ที่บอกกับท่านว่า กกต. ไม่ได้ใหญ่จริงครับ ถ้า กกต. ใหญ่จริงทำไมต้องติดคุกล่ะครับ ท่านวิทยาไปไหนฟังด้วย รับประทานอาหารนั่งหน้าทีวี แสดงว่าท่านบอกว่า กกต. ใหญ่มาก จนนักการเมืองกลัว กกต. ถ้าใหญ่จริงทำไมติดคุกล่ะครับ แสดงว่าที่ใหญ่จริงคือความถูกต้อง ชอบธรรม ถ้าไม่ถูกต้องชอบธรรมก็แปลว่าติดคุก ก็ทำให้เห็น ติดให้เห็นนะครับ ท่านประธาน ขึ้นมาทีหลังเขา เขาเปิดเกิน ๑๐ นาทีนะครับ ผมเตือนท่านประธานด้วยครับ แต่ผมจะใช้ เวลาอีกไม่มากแล้วครับ
เรื่องรางวัลตอบแทนกับผู้ให้ข่าวนี่อันตรายครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่อันตรายครับ ก็แปลว่าถ้าใครให้ข่าวเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งแล้วจะให้ร่างวัล แล้วเขียน ตัวเลขไว้ด้วยว่าไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่าในคดีนั้นมีศาลพิพากษาลงโทษ แปลง่าย ๆ ว่าจ้างให้ไปตกเบ็ดมา ตํารวจเคยคิดจะนํามาใช้ แค่คิดแล้วใช้ไประยะหนึ่งไม่เกิน ๓ เดือนครับต้องรีบเลิก ตำรวจใช้เรื่องอะไรครับ เรื่องจับความผิดตาม พ.ร.บ. จราจร ให้ผู้ติดสินบนเจ้าหน้าที่จับคนติดสินบนได้ให้รางวัลตำรวจเจ้าหน้าที่ที่จับคนติดสินบน ๑๐,๐๐๐ บาท ขณะเดียวกันไปว่าจ้างถ้าเจ้าหน้าที่ติดสินบนราษฎรคนไหนชี้จับ แจ้งจับ เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนได้ให้ ๑๐,๐๐๐ บาท รีบเลิกเลยครับ ตกเบ็ดกันไปตกเบ็ดกันมา ก็คือ สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหวังเงินร่างวัล อันตรายครับ คิดให้รอบด้านครับ อันตรายครับ รัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมก็พยายามเลิกเรื่องรางวัลอยู่ด้วยครับ ท่านวันชัยคงเข้าใจแล้วนั่งพยักหน้า หงึก ๆ อยู่อย่างนั้น
ในเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้งผมฝากนิดหนึ่งครับ เพราะถ้าผม มาเถียงว่าอย่าเลิก กกต. จังหวัด ผมก็จะกลายเป็นคนเห็นแก้ตัว เถียงเพื่อประโยชน์แส่วนตน ผมอธิบายอย่างนี้เลยครับว่าทําไมต้องมี กกต. จังหวัด ท่านบอกว่าไม่ต้องมีก็ได้ เพราะมี ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอยู่แล้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็นระบบราชการครับ ส่วน กกต. จังหวัดเป็นระบบอิสระสรรหาเข้ามา ไม่ยึดโยงกับระบบ ราชการ ไม่มีผู้บังคับบัญชา ใครสั่งไม่ได้ เป็นอิสระเหมือนกับ กกต. ๕ เสือนั่นแหละครับ ที่กำลังจะเป็น ๗ เสือ เพราะ ๕ เสือไม่พอ ดังนั้น ๕ คนนี้ใครมาแทรกแซงไม่ได้ ถ้ากระบวนการสรรหามาดี ดังนั้นกระบวนการสรรหา กกต. ตามหลักเกณฑ์ใหม่จะเข้มข้นกว่าเก่า ก็แปลว่า ๒ เสือ กกต. ที่จะเข้ามาใหม่จะต้องถูก สรรหาแบบหัวจรดเท่าละเอียดยิบ ฝักใฝุการเมืองหรือเปล่า เป็นกลางทางการเมืองไหม อะไรต่อมิอะไร ฉะนั้นท่านอย่าเป็นห่วง ท่านอย่าไปยึดติดกับคนคนเดียวว่าเคยติดคุก มีความผิดแล้วคนอื่นจะเป็นอย่างนั้นนะครับ ผมมีอีกเยอะแยะมากมายแต่ว่าคงจะรอฟัง เพราะว่ากรรมาธิการก็จะขึ้นชี้แจงเป็นระยะ ผมฝากอีกนิดเดียวครับ การเลือกตั้งจะต้อง เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นไปโดยสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม มันเป็นความรู้สึก รู้สึกว่ามันสุจริต รู้สึกว่ามันโปร่งใส รู้สึกว่ามันเที่ยงธรรม ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เราจะต้องสร้าง ให้เกิดความรู้สึกขึ้นกับประชาชนให้ได้ ประชาชนต้องยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม ทําไมล่ะครับ เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย สิ่งจําเป็น สิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ความรู้สึกเกิดขึ้นกับประชาชน จึงจำเป็นจะต้องให้ประชาชนเข้ามามี ร่วมส่วน ซึ่งจะตรงกับร่างรัฐธรรมนูญเปฺะเลยครับ ซึ่งจะตรงกับการที่จะต้องให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม ได้เข้ามาร่วม ได้เข้ามารู้ ได้เข้ามาเห็น ด้วยตนเอง แล้วจะเกิดความรู้สึก เหล่านั้นขึ้น กระผมกำลังจะบอกว่าในการจัดการเลือกตั้งในทุกมิติ ในการที่เราจะเสนอ ความเห็นแล้วอย่างไร กรธ. ก็ต้องยอมรับก็คือจะต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เมื่อเขามีส่วนร่วมเขาได้ดู ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส แล้วเกิดความรู้สึกว่าการเลือกตั้งเกิด ความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม และนั่นละครับคือการปฏิรูปการเลือกตั้งให้เป็นไปโดย สุจริตและเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง ดังนั้นข้อ ๑ ที่ท่านตัดประชาชนไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับ การเลือกตั้ง ท่านคิดผิดตั้งแต่ข้อ ๑ แล้ว ข้ออื่น ๆ ไม่ต้องพูดครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญท่านชูชาติ อินสว่าง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และประธาน ชมรมสหกรณ์แภาคเกษตรแห่งประเทศไทย ขอเชิญครับ