เลิศรัตน์ รัตนวานิช อภิปรายเน้นย้ำความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว โดยเสนอให้ถ่ายโอนการรับรองมาตรฐานไปสู่ภาคเอกชนและผลักดันการพัฒนากรอบคุณวุฒิวิชาชีพสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการให้บริการ พร้อมเสนอให้รวมการรับรองบุคลากรในรายงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์และมีคุณภาพอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ที่ท่านประธานได้ให้เวลาในการอภิปรายเรื่องของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเรื่องที่จะนำเสนอต่อ สปท. ในวันนี้ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างที่ผู้อภิปราย หรือสมาชิก สปท. ทั้ง ๓ ท่านได้กรุณากล่าว มาแล้ว เรื่องการท่องเที่ยวคงจะต้องยอมรับว่าเป็นแบ็กโบน (Backbone) ของเศรษฐกิจไทย เป็นตัวที่ทำให้จีดีพี (GDP) ของเรายังขับเคลื่อนไปในทางบวกได้อย่างค่อนข้างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญคือเรื่องการท่องเที่ยวนั้นเกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่าง ๆ มากมายในประเทศเรา และการที่การท่องเที่ยวจะก้าวไปข้างหน้าได้จะทำให้ประเทศพัฒนาไปได้มากน้อยอย่างไรนั้น ที่สำคัญก็อยู่ที่คุณภาพของการท่องเที่ยวของประเทศนั้น ๆ ด้วย ซึ่งแต่ละประเทศที่เน้น เรื่องการท่องเที่ยวเขาจะให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ คำว่า มาตรฐาน ก็จึงถูกนำมาใช้กับด้าน ต่าง ๆ ทั้งด้านของกิจการ ด้านของบุคลากร ด้านของคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ของอาหาร ต่าง ๆ หรือแม้แต่การให้บริการต่าง ๆ ก็จะมีการกำหนดมาตรฐานว่าเป็นบริการ ที่ได้มาตรฐานตามสมควรหรือไม่ บางครั้งก็ก้าวไปถึงมาตรฐานแห่งความเป็นสากล ด้วยซ้ำไปนะครับ เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้อภิปรายไปแล้วก็ได้ให้ข้อสังเกตที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ ที่ท่านคุรุจิตเอง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็ได้พูดรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอในมุมมอง ของท่าน รวมถึงเรื่องมุมมองของประเด็นที่เป็นประเด็นหลักของวาระปฏิรูปในวันนี้ คือการถ่ายโอนภารกิจภาครัฐหรือภารกิจการถ่ายโอนงานส่วนรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้คณะกรรมาธิการได้มุ่งเน้นไปสู่การถ่ายโอน การตรวจรับรองมาตรฐานของสถานที่ ท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งก็คงมีหลายรูปแบบ แล้วก็มีหลายร้อยหลายพันแห่ง ซึ่งถือว่าเป็น ความรับผิดชอบที่ค่อนข้างมากของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะฉะนั้นถ้าจะถามว่าการถ่ายโอนนั้นเป็นเรื่องที่สมควรปฏิบัติหรือไม่ ผมก็สนับสนุน แนวคิดนี้ เพราะภาคราชการจะทำหน้าที่นี้ให้สมบูรณ์นั้นจะต้องเพิ่มบุคลากรมากมาย แล้วก็จะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง อีกทั้งภารกิจในการตรวจรับรองมาตรฐาน การท่องเที่ยวนั้นก็สามารถดำเนินการในรูปแบบของการที่สถานที่ท่องเที่ยว เขารับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายหรือฟี (Fee) ในการรับการตรวจได้เอง เช่นเดียวกับรถยนต์ เช่นเดียวกับมาตรฐาน อาชีพต่าง ๆ ที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นผมก็จึงคิดว่าอยากจะสนับสนุนแนวทางนี้ ถึงแม้ว่า ผู้อภิปราย ๒ ท่านที่อภิปรายไปแล้วจะเป็นห่วงในเรื่องของมาตรฐานของการตรวจรับรอง โดยภาคเอกชนนะครับ ก็ต้องวางกฎ กติกา และระเบียบ ให้ชัดเจน ให้ได้มาตรฐาน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นประเด็นสำคัญคือในการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นสปา ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว การปีนเขา การนั่งเรือ การท่องเที่ยว ชายหาดต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ที่เป็นเอนเตอร์ไพรซ์ (Enterprise) เป็นสถานที่หรือเป็นธุรกิจ ที่สำคัญคือบุคลากรของผู้ประกอบการเหล่านั้น ในแต่ละธุรกิจการท่องเที่ยวเขาจะมีบุคลากร ที่จะต้องมีความเชี่ยวชาญ มีความสามารถ มีมารยาท มีคุณภาพที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ธุรกิจนั้น ๆ นอกจากการตรวจรับรองมาตรฐานของสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ ให้บริการด้านการท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่เราควรจะเน้นคือบุคลากรที่ทำงานอยู่ในสถานที่ หรือในธุรกิจเหล่านั้น ซึ่งในรายงานนี้ยังไม่ได้พูดถึงมากนัก และผมคิดว่าเป็นหัวใจและ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะการจะไปตรวจสถานที่ ไปตรวจบริษัท ไปตรวจสมาคมใด สมาคมหนึ่ง มันก็คงจะไม่ยากนักที่จะไปดูความสะอาด ดูอาคาร ดูรถราที่เขาใช้ต่าง ๆ เรือหรือแม้แต่เครื่องบิน แต่ผู้ที่ให้บริการเจ้าหน้าที่กลับเป็นส่วนสำคัญยิ่ง เมื่อช่วงประมาณ ต้นปีหรือปลายปีที่แล้วเราจะเห็นว่าเรื่องความปลอดภัยในการท่องเที่ยวเป็นข่าว ค่อนข้างใหญ่ เกิดการสูญเสียในทะเล ตามชายหาด ไม่ว่าจะฝั่งอันดามันหรือฝั่งสมุย เกาะพงัน ไม่ว่าจะเป็นเรือสกูตเตอร์ (Scooter) ชนนักท่องเที่ยวขาขาดบ้าง เสียชีวิตบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรือเฟอร์รี่ (Ferry) หรือเรือเร็วที่ใช้เชื่อมระหว่างเกาะชนกันหรือล่มคว่ำ มีผู้เสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บสูญหายต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้มาจากคนทั้งสิ้นร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ มาจากคุณภาพของคน มาจากพฤติกรรมนิสัยของคน แล้วก็ผู้กำกับดูแลนะครับ เพราะฉะนั้น ในรายงานนี้พูดถึงมาตรฐานที่เป็นอาสาสมัครที่เป็นโวลันเทียร์ (Volunteer) คือสมัครใจ มาตรฐานที่บังคับก็ถูกต้องแล้ว เช่นเดียวกับมาตรฐานของวิชาชีพต่าง ๆ ที่รัฐบาล ให้ความสำคัญ ถ้าอะไรที่เกี่ยวกับความปลอดภัยรัฐบาลจะบังคับให้ต้องมีใบประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นหมอ ทุกวันนี้ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า เกี่ยวกับสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ถูกบังคับให้เป็น วิชาชีพที่ต้องรับใบอนุญาตว่ามีความสามารถในการทำงานเหล่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้น อาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น วิศวกร ที่ออกแบบอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ก็ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะฝากว่าเรามีสถาบันที่ตั้งขึ้นใหม่คือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นองค์การมหาชน ทำงานควบคู่อยู่กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานของกระทรวงแรงงาน แต่ทำงานในขอบข่ายที่กว้างขวางกว่า คือทำมาตรฐานวิชาชีพในลักษณะเดียวกันกับที่ ข้อเสนอของรายงานนี้ คือเรามีองค์กรรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ขณะนี้ตั้งแล้วประมาณ ๙๐ กว่าองค์กร ในอนาคตก็คงจะเป็นหลายร้อย เพราะฉะนั้นสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ก็ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นแอ็กเครดิเทชัน (Accreditation) คือไปรับรององค์กรที่จะทำหน้าที่ เป็นองค์กรไปเซอร์ทิฟิเคชัน (Certification) แล้วก็สอดคล้องกับแนวคิดที่คณะกรรมาธิการ เสนอ คือตัวกรมการท่องเที่ยวเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) หรือเป็นที่เราเรียกว่า แอ็กเครดิเทชันบอดี (Accreditation Body) เช่นเดียวกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เราก็ไม่ได้ ลงไปรับรองคุณวุฒิวิชาชีพหรือมาตรฐานอาชีพของบุคลากรในวิชาชีพต่าง ๆ เอง แต่เรามี สถาบันการศึกษา มีสมาคม มีสถานประกอบการที่ทำหน้าที่เป็นเซอร์ทิฟิเคชันบอดี (Certification Body) ให้เรา คือไปรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้เรา แต่เราเป็นผู้พัฒนามาตรฐาน และมาตรฐานวิชาชีพนี้ก็จะปรับเปลี่ยนไป เราก็ต้องรีวิว (Review) ต้องทบทวนทุก ๒-๓ ปี รวมถึงการที่จะไปรับรองสถานที่ที่จะไปเซอร์ทิฟาย (Certify) คน เราก็ต้องไปตรวจเขาทุก ๒-๓ ปีเช่นเดียวกัน ก็ฝากเรียนท่านคุรุจิตซึ่งท่านได้อภิปรายเมื่อกี้เป็นข้อห่วงใย มันไม่ใช่ ไลเซนส์ ไลฟ์ไทม์ (License Lifetime) ไม่เหมือนใบขับขี่ตลอดชีพ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยกเลิกไปแล้ว เพราะเห็นความสำคัญว่าคนเรานั้นปรับเปลี่ยนทั้งอายุ พฤติกรรมและอารมณ์ได้
ในวิชาชีพที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้ดำเนินการอยู่ ที่สอดคล้องกับรายงานนี้ ก็มีอย่างเช่น สาขางานโรงแรม สาขางานท่องเที่ยว สาขาผู้ประกอบอาหาร เหล่านี้ก็เป็น วิชาชีพที่ดำเนินการเพื่อให้ผู้ที่อยู่ในสายงานด้านการท่องเที่ยวมีใบรับรอง ยกตัวอย่างในด้าน ของงานท่องเที่ยวก็จะมีอาชีพสำรองบัตรโดยสาร อาชีพที่ปรึกษาการเดินทางท่องเที่ยว อาชีพมัคคุเทศก์ เป็นต้น ไม่รวมถึงในด้านโรงแรม ด้านอาหารที่เราจะมี ที่เราเรียกว่า กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ หรือเราเรียกง่าย ๆ ว่า มาตรฐานอาชีพให้กับทุกวิชาชีพ ใน ๒-๓ เดือน ที่ผ่านมาเราได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกรมการท่องเที่ยว ในการที่จะสร้างมาตรฐานสำหรับ ผู้ที่อยู่ในอาชีพการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาได้มอบให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเป็นคนจัดทำกรอบคุณวุฒิวิชาชีพในหลาย ๆ สาขา เช่น ในเรื่องของผู้ขับเรือสปีดโบ้ท (Speed Boat) เรื่องของเรือหางยาว ผู้ดูแล ความปลอดภัยของชายหาด ผู้ดูแลด้านการท่องเที่ยว ภูเขา โดยเน้นในเรื่องของ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นก็จึงอยากจะให้รายงานนี้ถ้าจะมีความสมบูรณ์ขึ้น นอกจากการจะไปรับรองมาตรฐานด้านสถานที่ของบริษัท ของผู้ประกอบการแล้ว ควรจะเน้นการให้ความสำคัญในการรับรองมาตรฐานของผู้ปฏิบัติงานหรือที่เราเรียกว่า กรอบคุณวุฒิวิชาชีพด้วย หรือศัพท์เดิมเรียกว่า มาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เป็นเรื่อง ที่มีความสำคัญ แม้แต่สถาบันอาชีวศึกษาทุกแห่งในประเทศไทย วันนี้ก็นำกรอบคุณวุฒิ วิชาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อจบแล้วก็ สามารถไปทำงานได้ ซึ่งรวมถึงงานท่องเที่ยวด้วย อย่างที่ในรายงานนี้พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษาที่ให้ความรู้ที่ประสาทวิชาด้านการท่องเที่ยวเป็นร้อยเป็นพันแห่ง เพราะฉะนั้น พวกนั้นก็จะรับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพที่เราพัฒนาขึ้นอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเอาไปเป็น วิชาสอนด้วย เพราะฉะนั้นก็จึงอยากจะฝากไว้ว่า เนื่องจากในรายงานไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย ถ้าพูดแล้วก็จะทำให้รายงานมีความสมบูรณ์ว่ามาตรฐานต่าง ๆ ในการไปตรวจนั้น ก็จะต้องเน้น ให้ความสำคัญว่าสถาบันหรือว่าสถานประกอบการนั้นมีบุคลากรที่ผ่านการทดสอบในระดับ ที่มีความรู้ความเข้าใจสามารถให้บริการได้ ก็แน่นอนครับหลาย ๆ อย่างก็ยังเป็นลักษณะที่ เป็นความสมัครใจ ก็เช่นเดียวกับสถานประกอบการ ก็มีทั้งสมัครใจและทั้งที่เป็นมาตรฐานภาคบังคับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกัน ที่ในนี้พูดถึงเรื่องของการรีแบรนดิง (Rebranding) มาตรฐาน การท่องเที่ยว ก็ต้องช่วยกันรีแบรนดิง (Rebranding) มาตรฐานของกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ประเทศของเรานั้นมีบุคลากรในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่สามารถให้บริการได้ อย่างมีคุณภาพ และสิ่งเหล่านี้ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ขอขอบคุณครับ