เฉลิมชัย เครืองาม แสดงความกังวลต่อประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายของ สปท. ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราว พร้อมเรียกร้องให้มีความร่วมมือที่เข้มแข็งจากหน่วยงานบริหารเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการจัดทำกฎหมายจัดตั้งแผนปฏิรูปประเทศอย่างครอบคลุม การปรับโครงสร้างกรรมาธิการให้เป็นวิสามัญพร้อมมีผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาครัฐร่วมพิจารณาอย่างเต็มที่ และการเร่งรัดการติดตามข้อมูลจากกระทรวงต่าง ๆ ที่ยังขาดหายไป เพื่อให้ สปท. สามารถพิจารณาข้อเสนอได้อย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง
ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทางวิป (Whip) ผ่านทางท่านประธานที่ให้มีการประชุมในลักษณะเช่นนี้ แต่สิ่งที่ผมเสียดายก็คือเสียดาย ที่ทางท่านประธาน หรือทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้แจ้งให้กับทางสมาชิกได้ทราบก่อนว่า รูปแบบที่เราจะประชุมในวาระนี้จะเป็นในลักษณะแบบนี้ เพราะผมก็ได้ศึกษาใน ระเบียบวาระการประชุมนั้น เรื่องนี้ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้ง ต่อที่ประชุม วาระ ๑.๒ เพราะฉะนั้นรูปแบบในลักษณะเช่นนี้นั้นจริง ๆ เป็นรูปแบบ ที่ถ้าสมาชิกได้ทราบก็อาจจะมีการงดประชุมของกรรมาธิการแต่ละคณะ เพื่อที่เราจะมา ร่วมกันระดมสมองให้เรื่องนี้เกิดประโยชน์โพดผลมากที่สุด อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็พิจารณา แล้วเห็นว่าเรามาถึงขั้นนี้แล้ว แล้วก็ผมอภิปรายเป็นคนสุดท้ายก็พยายามที่จะเติมเต็ม ในสิ่งที่เห็นควรที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ สปท. ในอนาคต ต่อไป ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาเอกสารที่ทางท่านรองประธาน เข้าใจว่าท่านรองสอง หรือใครก็แล้วแต่ที่เป็นผู้จัดทำเสนอให้สมาชิกได้ศึกษาดูแล้วก็เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมมาติดใจแล้วก็เห็นด้วยกับสมาชิกบางท่านที่ท่านได้อภิปรายไปแล้ว ท่านก็ได้ทวงถาม ท่านได้อภิปรายซักถามขอคำตอบ ขอความเห็น ขอความเข้าใจว่า สิ่งที่เราได้จากการประชุมในวันนี้ขออย่าเป็นเพียงแค่ตัวเลขว่าขั้นตอนต่าง ๆ ที่ทาง สปท. ได้ดำเนินการไปในการขับเคลื่อนการปฏิรูปในเรื่องต่าง ๆ นั้นมีเรื่องอะไรบ้าง ท่านแบ่ง ออกมาเป็นหมวดหมู่ ผมอ่านดูแล้วผมก็พอเข้าใจ ผมไม่ติดใจดังที่ท่านสมาชิกบางท่าน ได้อภิปรายไปว่า แล้วอย่างไรต่อ ตัวเลขต่าง ๆ ที่เราได้รู้ ได้เข้าใจว่าหมวดนี้เสนอไปที่รัฐบาล เสนอไปที่วิป (Whip) ๓ ฝ่าย วิป (Whip) ๒ ฝ่ายแล้วอย่างไรต่อ สิ่งที่สมาชิกสงสัยผมเข้าใจว่า ไม่แตกต่างจากสิ่งที่สื่อมวลชนหรือสิ่งที่ประชาชนข้างนอกเขาสงสัย เขาก็สงสัยว่าประมาณ ปีหนึ่งแล้วที่ สปท. ทำงานมาแล้วอย่างไรต่อ นอกจากจะได้ตัวเลขว่าเวลานี้เรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านวิป (Whip) ไปแล้ว ๖๕ เรื่องโดยประมาณแล้วอย่างไรต่อ มีเรื่องใดบ้างที่สำเร็จ ผมไม่แปลกใจว่าทำไมแม้แต่สมาชิกของเรายังสงสัย แล้วทำไมประชาชนข้างนอกเขาจะ ไม่สงสัย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมเชื่อ และผมยังแน่ใจว่าสิ่งที่ทาง สปท. สมาชิกทุกท่านและ ท่านประธานได้ร่วมมือกันทำนี่มาถึงวันนี้แล้วทุกคนทุกท่านได้ทำงานร่วมมือร่วมใจกัน อย่างเต็มที่แล้ว ตามกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ สภาแห่งนี้ สปท. มีหน้าที่ เปรียบเสมือนทิงก์แทงก์ (Think tank) เปรียบเสมือนเป็นผู้ให้คำแนะนำ เป็นผู้เสนอแนะ รับพิมพ์เขียวมาจาก สมช. ดังที่ท่านประธานได้กล่าว แล้วเอามาแปลงให้เป็นรูปแบบ ที่จะดำเนินการก่อสร้างต่อไป ก่อนจะก่อสร้างต้องทำอย่างไร ต้องขอใบอนุญาต พอเอา พิมพ์เขียวมาแล้วมาเขียนแปลนแล้วเอาไปก่อสร้างเลยคงไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะมี หน้าที่ออกใบอนุญาตก็คือส่วนราชการหรือผู้ปฏิบัติต่าง ๆ คือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั่นเอง สิ่งนี้ละครับที่ผมค่อนข้างจะกังวลและผมเห็นว่าเมื่อมาถึงวันนี้ที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวร ในอนาคตกำลังจะประกาศใช้นั้นรูปแบบการทำงานที่ สปท. จะขับเคลื่อนดำเนินการต่อไปนั้น อาจจะต้องมีการปรับเพื่อให้การดำเนินงานกระชับเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น จะกระชับและ เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร ก็โดยการร่วมมือร่วมใจกับทางกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ผู้ปฏิบัติงานในอนาคตได้อย่างเข้มแข็ง เพราะผมไม่เชื่อว่าแผนปฏิรูปต่าง ๆ ที่เราทำเสนอไป นั้นจะประสบความสำเร็จได้ถ้าผู้ปฏิบัติคือกระทรวงต่าง ๆ เขาไม่หยิบจับมาดู หรือดูแล้ว เขาไม่สนใจ หรือสนใจแล้วเขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องทำ เอาไว้ก่อน หรือเอาไว้ก่อน แล้วก็บอกว่าขอไปศึกษาพิจารณาดูก่อน คำว่า ขอไปศึกษาพิจารณาดูก่อน นั่นแหละครับ ถ้าภาษาชาวบ้านเขาบอกว่า ก็คือขอดองไว้สักพักหนึ่ง จะดองชั่วคราวหรือดองถาวรอันนั้น ไม่ทราบ ผมจะขอความกรุณาให้เวลาผมนิดหนึ่ง ยกตัวอย่างกฎหมายจะขับเคลื่อนอะไร ก็แล้วแต่ถ้าจะให้เกิดความจีรังยั่งยืนนั้นคงจะเป็นรูปแบบของการขอความร่วมมือจากทาง กระทรวงนั้น ผมเชื่อว่าไม่มีทางสำเร็จ หรือสำเร็จก็ไม่ยั่งยืน ถ้าจะให้ยั่งยืนในระยะหนึ่ง คือการออกเป็นกฎหมาย ถ้าจะให้ถาวรขึ้นอีกระดับหนึ่งก็คือการออกเป็นพระราชบัญญัติ ผมภูมิใจครับที่ สปท. ได้ช่วยขับเคลื่อนจนกฎหมายสำเร็จ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้ว ๑ ฉบับ ผมเน้นขีดเส้นใต้คำว่า ๑ ฉบับคือพระราชบัญญัติศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีทั้งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญา คดีประพฤติผิด ประพฤติมิชอบ มีทั้งจัดตั้งศาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดความถาวรแน่นอน แต่ผมถามว่า กฎหมายที่รอการพิจารณา รอการดำเนินการให้สำเร็จนั้นมีอีกหลายสิบฉบับครับ สนช. เวลานี้งานเขาก็ท่วม ท่วมสภาด้วยซ้ำ ผมคุยกับ สนช. หลายท่านเขาก็บอกว่า กฎหมายลำพัง ของเขาที่มาจากรัฐบาลพิจารณากันไม่หวาดไม่ไหว ทำงานกันแทบไม่ทันแล้ว
– ๓๙/๑ กรรมาธิการตั้งทับซ้อนกันไปทับซ้อนกันมาจนทำงานแทบไม่ทันแล้วจนต้องตั้ง สนช. เพิ่มขึ้นอีก ๓๐ คนในรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข และนับประสาอะไรกับกฎหมายปฏิรูป อีกตะกร้าใบใหญ่ ๆ ที่เราจะเสนอหรือส่งไปให้รัฐบาลพิจารณาและจะส่ง สนช. ต่อในอนาคต เขาจะเอาเวลาที่ไหน เอาคนที่ไหน เอาพละกำลังที่ไหนมาผลักดันกฎหมายที่เราจะเสนอ ในอนาคต ตอนแรกผมก็โล่งใจว่าอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าไม่สำเร็จในช่วงสมัยนี้ยุคนี้ เรากำลังมี กฎหมายอีกฉบับหนึ่งตามมาตรา ๒๕๙ ของรัฐธรรมนูญฉบับที่จะลองประกาศใช้ ซึ่งชื่อย่อ ๆ ว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเข้าใจว่าท่านยงยุทธ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่านได้ถูกตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาทำกรอบ ผมเน้นคำว่าทำกรอบ เพื่อจะเสนอให้กับรัฐบาลต่อไปในอนาคต แต่ผมได้ฟังท่านประธาน สปท. ได้พูดเมื่อเช้า ผมก็ยังไม่สบายใจนะครับถ้าทางท่านประธานอลงกรณ์ได้ช่วยกรุณา ท่านบอกว่ากฎหมาย ฉบับนั้นที่ สปท. จะทำขึ้นไปเสนอรัฐบาลพิจารณาเป็นการเสนอแนะจะทำเป็นแผน เป็นขั้นตอนเป็นวิธีการ แต่ประเด็นปฏิรูปอยู่รัฐธรรมนูญ ๒๕๘ แล้วเราจะไม่เสนอไป เพราะฉะนั้นตอนแรกที่ผมคิดว่ากฎหมายต่าง ๆ หรือการปฏิรูปต่าง ๆ ที่เราจะเสนอไป อันไหนถ้าไม่ทันผมได้เคยเสนอผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเราไปใส่ไว้ในกฎหมายแผนขั้นตอนการปฏิรูป ประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือประเด็นต่าง ๆ ลอกเอามาตรา ๒๕๘ มา ก ข ค ง จ ฉ เอามาใส่ และสิ่งไหนหรือกฎหมายฉบับไหนที่เราเสนอไปแล้วและไม่แน่ใจว่า สนช. เขาจะทำ ได้สำเร็จ ผมเชื่อว่าอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ๒ ปี ๓ ปีก็ไม่เสร็จกฎหมายของตัวเองก็มีเยอะแยะ มากมาย และกฎหมายของเราอีกเกือบ ๕๐–๖๐ ฉบับ เขาจะเอาเวลาเอาคนที่ไหนไปทำ ให้เราเอาไปใส่ไว้ในกฎหมายฉบับนั้น แต่ท่านประธานบอกว่าอันนั้นเราไม่ทำเราจะทำ แค่แผนวิธีการ ตัวชี้วัดหรืออะไรต่าง ๆ แต่ประเด็นที่จะปฏิรูปที่จะใส่เอาไว้เราจะไม่ใส่ เรายังไม่ทำ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอย่างนี้ครับผมขออนุญาตเรียนเสนอว่าทำไปเถอะครับ ถึงอย่างไรก็แล้วแต่เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้รัฐบาลก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำกฎหมาย ฉบับนี้ จะมีกฤษฎีกาหรือว่ามีสภาพัฒน์หรือมีใครก็แล้วแต่มาร่วมเป็นคณะกรรมการ แล้วเขาก็จะพิจารณารูปแบบต่าง ๆ หมวดต่าง ๆ ของกฎหมายฉบับนั้น ประเด็นปฏิรูป เขาก็ต้องควรจะถามมาที่เราหรือถามไปที่กระทรวงต่าง ๆ ว่ากระทรวงนั้นมีประเด็นปฏิรูป อะไรบ้างที่จะเอาใส่ไว้ในกฎหมายฉบับนั้น เพราะฉะนั้นขอให้ใส่ไปเป็นกรอบกว้าง ๆ ว่า ประเด็นไหนที่เราจะปฏิรูปบ้าง
ประเด็นถัดมาท่านประธานครับ ท่านได้มีการกล่าวว่าทางรัฐบาลโดย ท่านนายกได้กรุณาตั้งให้มีผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบประเด็นปฏิรูปต่าง ๆ หรือประสาน ความร่วมมือกับวิป (Whip) ของ สปท. หรือวิป (Whip) ๓ ฝ่ายที่เรียกว่ามิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) ผมขออนุญาตเสนออย่างนี้ครับว่ามิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) นั้น นอกจากจะเสนอประเด็นวิธีการหรือว่าสรุปประเด็นปฏิรูปต่าง ๆ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว อยากจะขอสำเนาหรืออะไรก็แล้วแต่รูปแบบที่กฎหมายอนุญาตเสนอส่งมาที่ สปท. ให้เราได้ รับทราบว่าสิ่งที่มิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) โดยความเห็นชอบของกระทรวงนะครับ ผมขีดเส้นใต้คำว่า โดยความเห็นชอบของกระทรวง ส่งไปแล้วเขาเสนออะไรไป เขาเสนอว่า เรื่องนี้ทำได้ เรื่องนี้ทำไม่ได้ เรื่องนี้มีแต่ ๆ อย่างไรบ้างเพื่อ สปท. กรรมาธิการต่าง ๆ จะได้ นำมาศึกษาและนำมาพิจารณาปรับหรือว่าจะต้องมีการอธิบายให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่จะ ดำเนินการต่อไป ผมยกตัวอย่างกรรมาธิการสาธารณสุขเราเสนอไปเรื่องปฏิรูปเรื่องภาษี เกี่ยวกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ปรากฏว่าทางกระทรวงการคลัง ผมไม่อยากจะบอกว่า ท่านไม่เห็นด้วย แต่ท่านก็เสนอข้อมูลไปที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วันพฤหัสบดีผมเข้าไปที่กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้คำตอบว่าที่เขาส่งไปที่กระทรวง สาธารณสุขเขาเสนอไปเรื่องภาษีอย่างเดียว แต่เราเสนอไป ๓ เรื่อง เราเสนอเรื่องภาษี ให้มีการขึ้นภาษี เราเสนอเรื่องที่ ๒ คือเรื่องการให้ข้อมูล เรื่องที่ ๓ คือเรื่องฉลาก ปรากฏว่า สิ่งที่ทางกระทรวงการคลังเสนอไปที่กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงสาธารณสุข เสนอไปเรื่องภาษีเรื่องเดียวครับ แต่ว่าเราเสนอเรื่องฉลากด้วยว่าถ้าภาษียังมีติดขัด ถ้าอย่างนั้นไปแก้ฉลากเพื่อเตือนประชาชน ให้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ แก่ประชาชน ต่าง ๆ เหล่านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขเขาไม่ได้รับเรื่องครับ คือพูดง่าย ๆ ไปแบ่งแยกเรื่องของเขา ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเรื่องที่กระทรวง จะทำนี่เราไม่รู้ว่าครบตามที่ สปท. เสนอไปหรือเปล่า
ประเด็นถัดมาท่านประธาน ถ้าเป็นไปได้ผมโยนหินไปนิดหนึ่งครับว่าขอเวลา อีกนิดหนึ่ง ไหน ๆ ก็พูดเป็นคนสุดท้ายแล้ว ระยะสุดท้ายโค้งสุดท้ายของ สปท. นี่ผมเสนอว่า ให้มีการพิจารณาว่าข้อบังคับการประชุมของ สปท. บางเรื่องอาจจะต้องมีการปรับแก้ไหม ยกตัวอย่างเช่นการที่เวลานี้เรามีกรรมาธิการสามัญซึ่งประกอบด้วยสมาชิก สปท. ทั้งหมด ร้อยเปอร์เซ็นต์นี่ผมเสนอว่าควรหรือยัง ถึงเวลาสุดท้ายหรือโค้งสุดท้ายหรือยังที่จะเป็น กรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้มีตัวแทนจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เข้ามาร่วมพิจารณา ศึกษาทำงานในโค้งสุดท้ายในช่วงรัชอาว (Rush hour) ในช่วงเร่งรัดนี่ทำร่วมกับสมาชิก สปท. อาจจะเป็นตัวแทนจากกฤษฎีกา เป็นตัวแทนจากสภาพัฒน์ เป็นตัวแทนจากกระทรวง ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) นี่นะครับ เข้ามาร่วมเป็น กรรมาธิการกับเราด้วย ทำงานด้วยกัน แทนที่จะเชิญมาหารือ แทนที่จะเชิญมาให้ข้อมูล แทนที่จะเชิญมาคุยกันต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่างานต่าง ๆ มันจะเร่งรัดและกระชับ และทำให้ งานปฏิรูปมันไม่ต้องส่งกันไปส่งกันมา ส่งฝ่ายโน้นส่งฝ่ายนี้พิจารณา รอข้อมูลทางโน้นทางนี้ ให้เขามานั่งร่วมประชุมเลยครับ ใช้เวลาแก้ข้อบังคับการประชุมผมว่าวันเดียวแก้เสร็จ เอาเข้าที่ประชุม สปท. อนุมัติแล้ววันรุ่งขึ้นภายใน ๑ สัปดาห์คือปรับโครงสร้างของ กรรมาธิการต่าง ๆ ให้เป็นกรรมาธิการวิสามัญ จากที่ปรึกษาเข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการเลยครับ แล้วพูดคุยกันมีสิทธิที่จะลงมติได้ มีสิทธิที่จะให้ความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ งานการขับเคลื่อนนี้ ก็อาจจะกระชับแล้วก็คล่องตัวและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มีประเด็นอื่น แต่ถ้าใช้เวลามากพอสมควร ขออนุญาตขอบคุณท่านประธานครับ