อำนวย นิ่มมะโน ชื่นชมความคืบหน้าการปฏิรูปตำรวจภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 260 ที่มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการภายในหนึ่งปี พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และชี้แจงว่าข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ปรากฏในสื่อนั้นไม่ใช่มติของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แต่เป็นความเห็นส่วนบุคคล จึงเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความสับสนและรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรไว้
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน สมาชิกลำดับ ๑๙๗ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ บรรดาเพื่อนสมาชิกครับที่มีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของการปฏิรูปตำรวจ ๙ เรื่อง ๙ แผน ผ่านไปแล้ว ๔ ขณะนี้ สตช. ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปทำการปฏิรูปในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการจะต้องออกเป็นกฎหมาย แตกจาก ๙ เป็น ๑๐ จริง ๆ แล้วก็เรื่องของงบประมาณไปแตกเป็นสวัสดิการ ตรงกันเกือบทั้งหมดนะครับ ดังนั้นการปฏิรูปตำรวจจะเป็นมรรคเป็นผลแน่นอนครับ และที่สำคัญยิ่งครับที่ผมเฉย ๆ ในช่วงหลังนี้เพราะว่ารัฐธรรมนูญผ่าน เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านเป็นเกียรติกับสำนักงานตำรวจ แห่งชาติอย่างยิ่งครับ เขียนไว้เป็นการเฉพาะในมาตรา ๒๖๐ ขออนุญาตท่านประธานอ่านและ ผมจะอ่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ ผมจะไม่อ่านอีกแล้วครับ ในการปฏิรูปตำรวจบอกว่าให้มี คณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง องค์ประกอบ ประกอบด้วย
(๑) ผู้ทรงคุณวุฒิมีความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์และ ไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อนเป็นประธาน
(๒) ผู้เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำรวจ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติรวมอยู่ด้วย มีจำนวนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นกรรมการ
(๓) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ ซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์ และไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน มีจำนวนเท่ากับข้อ ๒ เป็นกรรมการ
(๔) ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมและอัยการสูงสุดเป็นกรรมการ
วรรคต่อมาครับ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
จะอ่านจากหน้าไปหลังหรือหลังไปหน้าความหมายก็ไม่เปลี่ยนครับ แปลว่า หนึ่งปีหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นถ้าประกาศใช้รัฐธรรมนูญปลายปีนี้ ปลายปีหน้า ต้องปฏิรูปตำรวจให้เสร็จ ในเรื่องที่ต้องแก้กฎหมายต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งปี มาก่อน รัฐบาลอีกครับ การปฏิรูปตำรวจเสร็จก่อนรัฐบาล นั่นก็แปลว่าการปฏิรูปตำรวจชัดเจน กว่าเพื่อนเพราะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นกราบขอบพระคุณที่กังวลครับ ผมเลยเฉย ๆ ส่วนในเรื่องของการขับเคลื่อนที่ไม่ต้องแก้กฎหมาย เช่น การจัดระเบียบในการ รับแจ้งความ ในการสอบสวน ขับเคลื่อนไปแล้วครับ เริ่มต้นกันแล้วครับ ทำกันหลายเรื่อง แล้วครับ ดังนั้นนำเรียนเรื่องตำรวจผมคงเรียนเท่านี้ครับ แต่เรื่องที่ผมจะขออนุญาต ท่านประธานอีกนิดเดียว ก็โชคดีสัปดาห์ที่ผ่านมาครับผมท้องผูก ความดันขึ้น กินยาก็ไม่ลด เพราะมันมีประเด็น แล้วผมก็วิงวอนให้รีบประชุมสภาจะต้องพูดเรื่องนี้ครับ ประเด็น เมื่อสักครู่นี้ก็ขอบคุณท่านวันชัย สอนศิริ ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่านก็ออกมาพูดแล้วว่า เรื่องเหล่านั้นไม่ใช่มติ ไม่ใช่ความเห็นจากสภา สปท. ก็คือประเด็นหลายคนพูดมาแล้วครับ ผมพูดอีกนิดเดียวเท่านั้นเองครับจะให้ คสช. กับ กกต. มาจัดการเลือกตั้ง นี่ไปโยนเผือกใส่ คสช. นะ เผือกร้อนด้วย ต่อมาก็บอกว่าให้มหาดไทยอีก ไปโยนเผือกใส่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีก เผือกร้อนด้วย บวกมันร้อนด้วย ฟักร้อนด้วย หรือเปล่าไม่ทราบ แล้วต่อมาก็จะไปยุบ กกต. จังหวัดอีก เหล่านี้ข่าวมันออกไปชัดเจนครับว่า ไปจาก สปท. เมื่อสักครู่ท่านวันชัย สอนศิริ อาจารย์วันชัยพูดแล้วว่าไม่ใช่นะครับ สื่อไปแก้ข่าว ให้ด้วย ผมเป็น สปท. ผมเสียหายด้วยครับ ผมไม่เคยคิดที่จะทำอย่างนั้น ไม่เคยคิดที่จะไป ร่างกฎหมายแข่งกับ กรธ. เพราะฉะนั้นหน้าที่ในการที่จะออกกฎหมายลูก หน้าที่ที่จะออก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าด้วยนักการเมือง กรธ. เขาทำครับ แล้วเรารอตอนที่เขาให้เราเสนอความเห็นประกอบเถอะครับ หรือถ้าหากว่า อยากที่จะปฏิรูปให้มันเป็นมรรคเป็นผลเอาเข้าสภานี้ให้ผ่านไปจากสภาแล้วค่อยแถลงข่าวว่า สปท. เห็นอย่างนั้นอย่างนี้ ให้ผมได้อภิปรายก่อนเถอะครับ ดังนั้นผมขอความกรุณาครับ ถ้าหากว่าใครคนใดคนหนึ่งที่จะไปชี้แจงต่อสาธารณชน บอกให้ชัดครับว่าความเห็นส่วนตน หรือความเห็น ๓ คน หรือความเห็นคณะ ไม่ใช่ สปท. เหมือนกับตำรวจละครับ จะถอด เครื่องแบบ จะแต่งเครื่องแบบ ขออนุญาตครับ จะแก้ผ้าก็ยังเป็นตำรวจอยู่ ดังนั้นถ้าพูดโดย ไม่บอกตัวตนว่าผมพูดในฐานะใดเขาก็เข้าใจว่าพูดในฐานะตำรวจ เพราะฉะนั้นบอกให้ชัดว่า ที่ผมพูดนี้เป็นความเห็นของผมนะครับ อย่างนั้นผมจะได้หายท้องผูก วันนี้มาฟังท่านวันชัย รับในสภาว่าไม่ใช่ความเห็นของ สปท. เป็นความเห็นส่วนตน ผมขอบคุณ สื่อไปแก้ให้ด้วย เพราะว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ออกมาต่อว่าชัดเจนครับว่า สปท. เองก็สับสนพออยู่แล้วอย่าสร้าง ความสับสนขึ้นอีกนะครับ ต้องขออภัยครับถ้าหากว่าคำพูดของผมจะทำให้ท่านหนึ่งท่านใด ไม่สบายใจนะครับ ที่ผมพูดไปก็เพื่อความถูกต้องชอบธรรมและเพื่อรักษาภาพลักษณ์ ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเรานะครับ ต้องขอโทษและขออภัยอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากว่าทำให้ท่านใดไม่สบายใจ แต่ผมสบายใจแล้วครับ ขอบคุณครับ