อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศ ย้ำความร่วมมือ 3 ฝ่าย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๕ · ๕ กันยายน ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศผ่านกลไกคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่ายและวิปสามฝ่าย พร้อมชี้แจงบทบาทของมิสเตอร์รีฟอร์มในการเร่งรัดการปฏิรูปแต่ละด้านอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม พลังงาน การศึกษา และการบริหารราชการ พร้อมเน้นความร่วมมือระหว่าง สปท. ครม. และ สนช. ภายใต้การกำกับติดตามผลทุก 15 วันเพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

กราบเรียนท่านประธาน สปท. ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตามที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยนโยบายของ ท่านประธาน สปท. ประสงค์ที่จะให้คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย ในส่วนของ สปท. ได้รายงานถึงแนวทางและความคืบหน้าตลอดจนการประสานงานการขับเคลื่อน เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเป็นรูปธรรมโดยเร็วในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งก็คาดว่าจะปฏิบัติ หน้าที่กันต่อเนื่องไปอีกประมาณ ๗ เดือน เพราะฉะนั้นกระผมในฐานะที่เป็นที่ปรึกษา และกรรมการในคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย ใคร่ขออนุญาตที่ประชุมได้รายงาน โดยลำดับดังนี้นะครับ

ในเบื้องต้นนั้นใคร่ขอเรียนว่าตามโรดแมป (Road map) ระยะที่ ๒ ซึ่งเริ่ม ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ จนกระทั่งถึงการเลือกตั้งถือว่าเป็นโรดแมป (Road map) ระยะที่ ๒ ที่ทางแม่น้ำ ๕ สายได้กำหนดไว้ พร้อมกันนั้นก็มี สปท. เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ด้วยเหตุนี้เอง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ โดยลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ มีจำนวน คณะกรรมการทั้งสิ้น ๒๔ ท่านด้วยกัน โดยมีท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งท่านเป็น ประธานวิป (Whip) รัฐบาลด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็จะมีผู้แทนจาก สนช. และจาก สปท. สภาละ ๖ ท่าน โดยมีผมในฐานะรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง และท่านรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง เป็นที่ปรึกษาและกรรมการ ก็รวมอยู่ใน ๖ ท่าน ต่อมาจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยให้ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เข้าไปทำ หน้าที่แทนท่านรองประธาน คนที่สอง แล้วก็เพิ่มคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อีกท่านหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วในส่วนของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย ซึ่งจะขออนุญาต ที่ประชุมใช้คำว่า วิป (Whip) ๓ ฝ่ายนะครับ แล้วก็ยังมีสมาชิก สปท. ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอยู่ในวิป (Whip) ๓ ฝ่ายด้วย ได้แก่ ท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ เป็นรองประธานคณะกรรมการวิป (Whip) ๓ ฝ่ายนะครับ แล้วก็ยังมีท่านรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกของ สปท. ก็เป็นตัวแทน ในส่วนของทางการต่างประเทศได้เข้าเป็นกรรมการชุดดังกล่าว ก็คือท่านสุวัฒน์ จิราพันธุ์ ซึ่งก็เป็นทีมโฆษกของ สปท. อยู่ในวิป (Whip) ๓ ฝ่ายด้วย สำหรับการดำเนินการที่ผ่านมา เราได้ใช้กลไกวิป (Whip) ๓ ฝ่ายเปรียบเสมือนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศนะครับ เนื่องจากว่าการว่าส่งแผนปฏิรูปประเทศที่ สปท. ได้ผลิตขึ้น สานต่อจาก สปช. ในกรอบ ๓๗ วาระปฏิรูปและอื่น ๆ ใน ๑๑ ด้านของการปฏิรูปนั้น ได้มีการกำหนดกลไกโครงสร้างของการขับเคลื่อนดังนี้นะครับ ช่วยดูในสไลด์ (Slide) นะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ก็จะมีแม่น้ำ ๕ สายครับที่จะเป็นองค์กรสำคัญความร่วมมือในการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศแล้วก็มีคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่ายหรือวิป (Whip) ๓ ฝ่าย เป็นเหมือนฟันเฟืองกลางในการประสานระหว่าง สปช. สนช. แล้วก็ สปท. นะครับ ในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรียังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและ ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะ ตามกลุ่มงาน ๖ ภารกิจของทางรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานทุกคณะด้วยตัวเองนะครับ แล้วก็มีรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลแต่ละกลุ่มงานหรือแต่ละกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ก็เป็นรองประธานทำหน้าที่ ในการขับเคลื่อน

ในส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านประธานรัฐสภาก็ได้มีคำสั่งแต่งตั้งวิป (Whip) ๒ ฝ่ายครับ ก็คือคณะกรรมการ ประสานงานระหว่าง สนช. และ สปท. นะครับ ในส่วนของ สปท. เองท่านประธาน สปท. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ ของ สปท. โดยมีผมเป็นประธาน มีท่านรองสองเป็นรองประธานและกรรมการ นะครับ ทั้งหมด ๗ ท่านด้วยกันนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็จะมีกลไกที่เรียกว่า คณะกรรมการ เครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อที่จะประสานในส่วนของทุกภาคีภาคส่วน ยกเว้นในส่วนภาครัฐซึ่งกรรมการประสานงานของ สปท. ทำหน้าที่ในการดำเนินการดังกล่าว ในส่วนกลไก สปท. เองที่ทำหน้าที่ในการผลิตแผนปฏิรูปหรือร่างกฎหมายที่จำเป็นต่อ การปฏิรูปก็จะมีคณะกรรมาธิการชุดหลัก ๆ นะครับ ก็มีกรรมาธิการสามัญ ๑๑ คณะ บวก ๑ ก็คือ ป.ป.ช. นะครับ แล้วก็มีคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาหรือว่าวิป (Whip) สปท. ของเรานะครับ ภายใต้การพิจารณาให้ความเห็นชอบดำเนินการทั้งหมดอยู่ที่ ที่ประชุมใหญ่ สปท. ๒๐๐ ท่าน

ในด้านของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น สปท. ได้ดำเนินการในการ ส่งแผนปฏิรูปไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรี จำนวนทั้งสิ้น ๘๘ เรื่องด้วยกัน โดยเป็นเรื่อง ซึ่งทาง สปท. ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเตรียมส่งทางรัฐบาล จำนวน ๙ เรื่อง เรื่องที่ผ่าน ความเห็นชอบแล้วและจัดทำรายงานท่านประธานลงนามถึงท่านนายกรัฐมนตรีส่งไปที่ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วทางกรรมการวิป (Whip) ๓ ฝ่ายรอที่จะบรรจุในระเบียบวาระ การประชุม ๑๔ เรื่อง เฉพาะในส่วนที่วิป (Whip) ๓ ฝ่ายได้พิจารณาให้ความเห็นชอบล่าสุด ตัวเลข ณ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๙ มีจำนวน ๖๕ เรื่องด้วยกันนะครับ ซึ่งอีกสักครู่ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและกรรมการวิป (Whip) ๓ ฝ่ายก็จะได้รายงานในส่วนนี้ รวมไปถึง พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ก็จะรายงาน รวมถึงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ก็จะรายงานในรายละเอียดต่อไป ส่วนท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ในฐานะที่เป็น รองประธานวิป (Whip) ๓ ฝ่าย และเป็นสมาชิก สปท. และเป็นกรรมการประสานงาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของ สปท. ก็จะช่วยในการเสริมข้อมูลรวมทั้งการชี้แจง หากสมาชิกมีข้อสงสัยประการใดนะครับ ในการทำงานของวิป (Whip) ๓ ฝ่ายนั้นจะมีการประชุมทุกเช้าวันพุธครับที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ประชุมตั้งแต่ ๐๙.๓๐ นาฬิกา แล้วก็จะไปเลิกเอาใกล้ ๆ บ่ายสองโมงทุกครั้งครับ โดยพิจารณาในเรื่องของแผนปฏิรูปที่ผ่าน สปท. และส่งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็จะมีแผนปฏิรูปที่เป็นข้อเสนอแนะของ สปช. เดิมตามมาตรา ๓๑ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณารับทราบ แล้วก็ส่งให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาให้ความเห็นมา ในส่วนนั้นเมื่อมีความเห็นมาแล้วก็ส่งกลับมาที่คณะรัฐมนตรี แล้วก็วิป (Whip) ๓ ฝ่ายก็จะพิจารณาในส่วนนั้น หรือในกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่า สามารถที่จะดำเนินการได้ก็สามารถดำเนินการได้โดยการใช้อำนาจทางบริหาร หรือหากว่า เป็นเรื่องของร่างกฎหมายก็จะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วก็ส่งให้กับทาง สนช. เพื่อพิจารณาเป็นกฎหมายต่อไป เฉกเช่นเดียวกันครับ ในส่วนของการสานต่องาน สปช. ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ของ สปท. ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) กำหนดไว้ท่านประธานเองก็ได้ส่งเรื่องที่เห็นว่าสามารถดำเนินการและเป็นเรื่องเร่งด่วนต่อการ ปฏิรูปประเทศก็ส่งถึงท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ เรื่องที่สำคัญ ๆ ก็มี ๕ เรื่องด้วยกัน เช่น กฎหมายจัดตั้งศาลคอร์รัปชัน เป็นต้น หรือว่าเรื่องที่มีความเห็นแล้วก็ทางวิป (Whip) สปท. เห็นควรที่จะส่งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง ท่านประธานก็มอบหมายท่านประธาน ท่านประธานก็ส่งไป ๒ เรื่อง นอกจากนั้นก็เป็นข้อเสนอแนะของ สปช. เดิมที่เห็นว่า ส่วนราชการมีความเห็นพ้องต้องกันแล้วท่านประธานก็ส่งไปอีก ๙ เรื่องนะครับ อันนี้ นอกเหนือจาก ๖๕ เรื่องที่วิป (Whip) ๓ ฝ่ายได้พิจารณาเห็นชอบโดยตรงนะครับ เพราะฉะนั้นในการประชุมทุกสัปดาห์นี้ครับท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมีการสั่งการทั้ง ในคณะรัฐมนตรีในการประชุมเช้าวันอังคารนะครับ และก็ในส่วนของการได้รับรายงานจาก ประธานวิป (Whip) ๓ ฝ่ายต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร แล้วคณะรัฐมนตรีหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมีความเห็นทุกสัปดาห์มาในวันรุ่งขึ้น ก็คือการประชุมวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ตัวอย่างของการขับเคลื่อนที่มีการปรับปรุงเพื่อให้การปฏิรูปประเทศนั้นเดินหน้าไปได้ อย่างรวดเร็วมากขึ้นนะครับ ก็มีคำสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับเมื่อเดือนที่แล้ว โดยผมใคร่ขออนุญาตอ่านถ้อยคำเป็นเอกสาร เพราะว่าอันนี้เป็นคำสั่งการที่มีความสำคัญ มากท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการนำข้อเสนอประเด็นตามแผนการปฏิรูป ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ส่งให้รัฐบาลแล้วในส่วนที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา และเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศและกรอบ ระยะเวลาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล โดยให้มอบหมายเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ติดตามการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ให้รายงานผลการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ผ่านมา และเรื่องที่จะดำเนินการ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก ๑๕ วัน อันนี้ขอขีดเส้นใต้อยู่ ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ก็คือว่าให้กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการนั้นตั้งมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) อันนี้เป็นศัพท์ที่ทางวิป (Whip) ๓ ฝ่ายเราได้บัญญัติไว้

๒. ก็คือมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) ของกระทรวง ทบวง กรม และ ส่วนราชการนั้นต้องรายงานความคืบหน้าตามแผนปฏิรูปประเทศที่รับไปดำเนินการและ ที่จะดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรีทุก ๑๕ วันครับ เรื่องนี้เป็นช่องทางใหม่นะครับ เดิมทีถ้าดู ตามชาร์ต (Chart) ซึ่งปรากฏบนจอภาพแล้วก็ในเอกสารที่แจกให้สมาชิกนะครับก็จะมี โครงสร้างของการขับเคลื่อน โดยที่เมื่อทาง สปท. โดยท่านประธานได้ลงนามไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะให้วิป (Whip) ๓ ฝ่ายบรรจุวาระการประชุม เสร็จแล้วเมื่อมี การพิจารณาแล้วในข้อพิจารณานั้นจะมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือแผนปฏิรูปที่ผ่านไปจาก สปท. ๒. ก็คือข้อเสนอการปฏิรูปของ สปช. เดิมที่จะต้องดำเนินการตามมาตรา ๓๑ นะครับ เมื่อวิป (Whip) ๓ ฝ่ายได้พิจารณาดำเนินการแล้วก็จะนำความเห็นของส่วนราชการที่เชิญมา สรุปส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการขับเคลื่อน และปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะ ซึ่งในมติของวิป (Whip) ๓ ฝ่ายจะมีกำหนด ไว้ด้วยครับว่าแผนปฏิรูปเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะใด เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ส่งให้กับกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว อีกทางหนึ่งตามคำสั่ง หลังสุดจะส่งให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงครับ จากนั้นกรรมการหรือ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงที่เราเรียกว่า มิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) ก็จะทำหน้าที่ ในการประสานงานการขับเคลื่อนและต้องรายงานมายังท่านนายกรัฐมนตรีทุก ๑๕ วันครับ ในกรณีที่เป็นร่างกฎหมาย เพราะว่าข้อเสนอการปฏิรูปประเทศไม่ว่าในส่วนของ สปท. หรือ สปช. ก็ตามจะมีร่างกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิรูปประเทศทั้งที่เป็นร่างเฉพาะหรือว่าเป็น ร่างกฎหมายประกอบรายงานแผนปฏิรูป ในส่วนนี้ทางคณะรัฐมนตรีก็จะพิจารณาตาม ความเห็นของกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินนะครับ แล้วก็ในส่วน ความเห็นของกระทรวง ทบวง กรม จากนั้นก็จะมีมติส่งให้กับคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ตาม กระบวนการของการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนิติบัญญัตินะครับ จากนั้นวิป (Whip) รัฐบาลที่ประกอบไปด้วย ครม. และ สนช. ก็จะกำหนดในเรื่องของเรื่อง ที่จะส่งให้ สนช. เมื่อ สนช. ได้รับร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วก็จะพิจารณาบรรจุระเบียบวาระ การประชุม อันนี้ก็จะเป็นขั้นตอน กระบวนการ กลไกในส่วนของการทำงาน เพราะฉะนั้น ในส่วนของการดำเนินการที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นไปได้อย่างราบรื่น แล้วก็การทำงานภายใต้ หลักการทำงานที่ว่าแม่น้ำ ๕ สายเป็นทีมเวิร์ก (Teamwork) เดียวกันนะครับ ๒. ก็คือ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนนะครับ การพิจารณาในชั้นของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย จึงประกอบไปด้วย นอกจากตัวแทนของ สนช. สปท. คณะรัฐมนตรีแล้วยังมีหน่วยงานกลางหลัก ๆ ของรัฐบาล อยู่ในวิป (Whip) ๓ ฝ่ายด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบต่อการพิจารณาความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่เท่าที่ได้มีการพิจารณามาทั้ง ๖๕ เรื่องยังไม่มีการปฏิเสธข้อเสนอของ สปท. ครับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เราน่าจะภาคภูมิใจ และขณะเดียวกันจากนี้ไปทางวิป (Whip) ๓ ฝ่ายเอง ก็ได้วางแผนว่าในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งทางท่านประธานวิป (Whip) ๓ ฝ่ายก็ได้มาแจ้ง โดยสังเขปเป็นการคาดคะเนคาดการณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะประกาศมีผลบังคับใช้ประมาณ เดือนพฤศจิกายนครับ หลังจากนั้นก็จะต้องมีการจัดทำกฎหมายเพื่อการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑๒๐ วัน ก็จะเป็นการสิ้นวาระการปฏิบัติหน้าที่ของ สปท. เพราะฉะนั้น ในการพิจารณาของวิป (Whip) ๓ ฝ่ายจึงได้พิจารณาคำนึงถึงการทำงานร่วมกันในระยะเวลา ที่เหลืออยู่ด้วย ในขณะเดียวกันการรายงานแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์นะครับ เมื่อวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ประชุม ในช่วงเช้าวันพุธแล้วก็จะส่งรายงานให้กับทาง สปท. และ สนช. ได้รับทราบทันทีในช่วงบ่าย ในการประชุมวิป (Whip) ๒ ฝ่าย ระหว่าง สนช. และ สปท. ในบ่ายวันพุธ จากนั้นในเช้า วันพฤหัสบดีถัดมาท่านประธาน สปท. ซึ่งเป็นประธานวิป (Whip) สปท. หรือ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สปท. นะครับ ก็จะได้รับทราบรายงานของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย รายงานของวิป (Whip) ๒ ฝ่าย เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการในเรื่องของ การจัดวาระการประชุมก็ดี การพิจารณาลำดับความสำคัญ หรือการบริหารจัดการ สปท. ของเราซึ่งท่านประธาน สปท. ได้ให้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคมครับ เพื่อที่จะได้รับทราบว่าในแผนปฏิรูปที่เหลืออยู่จาก ๑๒ คณะกรรมาธิการสำคัญ ๆ ของ สปท. นั้น แต่ละคณะมีเรื่องที่ให้ดาวไว้และให้ความสำคัญสูงสุดที่จะดำเนินการ เพื่อให้บรรลุภารกิจ ๓๗ วาระปฏิรูป ครอบคลุม ๑๑ ด้าน มีอะไรบ้าง ซึ่งท่านรองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านที่สองนะครับ ท่านก็ได้กรุณาจัดบัญชีรายการ ตามข้อเสนอรายงานของแต่ละคณะที่ส่งมายังวิป (Whip) สปท. นะครับ ก็รวบรวมได้ทั้งหมด ๕๘ เรื่องครับ ๕๘ เรื่องที่จะต้องดำเนินการในระยะเวลาที่เหลืออยู่นะครับ ซึ่งจากการประเมิน การทำงานของวิป (Whip) ๓ ฝ่ายแล้ว ขณะนี้เราจัดระเบียบวาระของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ไปถึงเดือนตุลาคมนะครับ แล้วก็เชื่อว่าในเวลาที่เหลืออยู่ก็จะดำเนินการพิจารณา ถ้าหากว่า สปท. ส่งรายงานปฏิรูปได้ครบทั้ง ๕๘ เรื่อง ทางวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ก็มีความมั่นใจว่า จะสามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จนะครับ ก็จะบรรลุภารกิจร่วมกัน โดยที่ในภารกิจดังกล่าวนั้น ผมใคร่ขอที่จะเรียนว่าในส่วนที่ท่านประธาน สปท. ได้ส่งไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ณ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๙ จำนวน ๘๘ เรื่องนั้น จะมีอยู่ ๙ เรื่องครับ ที่ สปท. ได้เห็นชอบและเตรียมส่ง ให้รัฐบาลนะครับ ซึ่งขออนุญาตที่จะรายงานเฉพาะหัวข้อเรื่องนะครับ

๑. เรื่องเศรษฐกิจผู้สูงวัย

๒. การปฏิรูประบบสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนียน (Credit Union)

๓. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน พ.ศ. ....

๔. เรื่องโครงสร้างและอำนาจหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป และร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... และ ร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ

๕. เรื่องการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร และร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แก้ไขปัญหาเมืองหลวงและปริมณฑล

๖. เรื่องการปฏิรูประบบการบริหารงานเมืองพัทยา และร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบ

๗. เรื่องการปฏิรูปการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษ

๘. การปฏิรูประบบเครื่องมือด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุน ภารกิจการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และประโยชน์สาธารณะ

๙. การพัฒนาและบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม เพื่อมุ่งเน้นให้เด็กเป็นคนดีนะครับ

อันนี้เป็น ๙ เรื่องที่ผ่านความเห็นชอบและเตรียมส่งให้รัฐบาลนะครับ ขณะเดียวกันมีแผนปฏิรูป จำนวน ๑๔ เรื่องครับ ที่ท่านประธาน สปท. ได้ส่งให้รัฐบาลแล้ว แล้วก็ขณะนี้รอบรรจุในวิป (Whip) ๓ ฝ่ายนะครับ จำนวน ๑๔ เรื่อง

๑. เรื่องแผนปฏิรูประบบการประกันคุณภาพการศึกษา

๒. การปฏิรูปการประกันภัยการเกษตร

๓. เรื่องผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปด้านช่องทางการประสานงาน กับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ

๔. เรื่องแผนปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญา

๕. เรื่องการพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรณีการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. ....

๖. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองท้องถิ่น

๗. ระบบพรรคการเมือง

๘. เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภาครัฐ การจัดความสัมพันธ์ระหว่าง ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น การทบทวนการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลาง ที่ไปปฏิบัติงานอยู่ในภูมิภาค

๙. เรื่องการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ

๑๐. เรื่องข้อเสนอการปฏิรูปเพื่อส่งเสริมชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์เข้มแข็ง กรณีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล

๑๑. เรื่องการปฏิรูปประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยใช้ การประเมินเป็นตัวชี้วัด

๑๒. เรื่องการปฏิรูปแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น

๑๓. เรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬา หรือสปอร์ตอินดัสทรี (Sport Industry)

๑๔. เรื่องการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน และร่างพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. ....

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณาของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย สุดท้ายต้องเรียนว่าก่อนที่จะมีการประชุมพิจารณาวาระแผนปฏิรูปของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ในเช้าวันพุธ ในทุกวันจันทร์หรือวันอังคารคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่ผมทำหน้าที่เป็นประธาน เป็นกรรมการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ เราจะมี การประชุมทุกสัปดาห์หรือสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้กับ คณะกรรมาธิการที่จะไปชี้แจงแผนปฏิรูปที่เข้าวาระของวิป (Whip) ๓ ฝ่ายเป็นประจำ ทุกสัปดาห์ครับ ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการและผู้ชี้แจงที่ให้ความร่วมมือ แล้วก็ ในการชี้แจงของเราก็ทำได้ดี การตอบคำชี้แจงของเราทำให้แผนปฏิรูปของ สปท. นั้น ผ่านความเห็นชอบทุกแผนหรือว่าอย่างมากก็จะเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมนะครับ แล้วก็ส่งให้กับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็ใคร่ขอกราบเรียนว่าในเรื่องของกลไกโครงสร้างกระบวนการ ระบบการทำงาน ระบบการประสานงานตลอดจนความคืบหน้าของแผนปฏิรูปที่ส่งไปยัง วิป (Whip) ๓ ฝ่าย และกระบวนการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งวิป (Whip) ๓ ฝ่ายขึ้นมา และแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะ ตลอดจน คำสั่งการล่าสุดให้เพิ่มกระบวนการฟาสต์แทร็ก (Fast track) ให้มีมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) ทุกคณะ ทางท่านประธานวิป (Whip) ๓ ฝ่ายได้กำหนดที่จะให้มีการประชุม ระหว่างวิป (Whip) ๓ ฝ่ายกับมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) ของทุกกระทรวง ทบวง กรม พร้อมกันนั้นก็จะได้ถือโอกาสที่จะเชิญประธานกรรมาธิการของ สปท. ได้เข้าร่วมด้วย เพราะเราถือว่าเป็นการทำงานแบบทีมเวิร์ก (Teamwork)

ประการที่ ๒ ก็คือในการขับเคลื่อนการประสานงานของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ที่มีตัวแทน สปท. อยู่ในวิป (Whip) ๓ ฝ่ายและภายใต้การทำงานร่วมกับกรรมการ ประสานงาน สปท. ขณะนี้มีคณะกรรมาธิการหลายคณะได้เข้าไปประชุมร่วมโดยตรงกับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละคณะใน ๖ คณะดังกล่าวนั้นเข้าไปประชุมกับ ท่านรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงครับ ซึ่งตรงนี้ทำให้เกิดความใกล้ชิด เกิดการสร้าง ความเข้าใจในหลักคิดแนวทางของการปฏิรูปประเทศตามแผนปฏิรูปนะครับ ซึ่งก็เป็นไป อย่างดียิ่งในขณะนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการทุกคณะนะครับ แล้วก็ ขอบคุณท่านประธานที่ให้การสนับสนุนท่านรองประธาน ตลอดจนกรรมาธิการวิป (Whip) ๓ ฝ่ายที่ได้ทำงานกันอย่างเข้มแข็งทำให้การขับเคลื่อนแผนปฏิรูปของเราในช่วงต้นน้ำ กลางน้ำเป็นไปได้อย่างดียิ่ง ก็เหลือในเรื่องของการขับเคลื่อนปลายน้ำที่จะต้องช่วยกัน สร้างความเข้าใจ ทั้งในส่วนวิป (Whip) ๓ ฝ่ายเองก็ได้พยายามที่จะชี้แจงสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะท่านประธานซึ่งทำหน้าที่ทั้งเป็นประธานวิป (Whip) รัฐบาลด้วย เป็นรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

– ๑๑/๑ แล้วก็เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเร่งรัดการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบาย รัฐบาลที่เรียกว่า กขร. นะครับ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการที่จะไปเร่งรัดปลายน้ำหลังจากที่ ผ่านวิป (Whip) ๓ ฝ่ายแล้ว ผ่าน ๖ คณะแล้ว ในระหว่างนั้นทาง กขร. ก็จะทำหน้าที่ในซีก ของฝ่ายบริหารในการที่จะขับเคลื่อน และก็รวมถึงการใช้มาตรา ๔๔ ของท่านนายกรัฐมนตรี ในกรณีที่จำเป็นต่อการปฏิรูปประเทศ ทั้งในการออกเป็นคำสั่งทางปกครอง ทางการบริหาร และการออกเป็นกฎหมายครับ ทั้งหมดนั้นก็เป็นรายงานส่วนหนึ่งนะครับ เดี๋ยวสักครู่ก็จะมี ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่จะรายงานต่อไปในส่วนของรายงานแผนปฏิรูป ๖๕ เรื่องที่ได้ผ่าน ความเห็นชอบของทางวิป (Whip) ๓ ฝ่ายแล้วนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ