นิกร ถามความชัดเจนส่งต่อร่างกฎหมาย-ประเมินผล สปท. มีผลปฏิบัติแล้วกี่เรื่อง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๕ · ๕ กันยายน ๒๕๕๙

นิกร จำนง หารือความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งต่อร่างกฎหมายวัฒนธรรมทางการเมืองหลังการพิจารณาของอนุกรรมาธิการใกล้เสร็จสิ้น พร้อมสอบถามถึงผลการดำเนินงานข้อเสนอแนะที่ผ่านมาว่ามีกี่เรื่องที่นำไปสู่นโยบายที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อประเมินบทบาทของ สปท. อย่างเป็นรูปธรรม และเสนอความเห็นในนามกรรมาธิการเพื่อป้องกันความสับสนทางการเมือง รวมถึงทบทวนร่างกฎหมายลูกที่ขัดรัฐธรรมนูญและเสนอให้ กกต. ทำหน้าที่การเลือกตั้งแทนกระทรวงมหาดไทยตามมติเดิม

นายนิกร จำนง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๗๙ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่จริงแล้ว อยากจะเรียนว่า ผมเสนอไปว่าจะสอบถามท่านประธานเสียก่อนก็ได้ว่าเรื่องการเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นรายงาน ๓ ฝ่าย ทางด้านการเมือง ๒ เรื่อง เรื่องแรกการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เรื่องที่ ๒ การเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองระบอบประชาธิปไตยอยู่ระหว่างการนำกราบเรียน แล้วก็จะส่งมอบให้ท่านวิษณุ กับท่านประจินทราบต่อไป เรื่องนี้ผมมาเกี่ยวเนื่องตรงที่ว่าได้มีการประชุม ๓ ฝ่าย แล้วก็ ที่ประชุม ๓ ฝ่ายเห็นด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องการปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมือง ต่อจากนั้น ก็มีการประชุม ๒ ฝ่าย แล้วก็มีการเห็นชอบด้วยกับเรื่องที่กรรมาธิการการเมืองเสนอ เรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง ในนั้นมีการยกร่างกฎหมายเพื่อจะมีการปรับให้เป็นหน่วยงาน ที่มาดูแลเรื่องนี้ ท่านรองประธานสุรชัย ประธานกรรมการ ๒ ฝ่ายก็ได้มีคำสั่งแต่งตั้งนะครับ ๒ สภาร่วมกันข้างละ ๕ ท่าน ก็คือ สนช. แล้วก็ สปท. แล้วผมอยู่ในนั้นด้วย แล้วก็มอบหมาย ให้ผมเป็นประธาน ขณะนี้เราได้มีการพิจารณากฎหมายตามที่ได้รับความเห็นชอบตามนั้นไป วันพฤหัสที่จะถึงนี้จะเป็นวันสุดท้ายเพราะว่าได้เวลามา ๖๐ วันก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่มาก แล้วก็ล้อไปตามรัฐธรรมนูญที่มีการเขียนขึ้นด้วย ทั้งมติด้วยนะครับ ขณะนี้กำลังจะเสร็จ ผมก็เลยอยากจะสอบถาม ผมก็ยังงงอยู่ว่าพอเสร็จแล้ว หมายความว่าขณะนี้มีประชุม ๓ ฝ่าย ๓ ฝ่ายเห็นชอบแล้วก็มอบลงไปว่าให้ไปดำเนินการ ๒ ฝ่ายก็ไปตั้ง ๒ ฝ่ายก็คือ สปท. เพราะเป็นกฎหมาย กับ สนช. ไปตั้งอนุกรรมาธิการเฉพาะกิจขึ้นมาคณะหนึ่ง ผมเป็นประธาน แล้วก็มีการพิจารณาเรื่องกฎหมายยกร่างขึ้นมา ขณะนี้จะสอบถามว่า พอเสร็จแล้วผมจะเสนอไปไหนเพราะกำลังจะเสร็จ ก็คือเสนอกลับไปที่ท่านสุรชัย และจากท่านสุรชัยจะไปไหน แล้วต่อจากที่ไปไหนแล้วอาจจะกลับมา ๓ ฝ่ายหรือเปล่าไม่ทราบ แล้วก็จะไปไหนต่อ นั่นเป็นประเด็นที่ผมจะสอบถามเพื่อความชัดเจน เพราะว่า ในวันพฤหัสบดีนี้ผมจะต้องชี้แจงในฐานะประธานต่อกรรมาธิการทั้งหมดนะครับว่าต่อจากนี้ งานของเราเสร็จแล้วจะไปไหน

ประเด็นต่อไปอยากจะสอบถามท่านประธาน ที่ท่านประธานได้มาชี้แจง ก็ขอบพระคุณมากนะครับ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้เดิมเราก็ทำกันไม่ชัดเจน แบบนี้ทำให้ กรรมาธิการแต่ละชุดจะได้รู้ว่าโรดแมป (Road map) ของเราเองไปอย่างไร แล้วผมจะถาม ต่อไปเลยว่าสำหรับผมเป็นพวกปฏิบัตินิยม ผมจะถามว่าขณะนี้เท่าที่ทราบก็คือมีกี่เรื่อง แล้วไปกี่เรื่อง ผมจะถามว่าทั้งหมดนี้ที่เสนอไปโดย สปท. เรานะครับ ไม่ใช่โดย สปช. สปท. นะครับ ขณะนี้ผ่านไปแล้วที่เห็นผลในเชิงปฏิบัติจริง ๆ เช่นมีการไปดำเนินการแล้วจริง ๆ มีการกำหนดงบประมาณไปแล้วให้ดำเนินการตามที่เราเสนอไปโดยกรรมาธิการชุดใดชุดหนึ่ง มีกี่เรื่อง เพราะขณะนี้ที่เราทบทวนมาอยู่ที่ ๖๕ เรื่องและกำลังเสนอตามเข้าไปตรงนี้ ผมยังไม่นับ สิ่งที่ผมจะนับต่อเมื่อมันปรากฏขึ้นมาแล้วเป็นนโยบายและมีการปฏิบัติแล้ว มีกี่เรื่อง นี่เป็นคำถามที่อยากจะขอความชัดเจน เพราะขณะนี้มันไม่สุดทาง ถ้าเราได้ สักกี่เรื่องเราจะได้ไปคุยต่อไปที่เขาถามว่า สปท. ผลงานที่เรามี ไม่ใช่ผลงานในสภาหรือ อยู่รอยเชื่อมระหว่างแม่น้ำ ๕ สายที่ออกไปสู่ข้างนอกแล้วออกทะเลไปหาประชาชนแล้ว หมายถึงออกไปสู่ลำน้ำไปหาประชาชนแล้วมีกี่เรื่อง เรื่องอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง ก็ตรงนี้ จะเป็นตัววัดว่าอย่างที่ผมเคยเสนอแล้วว่ามันไม่สำคัญว่าเราทำอะไรบ้าง มันสำคัญว่าอะไร สัมฤทธิผลบ้าง นี่เป็นคำถามที่ ๒ นะครับ

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นเรื่องการเมืองเมื่อกี้ที่ผมแถลงไปด้วย เป็นเรื่องที่พาดพิงด้วย ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าที่จริงแล้วเรื่องนี้จะมาคุยกันในนี้ก็ได้ ที่จริงผมก็เตือนหลายครั้งแล้วว่ากรรมาธิการของเรามีหลายคน มีการเมืองอยู่ในนั้น ผมก็เป็นตัวแทนจากพรรคการเมืองมา และเราคุยกันตกลงแล้วว่าถ้าเราจะเสนอความเห็น ถ้าแถลงไปในนามกรรมาธิการก็แถลงในนามกรรมาธิการ ขอความกรุณาอย่าไปแถลงในนาม สมาชิก เพราะผมนี่ระมัดระวังมากผมจะไม่เสนอในนามสมาชิก ถ้าเสนอผมบอกนี่เป็น ความเห็นส่วนตัว เพราะอย่างนั้นมันจะลากกรรมาธิการเข้าไปทั้งชุด แล้วนอกจากนั้น เวลาสื่อเขาลงดึง สปท. ไปทั้งชุด เวลาเขาว่ามามันโดนหมด มันโดนทั้งกรรมาธิการด้วย โดนทั้ง สปท. ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็คุยกันหลายครั้งแล้วนะครับ แต่ว่าก็อย่างที่ว่านี่ละก็คือว่าสื่อเอง โทษสื่อสักหน่อยก็ได้นะครับ เวลาจะพูดก็จะไม่บอกว่าใครเป็นใคร จะบอกว่าพาดหัว เพราะมันจะได้แรง แต่เราก็ทราบกันอยู่ว่าก็เป็นแบบนี้มาชั่วนาตาปีตลอดปีตลอดชาติ ทางการเมือง ถ้าไปพูดนี่ ถ้าไม่ชัดจริง ๆ ไม่ย้ำจริง ๆ ก็จะออกเป็นภาพรวมเสมอ ประเด็นเรื่องที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ผมอยากจะเรียนว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ผ่านสภานี้ไปแล้ว ก่อนที่รัฐธรรมนูญจะผ่าน คือเราเสนอขึ้นมา ๖ เรื่อง ๖ แผนปฏิรูป แล้วเสนอไปในนั้น มีรายละเอียดหลายอย่าง เรื่อง คสช. บ้าง เรื่องกระทรวงมหาดไทยบ้าง รวมทั้งเรื่องว่า เราเสนออย่างนี้เสียด้วยซ้ำว่าปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) ไม่เอา เขตเป็น ๓ คน เสนอไปครบแล้ว ที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบกับสิ่งนั้น แล้วก็เรื่องนี้เราก็เสนอต่อเนื่องไปยัง กรธ. ถ้าจำได้ ท่านประธานเสรีก็ไปยื่นผมไปด้วย เสนอไปเรื่องเหล่านี้ผ่านสภานี้แล้วจริง ๆ ไม่ใช่ไม่ผ่าน เป็นมติแล้ว แต่เป็นมติที่เสนอไป เป็น กรธ. ให้เขียนรัฐธรรมนูญออกมา เราเสนอเป็นความเห็นของเรา ท่านก็เขียนมาบ้าง ไม่เขียนมาบ้าง ที่เราภูมิใจกันมากก็คือว่ามาตรา ๒๕๘ ข้อ ก (๑) นี่ได้มาเยอะ เราภูมิใจกันมาก แต่หลายข้อ เช่น ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) ท่านกำหนดไว้ เราเสนอไปด้วยตอนนั้นว่า ให้กระทรวงมหาดไทยหรือว่าหน่วยงานอื่นมาดูแลการเลือกตั้งแทน กกต. จังหวัด ผมยังจำได้ กกต. จังหวัดไม่ให้มี เราเสนอไปแล้ว แต่ปรากฏว่าทาง กรธ. ไม่ได้เขียนอย่างนั้น ท่านก็เขียน มาว่าให้เป็น กกต. เหมือนเดิม แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น ขณะนี้เรื่องก็รัน (Run) ตาม ดังนั้นพอมาถึงตรงนี้รวมทั้งเรื่อง คสช. ที่คุยกันว่าให้ คสช. มาดูแลมาอะไรพวกนี้เราเสนอกันไป ก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับร่างจะออก ขั้นตอนต่อจากนั้นพอรัฐธรรมนูญฉบับร่างออกก็จะให้มี การเขียนกฎหมายลูกครับ ผมเองได้เสนอว่าเราคงยกร่างไม่ได้ตามที่เราเสนอ เพราะในนั้น ถ้าท่านไปดูนี่เราเสนอไปในที่ผ่านสภาแห่งนี้ว่าเราจะยกร่างกฎหมายลูกทุกฉบับ แต่เราทำ ไม่ทัน แล้วเวลามันสั้นมาก เราก็เลยคุยกันในกรรมาธิการว่าเสนอเป็นประเด็น แล้วประเด็น ตรงนี้มีการยกร่างขึ้นมานะครับ ในทั้ง ๔ ร่าง ทำเป็นประเด็นขึ้นมาแล้วจะเสนอแล้วมี รายละเอียดมา ผมก็ได้คุยในที่ประชุมกรรมาธิการว่าทำทุกอย่าง ยกเว้นเราเสนอไปถ้ายัง ไม่มี ผมก็ได้มีโอกาสเห็นบ้างแล้ว บางอย่างที่เราเสนอไป ไม่มี บางอย่างขัดรัฐธรรมนูญ เช่นยกตัวอย่างว่า ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) ที่ว่าไม่ต้องมีนี่ตรงนี้เราไม่ต้องเสนอไปแล้ว หรือกระทรวงมหาดไทยนี่ซึ่งมันเปลี่ยนไปว่าเขาชี้มาที่ กกต. แล้ว ดังนั้นส่วนนี้ในเมื่อไม่ต้อง เสนอไป เราจะทบทวนสรุปกันในวันพรุ่งนี้ รายงานทำมาแล้ว ส่วนที่พูดถึงนี่นะครับ เขียนไว้ชัดเจนว่าอยู่ในข้อใด ๆ เช่นบอกว่าให้มีการประชาสัมพันธ์ ข้อนี้ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งจัด ที่เขียนไว้ยังไม่แอปพรูฟ (Approve) นี่นะครับ ที่จะสรุปวันพรุ่งนี้ เขียนว่า ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดหรือดำเนินการ ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นและการออกเสียงประชามติ บอกให้ กกต. นี่ร่างนะครับ มอบให้ กระทรวงมหาดไทยเป็นคนทำ ซึ่งเรื่องนี้วันพรุ่งนี้ผมจะชี้ว่าทำไม่ได้ ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญบอกว่าให้ กกต. ทำ นี่เป็นเรื่องเดิมที่ค้างอยู่ จริง ๆ ในข้อนี้นี่นะครับ เขียนไว้ในข้อ ๗ ในร่างที่จะคุยวันพรุ่งนี้ว่าหลักเกณฑ์ประการอื่นให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ปี ๒๕๕๐ ที่ไม่ขัดหรือแย้งกับร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ฉบับผ่านประชามติ หมายความว่าอะไรก็ได้ แต่ที่มันขัดต้องถอดออกหมด นี่เป็นหลักการนะครับ ร่างตรงนั้นแผนอันนั้นผ่านสภาไปก่อน แล้วชัดเจนนะครับ สุดท้ายเรื่อง คสช. คสช. มีระบุในแผนนี้เหมือนกันนะครับ ในร่างแผนนี้ นะครับว่าในการดำเนินการก็มีการพูดว่าเพื่อให้รักษาความสงบตามความเห็นของเรา แล้วก็บอกอย่างนี้ว่าให้ คสช. นี่นะครับ ในฐานะผู้ทำรัฐประหารจะต้องมีบทบาทสำคัญ ดังต่อไปนี้ ๑. ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ในการควบคุมและ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม นี่เป็นเรื่องที่เป็นความเห็นเดิม แต่ประเด็นที่ผมจะเสนอในที่ประชุมวันพรุ่งนี้นี่ผมจะเสนอว่าเรื่องนี้เขาชี้ไปที่ กกต. แล้ว คสช. เองตามมาตราที่มีการกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญ ประธานขอเวลานิดเดียวเรื่องนี้ จะมีนัยสำคัญ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มีประชามติไปแล้วบอกว่าให้ คสช. คงอยู่และ มีอำนาจเดิมจนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ในมาตรานี้คือดูแลเรื่องความมั่นคง ซึ่งถ้ามีปัญหาเรื่องการเลือกตั้งเขาก็เข้ามาดูแลได้ ถ้ามีปัญหากระทบกระเทือนเรื่อง ความมั่นคงเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่การมาชี้แบบนี้นี่เท่ากับว่านำไปสู่ว่าเหมือน คสช. นี่ลงมา กำกับดูแลการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ ผมจะแย้งแบบนี้ แสดงว่าทั้งหลาย ทั้งปวงท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องเหล่านี้จริง ๆ แล้วก็ไม่ควรจะมาพูดกันในนี้ ควรจะพูด ในกรรมาธิการ แต่ในเมื่อมีการเสนอออกไปแล้วภาพเป็นแบบนี้แล้วก็ต้องชี้กันตรงนี้แหละ คือเหมือนที่ว่าแล้วว่าบางเรื่องพอออกไปมันไม่สะเด็ดน้ำ ยังไม่จบ แล้วพอเราชี้เราก็เลยโดน แบบนี้เพราะเขาถล่มมามันโดนทั้งหมด ผมน้อยใจอยู่เหมือนกันเพราะว่าบางทีบางเรื่อง เสนอไปผมนี่เป็นนักการเมือง ผมรู้เรื่องหลายเรื่อง แล้วเหมือนเราเป็นหัวหลักหัวตออยู่ นะครับ เรื่องบางเรื่องนี่เราเสนอความเห็นแล้วโหวตกัน เหมือนเรื่องปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) นี่โหวตกัน ผมได้ ๑๓ ผมจำได้ว่าได้ ๑๑ ต่อ ๑๓ แพ้กัน ๒ เสียง ผมก็เลยถอยมาเสีย ว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องเอาตามว่าเป็น ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) ไม่ต้องมีก็ได้ ส่งเข้าไป แต่สุดท้ายก็ไม่ปรากฏ แล้วก็เงียบในฐานะว่ามันเป็นประชาธิปไตยในกรรมาธิการ แต่พอท่านประธานออกไปพูดมันก็เลยกลายเป็นกรรมาธิการพูดทั้งหมดไป กลายเป็น สปท. ทั้งหมดไป แบบนี้ต้องกราบขอความกรุณาว่าเราก็อยู่สภากันมาพอสมควรมันก็เลย มีเรื่องแบบนี้ ก็ลองคุยกันเสียให้เข้าใจ กราบเรียนด้วยความเคารพ มีคำถาม ๒ คำถามครับ กราบขอบพระคุณครับ