ชูศักดิ์ แจงกลไกประสาน 3 ฝ่าย เร่งดันร่างกฎหมายผ่านวิป

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๕ · ๕ กันยายน ๒๕๕๙

ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ชี้แนะแนวทางการประสานงานระหว่างหน่วยงานในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ย้ำความสำคัญของการร่วมมือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันความล่าช้า และเสนอให้ตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการปฏิรูปในแต่ละกระทรวง (มิสเตอร์รีฟอร์ม) เพื่อรายงานความคืบหน้าทุก 15 วัน รวมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแต่ละชุดดำเนินงานเชิงรุกและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์

กราบเรียนประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๔๓ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการ ประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์เป็นประธาน ในการดำเนินงานของ คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย หรือเรียกย่อ ๆ ว่า วิป (Whip) ๓ ฝ่าย เป็นการ ดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ขั้นตอนต่าง ๆ เป็นไปตามมติ ครม. เรื่องที่ผ่านไปจาก สปท. เข้าคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย ก็จะเชิญผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อพิจารณาต่าง ๆ จากข้อสังเกต ของผมถ้าคณะกรรมาธิการคณะใดได้ทำงานร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องโดยตลอด ในการ พิจารณาของ ๓ ฝ่ายก็จะเป็นไปโดยราบรื่นไม่ติดขัด แต่ถ้าคณะกรรมาธิการคณะใด เรื่องใด ไม่ได้พิจารณาร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็จะมีการไปโต้แย้งอยู่ในคณะวิป (Whip) ๓ ฝ่ายทำให้เกิดความล่าช้า แล้วก็ต้องกลับไปกลับมา หรือบางครั้งก็ต้องขอความเห็น เพิ่มเติม เพราะฉะนั้นจากนี้ไปแต่ละคณะก็ควรจะได้ประสานงานร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ให้เรียบร้อยเสียก่อน หลังจากนั้นคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่ายก็จะมี คณะกรรมการกลางตามที่ท่านอลงกรณ์ได้ชี้แจง คณะกรรมการกลางส่วนใหญ่ก็จะมีสมาชิก สปท. สมาชิก สนช. มีสภาพัฒน์ มี สมช. มีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ คณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะเป็นกรรมการหลัก พวกนี้จะให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ปัจจุบันทางวิป (Whip) ๓ ฝ่ายได้เพิ่มเติมให้ สนช. เสนอข้อคิดเห็นในเรื่องนั้น ๆ ไปประกอบการพิจารณาด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องใดถ้าท่านทำ ตรงกับ สนช. แล้วเขาจะเสนอความคิดเห็นไปด้วยนะครับ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วทางวิป (Whip) ๓ ฝ่ายก็จะรวบรวมข้อเสนอของ สปท. พร้อมด้วยข้อคิดเห็นของกรรมการและ กรรมการกลาง ไม่ว่าจะเป็นข้อเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็จะรวบรวมทั้งหมดนำเรียน ท่านนายกรัฐมนตรี ให้นายกรัฐมนตรีท่านได้ให้ความเห็นชอบ ความจริงท่านนายกรัฐมนตรี ได้ทราบเรื่องการประชุมของ สปท. นี่อยู่แล้วนะครับ เพราะในการประชุมแต่ละวัน ๆ จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาสรุปนำเรียนนายกรัฐมนตรีทราบ ในแต่ละวัน ๆ อยู่แล้ว ท่านจะทราบคร่าว ๆ แล้วนะครับ เมื่อได้มีการรายงานจากวิป (Whip) ๓ ฝ่ายขึ้นไป ท่านก็จะรู้ในรายละเอียด ก็จะสามารถให้ข้อคิดเห็นได้ เมื่อผ่านจาก นายกรัฐมนตรีแล้วก็จะส่งไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศของรัฐบาล ๖ ฝ่าย ทีนี้อย่าลืมว่าในแต่ละคณะของท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็จะมีคณะทำงานในตัวของท่านอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ ก็ต้องไปให้คณะทำงาน ของท่านพิจารณาเหมือนกัน ท่านต้องไปศึกษาแล้วก็มีการประชุม เรื่องต่าง ๆ ก็จะไปตามนั้น บางเรื่องถ้าเรื่องเร่งด่วนก็จะส่งขับเคลื่อน แต่ถ้าไม่เร่งด่วนก็จะต้องมีการพิจารณากลั่นกรอง เสียก่อน นี่คือกระบวนการทำงาน แล้วมติ ครม. สุดท้ายเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน ได้เพิ่มเติมว่า เรื่องที่ผ่านวิป (Whip) ๓ ฝ่ายแล้วจะต้องส่งไปที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องจะต้องตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมารับผิดชอบงานปฏิรูปนะครับ แล้วต้องรายงาน ท่านนายกรัฐมนตรีทุก ๑๕ วัน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมรายชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น ซึ่งเราเรียกย่อ ๆ ว่า มิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) เมื่อได้มิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) ครบทุกกระทรวงแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์ก็จะเรียกประชุมชี้แจง การดำเนินงาน โดยที่เราหวังว่าต่อไปคณะกรรมาธิการแต่ละคณะจะประสานงานกับ กระทรวงก็ผ่านมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) คนนี้ไปนะครับ ไปถามว่าเรื่องถึงไหนแล้ว เดินเรื่องหรือยัง ทำถึงไหนแล้ว ต่อไปก็ติดต่อมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mister Reform) อันนี้ก็คง อีกขั้นตอนหนึ่งนะครับ ก็จะต้องรอให้มีการรวบรวม มีการชี้แจง ผมเองก็ได้ชี้แจงในที่ประชุม วิป (Whip) ๓ ฝ่ายไปว่า คณะกรรมาธิการแต่ละคณะของเราก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่ละคณะเรา ก็ไปติดต่อกับกระทรวง ไปดำเนินการขับเคลื่อน อย่างเช่น ของบริหารราชการแผ่นดิน ก็ไปติดต่อไปพบปะกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อมก็ไปประสานงานไปพบปะกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาได้ทำงานควบคู่กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว หลายคณะได้ไปติดต่อประสานงานเป็นการภายในอยู่แล้ว ผมได้ชี้แจง ในที่ประชุมไปนะครับ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในการประชุมของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ก็ได้มี การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง อย่างว่าเรื่องที่เราส่งไปบางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ หรือไม่สำคัญ มันสำคัญทั้งนั้นนะครับ แต่ว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการแก้กฎหมาย การร่างกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องพวกนี้วิป (Whip) ๓ ฝ่ายจะนำเข้าพิจารณาโดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด มาให้ข้อคิดเห็นนะครับ แต่ถ้าเรื่องใดเป็นเรื่องที่สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบบริหาร ราชการแผ่นดิน ไม่มีกฎหมายที่สำคัญ หรือไม่มีกฎหมาย ร่างกฎหมาย ไม่มีร่าง พ.ร.บ. อันนี้ต่อไปถ้าหากมีวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ก็จะเชิญหน่วยหลักมาพิจารณาเพียงหน่วยเดียว หน่วยที่เกี่ยวข้อง แล้วสามารถที่จะขับเคลื่อนโดยกระทรวงได้เลยนะครับ เพราะว่าไม่ต้องมี ร่าง พ.ร.บ. ไม่มีกฎหมาย สามารถใช้ระบบบริหารราชการปัจจุบันแก้ไขได้ เป็นเรื่องที่เราคง เห็นนะครับว่าบางเรื่องไม่น่าจะขึ้นไปถึงระดับบน ระดับกระทรวงก็สามารถแก้ไขได้ อันนี้คือ การดำเนินงานของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ก็หวังว่าในช่วงต่อไปเราคงจะต้องช่วยกันอีกครั้งหนึ่ง รีบเร่งที่จะต้องทำส่วนที่เหลือให้เสร็จสมบูรณ์นะครับ จากการพิจารณาของคณะกรรมการ ของท่านรองนายกรัฐมนตรีก็มีความจำเป็นว่าทำไมต้องไปพิจารณานะครับ ผมยกตัวอย่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อผ่านวิป (Whip) ๓ ฝ่ายแล้ว วิป (Whip) ๓ ฝ่าย เสนอนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีสั่งการให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เป็นผู้พิจารณา เราก็เอา พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติมาพิจารณา โดยเอาของ สปท. เป็นตัวตั้ง แล้วตัวไหนที่ไม่เข้ากับรัฐบาลเราก็ปรับแก้นะครับ นี่คือการทำงาน คือต้องมีคณะทำงานของ รัฐบาลดูอยู่ด้วยนะครับ ผมขอชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ