ธวัชชัย สมุทรสาคร หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ และเรียกร้องให้ทางรัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
เรียนท่านประธานและสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่านนะครับ กระผม พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลำดับที่ ๗๓ ได้รับมอบหมายให้มาเรียนชี้แจงท่านสมาชิก เรื่องรายงานของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อจะรอบรรจุประชุมพิจารณา คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่ายนะครับ คือรายละเอียดจริง ๆ แล้วผมอยากจะเรียน ข้อเท็จจริงว่าในส่วนของ ๓๗ วาระ ๑๑ ด้านที่พวกเราได้ทำเป็นรายละเอียดขึ้นไปนั้น เมื่อทุกคนก็มีความรู้ความสามารถแต่ละด้านที่เข้ามาก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ แต่ว่า ในส่วนที่เมื่อเข้าไปพิจารณาคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย แล้วก็จะเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาหารือแล้วก็มาชี้แจงว่ามีปัญหาข้อขัดข้องหรือผิดระเบียบ กฎ ข้อบังคับ ในส่วนของกระทรวงนั้นอย่างไรบ้างนะครับ อันนี้ผมก็เลยอยากจะเสนอแนะในส่วนรวม เพราะว่าบางครั้งก็ไม่สามารถผ่านไปได้ก็ต้องกลับไปพิจารณาใหม่ แล้วก็ทำให้เกิดความล่าช้า เพราะบางสิ่งบางอย่างเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติจริง ๆ เพราะว่าพี่ ๆ ทุกคน ที่อยู่ในที่นี้ก็เป็นผู้ที่มีประสบการณ์อย่างสูงในการทำงานในแต่ละด้านนะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์แต่ว่าปัญหาข้อขัดข้องบางทีไปขัดกับกฎ ระเบียบ ของกระทรวง ผมเคยเสนอว่าจริง ๆ แล้วด้านไหนที่เกี่ยวกับกระทรวงใดทางสภาเราควรต้องขอรัฐบาลให้ รองปลัดกระทรวงเป็นอย่างน้อยต้องมาประชุมชี้แจง แล้วก็หารือกับเราเลยตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ สปท. ไปนะครับ ในการประชุมอนุต่าง ๆ เพื่อจะให้แก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมด เพราะว่า รองปลัดกระทรวงทุกกระทรวงต้องรู้ว่าอันไหนที่ผิดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เพราะว่า ในอนาคตเขาต้องเป็นปลัดกระทรวงต่อไปในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นมันจะเกิดความล่าช้า ในส่วนนี้ นี่เป็นส่วนข้อเสนอแนะของผมนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนที่ยกตัวอย่างในเรื่อง ปัญหาแรงงานที่เคยผ่านไปแล้วไม่ผ่าน พอดีวันนั้นผมไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นกลับมาเสียเวลาอีก ๒ เดือน ในเรื่องแรงงานข้ามชาติ เพราะว่ามันเป็นปัญหา เรื่องความมั่นคงของเราเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนนี้ผมได้เรียนเสนอตั้งแต่เป็น สปช. มาว่าอันนี้ เป็นภัยคุกคามอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่ทำไว้ตั้งแต่ต้นเพื่อความรัดกุมว่าใครทำอะไร อยู่ที่ไหน เมื่อไร และอยู่บ้านใคร แล้วมาอย่างไรอะไรต่าง ๆ มันจะต้องได้ แต่ทีนี้เมื่อผ่านวาระ ๒ ไปก็ผ่าน เพราะฉะนั้นก็จะเสียเวลาอีก ๒ เดือน แล้วเมื่อผ่านไปแล้วก็ต้องไปผ่าน คณะกรรมการของท่านรองนายกทั้ง ๖ ด้านรับผิดชอบแต่ละด้านไป แล้วถึงจะไปเข้ามติ คณะรัฐมนตรีอีกทีหนึ่งเพื่อจะออกเป็นกฎกระทรวงหรือออกเป็นกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นในสิ่งต่าง ๆ ภาพรวมในส่วนของผม ๑๔ ด้าน ที่จะเตรียมเข้าในส่วนนี้ ก็ไม่อยากจะพูดซ้ำ เพราะท่านประธานอลงกรณ์ได้เรียนชี้แจงไปทั้ง ๑๔ ด้านแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ จริง ๆ อันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ ถึงแม้ว่า บางคนอาจจะพูดว่าปัจจุบันเราฐานะไม่ปกติอะไรก็แล้วแต่ จริง ๆ แล้วไม่มีระบอบไหน ที่ปกครองได้ดีที่สุดนะครับ จะอยู่ที่ลักษณะวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าเรายังไม่มีระเบียบวินัย เรายังไม่มีความเอื้ออาทรต่อกัน เห็นแต่ประโยชน์ ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมืองแล้ว เราก็ต้องใช้ระบบแบบนี้ที่จะทำให้ ประเทศชาติเจริญสูงสุด เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว คนมีวินัยแล้ว แล้วมันก็คงจะเป็นไปได้ว่า เราจะทำเรื่องที่ดีที่สุด จะเป็นระบบไหนก็แล้วแต่ในโลกที่เขาตั้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นปัญหา ต่าง ๆ ที่อยากจะเรียนให้ทราบทั้ง ๑๔ ด้านก็คงไม่ต้องพูดซ้ำนะครับ เพราะฉะนั้นทางที่เป็น ประโยชน์สูงสุดก็คือ ผมคิดว่าเที่ยวที่ผ่านไปน่าจะได้เป็นกฎหมายประมาณสักไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเวลาเราก็เหลือน้อยลงแล้ว แล้วทางรัฐบาลก็มีภาระหน้าที่ ทางด้านอื่นเยอะ แล้วก็จริง ๆ แล้วเขาให้ความสนใจในข้อเสนอของพวกเราที่ทำเสนอขึ้นไป โดยเฉพาะบางทีไม่ว่าจะเป็นทางด้านสื่อมวลชนหรืออะไรก็แล้วแต่ นี่อาจจะพูดนอกเรื่องไป นิดหนึ่ง ผมเห็นว่าในโอกาสขึ้นมาพูดแล้วจะได้ให้พี่ ๆ ได้เข้าใจว่าที่เราทำไปไม่เสียเปล่านะครับ ในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะพยายามศึกษา แล้วก็เพื่อเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่ได้เสนอ ขึ้นมา แล้วก็ต้องรีบดำเนินการเพราะว่าปัจจุบันพวกเราก็อยากจะให้มีการประชุม ทุกวันจันทร์ วันอังคารนะครับ แต่ว่าบางครั้งมันไม่มีเรื่องที่เข้ามา เพราะฉะนั้นอยากจะให้ ทางพี่ ๆ ทั้ง ๑๑ ด้านในส่วนที่ตัวเองเหลือมาเท่าไรก็รีบเร่งรัดขึ้นมาเพื่อจะได้ทำงานให้เต็ม เวลานะครับ แล้วเราก็สามารถจะขับเคลื่อนไปถึงรัฐบาลให้ได้มากที่สุด ก็คงเป็นเรื่องชี้แจง เพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ