กษิต เสนอปฏิรูปบริหารจัดการภัยพิบัติ แยกหน่วยงาน-ตั้งศูนย์บัญชาการกลาง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๔ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ หารือการปฏิรูประบบบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเสนอให้แยกหน่วยงานสาธารณภัยออกจากกระทรวงมหาดไทยมาอยู่ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี พร้อมผลักดันให้มีศูนย์บัญชาการกลางที่บูรณาการการสื่อสาร เทคโนโลยี และการสั่งการได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ส่วนกลางถึงท้องถิ่น รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและเอกชนในการเตรียมความพร้อมและฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ พร้อมเสนอการวางทุ่นเตือนภัยในทะเลอันดามันและอ่าวไทย การทบทวนบทเรียนจากเหตุสึนามิ และการฟื้นฟูแนวคิดให้อู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการฉุกเฉินและฝึกอบรมระดับโลก เพื่อเสริมความร่วมมือในภูมิภาคและสร้างระบบบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. เบอร์ ๗ ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันก็เหมือนกับเหรียญสองด้าน คือเรื่องของระบบ การสื่อสาร เรื่องความถี่ มันเป็นเรื่องเทคนิค เป็นเรื่องของอุปกรณ์ มันก็ด้านเดียว กระผม ก็จะพูดคล้าย ๆ กับที่ท่านนิกรเพิ่งได้พูดไปว่ามันต้องดูอีกด้านหนึ่งว่าแล้วใครบริหารจัดการ แล้วก็ในเอกสารมีการใช้คำภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคอมมานด์เซ็นเตอร์ (Command Center) คือจะปรับปรุงระบบอย่างไรก็แล้วแต่ทางด้านการสื่อสาร คือทางด้านเทคนิคและเทคโนโลยีนั้น ไม่เป็นการเพียงพอ ต้องรู้ไปด้วยว่าแล้วใครจะมาเป็นผู้บริหารจัดการสั่งการจากส่วนกลาง ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ในกรอบ ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนคงจะไม่เป็นการ เพียงพอครับ ผมอยากจะเสนอให้มีการร่วมพิจารณาเรื่องนี้กับทางคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินและกรรมาธิการ ด้านการปกครองท้องถิ่น แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเรื่องของสังคมด้วย เพราะมันเป็นเรื่องของการบูรณะฟื้นฟูภายหลังภัยพิบัติต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วผมก็อยากจะเล่า ประสบการณ์สักนิดหนึ่งในช่วงที่รับราชการอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี ๒๕๔๗ ที่เกิดกรณีของ สึนามิ ผมได้ไปพบกับอดีตผู้ว่าราชการของมลรัฐฟลอริดา คุณเจบ บุช ซึ่งตอนนั้นก็เป็น น้องชายประธานาธิบดีอยู่ แล้วก็ได้ประชุมปรึกษาหารือว่ามลรัฐฟลอริดาเขาป้องกันภัยพิบัติ แล้วก็ฟื้นฟูสภาพชุมชนสิ่งแวดล้อมหลังจากภัยพิบัติอย่างไร ผมได้เข้าไปดูที่เขาเรียกว่า คอมมานด์เซ็นเตอร์ (Command Center) แล้วมันก็มีจอใหญ่ประมาณใหญ่เท่ากับกำแพง ข้างหลังของท่านประธาน แล้วมันก็มีการเชื่อมโยงกับระบบแซทเทิลไลต์ (Satellite) ดาวเทียมเพื่อจะดูความเคลื่อนไหวของดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะจากทางฝั่งมหาสมุทร แอตแลนติกเข้ามาที่มลรัฐฟลอริดาเขาเห็นหมดเลยว่าคลื่นลมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เขาก็ สามารถที่จะเตือนประชาชนล่วงหน้าด้วยระบบสื่อสารมีจอกว้างแล้วก็สั่งการได้ แล้วก็ติดต่อ ได้จากที่ทำการของผู้ว่ามลรัฐฟลอริดาไปจนถึงหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งตลอดแนวทะเลของ มลรัฐฟลอริดา ระบบการสื่อสาร ระบบการติดต่อชัด เขาลงไปจนถึงระดับเคาน์ตี (County) ว่าจะต้องเป็นด่านแรกที่จะต้องป้องกันภัย แล้วก็จะต้องรองรับด้วยระบบตรงตัวเมืองมาตรง เทศบาล แล้วถ้าเผื่อ ๒ ระดับแรกรับไม่ไหวนั้นมันก็จะมาที่ตรงผู้ว่ามลรัฐ ไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้อง ไปที่องค์กรฟีมา (FEMA) เฟเดอรัล อีเมอร์เจนซี แมเนจเมนต์ เอเจนซี (Federal Emergency Management Agency) เป็นหน่วยงานกลางของสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นตรงต่อตัว ประธานาธิบดี ผมก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกันท่านนิกรกับข้อเสนอดั้งเดิมว่ามันต้องแยก สำนักงานสาธารณภัยอันนี้ออกมาจากกระทรวงมหาดไทยให้เป็นหน่วยงานกลางขึ้นกับ นายกรัฐมนตรีเป็นสำคัญ เพราะมันต้องสั่งจากส่วนกลางครับ ในเรื่องที่มันเกี่ยวกับ ความฉุกเฉินเกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์ที่ต้องได้รับการป้องกันหรือว่าในการที่จะแก้ไขดูแล อย่างทันท่วงที แล้วมันต้องมีการบูรณาการ มันต้องมีคอมมานด์เซ็นเตอร์ (Command Center) อย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้วก็สั่งการได้ทันที แล้วจะเป็นกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ เฮลิคอปเตอร์ของใคร ศูนย์นี้มันต้องสั่งให้ปฏิบัติการได้ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นการที่จะมาปรับปรุงด้วยระบบอย่างเดียวคงไม่เป็นการเพียงพอทางด้านสื่อสาร ต้องเป็นคู่แฝดครับ มาดูระบบบริหารจัดการแล้วก็ปฏิรูประบบการบริหารจัดการด้วย ผมไม่ได้ไปดูงานแค่ที่มลรัฐฟลอริดาไปดูงานที่นครชิคาโกด้วยนะครับ แล้วก็เห็นเลยว่า เขาสามารถที่จะซูม (Zoom) ได้จากทุกถนนทุกอณูของถนนในชิคาโกจากดาวเทียมเพื่อจะดู โจรผู้ร้ายหรือจะภัยพิบัติอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วผมเองก็ไปดูงานที่โรงงานเข้าใจว่าตอนนั้น ที่รัฐคอนเนตทิคัตที่เขาทำเครื่องมือเครื่องใช้ที่จะโยงใยดาวเทียมกับศูนย์บัญชาการของนครชิคาโก หรือว่าของมลรัฐฟลอริดา อันนี้เป็นสิ่งที่เราคงจะต้องพิจารณาในภาพรวมนะครับ ไม่อยากจะให้เน้นในเรื่องของเครื่องมือเครื่องใช้แล้วก็ไม่รู้ว่าใครสั่ง ใครบริหาร มันต้องมี จุดเดียวที่จะสั่งได้ทุกหน่วยราชการ ของทุกหน่วยราชการส่วนกลางของประเทศ กระทรวง ทบวง กรมทั้งหลาย แล้วก็ลงไปจนถึงระดับผู้ใหญ่บ้านเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันในมลรัฐ ของฟลอริดาหรือทั่วสหรัฐอเมริกานั้นองค์กรภาคประชาชนรวมทั้งสภากาชาด มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊งต่าง ๆ เหล่านี้เขาก็จะมีเข้ามา ทุกหมู่เหล่าเขามีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วในเอกสาร ก็เลยบอกถึงจังหวัดเซ็นไดของญี่ปุ่น ผมก็เคยไปดูมาหลังจากที่มีภัยพิบัติ แล้วที่มันสำคัญ ที่เราเรียนจากญี่ปุ่นแล้วเห็นอยู่ตลอดเวลา คือเขาจะมีการเอกซ์เซอร์ไซส์ (Exercise) ฝึกอบรมประชาชนพลเมืองทุกครั้งว่าในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือภัยที่มาจาก เงื้อมือของมนุษย์นั้น แต่ละประชากรพลเมืองจะมีหน้าที่อย่างไร เพราะฉะนั้น เรื่องการฝึกอบรมก็เป็นเรื่องที่สำคัญให้กับประชาชนทุกคน แล้วก็ในการที่เราจะพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้แล้วก็วางระบบนั้น เรื่องของการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ก็เป็นสำคัญ ช่างเทคนิคจากโรงเรียนอาชีวะพร้อมหรือยัง แล้วก็ในแวดวง มหาวิทยาลัยก็ต้องฝากไว้ตรงนี้ด้วย มันต้องไปกันทั้งแผงนะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายนิดหนึ่งนะครับ ไม่ทราบว่าตรงนี้ดูด้วยหรือเปล่า เพราะว่าหลังจากกรณีของสึนามิแล้วเราก็ได้พิจารณาด้วยตัวเราเองกับประเทศเยอรมัน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป คุยกันในกรอบอาเซียน (ASEAN) ด้วย เรื่องของการวางทุ่น ในทะเลอันดามัน แล้วก็ในมหาสมุทรอินเดีย ก็แย่งกันไปแย่งกันมาระหว่างประเทศ อินโดนีเซียกับประเทศไทยในช่วงนั้นว่าใครจะเป็นศูนย์กลาง อันนี้ก็ต้องกลับมาทบทวนว่า มันจะโยงกันหรือเปล่า เมื่อครู่นี้ภาพของคุณสุรินทร์นี่ก็ให้แต่วงกลมบนบก แต่ว่าในทะเล ทั้งอ่าวไทยและทางด้านของอันดามันก็เป็นสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาด้วย

อีกอันก็คือบทเรียนและประสบการณ์ของเราจากกรณีสึนามิเมื่อปี ๒๕๔๗ แล้วก็เมื่อปีประมาณเข้าปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ที่เราได้เข้าไปช่วยพม่าในกรณีของพายุนาร์กิส ต่าง ๆ เหล่านี้มันอยู่ที่ไหน อย่างไร ต้องนำมาด้วยนะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้าย อันนี้ก็เพื่อจะทบทวนความจำสักนิดหนึ่งในช่วงที่อยู่ใน คณะรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เราได้เสนอต่อเลขาธิการสหประชาชาติแล้วก็มิตรประเทศทั่วโลก แล้วก็ในกรอบของอาเซียน ให้สนามบินแล้วก็ท่าเรืออู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศ ในการฝึกอบรม ในการเป็นศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของโลก แล้วก็เอาเรือรบ เฮลิคอปเตอร์ เข้ามาร่วมด้วยจากประสบการณ์ที่มีอยู่ในกรณีของสึนามิ แล้วก็ของนาร์กิส แล้วก็เรื่องมันก็ จางหายไปจะด้วยเหตุผลอย่างไรหรือว่าทางด้านการเมือง แต่ผมคิดว่าอันนี้เราอยู่ในวิสัยที่จะ เป็นศูนย์กลางปฏิบัติการของโลก ทั้งฝึกอบรม เป็นศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน และที่สำคัญก็คือ สามารถที่จะเป็นเดโป (Depot) ที่จะเก็บเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งอาหารฉุกเฉินที่จะ ใช้ในช่วงของภัยพิบัติด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ แต่ว่าจะมาดูแค่เครื่องมือเครื่องใช้ไม่เป็น การเพียงพอครับ มันต้องเอามาว่ากันในภาพรวม แล้วมันก็ไม่ต้องรีบร้อนไปไหนนะครับ ผมก็กลัวว่าเดี๋ยวก็ต้องมาลงคะแนนกันแล้ว แล้วมันก็ไปแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งมันก็ ไม่ไปด้วย แล้วมันก็จะเป็นเรื่องของวัตถุ เป็นเรื่องของอุปกรณ์ แล้วก็เป็นเรื่องของ งบประมาณ แล้วก็ต่อให้มันดีอย่างไรคลื่นความถี่พอนั่นได้แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้ามือ เป็นผู้ใช้ แล้วมันก็เป็นประเด็นปัญหาในการบริหารราชการ และจะทำกันแบบไม่มีคณะกรรมการ แล้วก็ประสานงานกัน มันก็ไม่ได้ครับ เรื่องนี้มันเรื่องวินาทีหนึ่งก็สำคัญ มันต้องสั่งการให้ได้ เพื่อจะได้ช่วยชีวิตของมนุษย์ครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน