นิกร จำนง หารือปัญหาภัยพิบัติจากพายุเกย์ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่หาดใหญ่และชุมพร พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการจัดระบบการสื่อสารและการป้องกันไฟไหม้ในพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหาย โดยเสนอแนวทางใช้เทคโนโลยีเช่นบอลลูนหรือเรือเหาะเพื่อกระจายสัญญาณในภาวะวิกฤต และเรียกร้องให้มีหมายเลขฉุกเฉินเดียวที่เชื่อมโยงทุกระบบงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเสนอให้จัดการปัญหาเร่งด่วนภายใต้ยุทธศาสตร์ฉุกเฉินเพื่อตอบสนองสถานการณ์ที่กระทบชีวิตประชาชนอย่างทันท่วงที และเรียกร้องบทบาทของรัฐในการแก้ปัญหาแทนการผลักภาระให้ประชาชนพึ่งพาแต่บุญกรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิก ลำดับที่ ๗๙ วาระนี้ เกี่ยวกับรายงานนี้ ผมมีความเห็นที่อยากจะนำเสนอ คิดว่าที่ท่านประธาน ได้กล่าวแล้วเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องดูแล และผมเองมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ การช่วยชีวิต เข้ามาทำงานการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ จนถึงปัจจุบัน เจอประสบการณ์ใหญ่ ๆ เริ่มตั้งแต่ที่หาดใหญ่ น้ำท่วมใหญ่ ๒-๓ ครั้ง แต่ว่าที่หนัก ๆ ก็คือพายุเกย์ พายุเกย์ช่วงนั้น เข้าไปดูกันอยู่ประมาณสัก ๕-๖ วัน แล้วก็สาหัสสากรรจ์มาก เราจะมองไปสุดลูกหูลูกตาว่า มันราพณาสูรจริง ๆ ชาวบ้านเดือดร้อนกันมาก แล้วเราก็ไปเจอปัญหากันว่าที่เราไปเห็น ผมไปกับคุณจาตุรนต์ ฉายแสง เข้าไปพักอยู่ที่นั่น ท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ให้ลงไปดู ประเด็นก็คือว่าสิ่งที่เราเห็นก็คือว่ามันมีดิสแอสเตอร์ (Disaster) ขนาดใหญ่ ยางมันล้มต่อกัน แล้วใบมันแห้ง สิ่งที่กลัวกันตอนนั้นมากก็คือถ้าหากว่ามีไฟไหม้ขึ้นสักจุดมันจะไหม้กันเป็น ร้อย ๆ ไร่ แล้วก็บ้านชาวบ้านก็อยู่ในนั้น คือต้นยางล้มแล้วบ้านก็อยู่ในนั้น การแก้ไขปัญหา ช่วงนั้นใช้รถวิ่งไปบอก ไม่มีระบบการสื่อสารใดที่จะช่วยได้ เราก็ต้องวิ่งไปบอก บ้านโน้นบ้านนี้ แล้วก็คุยกัน แล้วก็ให้เขามีการประชุม แล้วก็ให้มาตัดเป็นตัวดักไฟ ก็สาหัส สากรรจ์อยู่ ไม่มีระบบสื่อสารที่จังหวัดชุมพร
ต่อมาที่หนัก ๆ ก็คือสึนามิ เพราะฉะนั้นก็ไปอยู่กันหลายวัน ใช้แบล็กฮอว์ก (Black hawk) บินไปที่วัดม่วง ไปดิสแอสเตอร์ (Disaster) เจอคุณหมอพรทิพย์ก็กำลัง ยุ่งวุ่นวายกันอยู่จากเรื่องศพเรื่องอะไรต่าง ๆ ไปเจอปัญหาอีก ปัญหาที่ท่านนำเสนอคิดว่า ชัดเจนแล้วก็คือว่าช่วงนั้นเองระบบการสื่อสารก็ล่มอีก เพราะว่าระบบการสื่อสารเดิม สมัยโน้นไม่มี สมัยพายุเกย์ไม่มี พอมาระยะหลังที่สึนามิมีเป็นมือถือ แต่ปัญหาที่มีคือว่า เสาเบส (Based) ล้มหมด แล้วก็ตัวมือถือเองคุณไม่รู้จะไปชาร์จ (Charge) ไฟจากไหน เพราะมันไม่มีไฟหลัก เพราะฉะนั้นการติดต่อสื่อสารก็ยุ่งยากลำบากมาก เราก็ต้องพก มือถือไป ผมยังดีใจอยู่ว่ามีเด็กคนหนึ่งเป็นชาวสวีเดน เราไปเจอที่เขาหลัก พ่อแม่ตายไป ทั้ง ๒ คน แล้วก็ผมให้ยืมโทรศัพท์โทรกลับไปที่ประเทศสวีเดน แล้วก็โทรกลับมาพอดี ลุงกับป้ายังอยู่ พอดีพี่น้องเขาหากันเจอ แล้วรู้สึกดีที่เขาได้เจอกัน แล้วก็ผมมีโทรศัพท์ เพราะว่าชาร์จ (Charge) ไปจากโรงแรม เขาไม่มีโอกาสที่จะมีโทรศัพท์โทรได้เลย ดังนั้นในภาวะคับขันแบบนั้นประเด็นเรื่องการสื่อสารนี่มันจะสำคัญมาก ในการบัญชาการ ในการดูแล ในการแก้ไขปัญหานี่ สำคัญเป็นอย่างยิ่งเลย หลังจากพายุเกย์มานี่มีประเด็นใหม่ ขึ้นมาก็คือว่ามีลูกชายผมเขาเป็นคนทำโครงการอะไรต่าง ๆ มีคนจากหน่วยราชการมาขอว่า เขาเห็นปัญหาแล้วละว่าเวลามีปัญหาที่ดิสแอสเตอร์ (Disaster) ขนาดใหญ่แบบนี้ เสาก็ไม่มี ไฟฟ้าก็ไม่มี ก็เลยมาขอว่าลองคิดกันดูสิว่าเราจะทำบอลลูนดีไหม หรือว่าเรือเหาะ ที่จริงเรือเหาะ ไปเที่ยวบินอยู่ในภาคใต้ นี่คือเขาอธิบายง่าย ๆ หลักการตรงนี้ เพราะในจังหวะนั้นมันจะไม่มี การติดต่อสื่อสารได้โดยสิ้นเชิง เพราะว่าเวลามีภัยขนาดใหญ่ ไม่ว่าน้ำท่วมหรือว่าภัยจากพายุ หรือแม้แต่สึนามิหรือแผ่นดินไหว มันจะกว้างออกไปเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล หลักการก็คือ ว่าเอาบอลลูนติดรถไป บอลลูนตรงนี้ แล้วก็ปล่อยขึ้นไปเป็นเสาเบส (Based) หมายถึงว่า เป็นตัวกระจายคลื่น คือหลักการง่าย ๆ แบบนี้ มันไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ เพราะอิเล็กทรอนิกส์ มันไปเจอปัญหาเรื่องไม่มีไฟนี่จบหมด ไปไม่ได้หรอก คลื่นสั้นที่ท่านสุรินทร์นี่พูดยังช่วยได้บ้าง หรือตอนที่โตเกียวท่านประธานคงจำได้ สไกป์ (Skype) นี่ช่วยคนได้เยอะมาก หลักการ เหล่านี้ผมก็เลยเห็นว่าสิ่งที่ท่านเสนอขึ้นมานี่เป็นเรื่องที่ดีมาก สมควรสนับสนุน ซึ่งในความเห็นผมเองก็อยากจะมีความสะดวก คือเรื่องที่ท่านเสนอว่าเป็นเลขเดียวนี่ ก็เป็นเรื่องดี ผมเองเคยมีโอกาสไปตั้งไว้ ๒ เลข คือ ๑๕๘๔ ศูนย์ผู้โดยสารรถสาธารณะ และศูนย์ปลอดภัยคมนาคม ๑๓๕๖ กว่าจะได้มามันจะเป็นเรื่องลำบากมากในการจะใช้โทรที่นี่ แล้วไปขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ระบบนี่ เพราะฉะนั้นที่นำเสนอว่าให้เป็นเลขหมายเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่ท่านจะต้องแก้ปัญหาว่าเรื่องเลขหมายเดียวนี่กรรมาธิการสาธารณสุขเสนอขึ้นมาแล้ว ปัญหาที่มีก็คือว่า มันมีความสับสนกันอยู่ เรายอมรวมแล้วก็ไปขัดกันตรงที่ว่าทางตำรวจเอง ๑๙๑ ๑๙๙ ที่ว่ากันอยู่นี้ ตรงนี้จะเป็นปัญหาที่ค้างอยู่ แล้วเสนอมาในร่องเดิม รอยเดิม เพราะฉะนั้นปัญหาเดิมคงจะต้องแก้กันตรงนี้ ถ้าจบตรงนี้จะได้จบต่อเนื่องไปได้ ประเด็นต่อมา ก็คือเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตรงนี้ก็คงจะมีหลายอย่างที่ทันสมัยมากขึ้นนะครับ แต่อย่างที่เรียน แล้วว่าบางทีเรากลับไปใช้วิธีเก่า ๆ แต่ได้ผล เช่นเราลอยบอลลูนขึ้นไป เพราะแบบใหม่นี่ มันใช้บางอย่างคือใช้ไฟฟ้า ไม่มีไฟฟ้ามันก็เป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญกว่านั้นก็คือการติดต่อให้ได้ ไม่ใช่สาระ เราสามารถจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่ที่รับคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) นี่ ติดต่อได้ แต่ถ้าเขาไม่สามารถจะกระจายงานออกไปได้ สัมพันธ์กับตรงอื่นได้ บัญชาการได้ ต่อเนื่องไปได้ ทั้งระบบจะสำคัญกว่า คือตอนนี้ให้ได้ยินก่อนสำคัญ ระบบที่ท่านเสนอนี่ แต่ได้ยินแล้ว ทำอะไรได้สำคัญกว่า ซึ่งระบบที่ท่านเสนอขึ้นมาว่าเรามีหลาย แล้วก็กฎหมายที่ใช้อยู่นี้ มีปัญหาอยู่เยอะนะครับ ผมเรียนว่าเรื่องนี้ก็มาเกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๓๒ ช่วงนั้น ช่วงยุคท่านชาติชาย ชุณหะวัณ อยู่นะครับ ก็มีรัฐมนตรีแผ่นดินไหวจากจีนเขาเข้ามา ในประเทศไทย แล้วเขาก็ชี้ว่าประเทศไทยอยู่ในรอยเลื่อน มีปัญหาเรื่องแผ่นดินไหวได้เสนอ ขึ้นมา ผมเองอยู่กรรมาธิการสวัสดิการสังคมในขณะนั้น ผมก็สนใจ ท่านสมิทธ ธรรมสโรช นี่ขอเอ่ยนามท่าน ตอนนั้นท่านเป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ท่านก็เสนอความเห็นขึ้นมา ท่านถูกรุมด่าเสียแบบไม่เหลือเลยว่าเอามาพูดทำไมเรื่องแผ่นดินไหว มันจะมีปัญหาตอนนั้น เราสร้างตึกสูงกันอยู่ ตึกสูงเพิ่งเริ่ม เราก็ตรวจสอบดู ผมก็เลยเรียนท่านว่าท่านผมเป็น ส.ส. อยู่ ไม่เป็นไร ผมนำหน้าให้เอง ผมก็เอาเรื่องเข้ากรรมาธิการ พอเราตรวจสอบดูก็ปรากฏว่า แผ่นดินไหวนี่ซึ่งเราพูดเมื่อเช้า ท่านประธานก็พูดในพม่า แล้วไม่เคยคิดว่ามันจะมี ที่เราเจอ ก็คือน่ากลัวมากในประเทศนี้ไม่มีแฟกเตอร์ (Factor) ป้องกันแผ่นดินไหวเลย ไม่มี มีแต่ป้องกันลมด้านข้าง เราก็ใช้กรรมาธิการตอนนั้นท่านอำนวยเป็นประธานเสนอเรื่องนี้ ขึ้นมาคุยกับกรมโยธาธิการแล้วก็เสนอให้ฟิกซ์ (Fix) ไว้ที่ ๖ ริกเตอร์ เป็นครั้งแรก ทำได้ แต่ใช้เวลาเยอะนะครับ มีการวิ่งเต้นเพื่อไม่ให้มีเพราะว่ามันต้องเพิ่มเหล็ก เพิ่มโครงสร้าง ประเด็นที่อยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าพอถึงตรงนี้แล้วเราก็พบว่าแผนแผ่นดินไหว ในประเทศนี้ไม่มี ไม่มีเลย ผมก็เลยเสนอช่วงนั้นท่านบรรหาร ศิลปอาชา ขอเอ่ยนามท่าน นะครับ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็เห็นด้วย พอเราตรวจสอบลงไปดู อยากจะเรียนท่าน ในอดีตมาคลื่นของทหารนี่คลื่นหนึ่ง คลื่นของตำรวจคลื่นหนึ่ง ทหารเรือ คลื่นหนึ่ง คือทุกคลื่นแต่ละคนจะมีคลื่นเฉพาะตัวทั้งนั้น เวลาเกิดเหตุขึ้นมาเราไม่ต้องไปพูด กันว่าจะเชื่อมกันได้อย่างไร เชื่อมไม่ได้เลย ไม่สามารถจะเชื่อมได้ ในคราวนั้นก็เลยใช้อำนาจ ของกระทรวงมหาดไทยเสนอแผนแผ่นดินไหวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยขึ้นมา ขณะนี้ยังอยู่ กับกระทรวงมหาดไทยคือ ปภ. แผนตรงนั้นมีการกำหนดที่ท่านได้เสนอแล้ว แต่ว่าสมัยนั้น ยังเป็นวอล์กกีทอล์กกี (Walkie Talkie) อยู่นะครับ ก็คือว่าให้เชื่อมสัญญาณกันเสียทั้งหมด คือซิงก์ (Zinc) เป็นเลขเดียวเวลาเกิดภัยแผ่นดินไหว เพราะว่าในขณะนั้นรัฐมนตรีถ้าอยู่ใน กลางแผ่นดินไหวก็เสร็จเหมือนกัน ไม่มีใครช่วยอะไรใครได้เวลาเกิดภัยแรง ๆ เหมือนสึนามิ หรือว่าเกิดภัยหนัก ๆ ขึ้นขณะนี้นะครับ เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงจะสำคัญนะครับ ปัจจุบันนี้ผมเรียนว่าแผนที่มีอยู่นี้ ผมจะอ่านให้ฟังก็ได้ว่าที่ใช้ปัจจุบันนี้นะครับ ขอเวลา ท่านประธานนิดเดียวครับ ในแผนแผ่นดินไหวปัจจุบันนี้ของปีปัจจุบัน ในมาตรการป้องกัน ผมจะได้เชื่อมโยงว่าขณะนี้มันมีเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาเขียนอย่างนี้ครับ ในปัจจุบันนี้อยู่ใน มาตรการที่ ๔ ในการป้องกัน ให้พัฒนาศักยภาพระบบสื่อสารนะครับ ก็คือมีการให้จัดให้มี ระบบสื่อสารสำรองในกรณีที่เครือข่ายการสื่อสารเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหวนะครับ ซึ่งก็ใช้กับภัยอื่นได้ด้วยนะครับ ให้มีระบบสื่อสารสำหรับบัญชาการเหตุการณ์โดยเฉพาะ โดยทุกหน่วยควรใช้ระบบและคลื่นความถี่เดียวกัน นี่โยงมาจากคราวโน้นนะครับ เพื่อให้ สามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา หน่วยงานหลัก หน่วยงานหลักนี่ปรับแล้ว เดิมเป็นกระทรวง คมนาคมและโทรคมนาคม สมัยนั้นนะครับ ผมเคยดูแลอยู่ ปัจจุบันนี้เขาเปลี่ยนมาเป็น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คือ กสทช. นั่นแหละนะครับดูแล กระทรวงมหาดไทยดูแล แล้วก็กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเป็นคนดูแล นี่คือเตือนภัย ต่อจากนั้นมาแผนสู้กับภัย หมายถึง พอเกิดภัยขึ้นแล้วผมเพียงแต่จะชี้ว่าเรื่องที่ท่านเสนอมีความสำคัญขนาดไหน ในการเตือนภัย ต้องมีการบัญชาการได้ เตือนให้ประชาชนหลบ มีการอีวาคูเอต (Evacuate) ยกออกไป นะครับ มีการเคลื่อนย้ายไป เวลาเกิดภัยนี่นะครับเขาคุมสถานการณ์อยู่ในมาตรการที่ ๒ เวลาเกิดภัยแล้ว เมื่อครู่นี้เป็นพรีเวนชัน (Prevention) นะครับ ตรงนี้เป็นระหว่างการเกิดภัย ให้มีการเชื่อมโยงเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานใช้การได้ตลอดเวลาเมื่อเกิดภัย กิจกรรมหลักให้ใช้คลื่นความถี่โทรศัพท์ที่สำรองใช้ในยามกรณีฉุกเฉิน การใช้คลื่นวิทยุความถี่ เดียวกันทุกหน่วยในศูนย์บัญชาการเหตุการณ์นะครับ การใช้ระบบเครือข่ายสื่อสารสำรอง ในพื้นที่ประสบภัย เช่น รถสื่อสารเคลื่อนที่เพื่อเป็นแม่ข่าย หรือการใช้เครื่องบินเป็นแม่ข่าย ที่ผมยกเมื่อครู่นี้ว่าถ้าไม่มีจริง ๆ รถแม่ข่ายตรงนี้มันก็เหมือนกับรถที่เราส่งไปทำน้ำ ให้ประชาชนดื่ม น้ำแถวนั้นเสียหมด รถสื่อสารก็ต้องส่งเข้าไปนะครับ ซึ่งตรงนี้อยากจะให้ ไม่ใช่เราพัฒนาแต่ระบบ ระบบการจัดการมีความสำคัญมากหรืออาจจะมากกว่าระบบไอที (IT) เสียด้วยซ้ำ หรือเขาเอาเครื่องบินไปอยู่แถว ๆ นั้นเพื่อจะได้เป็นตัวกระจาย ผมเรียนแต่ว่า สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ในขณะนี้ อยากจะให้ท่านจูน (Tune) ไปว่าการปฏิบัติข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นเราจะมาดีไซน์ (Design) เฉพาะระบบอย่างเดียวไม่พอนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าแผนที่ท่านเสนอขึ้นมานี้ผมขอให้ความเห็นต่อรายงานนิดเดียวนะครับ แล้วก็อาจจะเป็นความเห็นตรงไปตรงมาว่าแผนการใช้คลื่นความถี่ของ กสทช. ที่ท่านใช้เป็น สิ่งที่ กสทช. กำหนดแล้ว คงจะไม่ยากเพราะเขากำหนดแล้วนะครับขณะนี้ แต่ท่านควรจะ เสนอว่าทำอย่างไรให้ดีเพราะเป็นแผนที่เขากำหนดอยู่ในแผนงานอื่น ๆ อื่น ๆ ของเขา ผมใช้คำว่าอื่น ๆ และมีไม้ยมกเยอะ ๆ คือเขามีงานตั้งเยอะแยะ แต่แผนเรื่องนี้ชอบที่ทาง กรรมาธิการจะชี้เข้าไปว่าเฉพาะเรื่องนี้ต้องทำอะไรให้ชัด ๆ แต่ที่ท่านเสนอมานี้เสนอมาไม่ชัด คือเสนอว่าให้ทำ บังเอิญเขาทำอยู่แล้ว พอเขาทำอยู่แล้วเขาก็ทำ อยากจะให้ทำให้คมกว่านี้ คือลับให้คมกว่านี้อีกนิด คือจี้ไปให้ชัดว่าให้ทำอะไร ๑ ๒ ๓ เลยจะมีประโยชน์กว่า เพราะว่า อย่างที่ผมเรียนแล้วว่างานเขาเยอะมากนะครับ เขาอาจจะไม่ได้มามองจุดนี้
ประเด็นต่อมาก็คือว่าแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เรื่องนี้ก็เป็นแผนที่รัฐบาลกำหนดไว้ดำเนินการแล้วที่ท่านเสนอมา สิ่งที่ผมจะเสนอ ก็เหมือนกัน ก็คือว่าทำให้ดีกว่าเดิมที่เขาทำนั้นอย่างไรเพื่อเฉพาะการนี้ เพราะว่าพอเขา มีอยู่แล้วมันเป็นกับดักเหมือนกันนะ พอมีอยู่แล้วเขาก็บอกว่ามีอยู่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร กันแล้ว อยากจะให้โฟกัสในส่วนนี้เป็น ๒ ทางแล้ว
ส่วนที่ ๓ ที่ท่านเสนอเรื่องบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินเลขเดียว ก็เรียนว่า ทางคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขของท่านประธานนั่งอยู่นี้นะครับได้ดำเนินการ เคยเสนอไปแล้ว และมีปัญหาอยู่ขณะนี้มันจะมีปัญหาเหมือนกัน ก็อยากจะให้รวมกันแล้วก็ เสนอเคลียร์ (Clear) เสียทีเดียวก็จะได้จบไปเรื่องนี้
สุดท้ายก็คือว่าเรื่องการทำเป็นยุทธศาสตร์ชาติผมเพิ่งให้ความเห็นไป ซึ่งอยากจะกราบขออภัยท่าน สปท. ผมเพียงแต่เป็นห่วงว่าการทำแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี อย่างไรผมก็ไม่เห็นด้วยเพราะเป็นเรื่องอันตราย ผมถึงบอกว่าเป็นบาปบริสุทธิ์ในสื่อ ไม่ใช่ว่า ผมลุกดาวน์ (Look down) อะไร แต่ว่าจากหลักการที่ผมคิดนี่ผมกลัวว่าประเทศเราเล็ก นี่เป็นหลักการนะครับ ผมเคยอภิปรายไว้แล้ว ของท่านเองผมจะแย้งอย่างนี้ครับว่าถ้าจะทำ เรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องการปฏิบัติที่พลิกตัวหรือว่ามีการกำหนดโดยการจัดการได้ อย่าไปผูก กับยุทธศาสตร์เลย เพราะว่าไม่ใช่ประเด็นเล็ก ประเด็นมันคม พอไปอยู่ที่กว้างไปอยู่กับ เรื่องใหญ่มันจะถูกบัง ผมก็คิดว่าท่านแต่งแล้วก็อย่าไปอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติเลย เอายุทธศาสตร์แบบอีเมอร์เจนซี (Emergency) เพราะว่าถ้าไปอยู่กับอิมพอร์แทนต์ (Important) มันหลายเรื่อง แต่ถ้าอีเมอร์เจนซี (Emergency) ผมเชื่อว่าท่านจะได้ทางด่วน เช่นผมเคยทดลอง ผมเคยทำครั้งหนึ่งอยากจะเรียนว่าอาจจะใช้ยุทธศาสตร์นี้ได้ ผมเสนอว่าให้แยกสำนักงานกองป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนนี่แยกออกจากกระทรวงมหาดไทย เขาไม่ยอมแยก ผมก็เสนอเป็นเรื่องแล้วผมรอ พอแผ่นดินถล่มที่กะทูนปั๊บผมก็เอาเหตุที่ แผ่นดินถล่มที่กะทูนยื่นในเวลานั้นเลยให้ท่านบรรหารซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ เหตุที่ดินถล่มคราวนั้นมันก็เลยส่งผลทำให้ขณะนี้มีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขึ้นมา เดิมอยู่กระทรวงมหาดไทย จังหวะแบบนี้ท่านเตรียมไว้ แล้วผมเชื่อว่าจะมีเหตุขึ้นมา ใกล้ ๆ อีก แล้วก็ให้เป็นแผนในการปฏิบัติการตรงนี้ ก็จะดีกว่าไปอยู่กับแผนโครงใหญ่ เพราะแผนโครงใหญ่ของเรา จริง ๆ เรื่องใหญ่แต่ว่าถูกมองเล็ก โดยรวมก็ขอสนับสนุน สิ่งที่ท่านทำ เพราะว่าเป็นความเป็นความตายของประชาชน ซึ่งประชาชนตอนนี้เขาไม่พึ่งใคร เขาพึ่งบุญ เวลาลูกเขาตาย เวลาครอบครัวเขาเสียหาย เวลาเขาช่วยตัวเองไม่ได้เขาก็ได้แต่ ทำบุญเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าคนรับผิดชอบจริง ๆ ไม่ใช่บุญกับบาปที่เขาทำ คือรัฐบาล แล้วเราเองมี หน้าที่จะต้องปฏิรูปก็ต้องทำสิ่งนี้ให้เขา ไม่ให้เขาหวังอยู่แต่ว่าเป็นบุญกับบาป ที่ลูกตายเพราะว่าทำบุญมาน้อย สงสารประชาชนครับ นำเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพ ขอบพระคุณครับ