กิตติ กิตติโชควัฒนา แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมคุณธรรมในเยาวชน โดยเน้นบทบาทของครอบครัวในการปลูกฝังจริยธรรมตั้งแต่เด็กเพื่อลดปัญหาความรุนแรงในสังคม พร้อมหารือปัญหาคุณภาพการศึกษาที่ต่ำในสามจังหวัดชายแดนใต้ และเสนอให้ยกระดับบทบาทครูบาอาจารย์เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมทั้งปลูกฝังเยาวชนให้เป็นคนดีและมีคุณภาพ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลาครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เป็นนักการศึกษา เพราะฉะนั้น เรื่องที่จะนำเสนอบ้างก็เป็นเรื่องของประสบการณ์กับความคิดเห็นบางประการที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของการศึกษา วันนี้เราพูดถึงเรื่องทำอย่างไรเราจะได้เด็กดี เด็กเก่ง ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องยากครับ ผมจำได้ว่าครั้งที่แล้วผมเคยนำเสนอพูดคุยในเชิงของ การอภิปรายในที่ประชุมบอกว่า คุณแม่ของผมเป็นครูคนแรก คุณแม่ผมเป็นครูคนแรก ของผมครับ ท่านสอนผมให้เป็นคนที่รักพี่รักน้อง ก็เป็นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ผมคิดว่า เริ่มต้นจากครอบครัวนั้นเป็นเรื่องใหญ่ คุณแม่ผมท่านสอนผมอย่างนี้ครับ ลูก ๆ ที่คลาน มาจากพ่อแม่คู่เดียวกันไม่มีสิทธิทะเลาะกันครับ จนถึงขณะนี้ผมมั่นใจว่าในระหว่างพี่น้อง ๖ คนด้วยกันนั้น หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่สอนหลักธรรมหลักคำสอนอันนี้ ผมไม่แน่ใจว่า ท่านได้หลักคำสอนอันนี้มาจากขงจื๊อหรือว่าเต๋าผมไม่ทราบไม่ได้ค้นคว้ามา ก็ทำให้ผม ๖ พี่น้องเรื่องที่จะทะเลาะชกต่อยกันเราไม่กล้าทำ เพราะคุณแม่คอยให้แนวทางปฏิบัติว่า ทำอย่างไรจะไม่ให้ลูกทะเลาะกัน เอาเปรียบกัน รังแกกัน ต่างคนต่างก็คอยดูแลกัน ผมว่า อันนี้เป็นความปรารถนาของสังคมไทยเหมือนกันที่ไม่อยากจะให้เยาวชนเรามาทุบตีไล่ต่อย ฆ่าฟันกันอย่างเช่นทุกวันนี้ อันนี้เราอยากจะได้อย่างนั้น นั่นประการที่ ๑ ที่เราต้องการ อยากเห็นเยาวชนของเราเป็นอย่างนั้น
ประการที่ ๒ ก็คือว่าแค่เป็นเด็กดีเราก็ยังไม่พอ อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ได้นำเสนอขึ้นมา เราต้องการเด็กฉลาดครับ เด็กเก่ง ดีและฉลาด เก่ง อันนี้สุดยอดของความ ปรารถนา เยาวชนวันนี้ถ้าเป็นอย่างนี้ผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีที่เก่ง มันก็จะนำพา ประเทศชาติไปสู่ที่หมายด้วยความภูมิใจอย่างที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ต้องการอย่างนั้น เพราะฉะนั้นในประการที่ ๒ คุณแม่ผมก็อีกเหมือนกันซึ่งเป็นครูคนแรกท่านก็ให้ข้อคิด จากบริบทในสังคมในขณะนั้นซึ่งเป็นสังคมชนบท เห็นชาวบ้านชาวช่องแต่งตัวเปรอะเปื้อน สกปรกมอมแมมจูงวัวผ่านหน้าบ้านเต็มไปด้วยขี้โคลนสกปรก ท่านก็ชี้ไปที่วัวกับคนที่จูงวัว ซึ่งเป็นชาวบ้าน ท่านสอนอย่างนี้ครับ ใครขี้เกียจเรียนหนังสือจะซื้อวัวให้เลี้ยง เราเด็ก ๆ เราไม่อยากจะเลี้ยงวัวเพราะมันสกปรกครับ ผมคิดว่าคนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนเขาไหวพริบ ในการสอนลูกสอนหลานชั้นหนึ่งครับตามความรู้สึกของผม เพราะว่าคุณแม่ของผมเป็นครู คนแรกที่มีคุณภาพเอาเรื่องธรรมชาติในตำบลในหมู่บ้านมาสอนลูกสอนหลาน เพราะฉะนั้น ด้วยความเอาจริงเอาจังในเรื่องที่เอาหลักคำสอน ๒-๓ ประการนี้ ทำให้ผมขยันเรียนหนังสือ ผมไม่อยากจะเลี้ยงวัวครับ ต้องขยันเรียนหนังสือ ในส่วนความขยันของผมเรียนหนังสือ ที่คุณแม่คอยกำกับเรื่องเวลา ทำให้ผมสอบได้ที่ ๑ ของโรงเรียนครับ โรงเรียนชนบทที่ ๑ มันไม่ได้เก่งละครับ พอจบชั้น ป. ๔ คุณแม่คิดว่าเก่งจังแล้ว โน่นส่งไปสอบแข่งที่โรงเรียน มหาวชิราวุธที่สงขลาครับ ผลปรากฏการสอบนี่เกือบตกครับ แต่ก็ไม่ได้เรียน เกือบตก แต่ไม่ได้เรียน นั่งคอยเป็นเดือนเนื่องจากว่าติดสำรองครับท่าน ต้องคอยเป็นเดือนครับ พอถึง คนก่อนเขาลาออกเขาไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ก็เรียกสำรองขึ้นมา ผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ ห้อง ค ขนาดที่ ๑ ของตำบล หมู่บ้านไปได้ห้อง ค ครับ อยู่ไปประมาณ ๑ เดือน คุณครู ก็บอกว่าเอาละนายกิตติ คนอื่นเขาละลายพฤติกรรมหมดแล้วเหลือแต่เธอคนเดียวยังไม่ได้พูด ไม่จาไปบอกเพื่อนเลยว่าเธอเป็นคนมาจากไหน พ่อแม่เป็นคนอย่างไรไหนลองเล่าให้เพื่อนฟังสิ ผมก็ขึ้นไปหน้าชั้นก็ไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่าผมนี่มาจากไหน ที่ไหน อย่างไร เด็กจากบ้าน กำปงปีแซ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส คุณพ่อคุณแม่เป็นคนอย่างไรนะครับ พอจบแล้ว ผมกลับไปนั่งที่กับเพื่อนใกล้ ๆ เพื่อนว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ขออนุญาตนะครับพูดเป็นภาษา บ้านผม ติมึงแรกเดียวพูดภาษาอะไรกูฟังไม่รู้เรื่อง บอกว่าแกฟังไม่รู้เรื่องว่าสิ่งที่ผมขึ้นไปพูด นั่นแสดงว่าภาษาผมแย่ครับ มันก็ไปสอดคล้องอย่างที่ท่านกรรมาธิการเมื่อกี้ที่บอกว่า เด็ก ๓ จังหวัดภาคใต้ของผม นั่นก็คือยะลา ปัตตานี นราธิวาส ผลการเรียนมันต่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐานครับ อันนี้จริงครับ ผลการประเมินโอเน็ต (O-NET) ทุกสาขาวิชาต่ำกว่าภาคอื่นครับ จนถึงขณะนี้ ที่ผมไปสอบมา ๖๐ ปีที่แล้วยังสู้เขาไม่ได้ เดี๋ยวนี้มันก็ยังเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะโทษใครเรื่องการเรียนครับ ยังแย่อยู่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ถ้าประเทศไทยมี ๑๐๐ จังหวัด ผมคิดว่า ๙๘ ๙๙ ๑๐๐ มันก็ยังเป็น ๓ จังหวัดอีกเช่นเคย จนถึงขณะนี้ก็ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเรื่องผลการประเมินครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เราจะโทษใครคงไม่ได้ ก็เป็นเรื่องภาพรวมของประเทศที่ว่าเราไม่เข้าใจเขา เพราะฉะนั้น สิ่งที่เขามาขอว่าทำอย่างไรโอกาสการศึกษาต้องให้เกิดความเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้น อันนี้ต้องเปิดโอกาสให้ครับ ปัญหาก็อยู่ตรงไหนครับ เด็กมันจะดีไม่ดีนอกจากคุณพ่อคุณแม่ อย่างที่ผมนำเรียนเสนอเมื่อกี้ก็คือเรื่องของครูบาอาจารย์ อันนี้เราทิ้งไม่ได้ ผมคิดว่าเรื่อง ครูบาอาจารย์เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อย่างนั้นวันนี้มันคงจะไม่มีปัญหาเด็กตีกัน ทะเลาะกัน ไล่แทงกัน จนเป็นปัญหาที่เราเองก็เบื่อหน่าย ทางฝ่ายความมั่นคงบอกว่าเอาไปฝึกในค่าย ทหารแล้วก็ส่งไปทางภาคใต้ก็ไม่ว่าอย่างนั้น อันนั้นผมคิดว่าผิดทาง เอาคนที่งอแงขี้ยงขี้ยา ฝึกแล้วไป มันควรไปฝึกเรื่องการเกษตรมากกว่าที่จะฝึกเสร็จแล้วไปอยู่ทางใต้ อันนั้น น่าจะไม่ถูกทางครับ เพราะฉะนั้นเรื่องครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นต้นแบบที่จะหล่อหลอม ที่จะปลูกฝังให้บรรดาเด็กและเยาวชนของทั้งประเทศละครับ หลักสูตรผมคิดว่าอันนั้นน่าจะ ไม่ใช่ปัญหาหลัก ปัญหาหลักก็อยู่ตรงที่ว่าคนที่จะเป็นต้นแบบสอนคนตั้งแต่ในบ้าน โรงเรียน ชุมชน หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ ว่าอย่างไร เอาใกล้ตัวที่เราพูดกันนี้ก็คือครูบาอาจารย์ เมื่อกี้ผมฟังได้ความว่าทำอย่างไรเราจะได้ครูบาอาจารย์ที่เป็นมืออาชีพ อันนี้ผมคิดว่าถูกครับ หาเหตุจูงใจให้ครู คนที่อยากมาเป็นครู มาเป็นครูที่มีคุณภาพ ผมจำได้ว่าสมัยก่อนนั้น สังคมไทยเรายกย่องบุคคล ๓ ประเภทด้วยกันท่านประธานครับ ๑. ก็คือพระ ๒. ก็คือหมอ ๓. ก็คือครู พระ ครู หมอก็คือแพทย์ พระ ครู หมอ ๓ ประเภทนี้เป็นบุคคลที่สังคมไทยยกย่อง เห็นที่ไหนไหว้ที่นั่น เคารพที่นั่น แต่เดี๋ยวนี้มันกลับตรงข้าม เพราะทั้งพระ ทั้งครู ทั้งหมอ ทำท่าจะเป็นนักการเมืองหมดครับ ท่านครับ เพราะว่ามันง่ายดี ทีนี้ทำอย่างไรเราจะได้คุณครู ที่เป็นต้นแบบของการที่จะปลูกฝังอุดมการณ์ให้กับเด็ก ๆ เพราะฉะนั้นครูต้องมาก่อน เราได้ครูไร้ซึ่งเสียอุดมการณ์ ไร้ซึ่งจิตวิญญาณและทักษะของการเป็นครูที่มีอาชีพ มีทักษะ แล้วมันยากที่จะปั้นเด็ก ๆ ให้เป็นคนดีคนเก่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านเสนอข้อหนึ่ง ที่ผมเห็นด้วยก็คือทำอย่างไรจะคัดสอบคนที่จะมาเป็นครูให้มีคุณภาพด้วยการสอบตั้งแต่ แรกเริ่ม ผมจำได้ครับว่าเพื่อน ๆ เขาบอกว่าเอ๊ะ เข้าโรงเรียนนายร้อย ตั้งแต่วันแรก จนจบมีค่าตอบแทนเลี้ยงดูอย่างดี แล้วก็ขณะที่อยู่โรงเรียน สอนอย่างดีเลยครับ วินัยปลูกฝัง อุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คุณธรรม จริยธรรมเพียบ เพราะฉะนั้นทหาร ที่ออกมาจากโรงเรียนระเบียบเฉียบครับ วินัยเขาเฉียบ ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำอย่างไรเราจะได้ครูที่เป็นคนลักษณะคล้ายอย่างนี้ให้ได้ ตั้งโรงเรียน ให้โควตาพิเศษ แล้วก็เอามาสอบฝึกปรือให้อยู่ในสถาบันที่มีเงินเดือนค่าตอบแทนตลอด ระยะเวลาที่เรียนจบแล้วบรรจุทันที ไม่ต้องมานั่งสอบใหม่ครับ ผมคิดว่าเราจะได้คุณครู ที่มีความตั้งใจอยากจะเป็นครู จิตวิญญาณของความเป็นครู เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนำเสนอ ที่อยู่ในเอกสารที่อยากจะได้คุณครูที่เป็นมืออาชีพนั้น ผมคิดว่าโดยส่วนตัวผิดถูกอย่างไร ผมไม่ทราบ ทำได้หรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ว่าครูชั้นประถมนี้จำเป็น เพราะเป็นพื้นฐานเบื้องต้น อย่างน้อย ๔ ปีก็ยังดี หรือ ๗ ปีก็ยังดี ดีกว่าปล่อยให้แล้วแต่เป็นอย่างไรก็ได้ ไปหาเอาเอง ติวอะไรก็แล้วแต่ อันนั้นผมคิดว่าปล่อยให้เด็กและเยาวชนตัวเล็ก ๆ เสี่ยงมากเกินไป ก็ขออนุญาตนำเรียนเพื่อฝากเป็นข้อคิดเท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ