ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และศาสนาในหลักสูตรการศึกษา เพื่อพัฒนาเด็กให้เป็นพลเมืองดี โดยเสนอให้นำหนังสือธรรมนูญชีวิตของท่านประยุทธ์ ปยุตฺโต มาใช้เป็นตำราหลักตั้งแต่ระดับประถมถึงอุดมศึกษา พร้อมเน้นบทบาทของครูและครอบครัวในการปลูกฝังคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องการปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูในมหาวิทยาลัยสงฆ์ให้สอดคล้องกับหลักธรรมพุทธ รวมถึงผลักดันการเทียบเท่าเปรียญธรรมกับปริญญาวิชาการอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผม ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ครับ กราบเรียนเพื่อนสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่านและท่านคณะกรรมาธิการ กระผมขอเรียนว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการศึกษา และผมก็นั่งประชุมอยู่ด้วย แต่ไม่ได้นำประเด็นนี้มาอภิปราย ณ วันนี้ สิ่งที่ผมต้องการ จะเรียนให้ที่ประชุมทราบก็คือว่าการที่คณะกรรมาธิการชุดนี้มีโจทย์ขึ้นมาว่า การพัฒนาและบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม เพื่อมุ่งเน้นให้เด็กเป็นคนดี อันนี้เป็นชื่อที่ยาว แต่สุดท้ายคือต้องการสร้างพลเมืองไทยที่ดีนั่นเอง ผมต้องการจะเจาะไปในประเด็นเรื่องของ คุณธรรมและจริยธรรมนะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่น่าจะนำเสนอในส่วนนี้ แล้วก็ส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการศาสนานั้นก็โยงกัน ปกติคนเราเวลาพูดเรามักจะพูดสองสามคำพวกนี้ ปนกันหมด คุณธรรม แปลว่าธรรมที่เป็นคุณประโยชน์กับตนเองและสังคม จริยธรรม ก็คือธรรมที่ดี อะไรที่ดีเป็นธรรมทั้งนั้น ศีลธรรม ถ้าไม่มีศีลครบ ๕ ข้อ ธรรมะ ๕ ประการก็ไม่เกิด แต่เราจะพูดว่า สีน ละ ทำ สีน ทำ นี่ปน ๆ กันไป โดยไม่แยกแยะ จนกระทั่งธรรมะ บางบทบางประการที่เราพูดกันว่าหิริโอตตัปปะ เราพูดปนกัน เมตตากรุณาก็พูดปนกัน แต่จริง ๆ คนละเรื่องครับ เมตตาก็ต้องปรารถนาให้เขาเป็นสุข กรุณาปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าการเตรียมบุคคลเพื่อให้เป็นคนดีของสังคม ตามหลัก ศาสนาใด ๆ ก็แล้วแต่นี่นะครับ ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าการส่งเสริมการเรียนในศาสนาไม่ค่อย ชัดเจน แล้วไม่เป็นกระแสของทั้งประเทศ จะเห็นว่าบริษัท ห้างร้านธุรกิจ ไม่ส่งเสริม ให้กุลบุตรกุลธิดาบวชเรียน ๓ เดือน เหมือนกับราชการนะครับ
แล้วอีกประเด็นถัดมาที่จะพูดครั้งหลัง ๆ ก็คือว่าเราไม่ได้ใช้หนังสือตำรา ที่เป็นประโยชน์และเป็นหนังสือที่ดีจริง ๆ ผมทราบว่าทุกท่านที่อยู่ในห้องนี้คงจะเคยเห็น หนังสือฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นตำราที่ดีที่สอนด้านจริยธรรม คุณธรรม หรือคนดีให้กับสังคม คือหนังสือธรรมนูญชีวิต ธรรมนูญชีวิตนี้เป็นหนังสือที่เรียนตามตรงว่าพิมพ์ออกมา เป็นแสนเล่มนะครับ ในขณะที่ผมเป็นคณบดีอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ๒ ครั้ง นี่นะครับ แล้วก็ไปเป็นอธิการบดีอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เราก็เคยใช้หนังสือ พวกนี้ละครับแจกทั้งอาจารย์และนักศึกษา นิสิต ทำไมหนังสือเล่มนี้ดีอย่างไร ธรรมนูญชีวิตนี้ แต่งประพันธ์ขึ้นมาโดยท่านพระพรหมคุณาภรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ หรือท่านประยุทธ์ ปยุตฺโต หนังสือเล่มนี้ถ้าอ่านดูจะเป็นมงคลชีวิตของแต่ละคน โดยไม่ต้องบวชครับ ผมเองบวช ๒ ครั้ง ยอมรับบวช ๒ ครั้ง บวชที่วัดเบญจมบพิตรด้วย บวชที่ต่างจังหวัดด้วยนะครับ ผมบวชเรียนจริง แต่หนังสือของท่านประยุทธ์ ปยุตฺโตที่เขียน ขึ้นมา เป็นหนังสือที่เป็นรูปแบบของการสร้างคน ให้อยู่ในสังคมที่ดี สังคมประชาธิปไตย ต้องการคนแบบไหน สังคมต้องการชุมชนที่ดี ชุมชนต้องการคนที่ดี มีเขียนไว้หมดเลยครับ จะเป็นลูกที่ดี พ่อที่ดี แม่ที่ดี สามีที่ดี เขียนไว้หมดในนี้ รวมทั้งการจัดการศึกษาก็เขียนครับ ผมจึงเห็นว่าหนังสือเล่มนี้ควรจะเป็นต้นแบบในการนำมาทำเป็นหนังสือประกอบการเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาโดยเฉพาะเลย คือชั้นประถมศึกษานี่ให้เด็กเล่นครับ เราพูดกันอย่างนั้น แล้วทุกคนทราบดีสมองพัฒนาช่วงนั้น สมองที่ดีที่สุดอยู่ฝั่งขวามือนี่ครับ ผมไม่ใช่แพทย์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ทำไมเวลาท่านทูตไปต่างประเทศเข้าเฝ้ารับน้ำสังข์จะพบว่าในหลวง ทรงทัดใบไม้สีเขียวที่ขมับข้างขวา เพราะว่าตรงนี้เป็นสมองส่วนดี เป็นการเตือนว่าคุณต้องไปทำ เพื่อประเทศชาติ หนังสือเล่มนี้จึงน่าจะเป็นต้นแบบในการแปลงโฉมให้มาเป็นตัวอย่าง ในการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาหรือมหาวิทยาลัย ผมยืนยันหนังสือเล่มนี้ดีมากครับ ควรจะแจกให้ทุกคนไปหนุนหัวก็ดี หรือแจกหรือถือไปใช้ ปฏิบัติการเป็นประชาชนที่ดี เป็นนักประชาธิปไตยที่ดี ระบบการปกครองมีรูปแบบหมด ในหนังสือเล่มนี้ ฉะนั้นผมจึงเห็นว่านี่คือต้นแบบของแม่พิมพ์ที่ดี คือตำรานะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะพูดถึงคือการสร้างแม่พิมพ์ การสร้างแม่พิมพ์ของ ความเป็นครู ครูที่จะมาสอนคุณธรรม จริยธรรม ต้องเป็นผู้ที่ซาบซึ้งลึกซึ้งในศาสนา แต่มิใช่ว่าเชิญพระนิมนต์ห่มเหลืองมา หรือมาสอนมาเทศน์ให้ฟัง เสร็จแล้วท่านก็กลับวัดไป เด็ก ๆ ไม่เคยได้สัมผัสชีวิตที่ดีของคนดีกลุ่มนี้เลย ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า เมื่อท่าน บวชเป็นพระ ท่านอยู่ในวัดจะเลวจะชั่วอย่างไรเป็นเรื่องของท่าน เด็กไม่ได้สัมผัส เด็กสัมผัส คุณพ่อคุณแม่ ตกเย็นมาพ่อสั่งไปซื้อเหล้า ซื้อบุหรี่ เด็กก็ต้องทำตามปกติ โตขึ้นมาก็เป็น อย่างนั้น เด็กแว้นเด็กอะไรจะมีเต็มไปหมด เพราะเราปล่อยให้คนห่างเหิน
ข้อที่ ๒ ที่ผมจะพูดอย่างนี้เพราะว่า การที่เราทำให้นักศึกษา นิสิต ในมหาวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษา ชั้นประถมศึกษา เป็นคนดีอย่างไร การพลศึกษานี้ สำคัญนะครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้มีเกียรติท่านพูดว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ผมจบที่นั่น นะครับ ผมเป็นคณบดีของทั้งกำแพงแสนและของบางเขน เรานี่คัดเลือกเด็กเหล่านั้นจริง แต่เด็กกลุ่มนี้จะเห็นว่าตอนผมเรียนปริญญาตรีเขาบังคับให้ผมเรียนกีฬา ๔ ภาคด้วยกัน คือตกบ่ายทุกคนต้องลงกีฬา เล่นกีฬาเป็น ๑ ชิ้นตลอดเวลา ๒ ปีที่เรียน ในต่างประเทศ ในอเมริกาโดยเฉพาะเลย หลักสูตรที่เราใช้กันแต่เดิมเราเรียกว่าเจเนอรัลเอดูเคชัน (General Education) ถัดมายุคถัดมาเรียกว่า ลิเบอรัลอาร์ต (Liberal Arts) ลิเบอรัลอาร์ต (Liberal Arts) ที่ผู้ใหญ่พยายามผลักดันกันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ลิเบอรัล (Liberal) ไม่ได้แปลว่า อย่างที่เราแปลกันว่าศิลปะ แต่ให้แปลว่าเป็นโพรเกรสซิฟ (Progressive) มันเป็นเทคนิค การแปลตัวหนังสือนะครับ เหมือนที่เราแปลเอนจิเนียร์ (Engineer) มันไม่ใช่เอนจิเนียร์ (Engineer) แต่มันเป็นอินจิเนอร์ (Ingenieur) ของฝรั่งเศสเขานะครับ เมื่อเราทำ อย่างนี้ครูอาจารย์ที่จะมาเป็นผู้สอนในมหาวิทยาลัย ผมอยากจะเรียนว่าเขาเหล่านั้น ควรจะเป็นผู้ที่รู้สึกซาบซึ้ง หรือปฏิบัติจริยธรรมที่ดี ศีลธรรมที่ดี คุณธรรมที่ดี ในส่วนที่สังคมต้องการ แล้วออกมาสอน มาอยู่กับเรา มาคลุกคลีกับเรา ผมต้องการจะชี้ ให้เห็นประเด็นว่าความบกพร่องของประเทศไทยนอกจากจะไม่ส่งเสริมการบวช แล้วยังพูดผิดพูดถูก เช่น พูดว่าไปปฏิบัติธรรมแล้วไปนั่งหลับตาแต่ศีลที่บ้านขาดหมดทุกข้อ อย่างนี้มันเหมาะสมหรือไม่ ศีลข้อที่ ๑ คุณขาดธรรมะความเมตตาคุณไม่มี ศีลข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ผิดหมด ข้อที่ ๔ คุณไม่ซื่อสัตย์ ความสุจริตคุณก็ไม่มี อย่างนี้เป็นต้น ข้อที่ ๕ ดื่มเหล้าดื่มสุราทุกวัน ตกเย็นคุณก็ขาดสติ อย่างนี้ครับศีลและธรรม ดังนั้นจึงอยากจะเรียนว่า หลักสูตรในการผลิตครูด้านจริยธรรม คุณธรรม ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่งต้องปรับตัว ปรับตัวเพื่อเปิดโอกาสให้กับลูก หรือคนในชุมชนที่ด้อยโอกาสมาเรียนนั้นผมเห็นด้วย ไม่ขัดข้อง เพราะผมเคยไปตรวจมหาวิทยาลัยของสงฆ์หลายจุดด้วยกัน หลายแคมปัส (Campus) เราพบว่าเขาสอนหลักสูตรรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ เขาสอน แบบสไตล์ (Style) ยุโรปหมด อันนั้นเป็นเวสเทิร์นเอดูเคชัน (Western Education) เป็นคริสเตียนเอดูเคชัน (Christian Education) ขออภัยที่เอ่ยนามศาสนา แต่ศาสนาพุทธ เรามีหลักธรรม หลักคิดมากมาย ในหนังสือธรรมนูญชีวิตมีหลายบทแต่เราไม่เคยประยุกต์ ท่านเหล่านั้นจะสอนอย่างฝรั่ง และบุคคลที่มาสอนก็ไม่เก่ง ดังนั้นครู อาจารย์ที่สอน บุคลากร ทางด้านจริยธรรม ด้านศาสนานี่นะครับเป็นบุคคลที่ขาดด้อยซึ่งคุณภาพ ด้อยทั้งคุณภาพของ ครู ด้อยทั้งสถานที่ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ หลายปีที่ผ่านมาผมสังเกตตลอด ๔๐ ปีที่ทำงาน ในอุดมศึกษามาผมอยากจะเรียนว่าผมจบปริญญาเอกครับ พีเอชดี (Ph.D.) มันแปลว่า เลิฟ ออฟ วิสดอม (Love of Wisdom) นะครับ การเรียนวิทยาศาสตร์คือเราต้องไปสู่ ปลายสุดโต่งของวิทยาศาสตร์ทั้งปรัชญาทุกด้านเลย คือนิว ฟรอนเทียร์ ออฟ ไซเอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี (New frontier of science and technology) เราไปถึงจุดนั้นครับปริญญาเอก จึงเรียกว่า พีเอชดี (Ph.D.) ไม่ใช่พีเอชดี (Ph.D.) ได้เป็น ๔-๕ ฉบับ เขียนตามชื่อ ที่แย่ที่สุด ก็คือว่าพระสงฆ์ของเราหลงทาง ผมต้องขออภัยที่พูดอย่างนี้ในที่ประชุมแห่งนี้ ที่ประชุม อันทรงเกียรตินะครับ หลงทาง และสภาแห่งนี้ก็ไม่ยกย่องพระสงฆ์เราตามสมควร ท่านทราบ ไหมว่าจบเปรียญธรรม ๙ สภาแห่งนี้เคยอนุมัติว่าให้เทียบเท่ากับปริญญาตรีเท่านั้น ทำไมครับ เปรียญธรรมกับปริญญาเป็นตัวเดียวกัน ทำไมจึงไม่เทียบชั้นเป็นช่วงชั้น ๑ ๓ ปริญญาตรี ๔ ๕ ๖ เป็นมหามาสเตอร์ (Master) ก็ให้เป็นปริญญาโท ๗ ๘ ๙ ทำวิจัยเพิ่มเติม เรียนบาลี สันสกฤต อย่างดีแล้วควรจะได้ปริญญาเอก แล้วเทียบชั้นเสียให้เป็นอนุศาสนาจารย์ที่ดี แต่เรากลับไม่เข้าใจครับ เรากลับส่งเสริมให้พระสงฆ์องค์เจ้าของเราไปเรียนอินเดีย ไปเรียนต่างประเทศ แล้วกลับมาก็มีดอกเตอร์นำหน้า ท่านทราบไหมว่าดอกเตอร์แปลว่า อะไร ดอกเตอร์นี่เป็นภาษาเก่าของทางยุโรปเขา สมัยศตวรรษที่ ๑๕ ดอกเตอร์นี่ถูกนำเข้าสู่ มหาวิทยาลัยปารีส แล้วก็ดอกเตอร์นี่มันแปลว่าโดซิเออร์ (Docere) โดซิเออร์ (Docere) แปลว่าไอทีช (I teach) ดังนั้นระดับปริญญาของเขาจึงมี ๓ ช่วงชั้น ถ้าเราไปออกซฟอร์ด ผมเคยไปเรียนที่นั่นก็พบว่าออกซฟอร์ด เด็กปริญญาตรีแขนก็ไม่มีใส่ครุยสั้น ๆ ขี่จักรยาน ปริญญาโทหน่อยก็แขนยาว อย่างนี้เป็นต้น ปริญญาเอกก็ไม่มีแถบมีขีด แต่ถ้าอเมริกัน ก็จะมีขีด ๓ ขีดที่แขน อันนี้เป็นการแบ่งช่วงชั้นการศึกษาตามเปรียญธรรมหรือปริญญา ของเรานี่แหละ แต่เราไม่เข้าใจกลับเอาดอกเตอร์ พระเทพนำชื่อราชทินนาม ที่ได้พระราชทานลงมา ดอกเตอร์พระราช ผมว่ามันเป็นเรื่องที่เอาศาสนาหนึ่งมาสวมครอบ กับอีกศาสนาหนึ่ง ต้องขออภัยครับที่พูดอย่างนี้ เพราะสภาแห่งนี้ถ้าไม่พูดที่อื่นก็ไม่กล้าพูด ผมเรียนตามตรงว่าผมพูดอย่างนี้ผมต้องการจะชี้นำว่าหลักสูตรการสอนพระให้ออกมาเป็น ผู้สอนจริยธรรมที่ดีควรจะเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง แต่ถ้าท่านต้องการจะสร้าง บุคลากรที่จะเป็นรัฐศาสตร์ เป็นนักบริหารธุรกิจ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พระต้องการจะเสริม โอกาสให้กับลูกชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่มาบวชนี่นะครับ เห็นด้วยครับควรทำ แต่คนที่ดีคนเก่ง รู้ศาสนาดีอยู่ในวัดได้เปรียญธรรมถึง ๗ ๘ ๙ มีคุณวุฒิพร้อมมูล คนกลุ่มนี้ไม่ควรจะอยู่ในวัด อย่างเดียว แต่ควรจะสึกออกมาอยู่กับผม อยู่กับชุมชนผม ทำตัวอย่างที่ดีให้เห็นในชุมชนผมว่า ซื่อสัตย์นะ เป็นอย่างนี้นะ เป็นข้อ ๓ ดีอย่างนี้นะ ข้อที่ ๔ เป็นอย่างนี้นะ ดีหมดเลย ตัวอย่างดี ๆ ไม่อยู่กับเรา ตัวอย่างดี ๆ กลับอยู่แต่ในวัด ซึ่งเด็กไม่ได้สัมผัสเข้าไปต้องกราบ ๓ ครั้ง ไม่กราบ ๓ ครั้งท่านก็โกรธ อย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าถ้าปรับ ๒ เรื่องนี้ที่ผมอยากเสนอนะครับ เพื่อสร้างคุณธรรม จริยธรรม ที่ดีคือ ๑. ตำราที่ดี ธรรมนูญชีวิตต้องนำมาปรับเขียนเป็น การ์ตูนประกอบทุกช่วงชั้นนะครับ แล้วก็บุคลากรครูที่เป็นแม่พิมพ์ที่เป็นไอดอล (Idol) ทางด้านดี ๆ ทั้งหลายต้องมาอยู่กับเรานะครับ โดยถ้าเป็นไปได้ผมเคยเสนอท่านอธิบดี ขอโทษนะครับ สำนักพุทธศาสนาไปแล้วว่าการส่งเสริมให้พระได้เปรียญธรรมขั้นสูงระดับ ๙ มันควรแบ่งช่วงชั้น และควรจะเปิดโอกาสให้ท่านเทียบชั้นเท่ากับปริญญาเอก เปรียญธรรม ๗ ๘ ๙ พร้อมกับทำวิจัยเชิงลึกเป็นแบบพีเอชดี (Ph.D.) เลิฟ ออฟ วิสดอม (Love of Wisdom) ทางด้านบาลี ทางด้านอภิธรรมอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นขั้นสูงของการศาสนา ควรจะ ให้คนกลุ่มนี้ละครับสึกออกมาอยู่กับเราแล้วมาอยู่กับสังคมเรา หรือว่าทุกคนพัฒนาตนเองเข้าไปแล้วไปอยู่ในวัด ผมเรียนทุกท่านนะครับว่าบวช ๑ พรรษา เราสามารถสอบนักธรรมตรีได้ ส่วนการที่จะเรียนเปรียญธรรมนั้นใช้เวลาครับ แต่เปรียญธรรม แบ่งช่วงชั้นแล้วนี่แล้วปรับให้เขามีงานวิจัยให้เทียบได้กับยุคสมัย ผมก็คิดว่า เป็นการส่งเสริมคนดีมาเป็นครูบาอาจารย์ บรรจุเป็นครูครับ ไม่ใช่บรรจุแค่อนุศาสนาจารย์ อนุศาสนาจารย์นะครับ ส่วนผมนี่เรียกศาสตราจารย์ คนละเรื่องกันนะครับ อย่าเรียก ผิดนะครับ ผมไม่ได้เป็นศาสดาจารย์ แต่ผมเป็นแต่ศาสตรา ดังนั้นในกรณีอย่างนี้ทำความ เข้าใจให้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเหตุผลของภาษา เหตุผลของการพัฒนาสังคมที่ดี ต้องเรียน ตรงนี้นะครับว่าผมก็ไม่ใช่คนดีอะไร เป็นอาจารย์ที่ทำหน้าที่ตามปกติแล้วก็อยู่มาตั้ง ๔-๕ มหาวิทยาลัยด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง แต่การสัมผัสหลายแห่งอย่างนี้ทำให้ผมเห็นว่า เด็กเขาต้องการไอดอล (Idol) ไอดอล (Idol) ที่ดีก็คือคนดี คนดีอยู่ในศาสนา คนดีในศาสนา ถ้าห่มเหลืองอยู่ในวัดอย่างเดียวไม่มาสัมผัสแตะต้องไม่ได้ สัมผัสไม่ได้ มันก็เป็นตัวอย่างที่ ไม่ดีครับ ดังนั้นตัวอย่างเลว ๆ จึงพูดย้ำซ้ำเติมให้กับเยาวชน ได้รับ ได้ฟัง ได้เห็น ทุกวัน แล้วก็ผิดเพี้ยนมาตลอดครับ ขอบพระคุณครับ ท่านครับ ผมเสนอ ๒ ข้อเท่านั้นเอง ขอบคุณมากครับ