เสรี สุวรรณภานนท์ หารือปัญหาความซับซ้อนในการบริหารกรุงเทพมหานครจากการทับซ้อนของหน่วยงานราชการกลางและท้องถิ่น พร้อมเสนอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีส่วนร่วมในคณะรัฐมนตรีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและแก้ปัญหาความขัดแย้งเชิงนโยบายที่ส่งผลต่อประชาชน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ผมได้ดูรายงานของท่านกรรมาธิการ ในเรื่องการบริหารกรุงเทพมหานคร แล้วก็ร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ ก็ต้องยอมรับนะครับว่า พยายามที่จะแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ปัญหาของกรุงเทพมหานครเป็นปัญหา ที่ทับซ้อน เป็นปัญหาที่เราพยายามที่จัดระบบงานบริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ไปในแนวทางที่เรียกว่า กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แต่ในสภาพความเป็นจริงเมือง กรุงเทพมหานครเองแม้จะบอกว่าการบริหารเป็นของท้องถิ่น แล้วก็บอกเป็นเรื่องของ รูปแบบพิเศษต่างจากท้องถิ่นทั่ว ๆ ไปก็ตาม ในการบริหารงานของกรุงเทพมหานครมันเป็น เรื่องที่ยากกับการที่จะทำให้สำเร็จได้ เพราะว่าความทับซ้อนของหน่วยงานในการบริหารงาน ของท้องถิ่นในระดับเมืองหลวงกับระบบงานราชการส่วนกลางยังเป็นหน่วยงานที่เป็น การแก้ปัญหาในเรื่องเดียวกันหรือทำงานในเรื่องเดียวกัน มันจึงเป็นการยากครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าในการเลือกตั้งผู้บริหารกรุงเทพมหานครที่ผ่านมามันก็น่าสนใจว่า การเลือกตั้งในระดับชาติ อย่างเช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ได้รัฐบาล ปรากฏว่าผลการเลือกตั้งคนกรุงเทพมหานคร ก็เลือกพรรคการเมืองหนึ่ง แต่พอไป ระดับท้องถิ่น ไประดับกรุงเทพมหานครก็ไปเลือกอีกพรรคหนึ่ง ก็จะเป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่แปลก ทำให้ในการบริหารของกรุงเทพมหานครนั้นมันไม่สอดรับกัน เพราะว่าเป็นปัญหาทางการเมืองที่มาจากคนละฝ่าย สิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการพยายามแก้ปัญหา ก็พยายามฟังดูว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ท่านก็เสนอว่าให้มีกรรมการกลางขึ้นมาชุดหนึ่ง มาจากในหลาย ๆ ส่วน ก็น่าจะดูดีนะครับ น่าจะแก้ปัญหาได้ แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจครับว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นมันจะแก้ได้ตรงจุดตรงประเด็นหรือไม่ เพราะว่าความซับซ้อน ของหน่วยงานไม่ใช่อยู่แค่กรรมการอย่างเดียว เรื่องของกรุงเทพมหานครนั้นจะอยู่กับ หลายกระทรวงไม่ใช่แค่ตั้งกรรมการแล้วจบ เพราะการตั้งกรรมการดังกล่าวนั้น อาจจะมี ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อย่างไรก็ตาม แต่มันไม่เหมือนกับไปร่วมประชุมใน ครม. ถ้าหากว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งถือว่าเป็นการบริหารพื้นที่พิเศษสามารถที่จะ ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้สอดคล้องต้องกันแม้อาจจะมาจากคนละพรรคก็ตาม มันก็อาจจะ ทำให้การบริหารแก้ปัญหากรุงเทพมหานครนั้นได้ดีขึ้น ถ้าหากเป็นไปได้ในการประชุม ครม. ที่เกี่ยวกับหน่วยงานหรืองานของกรุงเทพมหานครแต่ละครั้งก็น่าที่จะให้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครนั้นได้รับโอกาสจากคณะรัฐมนตรีในการที่จะเข้าร่วมประชุมกับ คณะรัฐมนตรีในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารงานของกรุงเทพมหานครด้วย เพราะอย่างน้อยที่สุด กรุงเทพมหานครมีทั้งสาธารณสุข หน่วยงานรัฐบาลกลางก็มี โรงพยาบาลในกระทรวง สาธารณสุข กทม. ก็มีโรงพยาบาล กทม. ในส่วนราชการของรัฐบาลกลางเองมี กระทรวงศึกษาธิการ กทม. ก็มีโรงเรียนของ กทม. นะครับ ในขณะเดียวกันพื้นที่ของกรุงเทพมหานครก็เป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลางมันซับซ้อนกันไปหมด ครับท่านประธาน หน่วยงานที่จะต้องมาบริการประชาชน ยกตัวอย่างของจราจรอย่างนี้นะครับ มีตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีตั้งแต่กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทก็อยู่ในพื้นที่ กทม. ก็มีนะครับ รวมถึงงานของ กทม. เองที่ต้องรับผิดชอบบางส่วน ในเรื่องงานจราจรท่านคิดแค่นี้ ครับท่านประธาน มันก็สับสนอลหม่าน การแก้ปัญหามันไม่สามารถจะแก้ได้นะครับ ตามรายงานนะครับ ก็พยายามที่จะดู แล้วก็มีบางส่วนที่เห็นว่าสามารถจะนำมาร่วมแก้ไข ปัญหากันได้ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องเหล่านี้ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการ การแก้ปัญหาจราจรในเมืองใหญ่ ผมก็พยายามดูว่าการแก้ปัญหาจราจรที่เสนออย่างไรก็คงได้ ส่วนหนึ่งเท่านั้น นี่ยกตัวอย่างให้เห็นนะครับท่านประธาน มันเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้อง บูรณาการให้ฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานครนั้นสามารถที่จะร่วมแก้ปัญหากับรัฐบาลกลางให้ได้ นี่คือตัวอย่างของความทับซ้อน ความทุกข์ของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครนี่ครับ ท่านประธานครับ อยากจะเสนอว่าการแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชน ชาวบ้านนั้น ต้องแก้ทุกเรื่อง ในกรุงเทพมหานครเองพยายามแยกนะครับว่างานของ กทม. คืออะไร แต่จริง ๆ แล้วความทุกข์ของประชาชนในกรุงเทพมหานครนั้นควรได้รับการดูแลจากท้องถิ่น จากพื้นที่ แม้กระทั่งเรื่องที่จะถูกตั้งด่าน ถูกเรียกผลประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประชาชนเองนั้นจะต้องได้รับการดูแลจากกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน กรุงเทพมหานคร จะบอกว่าไม่ใช่เรื่องของตนมันไม่ได้ เพราะว่าความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน กรุงเทพมหานครต้องแก้ได้ทุกเรื่องนะครับ การทำงานในระบบราชการของกรุงเทพมหานคร ต้องปรับปรุงปฏิรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีกฎหมายอำนวยความสะดวก แต่ปรากฏว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้นกว่าเดิมมากน้อย แค่ไหน กฎหมายบอกว่าเป็นกฎหมายอำนวยความสะดวก แต่ประชาชนก็ไม่ได้สะดวก เพราะว่ายิ่งออกกฎหมายมาเท่าไรนี่นะครับ ระบบงานราชการเองนั้นก็จะสร้างเงื่อนไข ให้ประชาชนต้องปฏิบัติมากขึ้น ก่อให้เกิดความยุ่งยากแก่การที่จะขออนุญาต นี่คือสภาพ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นในกรุงเทพมหานครเอง ในระบบงานราชการของกรุงเทพมหานคร ควรจะต้องตั้งแนวทางการบริหาร ให้บริการประชาชนในลักษณะที่ราชการเป็นพี่เลี้ยง นั่นหมายความว่าระบบงานราชการที่ว่าเป็นพี่เลี้ยงนี่นะครับ ไม่ใช่มาคอยจับผิดประชาชน ไม่คอยจับผิดชาวบ้าน แต่ต้องให้เป็นระบบงานราชการที่สามารถจะคอยดูแลเยียวยาแก้ไข ปัญหาให้ชาวบ้าน การที่มีประชาชนมายื่นขอใบอนุญาตหรือขออนุญาตทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นมา ระบบงานราชการของกรุงเทพมหานครเองจะต้องดูว่าจะแก้ไขให้ชาวบ้านได้อย่างไร ไม่ใช่จะปฏิเสธแล้วก็บอกว่าเป็นความผิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เรื่องใดก็ตามที่ยื่นขออนุญาต เข้ามาแล้วนี่นะครับ ถ้าหากว่าติดโดยเงื่อนไขใดก็ควรที่จะต้องเสนอแนะแนวทางหาทางออก ให้นะครับ ไม่ใช่พอจ่ายเงินใต้โต๊ะแล้วนะครับ แล้วก็สำเร็จได้ทุกเรื่องมันก็จะกลายเป็นว่า ไม่มีใครกล้าที่จะทำถูกกฎหมาย ไม่มีใครกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากว่าให้ราชการ เป็นพี่เลี้ยงมากกว่าที่จะคอยจับผิดชาวบ้าน คอยจับผิดประชาชนมันก็จะทำให้งาน ของกรุงเทพมหานครนั้นเป็นที่พึงพอใจของพี่น้องประชาชนได้ นอกจากนี้ครับท่านประธาน เราจะเห็นได้อย่างหนึ่งว่าในการที่จะปรับปรุงพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเองนั้น ยกตัวอย่าง เห็นชัดเจนในเรื่องของผังเมือง ในพื้นที่ที่จะต้องบริหารผังเมืองของกรุงเทพมหานครนั้น ไม่ได้ตั้งอยู่บนสภาพความเป็นจริงนะครับ แต่กำหนดผังเมืองตามแนวทางตามอำเภอใจของฝ่ายบริหาร ในบางพื้นที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยแล้ว แต่กลายเป็นที่ธุรกิจไปแล้ว แต่กลับกลายเป็นอยู่ในเงื่อนไขที่ชาวบ้านนั้นจะต้องดิ้นรน เพื่อจะอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวให้ได้ ก็จะทำแต่เรื่องผิดกฎหมาย อย่างเช่นห้ามปลูกสร้างอาคาร มีขนาดกว้างเท่านั้นเท่านี้ในพื้นที่บางเขต แต่ปรากฏว่าไปติดด้วยเงื่อนไขของผังเมืองนี่นะครับ ทำให้ประชาชนนั้นจะต้องไปจ่ายใต้โต๊ะเต็มไปหมดเลย แล้วพอจ่ายใต้โต๊ะแล้วทำอย่างไร เจ้าหน้าที่จะหาทางออกให้ แล้วก็ขยายพื้นที่ให้ ออกใบอนุญาต ๒ ใบ ออกใบอนุญาต ๓ ใบ ไป ๆ มา ๆ ก็คือหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ไม่ถูกต้อง แต่สามารถหาวิธีการตามกฎหมายมาเป็น ช่องทางให้ราชการอนุมัติได้ นั่นหมายความว่า ก็จะต้องมีการวิ่งเต้น แล้วก็จ่ายเงินที่ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นี่คือสิ่งที่เป็นหัวใจของการบริหารกรุงเทพมหานคร ถ้าหากว่าเราจะ ปรับปรุงกฎหมายในรูปแบบต่าง ๆ เราต้องคำนึงถึงสภาพปัญหาเดิม และเอาสภาพปัญหา เดิมดังกล่าวนั้นมาเป็นทางออกว่าจะแก้อย่างไร ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการที่พยายามเสนอ อยู่หลายเรื่อง แต่ในหลายเรื่องดังกล่าวนี้จะต้องให้เป็นรูปธรรม แล้วก็สามารถที่จะนำไป แก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง ก็ฝากไว้ว่าถ้าหากว่าในส่วนข้อเสนอดังกล่าวนี้ส่วนใดจะเป็น ประโยชน์แก่รายงานฉบับนี้ก็ช่วยกรุณาเพิ่มเติมเสริมให้สมบูรณ์ด้วย ขอบพระคุณครับ