สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙

วัลลภ พริ้งพงษ์ เสนอคำถามเกี่ยวกับคุณวุฒิของผู้บริหารท้องถิ่น และหารือเรื่องการยกฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมท้องถิ่น การบริหารงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การถ่ายโอนภารกิจของหน่วยงานรัฐให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การยกพื้นที่เป็นองค์กรท้องถิ่น และการควบรวมองค์กรท้องถิ่น

นายวัลลภ พริ้งพงษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก ทุกท่านนะครับ คำถามที่ผมจดได้มีทั้งหมด ๙ ท่านด้วยกันนะครับ จะขออนุญาตไปทีละท่าน นะครับ

ท่านแรกของท่านสุรินทร์ ท่านได้ถามในเรื่องของคุณวุฒิของผู้บริหารท้องถิ่น ความจริงขณะนี้ท่านอาจจะไม่ได้ฟังทีแรกว่า ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามร่างประมวลกฎหมายของเรานี่เรายกฐานะ อบต. ทั่วประเทศเป็นเทศบาล เรากำหนด คุณวุฒิของตัวท่านผู้บริหารท้องถิ่นเอาไว้จบปริญญาตรีนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปก็เป็นไป ตามที่ท่านสุรินทร์ท่านได้ตั้งข้อสังเกตนะครับ

ในส่วนของท่านวิทยานะครับ ท่านพูดถึงประสิทธิภาพ ความจริงอยากจะ กราบเรียนแบบนี้นะครับว่า การที่เรายกฐานะ อบต. ทั่วประเทศเป็นเทศบาล ประการแรก ก็คือว่าในเรื่องของภารกิจของเทศบาลมีประเภทของการให้บริการซึ่งครอบคลุมแล้วก็ หลากหลายมากกว่าในส่วนของ อบต. นะครับ ประเด็นสำคัญก็คือว่าเมื่อเรายกฐานะ อบต. ขนาดเล็กมาเป็นเทศบาล ความเป็นไปได้เรื่องของค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มที่จะดำเนินการอย่างไร ในส่วนนี้ก็คิดว่าเมื่อควบรวมแล้วอย่างน้อยเมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยกตัวอย่างนะครับ ขณะนี้เราตั้งเกณฑ์ควบรวมไว้ที่ ๒๐ ล้านบาท เมื่อ ๓ แห่งมารวมกันอย่างน้อยที่สุดก็มีรายได้ อยู่ที่ประมาณ ๖๐ ล้านบาท อันนี้อาจจะตอบคำถามไปยังท่านวันชัย สอนศิริ ด้วยนะครับ ๖๐ ล้านบาทนี้ความจริงแล้วสิ่งที่ได้ซึ่งเป็น อบต. ขนาดเล็กเมื่อรวมแล้วเป็นเทศบาล รายจ่ายประจำผมคิดว่าลดไม่ได้อยู่แล้ว แต่ว่าในรายจ่ายประจำที่เกิดขึ้นมา การที่เราจะทำตัว โครงสร้างขององค์กรให้เกิดประสิทธิภาพนี้สามารถทำได้จากการตั้งหน่วยงานบางหน่วยงาน ที่ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่องของกองที่ดูแลเรื่องของผู้สูงวัย หรือบางแห่ง อบต. แต่ละแห่ง มีเฉพาะแค่ช่างคนเดียว เมื่อรวมตัวกันแล้วก็อาจจะยกฐานะให้เป็นกอง ซึ่งมีเป็น ผอ. ช่างได้ หรืออาจจะมีในส่วนของงานซึ่งดูแลเรื่องขยะมูลฝอยได้เป็นต้นนะครับ อันนี้คือลักษณะของ สำนักหรือกองที่อาจจะเกิดขึ้นจากบริบทของการที่จะควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นะครับ สำหรับรายได้ที่ผมนำเรียนแล้วว่าบางแห่งมีรายได้อาจจะแห่งละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อควบรวมกันแล้วรายได้บางส่วนซึ่งเป็นก้อนใหญ่ขึ้น ก็สามารถที่จะมาดูแลประชาชนในลักษณะของการจัดทำโครงการซึ่งใหญ่ขึ้นได้นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อควบรวมแล้วสิ่งแรกที่ประชาชนได้ก็คือว่าประเภทของการให้บริการมีมากขึ้น มาตรฐานของการให้บริการผมเข้าใจว่าจะมีเท่าเทียมกันทั้งหมด เพียงแต่ว่าคุณภาพเป็นเรื่อง ที่จะต้องไปดำเนินการพัฒนาต่อไปในอนาคตนะครับ นี่ก็คือในส่วนแรกที่ตอบคำถาม ท่านวิทยานะครับ

ท่านวิทยาท่านได้พูดถึงประเด็นของการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในเรื่องของการทำกิจกรรมของท้องถิ่น ซึ่งในส่วนนี้ในตัวประมวลกฎหมายของเราได้บัญญัติ เอาไว้แล้วนะครับ เรื่องของตั้งแต่องค์กรท้องถิ่นสามารถที่จะมอบหมายงานให้กับองค์กรท้องถิ่นข้างเคียง ดำเนินการแทน หรือร่วมกันดำเนินการ หรือทำงานร่วมกับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ โรงพยาบาลที่ท่านได้ตั้งเป็นคำถามว่ามันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนในการทำงานให้กับเอกชน สามารถดำเนินการได้นะครับ ภายใต้ตัวบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เราได้ร่างไว้แล้วนะครับ ในเรื่องงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนะครับ ผมขอกราบเรียน ในฐานะที่เคยเป็นอธิบดีกรมนี้มาก่อน ในช่วงที่ผมมาดำรงตำแหน่ง อยากจะกราบเรียนว่า เงินทั้งหลายที่เป็นเงินอุดหนุนและต้องมาจัดทำโครงการภายหลัง ในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ไปนี่ไม่มีเลยนะครับ ทุกรายการที่เคยเป็นเงินและต้องมาพิจารณาให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมาวิ่งเต้นกัน เราบรรจุรายการไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเป็นราย โครงการไป และเมื่อจัดทำเสร็จแล้วเราลงในเว็บไซต์ (Web site) นะครับให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศสามารถตรวจสอบได้ ผมเข้าใจว่าหลักการนี้ก็ยังดำเนินการในปัจจุบันอยู่ เพราะฉะนั้นรายการทั้งหลายที่เคยเป็นยอดลัมพ์ซัม (Lump sum) และต้องมีการวิ่งเต้นกันไป ขณะนี้ผมแน่ใจว่าไม่มีแล้ว เนื่องจากเป็นหลักการสำคัญของรัฐบาลชุดนี้นะครับ

ในเรื่องของท่านวรวิทย์ที่ได้ให้ความเห็นในเรื่องของมาตรา ๖๐ เรื่องของ อำนาจหน้าที่ตลอดจนเรื่องของมาตรา ๘๑ ท่านได้พูดยกตัวอย่างเรื่องของการฉีดวัคซีน โรคพิษสุนัขบ้า ความจริงมันเป็นปัญหาเรื่องภารกิจถ่ายโอน เรื่องนี้เผอิญในช่วงนั้น ผมดำรงตำแหน่งอธิบดีอยู่นะครับ ก็ปรากฏว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปฉีดยา กันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขทั่ว ๆ ไป ปรากฏว่าหน่วยงานตรวจสอบก็ไปดำเนินการทักท้วง แล้วก็ให้คืนเงิน โดยบอกว่าภารกิจนี้ไม่ใช่ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ในช่วงนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันระหว่างหน่วยตรวจสอบกับทางผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ คือหลักการภารกิจของท้องถิ่นขณะนี้ ต้องเป็นภารกิจที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องเขาถ่ายโอนมา เมื่อถ่ายโอนมาแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถึงจะมีอำนาจในการที่จะเข้าไปดำเนินการนั้น แต่ปรากฏว่าเรื่องของการฉีดโรคพิษสุนัขบ้านี่นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม กรมที่เกี่ยวข้องคือ กรมปศุสัตว์บอกว่าในหลักการยังมิได้มีการถ่ายโอนภารกิจนี้ให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เมื่อยังไม่ได้ถ่ายโอนมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะเอา งบประมาณไปใช้จ่ายเพื่อการนี้นะครับ ก็มีการพูดคุยกัน แต่ปรากฏว่าในอำนาจหน้าที่ ตามข้ออื่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บัญญัติเอาไว้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่ในเรื่องของการป้องกันโรคติดต่อนะครับ ก็เลยต้องมาอาศัยข้อนี้ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีอำนาจนะครับ เรื่องนี้เมื่อสักครู่ทางท่านวรวิทย์บอกว่าอาจจะไม่จบ ความจริง จบไปแล้วนะครับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีอำนาจในการดำเนินการตาม ภารกิจนี้ได้นะครับ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีการแก้ไขกันเป็นเรื่อง ๆ ไป ที่ผมจะกราบเรียน ก็คือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศขณะนี้นะครับไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมายที่ สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะฉะนั้นในตัวอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราจะเขียนไว้ว่า ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ คำว่า อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาจากไหน ก็คือมาจาก อำนาจหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินั้น จะมีการถ่ายโอนภารกิจอะไรให้บ้างนะครับ เมื่อถ่ายโอนภารกิจใดให้ไป ก็จะมีบุคลากรตามไป มีงบประมาณตามไป อันนี้คือหลักการของการถ่ายโอนภารกิจ เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าขณะนี้ ที่เราเขียนไว้อยู่ในมาตรา ๘๐ เรื่อยไปของเทศบาลเราเขียนฐานอำนาจเอาไว้ให้ว่าอันนี้ เป็นฐานอำนาจนะครับ แต่ว่าอำนาจตัวไหนจะไปเท่าไรก็ต้องไปดู พ.ร.บ. กำหนดแผนและ ขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ แต่ส่วนใหญ่ขณะนี้ โดยหลักการของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บัญญัติเอาไว้ว่า ภารกิจในเรื่องของการให้บริการ ประชาชนให้เป็นอำนาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในหลักการนี้ เราค่อนข้างจะมั่นใจได้ว่าในขณะนี้เรื่องการให้บริการทั้งหลายเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่นอกจากนั้นก็ต้องไปดูลักษณะของอำนาจหน้าที่ตัวอื่นที่เป็นโครงการ ขนาดใหญ่ว่าแต่ละกระทรวง ทบวง กรม จะถ่ายโอนภารกิจอะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ใน การถ่ายโอนภารกิจ ผมเข้าใจว่าเป็นแผนที่ ๓ นะครับ โดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ก็ขอกราบเรียนในส่วนของท่านวรวิทย์นะครับ

ในส่วนของท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ต้องขอขอบพระคุณท่าน ก็รับทั้งหมด ของท่านมาเลยนะครับที่จะมาปรับปรุงให้ใหม่

ในส่วนของท่าน พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ก็กราบเรียนว่าจริง ๆ แนวความคิดในการที่จะให้มี ๑ อำเภอ ๑ องค์กรท้องถิ่น ๑ ตำบล ๑ องค์กรท้องถิ่น ก็มีการพูดคุยกันในคณะอนุกรรมาธิการ แต่ท้ายที่สุดเรามาติดปัญหาตรงที่ว่าถ้าเราเอา เขตปกครองมาเป็นองค์กรท้องถิ่นปัญหาอยู่ที่ศักยภาพนะครับ จากการที่เรายกสภาตำบล ในครั้งเมื่อปี ๒๕๓๗ เป็นองค์กรท้องถิ่น เราติดประเด็นปัญหาศักยภาพขององค์กรท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้เราต้องกลับมาดูว่าในองค์กรท้องถิ่นที่จะเป็นไปได้ต้องมีในเรื่องของรายได้ แล้วก็ตัว ประชากรควบคู่กันไปเป็นอย่างต่ำ เพราะฉะนั้นจึงต้องกลับมาดูว่าขณะนี้ในเรื่องของการควบ รวมเองก็ตาม เราดูในเรื่องของศักยภาพกับเรื่องของจำนวนประชากรเป็นหลัก ในการที่จะ ยกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นองค์กรท้องถิ่น

ของท่านปานเทพ ขออนุญาตที่จะรับไปปรับตามที่ท่านได้ให้ข้อสังเกตมา

ของท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ต้องขอขอบคุณท่านในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมบัญญัติไว้แล้วท่านครับ ในเรื่องของตัวพอลลูเตอร์เพย์ (Polluter pays) ก็บัญญัติเอาไว้นะครับ เพียงแต่ว่ารอกฎหมายหลักจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการ ตามนั้น

ของท่านวันชัย สอนศิริ ท่านบอกว่าจะเกิดผลเมื่อไร อยากจะกราบเรียนว่า ร่างฉบับนี้เราบอกว่าเมื่อประกาศบังคับใช้แล้วให้มีผลบังคับใช้ในเรื่องของการควบรวม ภายใน ๑ ปี อันนี้คือสิ่งที่เราบัญญัติเอาไว้ในตัวประมวลของเรา นั่นแสดงว่าในสิ่งที่เรา ต้องการให้เกิดใน ๑ ปี ๑. มีการยกฐานะ อบต. ทุกแห่งเป็นเทศบาล ๒. เราเสนอให้มี การควบรวมเทศบาลขนาดเล็กเข้าด้วยกัน ส่วนการควบรวมนี้ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ ประชาชน และเมื่อควบรวมแล้วนี่นะครับ ที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่ในเรื่องประเภทของ การให้บริการ เรื่องของคุณภาพในการให้บริการ มาตรฐานในการให้บริการ ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์ทั้งหมดที่ว่าจะตกอยู่กับประชาชนเป็นหลัก ตลอดจนในเรื่องของที่เราเสนอในตัว กฎหมายฉบับนี้ จะมีเรื่องของมาตรการในการจูงใจให้กับองค์กรท้องถิ่นในการควบรวมกัน มาตรการจูงใจในตัวนี้ก็จะเป็นตัวงบประมาณที่จะให้กับองค์กรท้องถิ่นที่มีการควบรวมนำไป เพื่อไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เดือดร้อน หรือไปพัฒนาในส่วนที่เป็นปัญหาของ พื้นที่นั้นใช้ได้เฉพาะกรณีนี้เท่านั้นนะครับ ส่วนหนึ่งก็จะเป็นการลดช่องว่างรายได้ขององค์กร ท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ แล้วก็จะมีขนาดเล็กที่มาควบรวมกัน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ประชาชน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการควบรวมหรือว่าองค์กรที่จะมีการควบรวมจะได้รับประโยชน์ จากกระบวนการของการควบรวม และ

ท่านสุดท้ายคือท่านชิดชัย ท่านได้พูดถึงเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค พูดถึง การเตรียมการของแหล่งน้ำดิบในภาพรวม ซึ่งเป็นเรื่องของทาง อบจ. อย่างไรก็ดีในเรื่องของ การรักษาหรือว่าการให้มีแหล่งน้ำชุมชน ซึ่งอาจจะยังเขียนไม่ชัดเจนในอำนาจหน้าที่ก็รับ ที่จะไปเขียนเพิ่มเติมให้นะครับ ก็ขออนุญาตสรุปในภาพรวมของคำถามจากท่านผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน ขอบคุณมากครับ