สุรินทร์ สนับสนุนควบรวม อบต. เสริมประสิทธิภาพ-เพิ่มรายได้

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สนับสนุนการควบรวม อบต. ขนาดเล็กเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารและรายได้ พร้อมเน้นย้ำหลักธรรมาภิบาลและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังได้หารือเรื่องความเหลื่อมล้ำในการให้บริการสาธารณสุขระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ และเรียกร้องให้ขยายงบประมาณและอำนาจให้หน่วยงานท้องถิ่นใหญ่สามารถดูแลประชาชนได้อย่างครบวงจร รวมถึงเสนอให้มีการกำหนดจำนวนสมาชิก อบต. และกำหนดคุณสมบัติผู้บริหารท้องถิ่นให้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการที่มีความมุ่งมั่น ที่จะพัฒนาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผมอ่านแทบไม่ไหวปึกขนาดนี้ ด้วยความเคารพนะครับ ไปเปิดดูจากเน็ตอินเทอร์เน็ต (Internet) ตาลายเลยครับท่านประธาน วันเสาร์ อาทิตย์นี่นะครับ มานั่งดูแล้วก็มีความรู้สึกว่าประทับใจ ต้องใช้คำว่า ประทับใจ แต่อย่างไรก็ตามผมอยาก กราบเรียนว่าผมมีข้อเสนอบางประการนะครับ ก่อนจะถึงข้อเสนอผมอยากกราบเรียนว่า เรานี่มุ่งมั่น ประเทศไทยมุ่งมั่นในการที่จะกระจายอำนาจไปให้ประชาชนปกครองตนเองมานาน บัดนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแบบอาจจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ บ้าง อย่างที่ท่านกรรมาธิการกล่าว สักครู่ว่าเรามี อปท. ทั้งเล็กทั้งใหญ่ตั้ง ๗,๘๕๓ แห่ง แต่มี ๖,๐๐๐ กว่าแห่งที่มีรายได้ต้องใช้ คำว่า จุ๋มจิ๋มมากเลย ไม่ถึง ๒๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็จะเป็นงบการบริหารเงินเดือนไปหมด การพัฒนาเกือบไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนความเห็นโดยรวมก่อนนะครับว่า การที่กรรมาธิการกำลังคิดว่าเสนอให้มีการควบรวม อบต. ที่เล็ก ๆ เข้าด้วยกันผมคิดว่า ถูกต้องเลยครับ เพราะถ้ามีประชาชนมากพอนะครับ แล้วก็มีความคิดมากพอสำหรับประชาชน เขาก็จะ สามารถพัฒนารายได้เป็นกอบเป็นกำ ท่านเห็นไหมครับ สัญลักษณ์ของอาเซียน (ASEAN) ๑๐ ประเทศ แล้วก็มัดรวมมันทำให้มีพลังนะครับ จากเรานี่แค่ ๗๐ ล้านคนนะครับ พอเป็น ๖๐๐-๗๐๐ ล้านคนนี่มหาอำนาจบาตรใหญ่ทั้งหลายมะรุมมะตุ้ม จนบัดนี้ยังมะรุมมะตุ้มกัน ไม่เสร็จ เพราะฉะนั้น อบต. นี่ถ้ามีอย่างที่ท่านว่านะครับ ควบรวมสัก ๒-๓ อบต. ด้วยกัน แต่ต้องเป็นความโปร่งใสและยุติธรรมและเห็นประโยชน์ของเขานี่เป็นตัวตั้ง ผมคิดว่าเราจะ พัฒนาได้เร็ว ผมขออนุญาตกลัวว่าท่านจะลืมเสียว่าหน้าตาของ อบต. อปท. นี่นะครับ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ผมยกมาสัก ๒-๓ แห่งให้ท่านดู เพื่อไม่ให้ประชาชนคนฟังอยู่ทางบ้าน รวมทั้งท่านทั้งหลายลืมไปนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ภาพที่หนึ่งครับ นี่ครับหน้าเสาชิงช้าเลยครับ หน่วยงานเก่าของท่านประธานกรรมาธิการ ท่านนินนาท ท่านอยู่ที่นี่มาไม่น้อย นิด ๆ หน่อย ๆ สักประมาณ ๓๐-๔๐ ปีนะครับ เป็นกรุงเทพมหานคร แต่ก่อนนี้ปรับปรุงจาก จังหวัดกรุงเทพฯ จังหวัดธนบุรี รวมเป็นกรุงเทพมหานครนะครับ ต่อไปครับ นี่เมืองพัทยา เป็นที่เชิดหน้าชูตาไปทั่วประเทศทั้ง ๒ แห่งนี้นะครับ ต่อไปครับ อันนี้ก็ไกลหน่อย จังหวัดอุบลราชธานีแต่มีมานานแล้ว หน้าตาก็ดูดีนะครับ ต่อไปครับ นี่คือหัวไทรครับ เล็ก ๆ ผมไปเยี่ยมมาแล้วอยู่จังหวัดภาคใต้ แถวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยนะครับ ต่อไปครับ อันนี้ผมประทับใจมากเลย ไม่ทราบว่าท่าน สปท. วิทยาท่านอยู่ไหม ผมไปนครศรีธรรมราช หลายครั้ง ที่นครศรีธรรมราชนี่นะครับมีโรงพยาบาล ผมนี่เป็นคนเกิดอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมมาที่ตลาดเจ้าพรหม แต่ก่อนนี้มีโรงพยาบาลประจำจังหวัด แห่งหนึ่ง แล้วก็มีโรงพยาบาลของเทศบาลนครศรีอยุธยา บัดนี้ยุบรวมไปแล้วไม่เป็นแล้ว เป็น สสจ. ไปแล้วตรงนั้นนะครับ ก็ยังมีความรู้สึกว่าเทศบาลทั้งหลายไม่ได้ดูแลครบวงจร แต่ของกรุงเทพมหานครของท่านประธานกรรมาธิการนี่ครบเลย มีโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ผ่าตัด ได้ทุกอย่าง ทำได้ใหญ่ ๆ มากเลยทุกเรื่องนะครับ แต่ว่าพัทยายังไม่มีโรงพยาบาล ถ้าเทศบาลก็ดี หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดใหญ่ ๆ นะครับ ที่สามารถจะดูแลประชาชนได้ครบวงจร เพราะท่านเอางบประมาณแผ่นดินไปนี่ บัดนี้ถ้าจำไม่ผิด ๒๘ เปอร์เซ็นต์แล้วของรายได้ ก็เยอะนะครับ ต่อไปจะเรียกร้องให้ไปถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เต็มขีด

ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านเห็น ขออนุญาตท่านเปิดดูหน้า ๕ ในปึกใหญ่ ๆ ของท่านนี่นะครับ ท่านบอกว่าองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีหมู่บ้าน อบต. ไหน มี ๑ หมู่บ้าน ให้มีสมาชิกได้ ๖ คน อบต. ไหนที่มีหมู่บ้าน ๒ หมู่บ้าน ให้มีสมาชิกหมู่บ้านละ ๓ คน ก็เท่ากับ ๖ คนเท่ากัน ถ้าถามผมนะ ถ้ายิ่งมี ๖ คน อบต. หนึ่งมีหมู่บ้านเดียวแล้วมี ๖ คน งบประมาณไม่ต้องทำอะไรครับ หมดไปกับเงินเดือนค่าบริหาร เอาสัก ๕ คนได้ไหม เพราะถ้ามีหมู่บ้านเดียวจะต้องเอา ๖ คน เท่ากับ ๒ หมู่บ้านไหม ฝากท่านไปคิดนะครับ แล้วท่านมาตอบผมหน่อยก็จะดีครับ เหมือนกับที่เมื่อสักครู่พูดกันไปนี่นะครับ

เรื่องต่อไปครับ หน้า ๑๗ ตรงกับที่ผมเสนอ คือคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็น สมาชิก อบต. หรือผมเสนอนี่ว่านายกเทศมนตรีควรจะจบปริญญาตรี แต่ของท่านใน มาตรา ๖๐ เขียนไว้ว่า กรณีเทศบาลต้องสำเร็จไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี อบจ. นี่ต้องสำเร็จ ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ผมนี่ประทับใจ อนาคตโลกพัฒนาไปแล้ว ท่านจะต้องดูทั้งเรื่องโยธา ร้อยแปดจิปาถะนะครับ ถ้าผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่จบปริญญาตรีผมคิดว่า ก็พูดกับลูกน้องลำบาก เพราะลูกน้องเดี๋ยวนี้ปลัดเทศบาล ปลัดอะไรต่ออะไรนี่นะครับ อบต. ต้องจบปริญญาตรีแล้วนะครับ ก็ควรจะเป็นเช่นนี้ แต่ว่าไม่มีข้อ ค ผมเห็นมันหายไป ถ้าเป็นผมนะ ผมจะเติมข้อ ก ว่า ของ อบต. อันนี้มีแค่เทศบาลกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด อบจ. อบต. ไม่รู้อยู่ที่ไหน ผมอาจจะหาไม่เห็น ถ้าจบปริญญาตรีได้ก็จะดี แต่ผมเขียนไว้ว่า ถ้าจบปริญญาตรีทันทีอาจจะหาคนไม่ได้ ถ้าเขาเคยเป็นนายก อบต. มาเก่าก็ไม่ว่ากัน แต่ว่า ในอนาคตสักกี่ปีเราต้องบอกไปเลยว่าเกรตพีเรียด (Great period) นะครับ อีกกี่ปี ทั้งประเทศต้องจบปริญญาตรี อันนี้ผมไม่ได้เป็นคนบ้าปริญญานะครับ แต่ผมคิดว่าโลกมัน ก้าวหน้าไปแล้ว ทั้งหมดนี้ผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพเพียงเท่านี้ละครับ ก็ฝากท่านไป เป็นการบ้านนิดหน่อยนะครับ กราบขอบพระคุณมากครับ