ดุสิต เสนอร่างพลังงานทดแทน ชูคณะกรรมการนำร่อง-ย้ำความมั่นคงยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๐ · ๘ สิงหาคม ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม ชี้แจงและผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน พ.ศ. .... ในฐานะก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์เพื่อเติมเต็มช่องว่างกฎหมายและขับเคลื่อนพลังงานยั่งยืน โดยเน้นความจำเป็นในการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมพลังงานทดแทนระดับชาติพร้อมกฎหมายรองรับ รวมถึงการวางโครงสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ และการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเชื้อเพลิงชีวภาพให้เอื้อต่อการผลิตและใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติ กระผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการไฟฟูา พลังงานทดแทน และการอนุรักษ์พลังงาน ตามที่ได้รับมอบหมายจากท่านประธานกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์ คุรุจิต นาครทรรพ จะขออนุญาตนําเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม พลังงานทดแทน พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ท่านประธานครับ วันนี้สิ่งที่ เรากําลังแถลงอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน พ.ศ. .... นี้ ถือได้ว่าเป็นวันที่สําคัญอีกวันหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะว่าตั้งแต่มี ประเทศไทยมาในเรื่องพลังงานนั้น เรามีกฎหมายพระราชบัญญัติหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พลังงาน แต่เป็นสิ่งที่น่าแปลกว่าเราไม่เคยมีพระราชบัญญัติที่จะเข้ามาดูแลหรือส่งเสริม กิจการพลังงานทดแทนโดยตรงเลยนะครับ และร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการกําลัง นําเสนอในวันนี้ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนขอบพระคุณอดีตสมาชิก สปช. สมาชิกสภา ปฏิรูปแห่งชาติที่ได้หมดวาระไปแล้ว ซึ่งมีคณะกรรมาธิการด้านพลังงาน มีอนุกรรมาธิการ พลังงานทดแทนนะครับ แล้วก็ต้องขออนุญาตเอ่ยนามว่ามีท่านประธานในที่ประชุมคือ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร เป็นประธานอนุกรรมาธิการพลังงานทดแทน เมื่อปีที่แล้วเราได้มี การยกร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังนําเสนอในวันนี้ไปได้กว่าครึ่งทางนะครับ ขณะเดียวกัน เนื้อหาสาระหลาย ๆ เรื่องเราก็ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันระหว่าง สปท. ระหว่าง คณะอนุกรรมาธิการกับอนุกรรมาธิการด้านพลังงานทดแทนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพราะฉะนั้นเนื้อหาสาระที่กระผมจะนําเสนอต่อไปนี้ก็ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากการผนึกกําลัง เจตนารมณ์อันแน่วแน่มาตั้งแต่ครั้ง สปช. และปัจจุบัน สปท. รวมทั้งในส่วนของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ของคณะอนุกรรมาธิการพลังงานทดแทนด้วยนะครับ

ท่านประธานครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานประเทศไทยนี่ ผมได้ไปนั่ง สืบค้นดูแล้วมีเกือบ ๒๐ ฉบับนะครับ แต่ว่าในบรรดาเกือบ ๒๐ ฉบับนั้นเป็นที่น่าแปลก นะครับว่า ยังไม่เคยมีพระราชบัญญัติที่ให้การส่งเสริมหรือว่ากล่าวถึงเรื่องพลังงานทดแทน โดยตรงเลย จริงอยู่ครับ การส่งเสริมพลังงานทดแทนนั้นเคยแอบแฝงเข้าไปอยู่ในหลาย ๆ พระราชบัญญัติ หรือว่าไปอยู่ในอํานาจของคณะกรรมการหลาย ๆ คณะ เช่น พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ และอื่น ๆ อีกมากมาย ตามที่ท่านประธานคุรุจิตได้กล่าวนําไปแล้วว่า ประเทศไทยเรามีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้นเพื่อ ความยั่งยืนเพื่อความมั่นคง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะว่าพลังงาน ทดแทนที่เราพูดถึงนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแทบทั้งหมดที่เราหาได้ใน ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นลม ไม่ว่าจะเป็นขยะ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ชีวมวลหรืออื่น ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นจุดบอดตรงนี้ที่เราพบนะครับ เพื่อที่จะให้ การขับเคลื่อนการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนให้สามารถเดินหน้าไปได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพระราชบัญญัติขึ้นมาใหม่ ๆ สักฉบับหนึ่ง ซึ่งเราเรียกชื่อว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทนนะครับ ในขณะเดียวกันครับ โครงสร้างการบริหารพลังงานของประเทศไทยเรา

ขออนุญาตดูสไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ เรามีคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติในการกํากับอยู่ข้างบนสูงสุด ขณะเดียวกันเราก็มีคณะกรรมการย่อย ๆ รองลงมา เช่น คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน คณะกรรมการบริหารมาตรการ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน แต่ดูไปแล้วก็ยังงง ๆ อยู่ว่าแล้วพลังงานทดแทนล่ะ จะไปอยู่ในอํานาจหน้าที่ของคณะใดโดยตรง หรือไม่อย่างไร ก็หาไม่เจอ ไปกระจายอยู่ที่โน่นนิด ที่นี่หน่อย เรามองว่าตรงนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนในการให้มีกิจการพลังงานทดแทนให้บรรลุ ตามเปูาหมายของประเทศที่เรียกว่าแผนเออีดีพี (AEDP) หรือว่าสัตยาบันที่ไปลงนามไว้ที่ องค์การสหประชาชาติบรรลุวัตถุประสงค์ เราน่าจะต้องมีคณะกรรมการที่เป็นระดับชาติ ขึ้นมาอีกสักชุดหนึ่งนะครับ ซึ่งเราเรียกว่าคณะกรรมการส่งเสริมพลังงานทดแทนขึ้นมา แต่คณะกรรมการส่งเสริมพลังงานทดแทนอยู่ ๆ จะมาตั้งขึ้นมาก็ไม่ได้ก็ต้องมีกฎหมายมา รองรับ กฎหมายนี่นะครับก็คือเป็นร่างพระราชบัญญัติพลังงานทดแทนที่เรากําลังนําเสนออยู่ ในวันนี้นั่นเองครับ

สไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ บังเอิญเมื่อวานหลังจากที่ได้มีการลงประชามติ เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ไปแล้วนั้น กระผมก็ไปเปิดพลิกดูว่าร่างรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยที่ผ่านความเห็นชอบของประชามติไปแล้วนั้นมีหมวดใดหรือมีข้อใดบ้างไหม ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน พบว่ามีครับ นั่นก็คือในหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ ในร่างรัฐธรรมนูญนั้นมาตรา ๗๒ เขียนไว้ว่า รัฐพึงดําเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรน้ํา และพลังงาน ดังต่อไปนี้ (๕) ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมทั้งพัฒนาและสนับสนุนให้มีการผลิตและการใช้พลังงานทางเลือก พลังงานทางเลือกนี้ ก็คือพลังงานทดแทนนะครับตัวเดียวกัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการเราเองก็เชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังนําเสนอ ณ วันนี้ ต่อไปก็จะไปสอดคล้องรับกับรัฐธรรมนูญที่กําลังจะอยู่ในกระบวนการที่จะประกาศใช้อย่าง แน่นอนตามมาตรา ๗๒ ของรัฐธรรมนูญ ยิ่งกว่านั้นก็ยังมีอีกมาตราหนึ่งในร่างรัฐธรรมนูญนั้น มาตรา ๒๕๘ เขาเขียนไว้ว่า ให้ดําเนินการปฏิรูปประเทศอย่างน้อยด้านต่าง ๆ ให้เกิดผล ดังต่อไปนี้ ช. ด้านอื่น ๆ (๓) จัดให้มีระบบจัดการและกําจัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้ ตรงประเด็นเลยครับ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน พ.ศ. .... ที่เราเรียนนําเสนอนี้มีอยู่หลายมาตรา ที่เราจะให้การส่งเสริมเรื่องการกําจัดแล้วก็การใช้ขยะมูลฝอยให้เป็นประสิทธิภาพ เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม และนํากลับไปใช้ประโยชน์ได้ ก็คือไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟูาจาก พลังงานหมุนเวียนนั่นเอง ตรงนี้ก็สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งไปกว่านั้นในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ในมาตรา ๕๗ รัฐจะต้องทําอะไร ก็ยังเขียนไว้อีกนะครับบอกว่าจะต้องใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ก็เช่นเดียวกัน นะครับ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน พ.ศ. .... ของเรานั้นมีการพูด ถึงเรื่องเชื้อเพลิงชีวภาพไว้เยอะ ไม่ว่าจะนําเอาข้าวสาร เอาผลไม้ หรือเอาผักอะไรต่าง ๆ มา ผลิตเป็นแก๊สชีวภาพ มาผลิตเป็นเอทานอล (Ethanol) มาผลิตเป็นไบโอดีเซล (Biodiesel) ก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอยู่หลายมาตรานะครับ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงาน ทดแทน พ.ศ. .... นั้นเราจึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของรัฐหรือว่า ของสังคมได้ในหลาย ๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติเรื่องนโยบายด้านพลังงานทดแทน มิติในเรื่องของข้อกําหนดที่จะมีอยู่ใน ร่างรัฐธรรมนูญ มิติในเรื่องที่รัฐบาลได้ไปลงสัตยาบันกับองค์การสหประชาชาติต่าง ๆ เหล่านั้นก็สอดรับกันหมด แต่ว่าบันไดกว่าจะไปถึงขั้นตอนนั้นอีก ๒๐ ปี ประเทศไทยเรา การที่จะให้มีการใช้พลังงานทดแทนมากถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ๆ ครับ จะให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติคิดว่าไม่สําเร็จ ต้องมีการขับเคลื่อนครับ ต้องมีการผลักดัน ต้องมี การส่งเสริม แต่คําว่า ส่งเสริม นี้นะครับท่านประธาน อย่าเพิ่งไปตกใจนะครับว่าจะต้องใช้ เม็ดเงินในการส่งเสริมไม่ใช่แล้วครับ พลังงานทดแทนตอนนี้เป็นสิ่งที่น่าประหลาดแล้วก็ ชื่นชมว่าสามารถที่จะเดินหน้าไปได้ด้วยตัวเขาเองได้ รัฐเพียงแต่สร้างกลไก อํานวยความสะดวก ลดปัญหาอุปสรรคอะไรต่าง ๆ ลงแค่นั้นนะครับ พลังงานทดแทน ก็สามารถเดินไปได้ ในยุคต้น ๆ ตอนนี้อาจจะต้องมีการส่งเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องของ ราคารับซื้อแต่ว่าสุดท้ายแล้วก็จะค่อย ๆ หายไป แทบจะแข่งขันได้กับเชื้อเพลิง ฟอสซิล (Fossil) ในปัจจุบันได้เลยครับ เพราะฉะนั้นในการที่จะทําให้เปูาหมายในการใช้ พลังงานทดแทนของเราบรรลุวัตถุประสงค์ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ตอนนี้เมื่อเรามาสืบค้น ดูแล้วก็พบว่ายังไม่มีองค์กรหรือคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ ภาระไปฝากไว้กับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติอยู่ที่เดียว คณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติจําเป็นที่จะต้องมีกรรมการที่กลั่นกรองข้อมูลเสนอข้อมูล และมี ความรับผิดชอบตามกฎหมาย นั่นก็คือคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติที่เราเสนออยู่ใน วันนี้ รวมทั้งจะต้องมีกฎหมายมารับรอง เหล่านั้นนะครับ คือความจําเป็นของการที่จะต้องมี การตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมานะครับ ผมก็ขออนุญาตไปถึงโครงสร้างของ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน ไปที่เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประมาณ หน้า ๑๕ ครับ ร่างพระราชบัญญัตินี้มีทั้งหมด ๑๐ หมวด ๔๖ มาตรา ซึ่งจะขออนุญาต เรียนนําเสนอตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้ครับ

ประการแรก เราต้องมาทําความเข้าใจก่อนว่าพลังงานทดแทนหมายความว่า อะไร เปิดไปหน้าแรก ๆ ของร่างพระราชบัญญัติเราได้ให้นิยามเอาไว้ว่า พลังงานทดแทน หมายความว่า พลังงานที่สามารถทดแทน หรือลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล (Fossil) ได้ เช่น พลังงานหมุนเวียน พลังงานจากขยะ พลังงานหมุนเวียนที่กล่าวเมื่อสักครู่นี้ ก็คือเป็นพลังงานที่มีไม่สิ้นสุด แล้วก็เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติได้ด้วย เช่น แสงอาทิตย์ ลม กระแสน้ํา เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นพลังงานหมุนเวียน รีนิวเอเบิลเอเนอร์จี (Renewable Energy) พลังงานจากขยะ เอาละครับ มนุษย์เราเป็นคนสร้างขยะขึ้นมา แต่ว่าขยะมันก็เกิด ทุกวี่ทุกวันก็ถือว่าเป็นพลังงานทดแทนที่จะไปใช้ประโยชน์ได้ พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น แก๊สที่หมักมาจากมูลสัตว์ แก๊สที่เกิดมาจากน้ําเสียของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม อย่าไปทิ้งครับ แก๊สเหล่านั้นเอากลับมาเพราะว่าเป็นแก๊สมีเทนที่จะเอาไปผลิตไฟฟูา หรือให้ความร้อนได้ พลังงานจากชีวมวล เศษไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ แกลบ ชานอ้อยเยอะแยะ มากมาย พลังงานจากเชื้อเพลิงไฮโดรเจนก็หลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งแผนพัฒนาพลังงาน ทดแทนของประเทศไทยเราก็มีโรดแมป (Road map) ว่าในอนาคตไม่ใช่ตอนนี้นะครับ ไฮโดรเจนก็น่าจะเป็นพลังงานทดแทนของมวลมนุษย์ได้นะครับ เพราะสามารถแยกสลาย มาจากน้ําได้ หรือพลังงานที่เป็นความร้อนที่เหลือทิ้งจากการใช้งานก็นํากลับมาใช้ให้เป็น ประโยชน์ เหล่านั้นก็คือพลังงานทดแทน ส่วนอีกนิยามคําหนึ่งที่เราจะให้ความสําคัญ ในการส่งเสริมมากอีกพลังงานหนึ่งก็คือเชื้อเพลิงชีวภาพ ก็หมายความถึง เชื้อเพลิงที่ผลิตได้ จากอินทรียวัตถุ เช่น เอทานอล (Ethanol) หรือว่าเอทิลแอลกอฮอล์ ก็คือเป็นแอลกอฮอล์ ตระกูลหนึ่งที่สามารถดื่มได้ แต่ว่านี่วัตถุประสงค์เพื่อมาใช้ในทางพลังงาน ไบโอดีเซล (Biodiesel) ก็คือน้ํามันพืชต่าง ๆ นะครับ เชื้อเพลิงจากสาหร่าย เชื้อเพลิงของแข็งของเหลวที่สังเคราะห์จากชีวมวล นําเอาเศษไม้มาอัด เป็นแท่งเป็นก้อน ขยะที่เป็นของเสียจากกระบวนการผลิตหรือว่าขยะครัวเรือนนะครับ แก๊สชีวภาพหรืออื่น ๆ ก็ได้ครับตามที่คณะกรรมการส่งเสริมพลังงานทดแทนจะได้กําหนด เพราะในอนาคตอาจจะมีแหล่งพลังงานทดแทนใหม่ ๆ เกิดขึ้นย่อมเป็นไปได้ เมื่อเราเข้าใจ แล้วว่าพลังงานทดแทนนั้นมีหลากหลาย ต่อไปการที่เราจะส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนได้ เราก็จะมีนิยามของคําว่า กิจการพลังงานทดแทน ครับ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ถือว่า เป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริงเลย ก่อนหน้านี้เรามักจะพูดว่าพลังงานทดแทนหมายถึงการใช้ พลังงานทดแทน นิยามนั้นแคบเกินไปแล้วครับ เราให้ความหมายของกิจการพลังงานทดแทน ที่จะให้การส่งเสริมเริ่มตั้งแต่การผลิตพลังงานทดแทน ผลิตเสร็จก็ต้องมีการจัดส่งพลังงาน ทดแทน นี่เราก็ควรจะมีกลไกในการส่งเสริม จัดหาแหล่งพลังงานทดแทน จําหน่ายพลังงาน ทดแทน จัดเก็บพลังงานทดแทน การจัดเก็บนี้สําคัญมากใช่ไหมครับ พลังงานนั้นบางรูปแบบ ผลิตเสร็จใช้ไม่ทันมันเหลือก็ต้องมีการสตอเรจ (Storage) คือเก็บเอาไว้ ก็ต้องเป็นส่วนหนึ่ง ที่ต้องให้การส่งเสริม จัดเก็บพลังงานทดแทน ใช้พลังงานทดแทน นํากลับมาใหม่ ซึ่งพลังงานทดแทน แปรรูปพลังงานทดแทน อย่างเช่น ผลิตไฟฟูาด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ใช้แสงแดดเป็นต้นกําเนิดพลังงาน แผงเซลล์แสงอาทิตย์แปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟูา และพลังงานไฟฟูาเก็บไว้ในแบตเตอรี่ พลังงานไฟฟูาที่อยู่ในแบตเตอรี่นั้นทางวิชาการ เขาเรียกว่าเป็นพลังงานเคมีครับ นี่เป็นการแปรรูปแล้ว เพราะฉะนั้นแบตเตอรี่ที่เก็บสะสม พลังงานไว้ที่ต้นตอมาจากพลังงานทดแทนก็ย่อมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ควรจะต้อง ให้การส่งเสริม

ต่อไปการส่งเสริมการนําของเสียจากพลังงานทดแทนไปใช้งาน การวิจัยและ พัฒนาพลังงานทดแทน นี่ก็ต้องให้การส่งเสริมครับ ละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัย และพัฒนาพลังงานที่ใช้วัตถุดิบหรือเทคโนโลยีที่เป็นของคนไทย เกิดขึ้นในประเทศไทย ยิ่งต้องให้การส่งเสริม และกิจการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะกําหนดนะครับ ในส่วนของ การบริหาร พระราชบัญญัตินี้เรากําหนดไว้ว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผมขอไปมาตรา ๕ ครับ มาตรา ๕ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติ เยอะแยะมากมาย ๑๐ กว่าข้อ แต่ผมขอสรุปเป็นคําสําคัญไว้ดังต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ของ พระราชบัญญัตินี้ต้องการที่จะให้มีการส่งเสริมสนับสนุนกิจการพลังงานทดแทนให้ยั่งยืน รวมทั้งการวิจัยและพัฒนา พึ่งพิงตนเองได้นะครับ ทั้งด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ ให้ชุมชนมีการผลิต การใช้และพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนนะครับ กระจายอํานาจเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม ให้พลังงานทดแทนเป็นพลังงานที่พึ่งพาได้ ของประเทศไทย นี่คือความฝันอันสูงสุด พลังงานทดแทนต่อจากนี้ไปจะเป็นพลังงาน ที่พึ่งพิงได้ ไม่ใช่เป็นพลังงานที่สร้างภาระให้กับประเทศไทยนะครับ แล้วก็ปลูกจิตสํานึกให้กับ ประชาชน ให้กับเยาวชนต่าง ๆ นะครับ

ต่อไปมาตรา ๘ ว่าด้วยเรื่องคณะกรรมการพลังงานทดแทน มีทั้งหมด ๑๖ ท่าน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ท่านประธานครับ คณะกรรมการ ส่งเสริมพลังงานทดแทนเมื่อมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นประธานแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ เขาจะเสนอแนะข้อคิดเห็น กรอบเส้นทางโรดแมป (Road map) ต่าง ๆ เพื่อให้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้ความเห็นชอบนะครับ ก็ถือว่าเป็นการทํางานกัน แบบเป็นขั้นเป็นตอน มีปลัดกระทรวงของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมขออนุญาต ไม่เอ่ยนาม มีประธานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนจากสํานักงานอัยการสูงสุดโดยตําแหน่งเข้ามาเป็นกรรมการ และมีผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๔ ท่านที่ได้มาจากการสรรหา ๕ ท่านนะครับ และที่สําคัญครับ มีอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. เป็นกรรมการและเลขานุการ และมีผู้แทนจากสํานักงานนโยบายและแผนพลังงานมาเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราไม่มีการบอกว่าจะต้องสร้างองค์กรใหม่ ไม่มีครับ ไม่มีการสร้าง องค์กรขึ้นมาใหม่ แต่ว่าจะใช้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานที่มีอยู่แล้วใน กระทรวงพลังงานยกระดับความสําคัญขึ้นมา เพราะชื่อกรมเขาก็มีอยู่แล้ว กรมพัฒนา พลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ท่านอธิบดีก็จะมาเป็นกรรมการและเลขานุการที่จะเสนอ และเขียนรายงานการประชุม เป็นสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการส่งเสริมพลังงานทดแทนมีอํานาจหน้าที่ เราเขียนไว้เยอะมาก ๑๕ ข้อครับ แต่ว่าถ้าพูดถึงสาระสําคัญก็คือเข้ามาส่งเสริมกํากับดูแลกิจการพลังงานทดแทนให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ ออกระเบียบ ประกาศต่าง ๆ หลาย ๆ เรื่องนะครับ คณะกรรมการพลังงาน ทดแทนชุดนี้เขาไม่ได้ออกอะไรทั้งหมดเบ็ดเสร็จละครับ ตามพระราชบัญญัตินี้เราก็เขียนว่า ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ก็จะไม่มีความขัดแย้งกัน นะครับ เสนอแผนแม่บทในการพัฒนาพลังงานทดแทน นี่ละครับสําคัญมากต่อ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบ พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับ แผนการขยายระบบโครงข่ายไฟฟูา ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ การที่เราจะมีการใช้ พลังงานทดแทนอย่างเช่นไฟฟูาได้นี่ องค์ประกอบมีเยอะครับ ๑. ต้องมีโรงไฟฟูา ไม่ว่าจะ ผลิตด้วยขยะชีวมวลหรือแสงอาทิตย์ ๒. ผลิตแล้วต้องมีสายไฟฟูาให้กระแสไฟฟูาวิ่ง สายไฟฟูาที่ให้กระแสไฟฟูาวิ่งนั้น ถ้าเป็นระดับแรงดันสูง ๆ มันก็ขนาดหลายแสน เป็นล้านโวลต์ กฟผ. เป็นผู้ดูแล ถ้าเป็นลักษณะขนาดเป็นหมื่นโวลต์ การไฟฟูาภูมิภาคกับ การไฟฟูานครหลวงก็เป็นผู้ดูแล คณะกรรมการชุดนี้ก็จะเข้ามาช่วยดูแลด้วยว่าโครงข่าย ไฟฟูาของประเทศไทยควรจะต้องมีการแบ่งปันกันมาเพื่อให้พลังงานทดแทนสามารถ ส่งพลังงานทดแทนไปยังปลายทางได้นะครับ และคณะกรรมการชุดนี้จะต้องคิดหามาตรการ ในการที่จะให้ชุมชนในระดับต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด เสนอแนะเรื่องต่าง ๆ ไปยังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรืออาจจะตั้งอนุกรรมการขึ้นมาก็ได้ตาม ความเหมาะสมในแต่ละคณะ ในแต่ละเรื่อง และเมื่อมีคณะกรรมการแล้ว สํานักงาน เลขานุการหรือว่าที่เป็นเลขานุการที่ผมกราบเรียนแล้วว่าคือกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้กรมนี้สามารถดําเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็มี มาตรา ๑๗ เขียนไว้บอกว่า กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานมีอํานาจหน้าที่ โดยท่านอธิบดีให้รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงานทดแทน จัดทําเป็นรายงานเสนอ คณะกรรมการ ผ่านไปที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ รัฐมนตรี ติดตามและ ประเมินผล ปฏิบัติการอื่น ๆ รวมทั้งให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จัดทําแผนงบประมาณ การบริหารการเงิน บุคลากร สถานที่ สิ่งอํานวยความสะดวก เพื่อให้ สามารถส่งเสริมกิจการพลังงานทดแทนต่อไปได้อย่างราบรื่น เอาละครับ เรามี พระราชบัญญัติ เรามีองค์กร เรามีเลขานุการ ต่อไปก็จะมาถามว่าแล้วเราจะให้ การส่งเสริมอะไร ใครเป็นผู้ได้รับการส่งเสริม ส่งเสริมอะไร อย่างไร ก็เริ่มต้นที่มาตรา ๑๘ เมื่อคณะกรรมการส่งเสริมพลังงานทดแทนประกาศออกมาแล้วว่าพลังงานทดแทนจะส่งเสริม อะไร อย่างไร เมื่อไร ปริมาณเท่าไร ก็ต้องมีการประกาศรับสมัครอะไรต่าง ๆ มีการคัดเลือก กิจการพลังงานทดแทนมีสิทธิขอรับการส่งเสริมตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วก็ให้เป็นไปตาม ลักษณะประเภท ชนิด ปริมาณ ขนาดของกิจการพลังงานทดแทน หรือหลักเกณฑ์อื่นตามที่ คณะกรรมการประกาศกําหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายพลังงาน แห่งชาติ เพราะฉะนั้นบรรดาพลังงานทดแทนรายชื่อเป็นสิบ ๆ พลังงานที่ผมได้กราบเรียนไป แล้วนั้น เดี๋ยวคณะกรรมการเขาก็จะต้องมายกร่างว่าจะส่งเสริมในลักษณะอย่างไร ประเภท อะไร ปริมาณเท่าไร เมื่อไร ก็จะมีหลักเกณฑ์รายละเอียดออกมา ใครสนใจก็สมัครเข้าไปในโครงการเหล่านั้นได้นะครับ และเมื่อผู้ที่สมัครเข้าไปแล้วได้รับการคัดเลือกแล้วเขาก็ต้องมีหน้าที่ด้วยนะครับ หน้าที่ตาม มาตรา ๒๒ นะครับ คือถ้าได้รับการคัดเลือกแล้วก็ต้องดําเนินโครงการให้ได้ตามกรอบ ตามเงื่อนไข ตามวัตถุประสงค์ ตามแผนงาน หรือผู้ประกอบการที่จะขอรับการส่งเสริม อาจจะต้องมีการชําระค่าธรรมเนียมบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามที่จะประกาศในกฎกระทรวง ผู้ประกอบการ ผู้ลงทุนนั้นก็จะต้องรายงานข้อมูลต่าง ๆ ตามที่กําหนดนะครับ อาจจะ ออนไลน์ (Online) หรือเรียลไทม์ (Real time) อะไรก็แล้วแต่ หรือปฏิบัติการอื่น ๆ ตามที่ จะกําหนดนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนะครับในการส่งเสริมกิจการพลังงานทดแทนที่เรา กําลังพูดถึงอยู่ทุกวันนี้นะครับ เรามองว่าที่ผ่านมานี่ประเทศไทยเราเคยมีอุปสรรคหลายด้าน อุปสรรคที่เคยเกิดขึ้นนั้นเราก็อยากจะให้พระราชบัญญัตินี้มาช่วยแก้ไขทะลุทะลวงปัญหา อุปสรรคเหล่านั้น ไม่ว่าปัญหาที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เรียกว่าเป็นกําแพงขวางกั้น ก็อยากจะให้ใบอนุญาตต่าง ๆ นั้นสามารถผ่อนคลายไปได้เท่าที่จะทําได้ เช่น ใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงาน ท่านทราบไหมครับเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก เมื่อก่อนใคร จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) บนหลังคาบ้าน บนหลังคาโรงเรียน บนหลังคา โรงพยาบาล ตามพระราชบัญญัติโรงงาน ปี ๒๕๓๕ เขาถือว่าเป็นโรงงานนะครับ ต้องมี ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือที่เรียกว่า ร.ง.๔ ผมเองซึ่งทํางานอยู่ในสมาคม อุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทยพยายามนักหนานะครับ ในที่สุดกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้มีการแก้ไขกฎกระทรวง บอกเอาละใครติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) บนบ้าน บนหลังคาอาคารนี่ไม่ถือว่าเป็นโรงงาน มันก็ไม่เป็นโรงงานนะครับ ในต่างประเทศเขาจะ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ไหนมันไม่เป็นโรงงานทั้งนั้นนะครับ นั่นคือตัวอย่าง ของปัญหาที่เคยเกิดขึ้น และปัญหาเหล่านั้นมันจะเกิดขึ้นซ้ําซากไปเชียวหรือครับ เมื่อต้นปี หัวหน้า คสช. ได้ออกคําสั่งที่ ๓/๒๕๕๙ คําสั่งที่ ๔/๒๕๕๙ ออกมาเมื่อต้นเดือนมกราคม บอกว่าให้ยกเลิกผังเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างโรงไฟฟูาพลังงานทดแทนที่มีอยู่ใน แผนการส่งเสริม ก็มีหลาย ๆ จังหวัดเขาประกาศเป็นพื้นที่สีเขียวครอบทั้งจังหวัด พื้นที่ สีเขียวครอบ ถ้าอย่างนั้นก็ติดตั้งกังหันลมไม่ได้ โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ก็ติดไม่ได้ ชีวมวล ก็สร้างไม่ได้ อะไรก็ทําไม่ได้เลยนะครับ เหล่านั้นก็คือเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว รวมทั้ง ท่านทราบไหมครับว่าการที่เราจะขึ้นไปติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านคน โรงพยาบาล อาคารสํานักงาน ต้องขอใบอนุญาตจากกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็ไม่ใช่ เป็นสิ่งที่ง่าย ๆ นะครับ เหล่านี้ก็คือเป็นสิ่งที่เราจะพยายามให้มีการผ่อนคลายเท่าที่จะทําได้ จึงกําหนดไว้ในมาตรา ๒๔ นะครับ เราเขียนไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมกิจการผลิต ไฟฟูาจากพลังงานทดแทน คณะกรรมการนะครับ โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ อาจนะครับ อาจจะออกระเบียบกําหนดหลักเกณฑ์ รายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ได้ ๑. ในเรื่องของใบอนุญาต ร.ง.๔ นี่อาจจะขอยกเว้นไม่ต้อง ขอรับใบอนุญาต แต่ก็ไม่ใช่ว่ายกเว้นโดยโอเวอร์รูล (Overrule) พระราชบัญญัติ เพราะว่า ในพระราชบัญญัติโรงงานอุตสาหกรรมนั้นรัฐมนตรีสามารถออกกฎกระทรวงได้อยู่แล้ว ก็เพียงแต่เขียนไว้เพื่อให้เจ้ากระทรวงนั้นเขาให้ความร่วมมือในการออกกฎกระทรวงออก มานะครับว่าด้วยกฎหมายเรื่องโรงงาน หรือในเรื่องของกฎหมายควบคุมอาคารก็เช่นเดียวกัน นะครับ การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรืออะไรก็ตามที่น้ําหนักไม่เกินกี่กิโลกรัมต่อกี่ตาราง เมตรตรงนั้นก็น่าจะให้เจ้ากระทรวงคือกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงขึ้นมาได้ว่ากติกา แบบนี้น่าจะผ่อนผันได้เพื่อให้การส่งเสริมพลังงานทดแทนสามารถเดินหน้าได้ ในเรื่องของ ผังเมืองก็เช่นเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นคนออกกฎกระทรวงผังเมืองก็ควรจะให้ความร่วมมือ ตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมพลังงานทดแทนเสนอว่า โรงงานประเภทใด ติดผังเมืองหรือไม่ติดผังเมือง ต่อไปนี้คือการทะลุทะลวงปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เราพยายาม เสนอขึ้นมา รวมทั้งในชุมชนก็เช่นเดียวกันนะครับ ในต่างจังหวัด ชุมชนถ้าเขาอยากจะผลิต พลังงานทดแทนเพื่อใช้ในชุมชนเขา เขาก็ควรมีสิทธิที่จะก่อสร้างหรือว่าลงทุนได้ ตรงนี้ก็คือ เป็นสิ่งที่เราเขียนไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ

ต่อไปในหมวดที่ ๕ ระบบโครงข่ายไฟฟูา เป็นสิ่งอะไรที่ท่านอาจจะไม่คุ้นหู ระบบโครงข่ายไฟฟูาในหมวดที่ ๕ ก็คือสายส่งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสายส่งที่มีแรงดันไฟฟูา เป็นล้านโวลต์ เป็นแสนโวลต์ ที่เขาเรียกว่า ๕๐๐ เควี (KV) ๒๕๐ เควี (KV) ๗๕ เควี (KV) หรือว่า ๒๒ เควี (KV) เหล่านี้นะครับ ก็ว่าไปแล้วก็คือระบบโครงข่ายไฟฟูาของประเทศไทย ทุกวันนี้ใครบริหารครับ การไฟฟูาฝุายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟูานครหลวง การไฟฟูา ส่วนภูมิภาค ที่ผ่านมาถามว่ามีปัญหาอะไร มีครับ ก็คือซีกหนึ่งกระทรวงพลังงานอยากจะให้ มีการผลิตพลังงานไฟฟูาจากพลังงานทดแทน แต่อีกซีกหนึ่งสายส่ง สายจําหน่าย คือโครงข่ายไฟฟูามันเต็ม มันรองรับไม่ได้ เหมือนถนนบอกมีจํากัด แต่เราจะใส่รถวิ่งเยอะ ๆ ก็ไม่ได้ ตรงนี้คือปัญหาอุปสรรคที่เราพยายามที่จะใส่เข้าไปในพระราชบัญญัตินี้ หมายความว่า อย่างไรครับ ต่อจากนี้ไปโครงข่ายไฟฟูาสายส่ง สายจําหน่ายมีที่ไหนเท่าไรขอให้เปิดเผย ออกมาครับ ที่ผ่านมาเป็นไสยศาสตร์ ไม่รู้ไปขอข้อมูลที่ไหนขอไม่ได้ ไม่มี หรือว่าไม่อัปเดต (Update) หรือไม่ตรงกับความเป็นจริง ผู้ประกอบการเจ้าหนึ่งไปสอบถามข้อมูลเมื่อวานซืน บอกว่าสายส่งมันเต็ม แต่พอถัดไปอีกวันหนึ่งอีกผู้ประกอบการหนึ่งเข้าไปถามบอกว่ามีครับพี่ เหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ครับกับประเทศไทย จะต้องแฟร์ (Fair) และจะต้องโปร่งใส เพราะฉะนั้น เราเขียนไว้แบบนี้นะครับว่า เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการโครงข่ายไฟฟูา คือหมายถึง ๓ การไฟฟูานั่นแหละจะต้องเปิดเผยข้อมูลสายส่ง สายจําหน่ายอย่างโปร่งใสขึ้นเว็บไซต์ (Web site) เลย ใครที่จะก่อสร้างพลังงานทดแทนที่ไหนเขาจะได้รู้ เขาจะได้วางแผน ล่วงหน้า แล้วก็ยังมีปัญหาอีกครับ ตอนแรก ๆ ไปติดต่อเขาบอกว่าสายส่งมีครับ อาจารย์ดุสิต สร้างโรงไฟฟูาได้เลย พอสร้างเสร็จเขาบอกว่าเต็มครับ อ้าว ถ้าสายส่งมันเต็มก็เจ๊งสิครับ ผู้ประกอบการก็ส่งไฟฟูาขึ้นเสาไฟฟูาไม่ได้ ตรงนี้ในพระราชบัญญัตินี้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ประกอบกิจการระบบโครงข่ายไฟฟูานั้นจะต้องไม่ปฏิเสธในการรับไฟฟูาจากพลังงาน ทดแทนที่ผ่านการอนุมัติในการส่งเสริมมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นจากนี้ไปตาม พระราชบัญญัตินี้ ผู้ประกอบการพลังงานทดแทนใดที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว เซ็นสัญญากับ การไฟฟูาแล้วย่อมมีสิทธิในการที่จะส่งกระแสไฟฟูานั้นตามกําหนดการเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังกําหนดไว้ในมาตรา ๒๕ ด้วยว่าการไฟฟูาเหล่านั้นจะต้องมีการวางแผนสายส่งให้ เพียงพอกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศไทย ทุกวันนี้มีปัญหาเกิดขึ้นจริง ๆ ครับ เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมาก ถ้าเดินไปภาคอีสานไปถามการไฟฟูาที่ภาคอีสานเขาจะบอกว่า อาจารย์ดุสิตครับ สายส่ง สายจําหน่ายที่อีสานเต็มหมดแล้ว อ้าว เอาอย่างไร ไปภาคใต้ เต็มอีกแล้วครับ ไปภาคเหนือเต็มอีกแล้วครับ แล้วอย่างไรครับ นี่ครับคือปัญหาอุปสรรค ประเทศไทยเรากําลังมีแผนของรัฐบาลเลยนะครับที่ต้องการสร้างโรงไฟฟูาด้วยพลังงานทดแทน แต่สายส่ง สายจําหน่ายก่อสร้างไม่ทัน จากนี้ไปเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้แล้วนะครับ สายส่ง สายจําหน่าย ก็คือเหมือนถนนให้รถวิ่ง ถนนต้องเกิดขึ้นก่อนชุมชนครับ ถนนต้องเกิดขึ้นก่อน โรงไฟฟูา ตรงนี้เราเขียนไว้ในพระราชบัญญัติต้องมีการวางแผนกันล่วงหน้า นี่ละครับคือสิ่งที่ จะต้องเกิดขึ้นในพระราชบัญญัตินี้ แล้วก็คงจะมีบทลงโทษอะไรด้วยครับว่าเซ็นสัญญากันไปแล้ว แล้วถ้าไม่ให้เชื่อมต่อก็ต้องมี บทลงโทษกันบ้างนะครับตรงนั้นหอมปากหอมคอ

ต่อไปนะครับ เมื่อมีการเซ็นสัญญากันแล้วระหว่างเจ้าของโครงข่ายไฟฟูากับ ผู้ผลิตพลังงานทดแทน แล้วถ้าเกิดมีพลังงานถ่านหิน แก๊ส หรือแก๊สธรรมชาติเหลวซ้อน เข้ามาล่ะ ในนี้เราเขียนบอกว่าต้องให้ไพรออริตี (Priority) คือความสําคัญอันดับแรก กับพลังงานทดแทน นี่คือถือว่าเป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริงเลย ในประเทศเยอรมนีเขียนไว้ เข้มกว่านี้นะครับ ประเทศเยอรมนีกฎหมายพลังงานทดแทนเขาเขียนบอกว่าการไฟฟูา ห้ามปฏิเสธจากผู้ผลิตพลังงานทดแทนและไม่จํากัดปริมาณด้วย แต่ของเราไม่ต้องถึงขนาดนั้น เรากําลังบอกว่าให้ผู้ผลิตไฟฟูาจากพลังงานทดแทนสามารถเชื่อมต่อกับการไฟฟูาได้ที่เป็น โครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วก็รับการส่งเสริมมาแล้ว ก็เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราอยากจะเห็น

ต่อไปเรื่องเชื้อเพลิงชีวภาพครับ คือพลังงานทดแทนมีทั้งพลังงานที่เป็นไฟฟูา พลังงานที่เป็นเชื้อเพลิงของเหลวที่เอามาเผาไฟแล้วมันติดไฟได้ คือเอามาแทนน้ํามันเบนซิน หรือว่าน้ํามันดีเซลที่เรารู้จักกันในเรื่องของเอทานอล (Ethanol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) นั่นละครับ ตามปั๊มน้ํามันต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านเห็นว่าเราสะดวกสบายมากจะเข้าไปซื้อ เติมน้ํามันรถแก๊สโซฮอล์ ๙๕ (Gasohol95) บ้าง อี ๒๐ (E20) บ้าง อี ๘๕ (E85) บ้างเหล่านี้ มีอยู่ แต่ก็ไม่ราบรื่นไปทั้งหมด การขอใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ นั้นค่อนข้างจะยุ่งยาก เพราะว่า การที่จะขายผลิตหรือว่าขายน้ํามันเชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานทดแทนเอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) นั้นยังจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ํามันเชื้อเพลิง อยู่ตามนั้นนะครับ เราก็บอกว่าแบบนี้ไม่ได้ พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพเหล่านั้นควรจะต้องมี การผ่อนคลายให้กฎเกณฑ์กติกาเหล่านั้นง่ายขึ้นผู้ผลิตเอทานอล (Ethanol) ก็มีสิทธิที่จะขาย ได้สะดวกขึ้นนะครับเหล่านี้ แต่ว่าเราก็ต้องมีการควบคุมนะครับในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ ผมจะไม่ขอลงไปในรายละเอียด กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ํามัน ชีวภาพ น้ํามันชีวภาพที่ผมกราบเรียนแล้วมันก็คือเอทานอล (Ethanol) เอทานอล (Ethanol) มันก็คือเหล้าชนิดหนึ่งนะครับ กินได้ครับท่าน ดื่มได้ แต่เอทานอล (Ethanol) ที่ใช้ในรถยนต์ผลิตมาจากโรงงาน ความบริสุทธิ์มันเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือเป็น แอลกอฮอล์เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการที่ผลิตเอทานอล (Ethanol) ออกมาจากโรงงานนี่นะครับเขาก็จะงง ๆ ว่าถ้าตามพระราชบัญญัติสุรา มีตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ แล้วยังมีพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ กํากับอีก เขาก็จะบอกว่าแบบนี้จะทํา อย่างไรกันดี จะขนส่งทีหนึ่งต้องไปขออนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพสามิตหรือครับ แบบนี้เขาบอก ไม่ไหว เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัตินี้แหละจะเป็นตัวผ่อนคลายว่าขอให้แจ้งไปที่กรมธุรกิจ พลังงาน ซึ่งเขาจะเป็นผู้รับขึ้นทะเบียนว่าเอทานอล (Ethanol) ที่ผลิตที่จําหน่ายที่จะขนส่งนั้น กรมธุรกิจพลังงานเขากํากับควบคุมอยู่แล้วนะครับ กรมสรรพสามิตที่ดูแลเรื่องสุราท่านไม่ต้อง เป็นห่วง เอทานอล (Ethanol) ที่อยู่ในแทงเกอร์ (Tanker) นั้นมันไม่หายไปไหน ต้นทางไปถึง ปลายทางมันไปถึงแน่นะครับ ไม่มีใครแอบเอาไปขายเป็นเหล้ากินตรงนี้ แบบนี้เป็นต้น คือสิ่งที่เราจะเข้ามากํากับแทนนะครับ นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัตินี้เราก็ยังเขียนเอาไว้ กว้าง ๆ ว่าตราบใดก็ตามที่กฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตราบใดก็ตามที่กฎหมายว่าด้วย ประมวลรัษฎากรเอื้อ ก็คือหมายถึงว่ารัฐมนตรีกระทรวงการคลังเขาเอาด้วย ก็สามารถที่จะ ได้รับการส่งเสริมในรูปแบบของการยกเว้นอากรนําเข้าเครื่องจักร หรือว่าลดหย่อน หรือว่า ให้โบนัสเกี่ยวกับเรื่องการหักรายจ่ายที่เกิดจากการลงทุนในพลังงานทดแทนเหล่านี้ตามที่ กฎหมายเดิมคือกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือว่าประมวลรัษฎากรเขาเปิดช่องไว้ให้นะครับ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทําให้เกิดการส่งเสริมขึ้นมาได้ เหล่านี้ก็คือเป็นสิ่งที่เราได้มองเอาไว้ในรูปแบบ ของทั้งหมด

และสุดท้ายท่านประธานครับ หมวดที่ ๘ มาตรการการมีส่วนร่วมในการลด ก๊าซเรือนกระจก ตรงนี้ต้องถือว่าเป็นนวัตกรรมของพระราชบัญญัตินี้เลยนะครับ ปกติแล้วถ้าเราพูดถึงเรื่องพระราชบัญญัติเราก็จะบอกว่าส่งเสริมอย่างโน้นส่งเสริมอย่างนี้ แต่ว่าตอนนี้เราเขียนเป็นหมวดหนึ่งเลยเขียนว่า มาตรการส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก เพราะฉะนั้นเราเล็งเห็นผลว่า ถ้าเรามีการส่งเสริมพลังงานทดแทนไปแล้วมันต้องไม่ สะเปะสะปะ ส่งเสริมไปเพื่อให้มีการใช้เพื่อความยั่งยืนของประเทศ ส่งเสริมไปตามแผน ที่ต้องการให้เกิด ส่งเสริมเพื่อให้ชุมชนเขาได้มีรายได้ ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และนี่แหละครับ มาตรการอีกอันหนึ่ง การมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก เพราะฉะนั้นกิจการใดที่ คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้บอกว่า ผลิตพลังงานทดแทนแบบนี้ปริมาณนี้แล้วถือว่า เข้าข่ายการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก กรีนเฮาส์เอฟเฟ็กต์ (Greenhouse Effect) ที่เรามีสนธิสัญญาเซ็นไว้กับองค์การสหประชาชาติแล้ว เขาก็ควรจะได้รับสิทธิพิเศษอะไร บางอย่าง แต่จะเป็นอะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ตรงนี้ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่จะทําให้ กิจการพลังงานทดแทนของประเทศไทยเราจะมีความเจริญก้าวหน้าทั้งในมิติของความยั่งยืน แล้วก็การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลก

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เรามีความมุ่งมั่นในการยกร่างกันมาเป็นปีครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนฝาก ท่านสมาชิกได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อที่จะได้นําส่งร่างพระราชบัญญัตินี้ไปยัง รัฐบาลเพื่อดําเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ