ชูชัย ศุภวงศ์ หารือถึงความจำเป็นในการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนียนให้เป็นกลไกอิสระ เพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของระบบสหกรณ์ในฐานะประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้คนฐานรากกว่า 18-20 ล้านคนเข้าถึงการเงินชุมชนอย่างยั่งยืน สนับสนุนการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งร่วมกับรัฐ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและส่งเสริมความสุขที่แท้จริง โดยมองว่าความสัมพันธ์ทางสังคมสำคัญกว่าความมั่งคั่ง และเชื่อว่าไทยสามารถเป็นประเทศที่มีความสุขสูงได้หากลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน
กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการและ เพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมคิดว่าวันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เราได้รับฟังข้อเสนอที่ดี นะครับ แล้วเห็นอนาคตในการที่จะปฏิรูปประเทศในเรื่องที่สําคัญนะครับ ผมต้องขอขอบคุณ ท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ ที่เสนอให้เห็นถึงกลไกกระบวนการปฏิรูปที่เคลื่อนไปพร้อมกัน ทั้ง ๕ ประเด็นด้วยกัน ๕ ประเด็นก็คือเรื่องเกษตรพันธสัญญา เรื่องธนาคารที่ดิน เรื่องสถาบันการเงินของชุมชน เรื่องประกันความเสี่ยงภัยของเกษตรกร และเรื่องที่กําลัง เสนอนี้ครับคือปฏิรูประบบสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน ผมคิดว่าถ้าไปได้ ทั้ง ๕ เป็นแพกเกจ (Package) ขออนุญาตพูดอย่างนี้นะครับ ก็อาจจะเกิดผลในการที่จะ นําไปสู่สิ่งที่เรียกว่าลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมมากขึ้น ต้องขอบคุณท่าน อาจารย์ดอกเตอร์ธวัชชัยที่ชี้ประเด็น ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่เป็นคานงัดนะครับ แล้วก็เป็น ประเด็นของการปฏิรูปหลายต่อหลายครั้ง บางครั้งเราฟังดูเรื่องที่นําเสนอยากเหมือนกันที่จะ บอกว่าเป็นการปฏิรูป แต่อันนี้เสนอชัดเจนว่าเป็นการปรับเชิงโครงสร้างเชิงระบบให้มีกลไก อันหนึ่งออกมาเป็นอิสระ ผมถือว่าอันนี้เป็นจุดคานงัดนะครับ เพราะว่ากลไกนโยบายซึ่งอยู่ ในกระทรวงหนึ่งกับกลไกในการติดตามตรวจสอบประเมินไปอยู่ที่เดียวกัน อย่างนี้ ทางธุรกิจเขาก็มองออกนะครับว่ามันไปลําบาก แล้วก็ลําบากจริง ๆ ครับ แล้วก็เกิดปัญหา อย่างที่เราทราบกันดีในเรื่องของสหกรณ์เครดิตยูเนียน เรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนียนเป็นวิกฤต แต่ว่าในอีกทางหนึ่งมีผู้รู้ทางภาษาจีนที่เขาเขียนตัวอักษรด้านหนึ่งเป็นวิกฤต อีกด้านหนึ่ง เป็นโอกาสอยู่ในตัวอักษรตัวเดียวกันนะครับ อันนั้นเป็นความลึกซึ้งของคนแต่เก่าก่อน
อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านอาจารย์ดอกเตอร์กอบศักดิ์ได้เสนอที่ผมคิดว่า เป็นจุดสําคัญเหมือนกัน เป็นจุดคานงัดเหมือนกัน คือการกําหนดเกณฑ์ผู้บริหารที่มาดูแล สหกรณ์ขนาดใหญ่ เพราะว่าผมเองมีประสบการณ์ เมื่อครั้งหนึ่งที่เกิดวิกฤตของธนาคารออมสินนะครับ ช่วงเวลาสั้น ๆ คนไปถอนเงินกว่า แสนล้านบาท ผมเองก็เป็นหนึ่งในจํานวนนั้นนะครับ เพราะด้วยเหตุที่ว่าเมื่อมีเรื่องก็ไปดู คุณสมบัติของผู้บริหารในครั้งนั้น ปรากฏว่าคุณสมบัติแทบไม่เข้าที่จะมาดูธนาคารขนาดใหญ่ ของประเทศเลยนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมาก แต่ว่าข้อเสนอของเอกสารชุดนี้ จะสามารถทําให้เกิดความมั่นใจว่าวิกฤตเช่นนั้นจะไม่เกิดอีก ผมต้องขอบคุณท่านประธานสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ที่ได้ชี้ให้เห็นพัฒนาการการก่อกําเนิดและการดํารงอยู่ของสิ่งที่เรียกว่า ระบบสหกรณ์ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์และมีความสําคัญนะครับ เพราะเข้าใจว่า สมัยนั้นมีกระแสหรือมีลัทธิที่เราเรียกว่าคอมมิวนิสต์ ซึ่งไปเสนอให้มีการปฏิวัติสังคม ปฏิวัติ แรงงาน แล้วก็เป็นเรื่องที่ไปอีกสุดขั้วหนึ่ง แล้วก็มีประเทศบางประเทศ เช่น จีน ผืนแผ่นดินใหญ่ก็เอาไปปรับใช้แล้วทําได้ประสบความสําเร็จ แต่ว่าประเทศในยุโรปจํานวน ไม่น้อยก็ต้องเสนอเรื่องของสหกรณ์ขึ้นมาเพื่อเป็นจุดให้เดินไปได้โดยที่ไม่ก่อให้เกิด ความรุนแรง แม้กระนั้นก็ตามจีนผืนแผ่นดินใหญ่ขณะนี้ก็ปรับตัวนะครับ พอถึงจุดหนึ่ง ก็ปรับตัวที่ไม่นําไปสู่ความรุนแรงด้วยความคิดของคาร์ล มากซ์ แต่ว่าที่พูดนี้ผมกําลังจะบอก ว่าบริบทมันเปลี่ยนไปยุคสมัยนั้นใครคิดอะไรที่มีประโยชน์ก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์นะครับ แต่ว่าในยุคสมัยนี้เรากลับเผชิญกับสิ่งที่คาร์ล มากซ์ หรือนักคิดทั้งหลายเป็นห่วงเป็นกังวล ก็คือความรุนแรงของทุนที่ไม่สัมมา ถ้าพูดกันอย่างไม่เกรงใจก็บอกว่าเป็นทุนสามานย์ ที่นําไปสู่ความรุนแรงทั่วโลกในขณะนี้นะครับ แล้วก็เกิดสิ่งที่เรียกว่ากลุ่มก่อการ เขาก็เติมว่า ก่อการร้าย ถ้าสมมุติว่าเป็นกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มของทุนที่ไม่สัมมาเขาก็จะเรียกคนเหล่านี้ว่า กลุ่มก่อการร้าย เพราะว่ากระแสของทุนสามานย์มันก็ไปสุดอีกทางหนึ่ง ผมกําลังจะบอกว่า โลกทั้งโลกนี่กําลังวิกฤตและเข้าสู่ความรุนแรง และประเทศที่อ้างตนเป็นแม่แบบของ ประชาธิปไตยนั่นละครับเป็นจุดเป็นตัวการ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือว่าจะเป็น ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นแม่แบบประชาธิปไตย แต่เป็นประชาธิปไตยทางการเมืองที่ละเลย เพิกเฉยต่อประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพราะว่าไปดูให้เห็นนะครับ ไม่ว่าประเทศอังกฤษก็ตาม หรือภายในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ตาม ไม่ว่าจะใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า สัมประสิทธิ์จีนี (Gini) หรือว่าเอา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ข้างบนกับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ข้างล่างของคนจนกับคนรวยมาหารกัน ก็ชัดเจนนะครับว่าในยุโรป ในประเทศอังกฤษช่องว่างสูงมาก สูงมากเป็นอันดับ ๒ รองจาก ประเทศโปรตุเกส ตัวเลขนี้เมื่อ ๒ ปีที่แล้วนะครับที่ผมอ่านในนิตยสารไทม์ (TIME) แต่ว่า ตัวเลขสัมประสิทธิ์จีนี (Gini) ในมลรัฐต่าง ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เป็นเช่นเดียวกันที่มี ช่องว่างห่างเรื่อย ๆ และช่องว่างที่ห่างกันนี้ก็เกิดจากนี่ละครับ การที่ไม่มีประชาธิปไตยทาง เศรษฐกิจ ประเด็นที่ผมกําลังจะพูดก็คือแม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาขณะนี้กําลังอยู่ใน สภาวะการแข่งขันชิงตําแหน่งประธานาธิบดี ผมอาจจําเป็นต้องพูดนะครับ ของเราลง ประชามติเมื่อวานมีบางชาติเข้ามาขอสังเกตการณ์ เพราะฉะนั้นผมขอสังเกตการณ์ใน กระบวนการสรรหาแคนดิเดต (Candidate) ประธานาธิบดีของบางประเทศบ้างนะครับ ขณะที่คนอเมริกันที่เขาเรียกตัวเองว่า วี อาร์ ไนน์ตี ไนน์ เปอร์เซ็นต์ (We are ninety nine percent) นี่สนับสนุนแคนดิเดต (Candidate) คนหนึ่งชื่อแซนเดอร์ส แล้วในที่สุด กระบวนการที่เรียกว่าอ็อกคิวพาย วอลล์ สตรีต (Occupy Wall Street) ทุนที่ไม่สู้จะสัมมา เท่าไรนี่ครับ เขี่ยแซนเดอร์สพ้นทางไปด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม ผมขอกลับมาประเทศเรา นะครับว่าในประเทศเราเองก็หนีไม่พ้นนะครับที่ช่องว่างข้างบนกับข้างล่างสูงประมาณ ๑๒ เท่า ถึง ๑๕ เท่า แล้วก็ยืนยันกันทุกฝุายว่ามากที่สุดในอาเซียน (ASEAN) นะครับ ผมไม่อยากจะเทียบ ระดับโลกเพราะว่าเดี๋ยวจะมีการแย้งกัน แต่ว่าความเหลื่อมล้ําและไม่เป็นธรรมนํามาสู่ การปฏิรูป และที่ท่านอาจารย์สมชัยได้เสนอ ๕ ประเด็นนะครับ แล้วก็ที่ชัดเจนคือ ๒ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการเงิน คือสถาบันการเงินชุมชนกับเรื่องการปฏิรูประบบสหกรณ์ ผมอยากจะฟังความเชื่อมโยงของข้อเสนอ ๒ ข้อนี้อีกทีครับว่าเชื่อมกันอย่างไรนะครับ ที่เคยนําเสนอแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าเพื่อความชัดเจนกับเพื่อนสมาชิกให้เห็นว่ามันจะมีผลต่อ สังคมฐานรากอย่างไร ท่านประธานครับ ระบบสหกรณ์ที่ได้ฟังประธานสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เสนอพัฒนาการของมันมา ไม่ว่าจะอ้างชื่อโอเว่น หรือว่าชื่อรอชเดลก็ตามนะครับ ผมไม่ทราบว่าฐานคิดจริง ๆ แล้วนอกเหนือจากไม่อยากเห็นการปฏิวัติที่รุนแรงของกระแส ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น แล้วก็เป็นทางออกที่เหมาะสมในบริบทนั้น แต่สําหรับผมแล้ว ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการสําหรับคุณค่าของระบบสหกรณ์ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้นําเสนอ
ประการที่ ๑ ผมคิดว่าระบบสหกรณ์เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงนะครับ ท่าน สปท. ชูชาติ อินสว่าง ท่านนั่งอยู่ใกล้ผมท่านเคยเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟัง แต่ว่าวันนี้ ก็ได้ยินซ้ําอีกว่า ๑ เสียง ๑ โหวต แล้วก็กําชับว่าไม่ใช่ ๑ หุ้น ๑ โหวต อันนี้ก็ชัดเจนนะครับ ว่าปัญหาบ้านเราที่เป็นธนกิจการเมือง หรือที่ฝรั่งเรียกว่ามันนีโพลิติกส์ (Money Politics) พรรคการเมืองคนเดียวเป็นเจ้าของพรรค บอร์ด (Board) อื่นไม่มีความหมายแล้วจะบอกว่า เป็นพรรคประชาธิปไตยได้อย่างไร แต่ระบบสหกรณ์ ๑ เสียง ๑ โหวตอันนี้สําคัญมาก ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาอีกไม่นานนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เป็นประชาธิปไตยฐานล่าง จะเรียกว่าฐานล่าง หรือฐานราก หรือว่าประชาธิปไตยท้องถิ่นก็ตามนะครับ สําหรับอันนี้เสนอถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ถ้านับ รวมถึงสถาบันชุมชน การเงินชุมชนที่อาจารย์ดอกเตอร์กอบศักดิ์เสนอ ผมเข้าใจว่ากระทบถึง ๑๘-๒๐ ล้านคน อันนี้ผมคิดว่าประชาธิปไตยบ้านเราจะมั่นคงแข็งแรงได้ก็ต้องประชาธิปไตย ฐานล่างนี่ละครับถึงจะไปได้
ประเด็นที่ ๓ คือกลไกนี้จะสร้างสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วนะครับ เพราะว่าเป็นฐานการเงินของชุมชน ถ้าตัวเลขที่นําเสนอ ก็มีประมาณ ๑๘-๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่เกษตรกรชาวไร่ชาวนาไม่มีโอกาสเข้าถึงสถาบันการเงิน เหมือนเราท่านทั้งหลายในที่นี้นะครับ ตรงนี้สําคัญมากทําให้ชุมชนของไทย ซึ่งมี ความเอื้ออาทรต่อกันอยู่แล้วมีกลไกที่เป็นหลักประกันให้ชุมชนเขาเอื้ออาทรได้มากยิ่งขึ้น ช่วยเหลือตนเอง ช่วยเหลือกันเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ประการที่ ๔ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ธวัชชัยท่านพูดถึงเรื่องสวัสดิการชุมชน นะครับ เรื่องสวัสดิการไม่เพียงแต่ว่าเป็นสหกรณ์เฉย ๆ แต่ว่ามีการคิดถึงเรื่องสวัสดิการ ผมอยากจะเรียนว่าสังคมไทยขณะนี้ต้องรีบคิดนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการก้าวสู่สังคม ผู้สูงอายุแล้ว แล้วก็มีตัวเลขว่าภายในอีก ๕ ปีข้างหน้า ปี ๒๕๖๔ คนไทยเดินมา ๕ คนนี่ครับ ผู้สูงอายุ ๑ คน นั่นหมายความว่าอีก ๔ คนต้องแบกรับภาระท่าน แล้วมีการประมาณว่า อีก ๑๕ ปีข้างหน้า ประมาณปี ๒๕๗๓ ถึงปี ๒๕๗๔ คนไทย ๒.๕ คน ต้องแบกรับผู้สูงอายุ ๑ คนต้องเป็นคนที่มีคุณภาพจริง ๆ นะครับ เราถึงพูดเรื่องปฏิรูปการศึกษา รัฐของเราจะต้อง เป็นรัฐสวัสดิการ อาจจะยากนะครับเพราะว่าเราไม่ได้ร่ํารวย แต่ว่าชุมชนสวัสดิการ ผสมผสานกับรัฐสวัสดิการอาจจะทําให้เราอยู่รอดได้ สังคมผู้สูงอายุในยุโรปเขาใช้เวลา ๑๐๐ กว่าปี ที่มีกลไกมีมาตรการออกมารองรับ แต่ประเทศไทยเราใช้เวลาประมาณ ๒๐-๓๐ ปี ที่จะต้องเร่งสร้างกลไกมาตรการรองรับตรงนี้ได้นะครับ อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๔
ประเด็นสุดท้ายคือประเด็นที่ ๕ ผมคิดว่าเมื่อเกิดทั้ง ๔ ข้อแรกชุมชน จะเข้มแข็งครับ แล้วเมื่อชุมชนเข้มแข็งคือคําตอบของประเทศนี้ครับ ผมเพิ่งอ่านเวิลด์ แฮปปี้เนส รีพอร์ต (World Happiness Report) รายงานความสุขของโลก นี่สถาบันวิจัยซึ่งตีพิมพ์โดย ยูเอ็น ซัสเทเนเบิล ดีเวลอปเมนต์ เรสโซลูชัน เน็ตเวิร์ก (UN Sustainable Development Resolution Network) เขารายงานมาแล้วเป็นครั้งที่ ๔ ครั้งแรกปี ๒๐๑๒ ประเทศไทย อยู่อันดับที่ ๓๓ ครับ เดนมาร์กอันดับ ๑ ส่วนใหญ่ประเทศแถวสแกนดิเนเวีย ๑ ๒ ๓ ๔ อยู่แถวนั้น แต่ว่าจุดสําคัญที่เขาบอกว่าเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้คนมีความสุข คือความสัมพันธ์ด้านสังคมครับ คือในชีวิตคนเราต้องมีใครที่เราพึ่งได้ ต้องมีกลไกที่เราพึ่งได้ ยามที่เผชิญกับปัญหาหรือวิกฤต เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ในสังคมเป็นหัวใจสําคัญ ความร่ํารวยไม่ใช่คําตอบนะครับ พอถึงจุดหนึ่งมันก็ไม่มีความหมายอะไร ผมคิดว่าสิ่งที่ ข้อเสนอที่เสนอนั้นนําไปสู่ชุมชนเข้มแข็งนี่ละครับ คือความสัมพันธ์ในสังคมที่เข้มแข็งขึ้น แล้วจะทําให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น ผมเชื่อว่าถ้าวัดให้ดี ๆ นะครับ เราไม่ใช่อันดับที่ ๓๓ หรอก บ้านเมืองก็คลี่คลายในสถานการณ์ที่ดี ช่องว่างความเหลื่อมล้ําลดลง ผมคิดว่า เราสามารถที่จะนําไปอยู่จากลําดับที่ ๓๓ อาจจะอยู่ในอันดับ ๓ ของโลกย่อมเป็นได้ อาจจะติด ๑ ใน ๕ ของโลกก็เป็นได้ ในหลายเรื่องเราจะติด ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๑๐ ของโลก ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่น่าอยู่น่าอาศัยที่สุด ผมขอสนับสนุนข้อเสนอเรื่องนี้ครับ แล้วก็ คําถามการอธิบายฐานล่างของสถาบันชุมชนทั้งหมดก็อยากได้ยินความชัดเจนตรงนี้ อีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณครับ