กิตติ แจงปัญหาหน่วยงานไม่ร่วมมือสหกรณ์ ชี้กระทบสมาชิกเพียบ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๐ · ๘ สิงหาคม ๒๕๕๙

กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ หารือปัญหาการเสริมความเข้มแข็งของสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยชี้ถึงความบกพร่องในการร่วมมือของหน่วยงานต้นสังกัดที่ไม่หักเงินเดือนสมาชิกเพื่อชำระหนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสมาชิกและสหกรณ์ จึงเสนอให้มีกลไกที่ชัดเจน รวมถึงบทลงโทษเพื่อบังคับให้หน่วยงานรับผิดชอบและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและป้องกันความเสียหายในอนาคต

นายกิตติ พิทักษ์นิตินันท์

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ กระผม เภสัชกร กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ สปท. หมายเลข ๑๑ ก็คงขอชื่นชมอนุกรรมาธิการที่ได้เสนอเรื่องที่จะควบคุมกํากับสําหรับสหกรณ์ที่คิดว่ามีเจตนา ไม่ดีอะไร ไม่ทําให้เกิดประโยชน์นะครับ แล้วก็สมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เห็นด้วยหมดนะครับว่าจําเป็นต้องมีกลไกที่ควบคุม เพราะว่าตัวสหกรณ์เองเราต้องยอมรับ ว่าสหกรณ์ออมทรัพย์หรือเครดิตยูเนียนเป็นที่พึ่งของประชาชนในระดับล่างจริง ๆ แล้วสมาชิกของหน่วยงานซึ่งก็เป็นสมาชิกที่ทั้งข้าราชการหรืออะไรที่รายได้อยู่ในระดับที่ อาจจะต้องพึ่งพิงสหกรณ์เป็นหลักในกรณีที่มีความจําเป็น ฉะนั้นจะทําอย่างไรให้สหกรณ์ สามารถมีความมั่นคงกับสมาชิกที่มีเจตนาบริสุทธิ์นะครับ ก็คงขออนุญาตอภิปราย เพียงประเด็นเดียวนะครับ แต่อาจจะเป็นคนละแง่มุมกับเรื่องที่เรากํากับดูแลในส่วนนี้ก็คง เห็นด้วย ประเด็นหนึ่งที่อยากให้มีความชัดเจนมากขึ้นนะครับในพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็เห็นว่ามีการกําหนดกลไกเพื่อจะกํากับในระดับหนึ่ง มีการให้อํานาจหน้าที่ คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมสหกรณ์แห่งชาติ มีการกําหนดอํานาจหน้าที่นายทะเบียน อะไรต่าง ๆ ในการออกคําสั่งที่จะให้กรรมการดําเนินการสหกรณ์ต่าง ๆ ปฏิบัติเพื่อแก้และ ปูองกันปัญหาอะไรทั้งหลาย ก็คิดว่าชัดเจนนะครับอันนี้ไม่ขัดแย้ง แต่ประเด็นหนึ่งที่คิดว่า น่าจะทําให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นนะครับ ก็คงเป็นประเด็นที่จะส่งเสริมสหกรณ์ออมทรัพย์ ทั้งหลายให้ดําเนินการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อย่างไรนะครับ เท่าที่ดูในพระราชบัญญัติ ฉบับที่ ๒ ก็ดีขึ้นนะครับที่มีการเพิ่มเติมมาตรา ๔๒/๑ คือในเชิงของสหกรณ์ที่เจตนา จะทํางานให้ดี หรือกรรมการบริหารไม่ได้มีเจตนาที่จะทุจริตหรืออะไร สิ่งหนึ่งที่ทําให้สหกรณ์ ดําเนินการไปได้คือความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะช่วยหักเงินสมาชิกอะไรเพื่อให้ สามารถมีเงินมาหมุนเวียน แล้วก็ทําให้สมาชิกทุกคนสามารถที่จะดําเนินการต่อเนื่อง ที่เป็น ปัญหาใหญ่ก็คือหน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือในการหักเงิน อันนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นถึงแม้เป็น ปัญหาเล็ก แต่ว่ามันจะเป็นส่วนที่กระทบ ฉะนั้นใน พ.ร.บ. ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๕๓ มาตรา ๔๒/๑ รู้สึกให้ความสําคัญ ก็เพิ่มในเรื่องกําหนดใน มาตรานี้ว่า ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานหักเงินเดือนค่าจ้างทั้งหลายที่จะจ่ายให้กับสมาชิก ชําระหนี้ต่อสหกรณ์ตามที่สหกรณ์เสนอไป และมีเขียนไว้ว่า ต้องหักเงินให้สหกรณ์เป็น ลําดับแรก แต่ประเด็นที่เกิดปัญหาคือถึงแม้กําหนดไว้อย่างนี้ แต่หน่วยงานก็อาจจะไม่ยอม ดําเนินการ เพราะตัวสหกรณ์เองส่วนหนึ่งในส่วนข้าราชการหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องอาจจะ รู้สึกว่ามันไม่ใช่หน่วยบริหารของหน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรม ก็เลยให้ความสําคัญ น้อยมาก เหมือนกับสหกรณ์ก็ไปวิ่งเต้นกันเอง หรือว่าบางครั้งสหกรณ์ยังต้องให้ค่าตอบแทน กับเจ้าหน้าที่ที่เป็นหน่วยที่จะช่วยหักเงินอะไรต่าง ๆ ให้สหกรณ์เพื่อขอความร่วมมืออะไร ต่าง ๆ คือประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยากเสนอว่า จะมีกลไกไหนไหมที่ทําให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องพวกนี้รู้สึกว่าเป็นอํานาจหน้าที่หรือว่าเป็นภารกิจของกระทรวงที่จะต้อง ช่วยเหลือหน่วยงานสหกรณ์นะครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญที่เกิดขึ้นคือ ถึงแม้มีการกําหนดมาตรา ๔๒/๑ ไว้ แต่ไม่เห็นมีบทลงโทษอะไรใน พ.ร.บ. เลย บทลงโทษจะพูดถึงเฉพาะเมื่อหน่วยงานหรือว่า สหกรณ์ไหนที่ไม่ให้ความร่วมมือกับนายทะเบียนอะไรทั้งหลาย จะเขียนบทลงโทษชัดเจน แต่ถ้าส่วนราชการหรือหน่วยงานไหนไม่ให้ความร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์นี่จะไม่มีเขียน บทลงโทษ ฉะนั้นหลายหน่วยงานก็ทําเป็นดื้อแพ่งไป ในขณะที่เมื่อดื้อแพ่งแล้วก็เกิดปัญหา กับสหกรณ์จริง ๆ เพราะว่าถ้าจะดําเนินการก็ต้องไปฟูองศาลที่จะมาบังคับหน่วยงานให้ช่วย หักเงิน มันก็เกิดความขุ่นข้องหมองใจกัน ความร่วมมือก็ยิ่งลดลง ก็ต้องใช้อํานาจศาล และการฟูองศาลนี่ก็เป็นภาระกับสหกรณ์จริง ๆ เพราะสหกรณ์ส่วนใหญ่ถ้าเป็นสหกรณ์ ที่เจตนาสุจริตไม่ได้ทําอะไร ส่วนใหญ่กรรมการก็มีภาระงาน ก็ต้องมารับผิดชอบหาทนาย มาฟูองร้อง แล้วกว่าคดีจะยุติได้ผลอะไรมันก็เกิดความเสียหายกับสมาชิก เพราะว่ากว่าจะ ได้ผลว่าหน่วยงานต้องหักเงินให้ อาจจะต้องเป็นปีหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งสหกรณ์ก็ต้องไล่ สมาชิกนั้นออกเพราะไม่ส่งเงิน ถ้าเมื่อไรไล่สมาชิกออกแล้วสมาชิกหลบหนีไม่ส่งก็จะเกิด ผลกระทบอีก เพราะต้องไปไล่เบี้ยผู้ค้ําประกัน ผู้ค้ําประกันก็คือสมาชิกในหน่วยงานทั้งหมด ค้ํากันไปค้ํากันมา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นลูกโซ่ไป เมื่อคนหนึ่งหรือหน่วยงานเกิดปัญหา ไม่ร่วมมือ สมาชิกหลบหนีไม่ดี ก็เกิดลูกโซ่กับสหกรณ์หมด แล้วก็มีประเด็นหนึ่งที่เกิดปัญหา เหมือนกันว่ามีคนหนึ่งบอกหน่วยงานไม่ให้หักแล้วหน่วยงานก็ไม่ยอมหัก แล้วทุกคนก็จะ ทําตามหมด อันนี้ก็เกิดกระทบมาก ไม่อย่างนั้นสหกรณ์ก็จะไปฟูองร้องสมาชิกทุกคนทําให้ เป็นความ กว่าจะได้เรื่องก็จะเกิดปัญหาอีก แม้แต่ศาลลงมติหรือว่ามีคําตัดสินว่าให้ชดใช้แล้ว การบังคับคดีก็ยังยากอีก ฉะนั้นเงินส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ถ้าเกิดเรื่อง สมาชิกสมมุติรับทราบและ เข้าใจไม่ถูกต้องนี่ก็อาจจะขาดความเชื่อถือต่อสหกรณ์ ฉะนั้นกลไกตรงนี้อยากจะฝากว่า มีกลไกไหนไหมที่จะทําให้หน่วยงานต่าง ๆ ต้องมีความรับผิดชอบในส่วนนี้ถ้าตัวเองทําให้เกิด ความเสียหาย ไม่ให้ความร่วมมือสหกรณ์อะไรต่าง ๆ อันนี้ก็คงขอฝากทางอนุกรรมาธิการ ไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ