กษิต ตั้งข้อสังเกตการตั้งหน่วยงานสหกรณ์ใหม่ เสนอให้แบงก์ชาติดูแล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๐ · ๘ สิงหาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นของการตั้งสำนักงานกำกับสหกรณ์ใหม่ โดยชี้ว่าหากหน่วยงานเดิมมีศักยภาพเพียงพอ การสร้างหน่วยงานใหม่อาจไม่จำเป็น พร้อมเสนอให้พิจารณามอบอำนาจกำกับสหกรณ์การเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งมีความเป็นอิสระและมีศักยภาพสูงกว่า ขณะเดียวกันเรียกร้องให้ชี้แจงจุดอ่อนจุดแข็งของกรมที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอข้อมูลอย่างโปร่งใสจากทั้งภาครัฐและสหกรณ์เอง ร่วมกับการตรวจสอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อวางแนวทางปฏิรูปสหกรณ์อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับที่ ๗ ท่านประธานครับ ในรายงานของคณะกรรมาธิการที่แจกกับท่านสมาชิกในหน้าที่ ๑๔ บรรทัดสุดท้ายของข้อ ๓.๑ มีคําว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง จึงควรทําหน้าที่นี้อย่างเข้มแข็งต่อไป ถ้าเผื่อมีการระบุอย่างนี้ผมก็เลยค่อนข้างจะสับสนทั้งหมดแล้วเราจะมาปฏิรูปกันทําไม ถ้าเผื่อเข้มแข็งอยู่แล้วก็ให้ทํางานต่อไป ประเด็นปัญหาที่ได้ระบุมาในเอกสารหรือที่ได้ชี้แจง ทางวาจาในช่วงชั่วโมงที่ผ่านมาก็ไม่น่าจะต้องเกิดขึ้น แต่ว่าการที่มาอภิปรายกันวันนี้ มีข้อเสนอเพื่อจะให้มีการจัดตั้งสํานักงานกํากับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน ก็หมายความว่ามันมีปัญหาจริง แต่ว่ามันจะเป็นเรื่องของการที่จะต้องตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ หรือครับ หรือว่าทุกครั้งในการปฏิรูปของเรานั้นไม่ว่าจะกรรมาธิการใดก็มักจะเป็นเรื่องของ การตั้งองค์กรใหม่ แล้วองค์กรเหล่านี้มันก็จะเวียนวนอยู่ในระบบราชการคือกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็ในเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกที่กล่าวก่อนผมเมื่อสักครู่นี้ว่ามันน่าจะมีการพิจารณาที่จะมอบการตรวจสอบและ การกํากับดูแลเรื่องสหกรณ์ทั้งหมดทั้ง ๗ ประเภท หรือ ๒ ประเภทที่เรากําลังจะคุยกันอยู่ ตรงนี้ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ เพราะว่าทางท่านกรรมาธิการก็ได้แจ้งด้วยว่า สหกรณ์บางอันอาจจะใหญ่โตถึงจะแปลงสภาพเป็นธนาคารพาณิชย์ทีหลังได้ ก็ไหน ๆ มันเป็นเรื่องการเงิน ไหน ๆ ก็มีโอกาสมีลู่ทางที่จะเป็นธนาคารพาณิชย์ได้แล้ว ก็น่าจะมอบไป ให้อยู่ในอาณัติของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีคณะกรรมการกํากับอยู่จะดีกว่าการที่จะ โอนหรือว่าจะตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ในสังกัดของกระทรวงการคลัง ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจะหา ความชํานาญการมาจากที่ไหนที่จะเป็นคณะกรรมการกํากับอันนี้ แล้วมันจะผิดมากไปจากไหน ที่จะแยกออกมา ย้ายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเหนือ ๒ กรมไปแล้วก็ยังมี ปลัดกระทรวง แล้วก็มีรัฐมนตรี แล้วก็ยังมีคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกรที่สามารถจะดูเรื่องนโยบายได้ แล้วก็การที่จะบอกว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติไม่ต้องกํากับนโยบาย แต่ว่ากระทรวงการคลังก็เป็นหน่วยราชการ เหมือนกันนะครับ มันไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าที่ควร แต่ว่ากลับมาที่ประเด็นที่ว่างานนี้ นะครับ ในการที่จะกํากับดูแลเพราะเป็นสถาบันการเงินจะเรียกสหกรณ์หรือจะเรียกอะไร ก็ตามนี่ควรจะขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยดูอีกสักระดับหนึ่งก่อนหรือไม่ นั่นเป็น ข้อเสนออันที่ ๑

ส่วนอันที่ ๒ ผมก็อยากจะรู้ว่าประเด็นปัญหาข้อบกพร่องจุดอ่อน จุดแข็งของ การทํางานของกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์นั้นมันมีอะไรนะครับ เราต้อง เอาประเด็นปัญหามาเสียก่อนว่าเขามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร มันมีการปล่อยปละละเลยทําไม ถึงปล่อยให้มีการโกงกินกันในบรรดาสหกรณ์ต่าง ๆ ได้ ท่านอธิบดีไปทําอะไรทั้ง ๒ ท่าน แล้วโดยเฉพาะกรมตรวจบัญชีสหกรณ์นี่มันต้องมีหน้าที่จะต้องตรวจบัญชีของสหกรณ์ ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง เงินเกือบ ๒ ล้านล้านบาทนี่ปล่อยปละละเลยได้อย่างไร ให้มันเกิด การทุจริตอย่างใหญ่หลวง กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จํากัด ที่ทราบกันเป็นที่ฮือฮา กันไปทั่วประเทศ ผมก็อยากจะขอทราบจากคณะกรรมาธิการก่อนนะครับ ผ่านท่านประธาน ว่าข้อบกพร่องของ ๒ กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มันคืออะไรแน่นะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือแล้วบรรดาสหกรณ์ทั้ง ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง เขามี ประเด็นปัญหาอะไร แล้วในการดําเนินการที่จะมาเสนอต่อที่ประชุม สปท. ที่นี่ ผมอยากจะ ได้เห็นข้อคิดเห็นของทั้ง ๒ กรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วผมอยากจะเห็น ข้อคิดเห็นของบรรดาสหกรณ์ ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง ว่าได้มีการสํารวจสอบถามหรือไม่ว่า มันประเด็นปัญหาอะไร แล้วจะแก้ไขประเด็นปัญหากันอย่างไร ผมอยากจะฟังจาก ๓ หน่วยงานนี้นะครับ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แล้วก็บรรดาสหกรณ์ ทั้ง ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง มันต้องเอาข้อมูลมาวางบนโต๊ะเสียก่อนถึงจะรู้ว่าแล้วเราจะแก้ปัญหา กันต่อไปอย่างไร คู่ขนานกันไปดังที่ผมกล่าวไว้แต่ต้นว่าน่าจะขอให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเข้าไปดู สักนิดหนึ่งได้ไหม ช่วยตรวจสอบดู อาจจะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้าไปดูทั้งหมดเลย สหกรณ์ทั้ง ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง การที่จะมาบอกว่ามันมีประเด็นปัญหาแล้วก็จะหาทาง ที่จะแก้ไขปัญหาโดยการคงไว้ซึ่ง ๒ กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยที่ไม่รู้ว่า เขาจะต้องปรับปรุงตัวอย่างไรเพราะไม่มีข้อเสนอ โดยไปตั้งคณะกรรมการกํากับขึ้นมา ผมไม่แน่ใจว่าเราจะแก้ประเด็นปัญหาได้ ผมไม่เชื่อในฝีมือของคณะกรรมการกํากับอันนี้นะครับ มันยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องย้ายงานของการกํากับจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปที่ กระทรวงการคลัง แล้วก็ไปมีคณะกรรมการกํากับมาม้วนกันข้างในของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เสียก่อนว่ามันมีประเด็นปัญหาอะไรแล้วเอามาวางบนโต๊ะ แล้วก็ฟังสิครับ จาก ๒ กรมบวกสหกรณ์ทั้งหมด รวมทั้งสมาชิกของสหกรณ์ด้วย เขาควรจะได้มีสุ้มมีเสียง อันนี้ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มันจะต้องชัดเจนกว่านี้ ครอบคลุมกว่านี้ เราจะได้มาพิจารณาว่า เราจะได้ร่วมกันปฏิรูปสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร นะครับ ผมขอพูดสั้น ๆ แค่นี้นะครับ แต่ว่าดังที่ผมได้กล่าวมาหลาย ๆ ครั้ง การเสนอเรื่องเข้า มาที่นี่ มักจะขาดสถิติ มักจะขาดการสํารวจไม่มีประโยชน์อันใดนะครับ บอกว่าผ่านที่นี่แล้ว แล้วก็จะไปศึกษาต่อไปอะไรพวกนี้ มันควรจะศึกษามาให้เสร็จแล้วค่อยมาเสนอว่า จะดําเนินการกันอย่างไร อันนี้น่าจะเป็นวิธีทํางานที่จะเหมาะสมแล้วก็รัดกุมกว่า ขอขอบคุณ มากครับท่านประธาน