สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มกราคม ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม หารือเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขมาตราและหมวดต่างๆ เพื่อให้ชัดเจนและไม่คลุมเครือ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธาน กระผม ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม สปท. หมายเลข ๕๓ ความจริงสิ่งที่ผมตั้งใจจะอภิปรายนั้น ก็คล้าย ๆ กับที่ ท่าน สปท. เฉลิมชัย เครืองาม ได้อภิปรายไปมากแล้ว แต่ผมอาจจะมีลักษณะของการนําเสนอ ในเชิงการใช้คําพูดอาจจะแตกต่างไปบ้างเล็กน้อย ประการแรกในมาตรา ๖ ที่กําหนดไว้ว่าให้มีบอร์ด (Board) กสทช. จํานวน ๗ คน ผมอ่านดูแล้ว รู้สึกว่าการใช้คําพูดนี้ยังไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร อย่างเช่น ในนี้เขียนไว้บอกว่ามีบอร์ด (Board) ๗ คนซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ด้านวิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การคุ้มครองผู้บริโภค เหล่านี้เป็นต้น ทุก ๆ คําน่าจะต้องมีคําว่า ด้าน อยู่เป็นนําหน้าคํานามเหล่านั้น แล้วก็ยังตกถ้อยคําที่สําคัญว่า อย่างน้อยด้านละ ๑ คน นี่คือ น่าจะเป็นเจตนารมณ์ว่าต้องการให้มีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านอย่างน้อยด้านละ ๑ คน ถ้ามิฉะนั้นแล้วบางคนจะต้องมาตีความกันอีก บางคนอาจจะชํานาญด้านเศรษฐศาสตร์ด้วย คุ้มครองผู้บริโภคด้วยอย่างนั้นเอาไปเลยคนเดียว ก็จะทําให้การจัดหาบอร์ด (Board) กสทช. นั้น เกิดความยุ่งยาก ก็ควรจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าอย่างน้อยด้านละ ๑ คน แล้วต่อไปสิ่งที่ อยากจะอภิปรายประเด็นสําคัญก็เหมือนที่ท่าน สปท. เฉลิมชัยได้พูดไปแล้ว ก็คือในหมวด ๖ ซึ่งผมก็เรียกว่าอ่านแล้วก็เกิดอาการช็อก (Shock) ในหมวด ๖ เกี่ยวกับเรื่องการประเมินผล การปฏิบัติงาน บังเอิญการนําเสนอของท่านประธานกรรมาธิการน่าจะถ่ายสําเนาเฉพาะ บางมาตราที่ส่งมาให้เราได้พิจารณาหรือว่าที่ท่านได้เสนอในการปรับปรุงแก้ไข มาตราใด ที่มีอยู่แล้วไม่ได้นําเสนอก็เลยทําให้การพิจารณาไม่ปะติดปะต่อกัน อย่างเช่น ในหมวดของ การประเมินผลการปฏิบัติงาน หมวด ๖ นี้ มาตรา ๗๐ บอกว่าให้มีกรรมการกํากับการประเมินผล ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นประธาน ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ... หน่วยงานละ ๑ คน คือไม่ได้บอกแล้วตกลงว่าต้องการกี่คน นับตัวเลข ไม่ถูก นับไม่ถูกครับว่าต้องการกรรมการกี่คน แล้วยังไม่บอกอีกว่าคณะกรรมการกํากับ ประเมินผลนี้กี่คนจึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตาม พ.ร.บ. นี้ คลุมเครือครับ แล้วก็ไม่ได้ บอกอีกว่ากรรมการกํากับประเมินผลมีวาระท่านละกี่ปีก็ไม่ได้บอก หรือว่าถ้าไปอยู่ใน มาตราอื่นแล้วท่านไม่ได้ส่งเข้ามาก็ต้องขออภัยด้วย ที่ผมถามเช่นนี้เพราะว่าตอนนี้ทราบว่า คณะกรรมการกํากับการประเมินผลหรือที่เรียกว่า ซูเปอร์บอร์ด (Super board) ของ กสทช. ตัวนี้เกิดสภาพสุญญากาศ และท่านก็ทราบดีใช่ไหมครับ คณะกรรมการซูเปอร์บอร์ด (Super board) ของ กสทช. มี ๕ คนโดยตําแหน่ง เข้าใจว่า ๒ ท่าน ไม่ทราบว่าลาออกหรือว่าพ้นภาระหน้าที่ จําไม่ได้ คนที่ ๓ ถูกคําสั่ง คสช. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตอนนี้ซูเปอร์บอร์ด (Super board) กสทช. เหลือ ๒ คน ๒ คนก็ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เห็นว่าตอนนี้ลงหนังสือพิมพ์โฆษณากําลัง รับสมัครเพิ่มเติมอยู่ แล้วก็เข้าใจว่าถ้าได้ผู้สมัครและคงส่งไปให้ ส.ว. เข้าสู่กระบวนการสรรหา หรืออย่างไรไม่ทราบนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องของความรอบคอบที่ควรจะต้อง ปรับปรุงถ้อยคําในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. นี้ให้ชัดเจน องค์ประชุมนี้สําคัญ และผมก็ยังตามเรื่อง ถามไปอีกที่บอกว่าผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้แทนสํานักงบประมาณ ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ผู้แทนสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่เข้าใจคําว่า ผู้แทน แปลว่าอะไร ผมไม่เข้าใจครับ นักกฎหมายท่านอาจจะบอกบอกว่าผู้แทน หมายถึง ข้าราชการที่อยู่ใน กระทรวงนั้น อยู่ในกรม กองนั้น แต่ผมไม่เข้าใจคําว่า ผู้แทน แปลว่าอะไร คงจะต้องมีนิยาม ให้ชัดเจน อย่ามาใช้สามัญสํานึกหรือว่าจิตสํานึก ผมตีความไม่ถูก บอกว่าเป็นผู้แทนของ กระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังเอาคนที่เกษียณมาแล้วถือว่าเป็นผู้แทนไหม แล้วผู้แทน ที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการกํากับประเมินผลอาวุโสน้อยกว่าหรือว่าอาวุโสมากกว่าบอร์ด (Board) อยู่ในกระทรวงเดียวกันนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอาการอะไรกันขึ้น บอร์ด (Board) นั้น อาจจะเป็นระดับปลัดกระทรวง แล้วผู้แทนกระทรวงการคลังเข้ามาประเมินผลเอาเป็น ระดับรองปลัดกระทรวงไหมล่ะ หรือว่าเป็นระดับอธิบดี เกิดงัดข้อกันขึ้นแล้วก็ยุ่งละทีนี้ ก็ขอให้ดูเรื่องตรงนี้ให้รอบคอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ