สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ตั้งคำถามถึงบทบาทของกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการปกป้องความมั่นคงของชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ในยุคดิจิทัล พร้อมสะท้อนถึงความท้าทายจากข้อมูลข่าวสารที่แพร่กระจายรวดเร็วและอาจก่อความเสียหายต่อคุณค่าของสังคมไทย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมฟังท่านประธานกรรมาธิการบรรยายแล้วก็ รื่นในอารมณ์ ได้สาระความรู้มาก มีเหตุมีผล พอฟังเพื่อนสมาชิกสักครู่อธิบายแล้วก็ได้สาระอีก ทําให้ผมงงว่าจะทําอย่างไรดี แต่อย่างไรก็ตามผมอยากกราบเรียนว่าเรามีภาษิตอันหนึ่งว่า ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ ถ้าเราไปพูดถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ยังไม่คลอด เราไป พูดถึงสิ่งที่ยังไม่มาอยู่ในท้อง จะแท้งหรือไม่แท้ง เป็นคนไหม ก็ยุ่ง สําหรับส่วนตัวผมนะครับ ต้องพูดว่า ณ เวลานี้อะไรดีที่สุดสําหรับสังคมไทย ถ้าเห็นว่าอะไรที่ดีที่สุดเวลานี้สําหรับ สังคมไทยเราก็ควรจะทําเช่นนั้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมอ่านอย่างละเอียดแล้วก็ทราบว่า ได้ผ่าน ครม. แล้ว แล้วก็ได้ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาผู้รู้ผู้เล่นมากมายแล้ว ผมก็ ไม่สามารถที่จะไปอธิบายได้ว่าอะไรดี หรืออะไรไม่ดี หรืออะไรต้องมาพร้อมกัน หรือมาไม่พร้อมกัน แต่ผมอยากจะกราบเรียนในอีกมุมมองหนึ่งก็คือว่าเมื่อผมเป็นเด็ก ๆ จนถึงบัดนี้ ในวงสนทนาเขาจะไม่คบคนเลยถ้าถูกกล่าวหาว่าอ้ายหมอนี่ชอบปั้นน้ําเป็นตัว นี่ก็เป็นภาษิต อีกนะครับ อาจจะมีการถึงกับชกกันเลย เพราะคําว่า ปั้นน้ําเป็นตัว ใช้ในทางที่ไม่ดี แต่ปัจจุบันนี้ท่านเชื่อไหมว่าผมชอบคบคนที่ปั้นน้ําเป็นตัว เพราะเขาสร้างเศรษฐกิจ ให้ประเทศได้ ประเภทโรงน้ําแข็งทั้งหลายท่านไปดูสิครับ นั่นละคือปั้นน้ําเป็นตัวเลยจากน้ํา ให้เป็นน้ําแข็ง จะเอาน้ําแข็งหลอด น้ําแข็งซอง ขายกันเป็นเทน้ําเทท่าและยังใช้ถนอมอาหาร ได้อีก แต่ว่าการมีพระราชบัญญัติ กสทช. เมื่อ ๖-๗ ปีก่อนโน้นหรือ กทช. นั้นผมก็งง เหมือนกันว่าสามารถ ปั้นเงินปั้นทองจากอากาศได้อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการบอกว่าคลื่นทั้งหลายมันอยู่ รอบ ๆ ตัว แต่ในอดีตมันไม่เป็นเงินเป็นทอง ปัจจุบันมันเป็นเงินเป็นทอง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ผมอยากจะกราบเรียนถาม ท่านประธานสภาผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าถ้ามีพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วเราจะรักษา ชาติบ้านเมืองให้อยู่รอดได้ไหม ไม่ใช่เอาเงินอย่างเดียว เงินมีแล้วก็หมดไปได้นะครับ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปได้ แต่ชาติบ้านเมืองมันต้องอยู่ยั้งยืนยง แต่ทีนี้ถามว่าแล้วผมจะอธิบายอย่างไร ชาติบ้านเมือง ผมก็มองไปที่ธงชาติไตรรงค์ ท่านนึกตามผมไปนะครับ ธงไตรรงค์ของประเทศไทยเรา หรือชาติเรานี่นะครับ มี ๓ สี น้ําเงิน สีแดง สีขาว แทนคําว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปัจจุบันนี้ท่านหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาท่านจะเห็นไลน์ (Line) เป็นร้อยเป็นพัน อ่านไม่ไหว ไลน์ (Line) บางอย่าง เฟซบุ๊ก (Facebook) บางอัน การส่งผ่านข้อมูลไปยังเครื่องมือถือ ร้อยแปดจิปาถะที่มีประโยชน์ก็มาก แต่ว่าอาจจะมากไม่เท่ากับการทําลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะความรีบเร่งของคนที่ใช้ พอกดมาฉันก็กดไปเลย ยังไม่ทันจะคัดกรอง ให้ดีว่าข้อมูลนั้นชอบหรือดี หรือถูกต้องไหม เราก็ส่งต่อกันไปเลย แล้วก็นั่งส่งกัน สามีภรรยา รับประทานข้าวกันแทนที่จะคุยกันอย่างในอดีตก็ต่างคนต่างดูไลน์ (Line) ทุกคนดูไลน์ (Line) หมด นั่งประชุมที่ไหนก็ดูไลน์ (Line) นั่งกินข้าวก็ดูไลน์ (Line) นั่งในรถก็ดูไลน์ (Line) ผมจะเรียนถามท่านประธานกรรมาธิการว่าท่านจะช่วยดูแลชาติบ้านเมืองตรงนี้อย่างไร ความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะผมกราบเรียนว่าสถาบันที่เรารัก เคารพกันมาอย่างน้อยเป็นพันปี ปี ๑๘๒๖ ตั้งแต่พ่อขุนรามคําแหงจนถึงองค์ปัจจุบันนี้นะครับ เราเคารพสุดชีวิต คําถามว่าเมื่อมีพระราชบัญญัติฉบับใหม่แล้วปรับปรุงเรียบร้อยแล้วจากที่มี กทค. กสท. กสทช. หรืออะไรต่ออะไรยุบรวมแล้วเรียกว่ามีซิงเกิลคอมมานด์ (Single command) แล้วท่านจะช่วยเหลือเยียวยาเรื่องนี้ได้หรือไม่อย่างไร ถ้าเห็นว่าอะไร ที่ไม่ใช่ ท่านมีคนที่จะดูแลไหม หรือก็ปล่อยกันไป แล้วก็บอกว่าให้ไปขึ้นศาลให้ตํารวจจับ ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ท่านมีอํานาจหรือท่านจะช่วยชาติบ้านเมืองนี้อย่างไร หรือคนออกไปข้างนอกแล้วก็กล่าวหาชาติบ้านเมืองอย่างนั้นอย่างนี้ก็มีนะครับ อย่างนี้เราจะทําอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าโดยจิตวิทยานะครับ ถ้าพูดที่ไหน ทําอะไรที่ไหนหรือสนามหลวงนี่ครับ ถ้าท่านไปชมคนว่าอันนี้ดีจริงแล้วของดีจริงนะครับ คนนี้ดีจริง เรื่องนี้ดีจริงไม่มีคนฟังครับ แต่เริ่มต้นกล่าวเท็จ แล้วก็บอกอย่างโน้นอย่างนี้ คนตบมือเป็นวรรคเป็นเวรเลย เพราะฉะนั้นอะไรที่มันไม่ชอบผมก็อยากจะกราบเรียนว่า ฝากท่านประธานไปคิดนิดหนึ่งว่าถ้าเราผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งมีความยาวนานมา ผ่านที่ประชุม ครม. แล้ว กลั่นกรองมาแล้ว ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาผู้รู้ผู้เล่นมาแล้วนะครับ แล้วขณะนี้บนบัลลังก์นั้นก็มีผู้แทนไอซีที (ICT) นั่งอยู่ ท่านรองปลัดกระทรวงอยู่ แล้วจะรวมวง กันมาเล่นว่าจะช่วยชาติบ้านเมืองใน ๓ ประการที่ผมว่าได้อย่างไร หรือขณะนี้ท่านไม่ต้อง อะไรครับ ท่านไปดูข่าวหน้า ๑ สิครับ ตั้งแต่เช้า ๗ วันผ่านมาฉบับไหนไม่ลงเรื่องการคัดค้าน การตั้งสมเด็จพระสังฆราชนี่เชยมากนะครับ คําถามว่าอันนี้ก็อีกอันหนึ่งเป็นการบ่อนทําลาย พระพุทธศาสนาของศาสนาพุทธ เรื่องของพระก็เป็นเรื่องของพระ ถ้าถามผมนะครับ เรื่องของสงฆ์ก็เป็นเรื่องของสงฆ์ เรื่องของชีก็เป็นเรื่องของชี แต่ว่าเรากําลังจะปนกันไปหมด จึงกราบเรียนถามท่านประธานกรรมาธิการว่าเราจะช่วยกันอย่างไร แต่ถ้าตอบยังไม่ชัดผมก็ต้องขอสงวนเช่นเดียวกับท่านเพื่อนสมาชิกว่าผมขอสงวนที่จะต้อง อภิปรายต่อไป และหาข้อมูลต่อไปว่าเราจะทํากันอย่างไร แต่ในส่วนตัวผมเห็นว่าไม่มีความจําเป็นว่า จะต้องคอยให้มาพร้อมก่อนทั้งพวง พวงเล็ก พวงใหญ่นะครับ แล้วก็มาพิจารณาพร้อมกัน อะไรที่ยังไม่เกิด ทีหลังเกิดก็ว่ากันไป หลังจากอันนี้ผ่านไปแล้วถ้าอันใหม่มาดีกว่านี้นะครับ อีกปีหนึ่ง หรืออีกครึ่งปีที่เรายังไม่จบ สปท. เราก็พิจารณาใหม่ได้ ผมมองอย่างนั้นนะครับ ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ