คํานูณ สิทธิสมาน หารือเรื่องร่างกฎหมายดิจิทัล 10 ฉบับ รวมถึงการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารคลื่นความถี่ และการยกเลิกสัญญาเช่าคลื่นความถี่ โดยมีคำถามเกี่ยวกับการกำหนดหน้าที่ของสํานักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการกำหนดผู้ชี้ขาดในการพิจารณาสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ..... และขอเสนอให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฝาแฝดควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหา และแสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจจะขัดกับหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างยิ่งนะครับ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก่อนอื่นกระผมขอ ความกรุณาท่านประธานว่าวาระการปฏิรูปวาระนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่เสนอมาเป็นการแก้ไขใหญ่มากครับ เป็นการเปลี่ยนหลักการสําคัญซึ่งกระผมจะได้ อภิปรายต่อไปนะครับ ผมไม่สามารถจะอภิปรายได้ภายในเวลา ๕ นาทีแน่นอนครับ ผมขอ ความกรุณาไม่ใช่เพื่อตัวกระผมเองเท่านั้น แต่ผมเชื่อว่าสมาชิกท่านอื่นก็จําเป็นที่ควรจะได้เวลาในการอภิปรายเรื่องที่มีความสําคัญ ใหญ่หลวงเช่นนี้ เพราะว่ามติของ สปท. จะมีความสําคัญอย่างยิ่งครับ สมมุติว่า สปท. มีมติ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็จะเป็นพลังสําคัญที่ทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปสู่ สนช. ได้ค่อนข้างเร็ว ในการประชุม สนช. เมื่อวันพฤหัสบดีก็มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีทุจริตเป็นศาลชํานัญพิเศษ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ กรุณาเอ่ยถึงว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มาจาก สปท. แต่ท่านก็ได้กรุณาเอ่ยถึงต่อไปว่า ก็จะมีร่างพระราชบัญญัติอีกจํานวนไม่น้อยที่มาจาก สปท. ซึ่งทางรัฐบาลก็จะดูเพียงแต่ว่า ไม่ขัดหลักการสําคัญแล้วก็จะผ่านมาที่ สนช. แล้วก็ให้มาถกเถียงกันใน สนช. เพราะฉะนั้น ในเบื้องต้นกระผมขอความกรุณาท่านประธานว่าขอใช้เวลาตามสมควรแก่กรณี ถ้าท่านประธานเห็นว่าการอภิปรายของกระผมไม่มีสาระประการใด หรือซ้ําซากประการใด จะให้หยุดการอภิปรายตรงไหนกระผมก็ขอเคารพในการตัดสินของท่านประธานครับ แต่เบื้องต้น ก่อนอื่นกระผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชนที่นําเสนอและจัดทํารายงานได้อย่างหมดจด ไร้ที่ตินะครับ สมควรเป็นตัวอย่าง เป็นรูปแบบในการเสนอรายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงาน การพิจารณาร่างกฎหมาย แต่ว่ากระผมจําเป็นที่จะต้องขอเท้าความถึงความเป็นมา ของเรื่องราวทั้งหมดเพื่อที่สภาแห่งนี้จะได้มีความเห็นร่วมกันถึงประเด็นการนําเสนอ เรื่องการปฏิรูปเข้าสู่การพิจารณานะครับ ก่อนอื่นกระผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้น่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงก่อนที่ จะเกิด สปช. คือสภาปฏิรูปแห่งชาติ ถึง ๑ เดือนเต็ม เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเป็น ส่วนหนึ่งอย่างที่ท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ได้กล่าวชี้แจงไว้เบื้องต้นว่าเป็นส่วนการปฏิรูป ที่ริเริ่มโดยรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีโดยแท้ เป็นการปฏิรูปในส่วนของการสร้างศักยภาพ ทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และการวางรากฐาน เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งนโยบายนี้ก็ได้มี ชุดร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ และวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๘ แต่เดิมนะครับ ชุดร่างกฎหมายดิจิทัล (Digital) นี้มีทั้งสิ้น ๑๐ ฉบับ ต่อมาได้ลดทอน หรือว่ายุบรวมลงเหลือ ๘ ฉบับนะครับ อันนี้เป็นการริเริ่มจากคณะรัฐมนตรีโดยตรง ทีนี้ในฐานะที่ สปท. ทํางานสืบเนื่องมาจาก สปช. ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) มาตรา ๓๙/๒ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศของ สปช. มีรองศาสตราจารย์จุมพล รอดคําดี เป็นประธานครับ ท่านได้เสนอรายงาน เรื่อง รายงานผลการพิจารณาศึกษากฎหมายดิจิทัล (Digital) เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่งต่อประธาน สปช. เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าศึกษาแนวทาง การปฏิรูปเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของรัฐบาล แล้วก็ได้มีการพิจารณา ในสภา สปช. เข้าใจว่าก็ได้ส่งตามระบบไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งท่านประธานอาจจะ ตรวจสอบเอกสารได้นะครับ ปรากฏว่าในรายงานชิ้นนั้นก็ได้ตั้งข้อสังเกต และข้อเสนอแนะในเชิงไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับบางประการ อันที่จริง หลายประการกระผมคงไม่จําเป็นที่จะต้องหยิบยกมาเป็นประเด็น ๆ ไป นี่เป็นครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เสนอรายงานต่อ สปช. ในเรื่องข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมี ร่างพระราชบัญญัติแนบมาด้วยเหมือนการพิจารณาในวันนี้ครับ แล้วสภา สปช. ก็ได้มีมติรับ แล้วก็เสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี สรุปว่าการทํางานของ สปช. มีคณะกรรมาธิการ ๒ คณะ คือ คณะกรรมาธิการปฏิรูปสื่อ ทํารายงานศึกษาเรื่องความเห็นในการศึกษาชุดกฎหมายดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมรวม ๑๐ ฉบับในขณะนั้น ๒. ก็คือมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาสู่ที่ประชุม สปช. กระผมขอทราบความคืบหน้าผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานกรรมาธิการว่า ไม่ทราบว่าทางคณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นต่อรายงานของทั้ง ๒ ชุด สปช. อย่างไร เห็นด้วยให้ปรับปรุงหรือทบทวนเพื่อที่จะได้ให้สอดคล้องกับกระบวนการ ทํางานที่ท่านรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ได้กรุณาบรรยาย และอรรถาธิบายไว้เมื่อสักครู่ครับ คือแน่นอนครับ ไม่จําเป็นว่าเราจะต้องเห็นด้วยกับ สปช. ทั้งหมด แต่เราก็จะต้องรู้ว่ารายงานที่ สปช. เสนอไปโดยเฉพาะร่างกฎหมายมีข้อขัดข้อง มีข้อไม่เห็นด้วยจากคณะรัฐมนตรีหรือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประการใด และสภา สปท. ในกรณีเช่นนี้สมควรที่จะได้นํามาพิจารณาเพื่อตัดสินอย่างไร หรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นคําถาม เบื้องต้นที่กระผมขออนุญาตถามทั้งท่านประธานกรรมาธิการผ่านไปยังท่านประธาน แล้วก็ขอ ความกรุณาทีมงานของท่านประธาน ท่านรองประธาน ได้ช่วยรวบรวมผลการศึกษานั้นด้วย นี่เป ็นประเด็นสําคัญ
ประเด็นต่อมาก็คือว่าในขณะนี้ชุดร่างกฎหมายดิจิทัล (Digital) ๑๐ ฉบับ ที่เหลือ ๘ ฉบับนี่นะครับ ได้เสนอต่อ สนช. คือสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้ว ๑ ฉบับ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ก็ได้ผ่านวาระแรกของ สนช. ในขั้นรับหลักการไปแล้ว เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ แล้วก็ได้ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการรายมาตราไปครบแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่ได้นําบรรจุเข้าที่ประชุมใหญ่ เพราะทั้ง สนช. และทั้งวิป (Whip) รัฐบาล วิป (Whip) สนช. ซึ่งมีตัวแทนของรัฐบาลรวมอยู่ด้วยนั้น มีความเห็นว่าให้รอการพิจารณา ไว้ก่อนเพื่อที่จะได้รอการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมเข้ามาพร้อม ๆ กัน เพราะว่า ท่านประธานครับ เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่สามารถที่จะพิจารณาได้โดยเอกเทศแล้วสามารถเข้าใจได้หมดนะครับ จําเป็นที่จะต้อง พิจารณาไปควบคู่กับชุดร่างกฎหมายดิจิทัล (Digital) ทั้งหมดหรืออย่างน้อยอีก ๑ ฉบับ ขออนุญาตสักนิดนะครับท่านประธาน แต่เดิมร่างพระราชบัญญัติชุดดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมมี ๑๐ ฉบับแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกก็ง่ายที่สุดครับ ร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม อันนี้ผ่าน สนช. ไปแล้วในวาระที่หนึ่ง ๒. ก็คือร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสํานักงาน พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อันนี้ยังไม่ได้เข้า คือเข้า สนช.ไปเพียงฉบับเดียว กลุ่มที่ ๒ สําคัญที่สุดครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรคมนาคม และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อยู่ในชุดเดียวกับเดิมเป็นร่างพระราชบัญญัติอีก ๓ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติกองทุน พัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. .... ๒. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. .... ๓. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล พ.ศ. .... ในช่วงกลางปีที่แล้วได้มีการยุบรวมร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ เข้าไว้เป็นร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. .... เพราะฉะนั้น กระผมเห็นเป็นเบื้องต้นว่าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่าร่างพระราชบัญญัติ กสทช. นะครับ จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาควบคู่กันไปกับร่างพระราชบัญญัติในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ ได้ยุบรวมจาก ๓ ฉบับเป็น ๑ ฉบับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม พ.ศ. .... ซึ่งก็จะสอดคล้องกับที่ทาง สนช. กระผมตรวจสอบเมื่อเช้านี้นะครับ ก็ได้มีความเห็นในทํานองนี้ว่าจะรอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมไว้ก่อน เพื่อรอพิจารณาควบคู่กับชุดร่างพระราชบัญญัติที่เหลือนะครับ สาเหตุครับ เพราะว่าถ้าเผื่อเราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพียงฉบับเดียวที่ท่านประธาน กรรมาธิการได้กรุณารายงานมาอย่างงดงามนะครับ ก็จะขาดความสมบูรณ์ไป อย่างเช่น กระผม ขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน
๑. ในมาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๑๔ กระผมไม่สามารถจะพลิกไปพลิกมานะครับ ทางขวาง ทางตั้งนะครับ ให้สํานักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทําหน้าที่ เป็นหน่วยธุรการในการสรรหา กสทช. ถูกหรือผิดอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถามว่าก็ในขณะนี้ยังไม่มี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเลย เราจะพิจารณาเห็นด้วยกับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้อย่างไร ก็อาจจะกล่าวได้ว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้สํานักงาน ปลัดกระทรวงไอซีที (ICT) ทําหน้าที่ไปก่อน แต่ในการพิจารณาร่างกฎหมายจําเป็นต้องมี ความชัดเจนนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่กระผมขอยกตัวอย่างนะครับ ก็คือในมาตรา ๑๓ การยกเลิก (๑) ของมาตรา ๒๗ และให้ใช้คําใหม่นะครับ อันนี้สําคัญใหญ่หลวงมากครับ ท่านกําหนดให้การจัดทําแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียง เอาย่อ ๆ ก็แล้วกัน คือ กสทช. ทําแผนแม่บท ๓ แผน แต่เดิมทําตามนโยบายของรัฐบาลที่ แถลงต่อสภา ไม่มีปัญหา แต่เที่ยวนี้นะครับ เราต้องให้สอดคล้องกับนโยบายและแผน ระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระผมกราบเรียนถามว่าแล้วเรา จะพิจารณาได้อย่างไรครับว่าชอบหรือไม่ชอบ ถูกหรือไม่ถูก ในเมื่อเรายังไม่รู้เลยว่า กระบวนการจัดทํานโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมนั้นมีความเป็นมาอย่างไร
ประเด็นต่อมาครับ มาตรา ๑๘ ที่ให้เพิ่มเติมมาตรา ๒๗/๑ นะครับ กําหนดให้มีผู้ชี้ขาดว่าแผนแม่บททั้ง ๓ แผนของ กสทช. สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติ ข้างต้นที่กระผมกล่าวไปแล้วหรือไม่ ให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้ชี้ขาด คําถามก็ตามมาอีกเช่นกันครับว่าเราจะพิจารณาได้อย่างไรในเมื่อขณะนี้เรายัง ไม่รู้เลยว่าคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพียงใด ลักษณะไหน เพราะร่างกฎหมายยังไม่ได้มา ยังไม่ได้เกิดครับ
ประการต่อมาก็สําคัญอีกเช่นกันครับ คือมาตราที่ว่าด้วยกองทุนพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมด กองทุนนี้คืออะไรครับ ในเมื่อยังไม่เกิดขึ้นเราจะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้อย่างไร กระผมเชื่อว่าคําตอบทั้งหมดอยู่ในร่างพระราชบัญญัติ การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. .... ซึ่งยังไม่มา เพราะฉะนั้นประเพณีของ การพิจารณาร่างกฎหมายไม่ว่าในสภาใดนะครับ ถ้าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เขาเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติฝาแฝด หรือร่างพระราชบัญญัติพวง จะพวงเล็ก พวงใหญ่ก็ตามนะครับ สมควรที่จะได้มีการพิจารณาไปควบคู่กันเพื่อให้เห็นภาพรวมของป่าทั้งป่า ไม่ใช่เห็นเพียงต้นไม้กลุ่มสองกลุ่ม หรือต้นไม้ต้นสองต้นครับ เฉพาะในกรณีนี้อาจจะ ไม่จําเป็นต้องพิจารณาทั้งพวงใหญ่ แต่ว่าร่างพระราชบัญญัติฝาแฝดก็คือร่างพระราชบัญญัติ การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. .... นั้น จําเป็นที่จะต้องได้รับการพิจารณา ควบคู่กันไปด้วยครับ อันนี้เป็นประเด็นสําคัญที่กระผมมีความเห็น
นอกจากนั้นที่สําคัญใหญ่หลวงไปกว่านั้นก็คือว่านอกจากจะต้องรอ การพิจารณาพร้อมชุดร่างกฎหมายฉบับอื่น หรือร่างกฎหมายฝาแฝดที่จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง พิจารณาควบคู่กันไปแล้วนะครับ ยังจะต้องรอความชัดเจนของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในมาตราว่าด้วยสิทธิในคลื่นความถี่ด้วยครับ ท่านประธานครับ เพราะถ้ายึดหลักการเดิม ของมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้ว กระผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่กําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา ใน ๒ ฉบับดังกล่าว เพราะในมูลเหตุสําคัญที่สุดคือ กสทช. จะไม่เป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระอีกต่อไป ประเด็นนี้สําคัญมากครับ กระผมไม่ได้ยืนยันว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๔๐ ถูกต้อง เลิกไม่ได้ เพราะก็เลิกไปแล้ว ไม่ได้ยืนยันว่า มาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถูกต้อง เลิกไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะได้เลิกไปแล้ว แต่ในขณะนี้หลักการสําคัญในเรื่องคลื่นความถี่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่ปรากฏ และหลักการสําคัญในเรื่องคลื่นความถี่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นตัวแม่ที่จะทําให้ ตัวลูกก็คือร่างกฎหมาย กสทช. ที่กําลังพิจารณาอยู่นี้มีหลักการออกมาอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น แต่เดิมนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานและเป็นพระคุณอย่างสูงที่กรุณาให้เวลา มาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขามีสาระสําคัญคือคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ วรรคสอง ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่ง ทําหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ ตามวรรคหนึ่ง และกํากับการประกอบการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ วรรคสามก็สําคัญครับ การดําเนินการ ตามวรรคสองต้องคํานึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่นและการแข่งขัน เสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดําเนินการสื่อมวลชน สาธารณะ ขออนุญาตอ่านเพียง ๓ มาตรา คีย์เวิร์ด (Keyword) สําคัญคืออะไรครับ คีย์เวิร์ด (Keyword) สําคัญก็คือ ๑. คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์ สาธารณะ อันนี้ก็มาจากการต่อสู้ของภาคประชาชนส่วนต่าง ๆ มากมายตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนปรากฏเป็นรูปเป็นร่างในปี ๒๕๔๐ คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ ๒ ก็คือให้มีองค์กรของรัฐ ที่เป็นอิสระ ย้ํานะครับ ที่เป็นอิสระ ไม่ใช่ที่เป็นอิสระในการบริหารงานเท่านั้น หลักการ สําคัญ ๒ ประการนี้เราก็จะต้องดูว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาว่าอย่างไร ถ้าออกมา ตามเดิมกระผมเห็นว่าเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติฉบับที่กําลังพิจารณาอยู่นี้มีปัญหา แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงไปก็อาจจะสอดคล้องกับเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เรากําลัง พิจารณาอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ครับว่า ๑. ในการพิจารณาควรจะต้อง พิจารณาควบคู่ไปกับร่างพระราชบัญญัติที่เป็นฝาแฝดกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติการพัฒนา ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. .... ๒. ต้องดูความชัดเจนของร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ว่าด้วยคลื่นความถี่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ได้มีการเผยแพร่ออกมาในระดับหนึ่ง แต่ว่าก็ยังไม่ได้มีการเผยแพร่ทั้งหมด จะเป็นไปได้หรือไม่อันนี้กระผมเรียนหารือต่อที่ประชุม ส่วนประเด็นในรายละเอียดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะขัดกับหลักการเดิม ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๗ ประการใดบ้าง กระผมจะขออนุญาตยังไม่ใช้เวลาในชั้นนี้เพื่ออภิปราย แต่ผมขอกราบเรียนว่า สิ่งที่ท่านประธานกรรมาธิการได้แถลงมานั้นท่านชูประเด็นเรื่องอํานาจในการเรียกคืน คลื่นความถี่เพื่อใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ กระผมไม่ขัดข้องครับ ท่านจะลด กสทช. จาก ๑๑ เหลือ ๗ จะแยกจาก ๒ บอร์ด (Board) เลิกการแยกจาก ๒ บอร์ด (Board) มาเป็นบอร์ด (Board) เดียวอย่างไร กระผมไม่ขัดข้อง แต่กระผมมีปัญหาในเรื่องที่เรียกว่า หากมีลักษณะที่อาจจะขัดกับหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งกระผมเชื่อว่าเป็นหลักการที่น่าจะลงหลักปักฐานแล้ว อันนี้จําเป็นที่จะต้องได้รับ การอภิปรายอย่างชัดเจน กระผมขอสงวนสิทธิที่เมื่อถึงเวลานั้นจะขอชี้ให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีลักษณะที่จะทําให้ กสทช. ไม่เป็นองค์กรที่เป็นอิสระเฉย ๆ อย่างไรบ้าง กระผมไม่ได้ยืนยันว่านั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หรือเป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ แต่การที่จะปฏิรูป ที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามไปจากหลักการเดิมที่ยึดถือมายาวนาน และการก่อให้เกิด หลักการของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รวมทั้งกฎหมาย กสทช. ฉบับเดิมนั้น ก็ผ่านการรับฟังความคิดเห็น ผ่านการมีส่วนร่วมขององค์กรต่าง ๆ มาค่อนข้างมาก จําเป็น ที่จะต้องได้รับการอภิปรายอย่างกว้างขวาง กระผมขออนุญาตเป็นเบื้องต้นแต่เพียงเท่านี้ก่อน กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างยิ่งครับ