สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มกราคม ๒๕๕๙

คณิต สุวรรณเนตร เสนอแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. ปี 2553 เพื่อขอการพิจารณาและเสนอแผนการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะการประมูลคลื่นความถี่ และการฟื้นฟูพื้นที่เพื่อสร้างงานและลดปัญหาอาชญากรรม

พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน กระผม พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน สปท. และคณะ ขอนําเรียนร่างแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. ปี ๒๕๕๓ เพื่อกรุณาพิจารณาต่อไปครับ

ก่อนอื่นคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน และสมาชิกทุกท่าน ที่ได้กรุณาอภิปรายและให้ข้อเสนอต่าง ๆ ในวันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ ในเวลาเที่ยงครึ่ง และได้รับรองให้เสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตย้อนไปนําข้อมูลโดยสรุปของวันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ เมื่อเวลา เที่ยงครึ่งสักเล็กน้อย ข้อ ๑ คลื่นความถี่วิทยุและวงโคจรดาวเทียมเป็นทรัพยากรของชาติ ที่มีอยู่อย่างจํากัด จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเข้าถึง ทรัพยากรนี้ ข้อ ๒ กสทช. ได้ดําเนินการประมูลคลื่นความถี่มาแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ในปี ๒๕๕๕ เป็นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน ๒,๑๐๐ เมกะเฮิรตซ์ เงินรายได้จากการประมูล ๔๑,๖๒๕ ล้านบาท ในครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๕๖ ดิจิทัลทีวี (Digital TV) ๒๔ ช่อง ประมูลได้เงินมา ๕๐,๘๖๒ ล้านบาท และครั้งที่ ๓ เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นการประมูลคลื่นความถี่ ย่าน ๑,๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ได้เงินมา ๘๐,๗๗๘ ล้านบาท และครั้งที่ ๔ คือครั้งสุดท้ายในการ ประมูลระบบใบอนุญาต เมื่อกลางเดือนธันวาคม ประมูลกัน ๔ วัน ๓ คืน ที่ กสทช. เป็นคลื่น ๙๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ได้เงินมา ๑๕๑,๙๕๒ ล้านบาท ถ้าจะรวมยอดกันทั้ง ๔ ครั้งแล้วจะเป็นเงิน ๓๒๕,๒๑๗ ล้านบาท เงินจํานวนนี้เป็นเงินที่ไม่ได้ ประมาณการมาก่อน เป็นเงินอันโฟร์แคสทะเบิล (Unforecastable) เพราะยังไม่รู้ว่า จะประมูลเมื่อไร และรายได้ได้เท่าไร นอกจากนั้นเกิดมูลค่าเพิ่มครับท่านครับ เกิดการสร้างงาน เกิดการจ้างงาน เกิดประโยชน์ในธุรกิจด้านนี้ตามกลไกตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเสรี และเป็นธรรม ซึ่งตัวเลขโดยประมาณแล้วอีก ๔ เท่าของมูลค่าที่ประมูลได้ ท่านลองเอา ๔ คูณ ๓๒๕,๒๑๗ ล้านบาทครับ

ข้อ ๓ เพื่อให้การดําเนินการต่าง ๆ มุ่งไปสู่แนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของรัฐบาลในเรื่องของมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนก็ได้ศึกษาและพบว่า ยังมีคลื่นความถี่อีกจํานวนหนึ่งที่ใช้ประโยชน์อย่างยังไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงเสนอเรื่องรีฟาร์มมิง (Refarming) ถามว่ารีฟาร์มมิง (Refarming) นั้นเป็นหน้าที่ของใคร คณะกรรมาธิการพบว่าเป็นหน้าที่ของ กสทช. จึงได้ไปศึกษา พ.ร.บ. องค์กร กสทช. พ.ศ. ๒๕๕๓ เล่มสีเลือดหมูที่กระผมถืออยู่นี่นะครับ และได้พบอีกว่าเคยมี ความพยายามในอดีตที่จะผลักดันเรื่องนี้แต่ยังไม่สําเร็จ ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชนจึงได้เสนอเรื่องนี้อีกทางหนึ่งเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสมีสิทธิเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอันนี้ ให้บริษัทต่าง ๆ บริษัทใดก็ตาม ที่มีพื้นฐานและสนใจเข้ามาประมูล ซึ่งจากเดิมเรามีบริษัทเอกชน ๓ บริษัท เรามีรัฐวิสาหกิจ ๒ แห่งนะครับ จากผลการประมูลเมื่อวันที่ ๑๕-๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๘ เราได้เอกชนเพิ่มเข้ามา ในธุรกิจนี้อีก ๑ ราย สิ่งที่ได้ลําดับต่อมาก็คือประเทศไทย โดยกระทรวงการคลังจะได้เงิน เป็นแสนล้านบาทเข้าคลังมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และสุดท้ายคือ ในระบบเอสเอ็มอี (SMEs) ในด้านวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมเกิดธุรกิจเกิดการปักเสาพาดสาย เกิดการขุดดินฝังสายไฟเบอร์ออปติก (Fiber optic) เกิดการสร้างงาน เกิดการจ้างงาน คนมีงานทํา ลดปัญหาอาชญากรรม ดังนั้นคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชนจึงขอเสนอ ๓ ข้อครับ คือการแก้ไข พ.ร.บ. องค์กร เสนอ ๓ ข้อหลัก ๆ นะครับ

ในข้อ ๑ ขอปรับรวมบอร์ด (Board) กสทช. เหลือ ๑ บอร์ด (Board) เดี๋ยวสักครู่ผมจะนําท่านตามไปทั้งในตารางแผ่นตั้งที่ผมได้กราบเรียน และแผ่นขวางอีก ๖๖ หน้านะครับ อันนั้นก็เป็นมาตรา ๒๓ หน้า ๓๗ ของแผ่นขวาง เดี๋ยวผมจะกราบเรียน ในรายละเอียดทีละข้อ ๆ นะครับ

ในข้อ ๒ ขอเพิ่มหน้าที่ในการไปเจรจารีฟาร์มมิง (Refarming) ตามมาตรา ๑๖ และในหน้า ๓๑ ของแผ่นขวาง ขอเพิ่มหน้าที่ในการเจรจานั้นจะเจรจาสําเร็จหรือไม่สําเร็จ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ขณะนี้เราไม่มีหน้าที่ในการไปเจรจา ผู้ที่ถือคัมภีร์ไว้แล้วก็ใช้ประโยชน์ ไม่สูงสุดครับ

และข้อสุดท้ายคือขอเพิ่มวิธีการเยียวยาในกระบวนการนี้ ในมาตรา ๓๑-๓๔ ถ้าในแผ่นขวางก็หน้า ๔๗-๔๘ นะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในเอกสารที่รัฐสภาแจกให้กับท่านสมาชิก ทุก ๆ ท่านในเล่มนี้แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือบันทึกหลักการและเหตุผล จํานวน ๓ หน้า ส่วนที่ ๒ ร่าง พ.ร.บ. ที่จะขอแก้ไข จํานวน ๔๙ มาตรา ๑๕ หน้า และส่วนที่ ๓ ที่ผมจะเน้นและจะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพตามผมไปในส่วนที่ ๓ นี่นะครับ เป็นบันทึกของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จํานวน ๑๐ หน้า ซึ่งได้มีการประชุม และสรุปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ และส่วนที่ ๔ ส่วนสุดท้ายเป็นเอกสาร แผ่นขวาง จํานวน ๖๖ หน้า เรียงโดยแบ่งเป็น ๓ คอลัมน์ (Column) คอลัมน์ (Column) ซ้ายสุดคือร่าง พ.ร.บ. เดิมนะครับ คอลัมน์ (Column) กลางคือที่เสนอขอแก้ไข ส่วนคอลัมน์ (Column) ขวามือสุดคือเหตุผล และความจําเป็นที่ขอแก้นะครับ ซึ่งแบบฟอร์ม (Form) นี้เป็นแบบฟอร์ม (Form) ที่กําหนด ขึ้นโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๑ ที่มีท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านเป็นประธาน คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะนี้นะครับ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตนําเสนอเอกสาร ของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในข้อ ๓ ที่ผมได้กราบเรียนแล้วนะครับ จํานวน ๑๐ หน้า ที่ได้ผ่านการตรวจการทําโฟกัสกรุ๊ป (Focus group) เรียบร้อยแล้ว ท่านตามกระผมไปใน หน้า ๔ นะครับ ในหน้า ๔ ข้อ ๔.๑ ข้อ ๔.๒ และข้อ ๔.๓ นั้นจะกล่าวถึงหนังสือของ กรรมการ กสทช. ๓ ท่าน คือนายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ และดอกเตอร์ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ซึ่งท่านเป็นกรรมการ กสทช. ๒ ท่านอยู่ในด้าน กระจายเสียง ๑ ท่านอยู่ในด้านโทรคมนาคม ท่านมีบันทึกถึงคณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ พลิกต่อไปในหน้า ๕ ของแผ่นตั้งนะครับ ข้อ ๕ เป็นเรื่องหนังสือของคณะทํางานสื่อ เพื่อการปฏิรูป ซึ่งมีบันทึกไปถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อ ๖ เป็นเรื่องของบริษัทดีแทค (DTAC) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) ในข้อ ๗ เป็นหนังสือของ บริษัท เอไอเอส (AIS) ในข้อ ๘ เป็นเรื่องของคณะกรรมการร่วมสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย ได้ทําหนังสือไปนะครับ และข้อ ๙ เป็นหนังสือจากสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี และทั้งนี้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทําโฟกัสกรุ๊ป (Focus group) คือเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง และจัดทําประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น จากหน่วยงานภาครัฐ ได้เชิญกระทรวงไอซีที (ICT) ท่านปลัดกระทรวงทรงพร และคณะทีมกฎหมาย ได้เดินทางไปที่ตึกกฤษฎีกาที่ใกล้ ๆ สนามหลวงนะครับ ได้เชิญ กสทช. ทั้งท่านประธาน พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี กรรมการ กสทช. บางท่าน และท่านเลขาธิการฐากร ตัณฑสิทธิ์ และทีมกฎหมายที่นั่งอยู่นี่นะครับ และเชิญจาก แคทเทเลคอม (CAT Telecom) ได้เชิญผู้แทนจากบริษัท ทีโอที (TOT) ได้เชิญภาคเอกชน เช่นจากสถาบันทีดีอาร์ไอ (TDRI) ซึ่งดอกเตอร์สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ก็ได้ไปร่วมในพิธี กระทําประชาพิจารณ์ด้วยนะครับ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. นี้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ และเมื่อวันที่ ๗ มกราคม สัปดาห์ที่แล้วนะครับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน