อลงกรณ์ พลบุตร กล่าวถึงการปฏิรูปประเทศ โดยอธิบายวิธีการจัดกลุ่มวาระปฏิรูปและขับเคลื่อนการปฏิรูปที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และแจ้งว่าจะส่งรายงานปฏิรูปไปยังคณะรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ข้อเสนอแนะของท่านตรงกับ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งผมได้รายงานข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี นั่นก็หมายความว่าการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งในส่วน สนช. หรือ สปท. ถ้าหากว่า เป็นเรื่องที่มีความสําคัญก็ขอให้หารือกันก่อนนะครับ ส่วนประเด็นเรื่องของการขับเคลื่อน ปฏิรูปนั้นต้องเรียนว่าหลังเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ หลังจากรัฐบาลได้เข้ามาดูแล เรื่องความสงบเรียบร้อยแล้วก็ได้ดําเนินการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงที่ไม่มี สปช. ไม่มี สปท. หมายความว่าการปฏิรูปประเทศนั้นได้เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องครับ และเมื่อมีองค์กรแม่น้ํา ๕ สายเกิดขึ้นก็ร่วมมือกันเป็นทีมเดียวกันในการปฏิรูปประเทศ อะไรที่รัฐบาลดําเนินการได้ก่อนก็ดําเนินการปฏิรูปไปเลย เช่น การปฏิรูปการศึกษาเดินหน้า ไปไกลมาก การปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อวางรากฐาน อนาคตให้เข้มแข็งมากขึ้นของประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันก็ดี การปฏิรูปภาษี เดินหน้าไปเร็วมากนะครับ หรือว่าในเรื่องของการขับเคลื่อนด้านอื่น ๆ รัฐบาลก็เดินหน้าไป ขณะเดียวกัน สนช. เขาก็ออกกฎหมายปฏิรูปไปหลายฉบับแล้วครับ ที่ผ่านมา ๑๐๐ กว่าฉบับ ก็เป็นกฎหมายการปฏิรูป ในระยะหลังเป็นกฎหมายการปฏิรูปค่อนข้างมากนะครับ ขณะเดียวกัน สปช. ที่หมดวาระไปแล้วได้ส่งมอบรายงานการปฏิรูป ซึ่งผมได้เรียนไว้แล้วนะครับว่า มีทั้งข้อเสนอในเรื่องของการปรับเชิงโครงสร้างและระบบก็ดี เรื่องของการตรากฎหมายใหม่ ยกเลิกกฎหมายเก่า หรือการปรับปรุงกฎหมายเดิมก็ได้เสนอไป คณะรัฐมนตรีก็ดําเนินการ ตามมาตรา ๓๑ ส่วนหนึ่งรัฐบาลดําเนินการไปแล้วครับ ได้ดําเนินการไปแล้วในความเห็น ที่สอดคล้องต้องกันก็ดําเนินการปฏิรูป ตอนนี้บางเรื่องของการปฏิรูปไปอยู่ชั้นการบริหาร ราชการแผ่นดินในชั้นของสํานักงบประมาณเพื่อจัดงบประมาณปีใหม่ในการเดินหน้าปฏิรูป เพราะฉะนั้นการเดินนี่เป็นการเดินหน้าไปพร้อม ๆ กัน แต่รัฐบาลเป็นผู้นําการปฏิรูป ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นําการปฏิรูปนะครับ เราเป็นทีมเดียวกัน เพราะฉะนั้น มิได้หมายความว่าจะต้องรอ สปท. ว่ามีมติแล้วถึงจะเดินหน้าปฏิรูป ไม่ใช่ รัฐบาลเดินหน้า ปฏิรูปมาตั้งแต่ปีกว่ามาแล้วครับ แล้วเดินหน้าต่อไป การมีคณะกรรมการขับเคลื่อน และปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะนั้นก็เป็นกลไกเพื่อมาเชื่อมโยงทั้งก่อนและหลัง การมีมติคณะรัฐมนตรีให้ดําเนินการในเรื่องการปฏิรูป ก็จะเห็นว่าท่านประธาน สปท. เอง ก็ได้มีดําริเพื่อให้การขับเคลื่อนของเรานั้นเป็นไปโดยเป็นที่รับรู้ของสมาชิกทุกท่าน แล้วก็ทุกภาคีภาคส่วน โดยเฉพาะแม่น้ํา ๕ สายนั้นท่านก็ได้รับภาระจากทางคณะกรรมการ วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สปท. นะครับ ในการทําแผนปฏิรูป สปท. โดยพิจารณาจากในส่วนของแผนปฏิรูปแต่ละด้านที่เราพิจารณาวันที่ ๒๑-๒๓ ธันวาคม โดยแผนดังกล่าวนั้นก็จะแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือการปฏิรูป ๑ ปีครึ่งก่อนเลือกตั้ง และ ๒. คือการปฏิรูปหลังเลือกตั้งในกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยแบ่งเป็น ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี ซึ่งในส่วนนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดินที่มีท่านยงยุทธ สาระสมบัติ เป็นประธาน ก็ได้จัดสัมมนาไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จะเห็นว่าเราได้ดําเนินการสอดคล้องต้องกันหมดนะครับ แต่เนื่องจากว่าการทําความเข้าใจ ชี้แจงให้สมาชิกได้เห็นภาพรวมของกลไกการขับเคลื่อน กระบวนการ ข้อเท็จจริง และความคืบหน้าในการทํางานของแต่ละฝ่ายนั้น เราเพิ่งเริ่มต้นจริง ๆ ครับ คณะกรรมการประสานงานร่วม ๓ ฝ่ายก็เริ่มต้นมาเป็นการประชุม ครั้งที่ ๒ นะครับ ขณะเดียวกันในส่วนของมาตรา ๓๑ นี้สําคัญมากครับ จะเป็นเรื่องของ การทําให้เกิด ความชัดเจนในส่วนการทํางานต่อยอดต่อเนื่องจากข้อเสนอ ๗๓ วาระปฏิรูป บวก ๓ รายงาน ของทาง สปช. เดิมที่ส่งมอบให้รัฐบาลเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๘ ความเห็นของ ส่วนราชการส่งมาจะมีอยู่ ๓ ประเภทด้วยกันใน ๑ ข้อเสนอการปฏิรูป ๑. ก็คือเห็นด้วย ๒. ก็คือขอให้ปรับปรุง ๓. คือขอให้ทบทวน เพราะฉะนั้นเมื่อมีการจัดลําดับความเห็น เช่น ยกตัวอย่างการปฏิรูปในด้านใดก็ตาม ส่วนราชการต่าง ๆ มีความเห็นมาเช่นนั้นแล้ว ในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม ๓ ฝ่ายก็ดี แล้วก็ในส่วนของ สปท. เองขณะนี้ กําลังให้เจ้าหน้าที่ได้จัดรวบรวมมติที่ส่งมาจากคณะรัฐมนตรีตามมาตรา ๓๑ โดยแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มที่มีความเห็นสอดคล้อง เห็นด้วย ตรงนี้เพื่อให้เกิด ความชัดเจนว่ามีการปฏิรูปด้านใดบ้าง สารัตถะสําคัญของการปฏิรูป หรือประเด็นปฏิรูป ในวาระปฏิรูปอะไรที่เห็นพ้องต้องกันเรียกว่าเป็นกลุ่มที่ ๑ ก็จะให้คณะกรรมาธิการ แต่ละคณะได้ทราบว่าในวาระปฏิรูปตรงนี้ ประเด็นปฏิรูปตรงนี้ เรื่องที่เสนอปฏิรูปตรงนี้ ไฟเขียวครับ หมายความว่าในส่วนที่เป็นหน่วยปฏิบัติไม่มีข้อขัดข้องอะไร อันนี้เราก็จะ จัดกลุ่มเพื่อให้การขับเคลื่อนเร็วขึ้น
กลุ่มที่ ๒ ก็คือในส่วนของกลุ่มที่ขอให้ปรับปรุง ขอให้ปรับปรุงนั้นก็เห็นด้วย เป็นส่วนใหญ่ แต่ ๑ ๒ ๓ ๔ คณะกรรมาธิการแต่ละคณะก็จะได้ไปดูว่าในวาระปฏิรูป หรือประเด็นปฏิรูป หรือข้อเสนอปฏิรูป ที่เสนอมาโดยผ่านมาตรา ๓๑ ที่ ครม. ส่งให้ สปท. แล้วนั้นจะไปปรับปรุงอย่างไร เราจะมีความเห็นยืนยันหรือไม่จากข้อเสนอเดิม ของ สปช. ก็เป็นสิทธิของ สปท.
กลุ่มสุดท้าย ก็เป็นกลุ่มที่ให้ทบทวนความหมายคือไม่เห็นด้วย แต่หมายความว่าในกลุ่มนี้ก็ต้องพิจารณาว่ายังยืนยันไหมว่าที่ส่วนราชการไม่เห็นด้วย ทําอย่างไรจะหารือกันใหม่ถ้าเห็นว่าวาระปฏิรูปนั้นจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องปฏิรูป ก็จะผ่าน การประสานงาน การปรึกษาหารือ การประชุมร่วมกัน ก็เลยเรียนให้ทราบว่าโดยขณะนี้ เช่นวันนี้เราก็จะเริ่มพิจารณาที่จะส่งออกข้อเสนอปฏิรูปหรือรายงานปฏิรูปไปยัง คณะรัฐมนตรี ก็ผ่านการประสานงานมา อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อน เราเดินหน้าตามโรดแมป (Road map) ทั้งในส่วน สปท. เอง แล้วก็ในส่วนของแม่น้ํา ๕ สาย ที่เป็นการปฏิรูประยะที่ ๒ ก่อนการเลือกตั้ง ส่วนหลังเลือกตั้งก็เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการขับเคลื่อนครับ