สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มกราคม ๒๕๕๙

อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ระบุว่ากลุ่มออมทรัพย์ไม่ได้เปิดให้คนจนเข้าเป็นสมาชิก และไม่ได้เข้าถึงทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน จึงหารือเรื่องการสนับสนุนสถาบันการเงินชุมชน โดยให้ชุมชนมีโอกาสในการบริหารจัดการทรัพยากรของตนเอง

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ สมาชิก ๑๘๖ ครับ กระผมอยากจะ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เนื่องจากว่าประสบการณ์ในการทํางานในพื้นที่มาโดยตลอด แล้วก็คลุกคลีตีโมงกับกลุ่มออมทรัพย์แล้วก็การออมทรัพย์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มาโดยตลอดนะครับ ผมมีความเห็นสอดคล้องกับคณะกรรมาธิการในการพัฒนาการของ การออมทรัพย์และการใช้กลุ่มออมทรัพย์เหล่านี้ในการขับเคลื่อนดูแลชุมชน แต่เมื่อคณะกรรมการมาตั้งหลักอยู่ที่กฎหมายกระผมต้องถอยกลับมาพิจารณา และขออนุญาตให้คําแนะนําในฐานะที่ทํางานกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดนะครับ ก่อนอื่นผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานกรรมาธิการที่ศึกษาบอกว่าจะช่วยแก้ไข ความเหลื่อมล้ําช่วยเหลือคนยากคนจน ไม่จริงหรอกครับ กลุ่มออมทรัพย์หรือกลุ่มสัจจะ ต่าง ๆ คนจนไม่มีสิทธิได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มหรอกครับ บ้านผมเขาเรียกจนเจ๊ก ๆ นี่ครับเป็นสมาชิกไม่ได้ครับ เพราะเขาต้องมีเงินออมถึงจะเป็น สมาชิกกลุ่มออม กลุ่มออมทรัพย์ไม่ได้เป็นทุกคนในทุกครัวเรือนในหมู่บ้านนะครับ ต้องเข้าไปสมัคร แล้วถ้าท่านไม่มีเงินออมท่านเป็นสมาชิกไม่ได้ แม้แต่การเข้าถึงกองทุนหมู่บ้าน ก็ไม่ได้เข้าถึงทุกครัวเรือนนะครับ ต้องสมัคร แล้วคนจนจริง ๆ เข้าไม่ถึงหรอกครับท่าน ถ้าท่านบอกว่าแก้ไขความยากจนนี่ไม่จริง ผมไม่เชื่อว่าจะแก้ได้ แต่ถ้าแก้ไขปัญหาการเข้าถึง แหล่งทุนของสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ต่าง ๆ ผมเชื่อครับ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านอาจารย์หรือท่านกรรมาธิการพูดถึง ส่วนใหญ่ก็พูดถึง สถาบันการเงินชุมชนที่ประสบความสําเร็จมาทั้งสิ้น เขามีพัฒนาการครับ เขามีความพร้อม ของชุมชน แต่ขณะนี้เราจะจัดแถวเขา เอาหลังคาคร่อมให้เขาเป็นระบบกฎหมาย เสน่ห์ชุมชนมันจะหายไปนะครับ เมื่อก่อนความพร้อมของชุมชนที่เขาจะมีเขาถือสัจจะเป็นหลัก การออมทรัพย์เขาพัฒนาการมาโดยตลอด ในขณะนี้เราจะจับเขาใส่เข่งแล้วเอาหลังคาคร่อม เป็นกฎหมาย ระบบราชการมันโชยมาเลยครับท่าน เสน่ห์ชุมชนจะหายไปหมด ทําไม เราจะไม่เว้นระบบการเงินชุมชนไหลเวียนภายในชุมชนบ้างล่ะครับ เพื่อเขาจะได้พึ่งพาอาศัย ซึ่งกันและกันได้ แล้วการจัดตั้งแม่ข่าย ลูกข่ายท่านบอกว่า ๑ ตําบลจะต้องมี ๑ แม่ข่าย ก็เหมือนกับจะชิงสุกก่อนห่ามหรือไม่ เพราะความพร้อมของชุมชนแต่ละชุมชนไม่เหมือนกันนะครับ ผมกราบเรียนว่าเงินออมต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สถาบันการเงิน ธนาคารออมสินก็ดี ธนาคาร ธ.ก.ส. ดูตาเป็นวาวเลยครับ อยากได้เป็นเครือข่ายทั้งสิ้นละครับ แต่ความพร้อม ในการเข้าไปบริหารจัดการในระบบเหล่านี้ต้องอาศัยความพร้อมของชุมชนเป็นหลัก ผมอยากจะกราบขอเสนอท่านประกอบการพิจารณานะครับ

ประการที่ ๑ กฎหมายอย่าไปสร้างความเป็นระบบที่คิดจากส่วนกลางลงไป ให้เขานะครับ ชุมชนเขาอยู่ของเขาได้ เขาทํางานเป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงของชุมชน เราพยายามที่จะเอาความคิดแบบส่วนกลางลงไป ตําบลต้อง ๑ เครือข่าย ตําบลต้องทําโน่นทํานี่ นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัวนะครับท่านครับ เดิมสถาบันการเงินชุมชนที่ท่านไปดูงานมันเกิดจากชุมชน ที่มีความพร้อมแล้วไปเชิญธนาคารออมสินมาเป็นเครือข่าย แต่ต่อไปนี้ท่านจะให้ธนาคาร เป็นแม่ข่ายนะครับ ไม่ใช่เครือข่ายแล้ว การประสานงานแนวข้างมันไม่เกิด มันเกิดระดับแม่ข่าย ไปกินลูกข่ายนะครับ

ประการที่ ๒ เมื่อจัดระบบนี้ครับ ทรัพยากรส่วนเกินกําไรจะถูกดูดออกนะครับ จะถูกดูดออก มันยังไม่อยู่ในชุมชน กําไรท่านจะแบ่งไปกองทุนอะไรอีกล่ะครับ จะต้องให้ ชุมชนเขาได้ใช้ผลประโยชน์ของเขาในการดูแลชุมชน จะเป็นตัวดูดทรัพยากรส่วนเกิน ออกมากกว่าจะให้ชุมชนได้รับประโยชน์ด้วยซ้ํา

ประการสําคัญอีกประการหนึ่ง ท่านพูดถึงสถาบันการเงินชุมชนที่ประสบ ความสําเร็จ ที่ไม่ประสบความสําเร็จล่ะครับ กองทุนหมู่บ้าน กองทุนสัจจะขนาดเล็ก ที่มีปัญหาท่านจะดูแลเขาอย่างไรล่ะครับ ท่านร่างกฎหมายมาฉบับหนึ่งท่านไม่ได้ตอบโจทย์ ทั้งประเทศเลย ท่านเหมือนกับว่าหยิบเอาเข้าหรือเอาชิ้นแดงไปให้สถาบัน เอาเนื้อดี ๆ ไปให้ สถาบันการเงิน ส่วนเนื้อไม่ดีใครดูแลล่ะครับ แล้วสิ่งสําคัญกฎหมายฉบับนี้จะต้องถามต่อไป อีกว่าท่านจะให้รัฐมนตรีกระทรวงไหนเป็นผู้ดูแล ท่านออกแบบให้ดีนะครับ ถ้าท่านออกแบบ ไม่ดีรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้จะพลอยทําให้ข้าราชการที่ดูแลในพื้นที่ที่ช่วยกํากับดูแลเรื่องสถาบัน การเงินชุมชน หรือกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ปลดเกียร์ว่างถอยหลัง จบเลยครับ ท่านต้อง ออกแบบให้ดี ผมอยากจะรู้ว่า พ.ร.บ. นี้รัฐมนตรีไหนเป็นผู้ดูแล เพราะท้ายที่สุดท่าน จะต้องมีรัฐมนตรีดูแลตาม พ.ร.บ. นั้น ๆ ถ้าหากท่านออกแบบไม่ดีนะครับ ข้าราชการอื่น ๆ ที่เขาดูแลกลุ่มองค์กรประชาชนต่าง ๆ เขาก็จะปลดเกียร์ว่าง แล้วปัญหาจะเกิดมานะครับ อะไรที่ชุมชนเขาทําดีอยู่แล้วมีหลายอย่างครับ พอพวกเรามาคิดระบบกฎหมายไปครอบแล้ว หมดเลยครับ ท่านระวังนะครับ ของเขาดีอยู่แล้วนะครับ ที่ท่านไปดูงาน ๓-๔ แห่งดีอยู่แล้ว ท่านประกันได้อย่างไรครับ มีกฎหมายไปดูแลเขาแล้วมันจะดียิ่งขึ้น ผมกราบเรียน ฝากกรรมาธิการได้ช่วยคิดประเด็นเหล่านี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านครับ