นิกร สนับสนุนวาระแก้เหลื่อมล้ำ ชี้คุ้มค่าการทำงานสภา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มกราคม ๒๕๕๙

นิกร จํานง สนับสนุนวาระการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำผ่านกรอบกฎหมายที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แต่แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการตั้งกองทุนในร่างกฎหมาย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการบริหารผิดพลาดและอาจทำให้ร่างกฎหมายถูกตีตกได้ จึงเรียกร้องให้กำหนดรายละเอียดการใช้จ่ายและกลไกควบคุมอย่างชัดเจนในกฎหมาย ไม่ใช่ทิ้งให้เป็นกฎกระทรวง

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗๙ ผมเห็นชอบกับวาระนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็อยากจะเรียนว่า ถ้าหากว่าวาระที่เราพิจารณาเป็นเรื่องแบบนี้ คือมันคุ้มค่าที่เรามาทํางานอยู่ที่นี่เป็นอย่างมาก แล้วก็อยากจะเรียนว่าแม้แต่ผมนี่อยู่กรรมาธิการการเมืองซึ่งมีปัญหาเยอะ มีความขัดแย้งเยอะ และในนั้นมีข้อเสนอยาวนานมากว่าปัญหาที่เรามีทางด้านการเมืองเกิดจากความเหลื่อมล้ํา ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็มีข้อเสนอของเรานะครับ แต่ว่านัยแบบนี้จะเป็นการแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ําที่สําคัญ เพราะฉะนั้นผมถือว่าประเด็นนี้ วาระนี้ช่วยแก้ปัญหาทางการเมือง ที่ชัดเจนอยู่แล้วตามกรอบที่เราวางนะครับ แล้วก็ขอชื่นชมกับกรรมาธิการ คือผมเรียนว่า ประเด็นนี้ผมติดตามมาตลอดตั้งแต่ต้น ๒-๓ ท่านที่อยู่ใน สปช. ท่านกอบศักดิ์ คุณสมชัย คือมีลักษณะของการกัดไม่ปล่อยมาตั้งแต่ต้นเลย ผมตามมาตั้งแต่ สปช. พวกท่านเสนอ ความเห็นเข้าไป ผมดูตั้งแต่ต้นแล้วว่าเป็นกรอบที่ดีแล้วก็มีนัยสําคัญ แล้วน่าจะเป็นการพัฒนา ที่ดี แต่ช่วงที่ตอนรัฐบาลตอบมาคราวที่แล้วใน ๑๒ ประเด็นที่ตอบมาผมเป็นห่วงมาก เพราะว่าที่รัฐบาลให้ความเห็นมาคือผมติดตามเรื่อง เรื่องเข้าไปสู่ ครม. และ ครม. ก็ส่งต่อไป กระทรวงการคลังและมีการประชุมกัน ข้อตอบที่ส่งขึ้นมาเป็นคําตอบที่อันตรายมาก เพราะว่าเห็นด้วยในเพียงหลักการ แต่ว่าเห็นด้วยข้อหนึ่ง ไม่เห็นด้วยอีกหลายข้อมาก แล้วในข้อที่ไม่เห็นด้วยนั้นน่ากลัว ที่ผมบอกว่าเรื่องนี้ทําอยู่แล้วก็เป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะนั่นคือการไม่เอาด้วยนะครับ ที่สําคัญในร่างแรกที่เสนอไปโดย สปช. มีกองทุน ทีนี้กองทุนเองผมเรียนว่าซึ่งครั้งนี้ ผมก็ยังห่วงอยู่ ผมเองเคยออกกฎหมายตั้งกองทุนมาก่อน แล้วกองทุนนี่เป็นเรื่อง ที่ทํายากที่สุดแล้วในประเทศนี้ เนื่องจากว่าเราไปโทษรัฐบาลก็ไม่ได้ โทษหน่วยที่ควบคุม ก็ไม่ได้ เพราะว่ากองทุนของเราล้มเหลวเยอะ มีกองทุนเป็นจํานวนมากแล้วก็มีการบริหารงาน ผิดพลาด มีการขาดทุนยาวนานมาก จนกระทั่งมีมติ ครม. ชัดเจนว่าในการตั้งกองทุน ไม่ให้ตั้งโดยสรุป คือถ้าเสนอตั้งกองทุนก็เป็นอันว่าเชื่อขนมกินเลยว่า พ.ร.บ. ฉบับนั้นไม่ผ่าน พ.ร.บ. ประมงที่เราพยายามจะตั้งขึ้นมาที่แก้ปัญหาเรื่องไอยูยู (IUU) ขณะนี้ก็มีกองทุน แล้วผมขอให้ตัดกองทุนออกบอกว่าเป็นเรือลําเลียงอยู่ข้างนอก คือตอนนี้เอาลําใหญ่ก็คือ พ.ร.บ. ประมงให้ผ่านไปก่อน เพราะถ้าใส่กองทุนเข้าไปจมทั้งลําก็คือว่า พ.ร.บ. ประมง ก็คงไม่ผ่าน ผมเคยตั้งตรงนี้เป็นประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตว่าให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ว่ากองทุนของท่านไม่ใช่กองทุนหมุนเวียน ผมไปตรวจสอบดูนอกจากเมื่อก่อนมีมติ ครม. การจัดตั้งกองทุนเองมีขั้นตอนที่ซับซ้อนมาก ผมเคยตั้งกองทุนอยู่กองทุนหนึ่ง ตอนนี้ ได้เงินมา ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วคือกองทุนเลขสวย กองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน ก็คือเอาเลขสวย ๆ โฟร์ ๙ (Four 9) ตอง ๙ อะไรพวกนี้มาประมูล ช่วงนั้นที่ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่ ปรากฏว่าผ่านมาตลอด แต่พอมาเข้าสภาถูกแย้งถูกค้านตั้งแต่ กระทรวงการคลังเพราะว่าเป็นกองทุน ผมต้องทุบโต๊ะเอาว่าคุณจะมายุ่งอะไรกับเงินตรงนี้ เราไม่ได้ขอเงินของรัฐบาลสักบาทเดียว เราเอาเลขสวยมาประมูลแล้วเอาเงินนั้นเข้ามา แล้วก็เข้ามากองทุน พอผ่านเรื่องกองทุนแล้วตอนนั้นหลายคนค้าน ในวุฒิสภาก็ค้าน ใครก็ค้าน เนื่องจากว่าความหวาดกลัวต่อกองทุน ทีนี้กองทุนที่ท่านเสนอตั้งขณะนี้มันดูกํากวมอยู่ว่า จะเป็นกองทุนคือเราเอาเงินกําไรมาใช้ จุดตรงนี้เองจะเป็นจุดอ่อนที่สําคัญของ พ.ร.บ. นี้ แล้วก็อาจจะถูกตีตกไปได้ง่ายกับตรงนี้ แต่ถ้าหากว่าไม่มีกองทุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ กรอบนี้ เมื่อเช้าร่างที่ท่านเสนอมาไม่มีกองทุนให้ความรู้เฉย ๆ ใช่ไหม นี่ท่านเพิ่งมาเปลี่ยนตอนสายนี่เอง ก็เป็นความกล้าหาญชาญชัยมาก เพราะถ้ามีเฉพาะตรงนั้นที่เสนอมาร่างเมื่อเช้า กรอบเมื่อเช้าจะไม่มีประโยชน์ เพราะเพียงแต่ให้ความรู้ประชาชนไม่มีความหมายเลย แต่พอกลับมาตั้งกองทุนมีความหมายแต่อันตราย อันตรายมากนะครับ ที่ท่านตอบไปว่า จะมีการตั้งนะครับ มีการเขียนไว้ในกฎกระทรวง สําหรับเรื่องนี้ผมเห็นว่าไม่ผ่านในความเห็นผม อาจจะต้องเขียนเป็นรายละเอียด เพราะว่าถ้าเขียนเป็นกฎกระทรวงมันบิดตัวไปมาได้ ผมใช้กฎกระทรวงอย่างเช่นเลขสวย ผมกําหนด ๓๐๑ เลข ตอนนี้มี ๑๖๘ อะไรเราก็ออกเป็น กฎกระทรวงเปลี่ยนเป็นเลขอื่นได้ ตรงนี้มันเป็นประเด็นเล็ก แต่การใช้เงินที่กําหนด ในกองทุนที่ผมตั้งขึ้นมา ที่คุ้มครองตัวเองได้ก็คือการชี้ว่าเอาไปใช้อะไรบ้างชัดเจนมาก ใน พ.ร.บ. ให้เอาไปใช้เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเท่านั้น อย่างอื่นไม่ให้ใช้ แล้วการควบคุมก็เขียนไว้ในกฎหมาย ซึ่งที่เอาตัวรอดมาได้จนทุกวันก็คือเราเขียนไปว่า ในการตรวจสอบให้ สตง. เขียนไว้ในกฎหมายเลยตรวจสอบทุกปี แล้วผมเขียนไว้ว่า ให้เอามาเข้าสภาแห่งนี้ทุกปี ดังนั้นการที่จะไปใช้เงินตรงนี้ผิดพลาดแล้วก็สุรุ่ยสุร่าย แล้วใช้ผิดเป้าหมายจนกระทั่งมีปัญหาขึ้นมา มันมีไม่ได้เพราะว่าถูกตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ประเด็นก็คือว่าต้องมีการเขียนไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน ถ้าเขียนเป็นกฤษฎีกา ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาเขาก็ไม่ผ่าน แล้วบางทีสํานักงบประมาณเองเพราะมันไปเกี่ยวข้อง กับงบประมาณแม้ว่าท่านจะเอาเงินจากค่าที่ว่าโอนไปโอนมา ๔-๕ บาทอะไรพวกนี้ แต่พอจดเป็นกฎหมายแล้วมีหน่วยงานของรัฐในกรณีนี้กระทรวงการคลังก็ต้องมาดูแลเอง ก็ยังจะต้องควบคุม พอยังต้องควบคุมมันก็หลุดเข้าไปในกรอบ ซึ่งตรงนี้ผมเรียนว่าเมื่อวันที่ ๒๓ เดือนกันยายน ๒๕๕๗ เมื่อปีที่แล้วเองในรัฐบาลนี้ก็มีการออกพระราชกิจจานุเบกษาก็คือ มีการประกาศเรื่องการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนขึ้นใหม่โดยละเอียด แสดงว่ารัฐบาลนี้ก็ยังติดใจ เรื่องนี้อยู่มีการเขียนไว้ละเอียดมาก เพราะฉะนั้นหลุมที่ผมเห็นชัด ๆ ตอนนี้ที่ผมมีความเห็น ตั้งข้อสังเกตก็คือกองทุนเป็นเรื่องที่จําเป็นต้องมี แต่เป็นเรื่องที่อันตรายมาก แล้วถ้าเราตั้งใจว่าจะเขียน ย้ําอีกครั้งว่าถ้าออกเป็นกฎกระทรวงหรือเขียนไว้ผมเชื่อว่า จะไม่ผ่าน อาจจะต้องเขียนเป็น พ.ร.บ. เลยในรายละเอียดก็ค่อยเขียน ส่วนเรื่องอื่น ข้อที่ตอบมานี่เป็นความเห็นของทางศูนย์ ซึ่งตรงนี้ก็วางใจได้ ที่เรียนแล้วเมื่อสักครู่ว่า ๒ ท่าน ที่เป็นคนทําเรื่องนี้มาก็มีความแข็งแกร่ง หมายถึงความตั้งใจมากไม่ยอมท้อถอยคือ สู้หลายยก ก็เปลี่ยนกระบวนท่าไปเรื่อย ๆ แต่หลังไม่ถอยสักก้าวเดียว แต่งานนี้ผมยังหวังว่า ท่านประธานเองซึ่งเป็นปลัดกระทรวงการคลังมาก่อนผมเชื่อว่าจะเห็นช่องและยังคุยกัน ในนั้น ถ้าเป็นคนอื่นผมไม่เชื่อว่าจะผ่าน เพราะประเด็นสําคัญที่เขาตอบมาว่า ความไม่ชัดเจนท่านก็ตอบไปแล้วนะครับ ความไม่ชัดเจนว่ารายละเอียด คุณสมบัติ ลูกข่าย รูปแบบโครงสร้างการบริหารจัดการกองทุนเขียนมา ที่รัฐบาลตอบมาตรงนี้ ต้องมีรายละเอียดไม่อย่างนั้นก็มาติดอยู่ตรงนี้เอง ความซ้ําซ้อนจริง ๆ ก็ยังซ้ําซ้อนอยู่บ้าง แต่ว่าเราก็แยกออกมาได้ เรื่องที่น่าห่วงที่สุดอีกเรื่องหนึ่งนอกจากเรื่องกองทุนแล้วก็คือ ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังบอกว่าได้ยกร่างแผนพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๑ ไว้แล้ว ที่ท่านบอกว่าเขามีแล้ว ผมมีประสบการณ์เรื่องนี้ ซึ่งนี่ก็เป็น จุดอันตรายที่ ๒ เราพยายามตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วงที่เข้าไปช่วยงานอยู่ที่นั่น มีความจําเป็นมากที่จะต้องตั้ง แต่ปรากฏว่าไปทับกับกองทุนเงินออม ซึ่งท่านประธานคงทราบดี ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติกําลังออกมา ทีนี้ถ้าหากว่า เรามีกองทุนสวัสดิการชาวนาซึ่งในนโยบายของรัฐบาลก็มี แผนพัฒนา ๕ ปีก็มีชัดเจน แต่ว่าตั้งไม่ได้เพราะว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติมันครอบคลุมชาวนา แล้วก็กลุ่มอื่นด้วย ที่ไม่ใช่เป็นผู้ใช้แรงงาน ที่ไม่ใช่ข้าราชการ ที่ไม่ใช่ผู้เสียภาษี พอไปอยู่ตรงนี้กลายเป็นว่า องศามันกว้างมากก็เลยมาครอบคลุมเอาชาวนาเข้าไปด้วย ก็เลยกลายเป็นว่า สวัสดิการชาวนาที่ควรจะได้มีกองทุนสวัสดิการชาวนา เป็นทั้งนโยบายของรัฐบาลก็เป็น เป็นทั้งอยู่ในแผนพัฒนาก็มี แต่ว่าผ่านไม่ได้เพราะมีสิ่งที่ใหญ่กว่ามาทับไว้ ทีนี้การที่ตอบว่า รัฐบาลเองหรือว่าทางกระทรวงการคลังได้ยกร่างแผนพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๑ ตัวนี้เป็นเหมือนกับ พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติแบบที่ผมยกตัวอย่าง ตัวนี้ไหม ถ้าเป็นมันก็มาทับทําให้ท่านดิ้นไม่ได้แล้วก็เกิดไม่ได้ก็เป็นไปได้อยู่นะครับ ดังนั้น ผมเรียนในประเด็นสุดท้ายว่าผมชื่นชมแล้วก็เห็นความตั้งใจที่ดีของท่านที่ดําเนินการ เรื่องนี้อยู่ แล้วก็คาดหวังว่าท่านประธานเองคงจะต้องใช้กําลังเยอะเรื่องนี้แล้วก็ดันให้ผ่านไป ให้จงได้เพราะว่าจะได้เป็นกรอบของ สปท. ของเราได้ทําเรื่องสําคัญขึ้นมาให้ได้สักเรื่อง เรื่องนี้จะเป็นเรื่องสําคัญมากผมก็จะเอาใจช่วยตลอดทาง แต่อยากจะฝากเมื่อสักครู่ว่า ๒ ประเด็นที่ผมกล่าวถึงก็อันตรายจริง ๆ นําเรียนครับ ขอบพระคุณครับ