สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มกราคม ๒๕๕๙

คณิต สุวรรณเนตร หารือเรื่องต่างๆ เช่น รัฐธรรมนูญ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การประมูลโทรคมนาคม การคืนคลื่นความถี่ กตป. และการปฏิรูปอายุของสมาชิกกสทช. โดยเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเสนอแผนการปฏิรูปเพื่อให้มีผู้มีวุฒิภาวะและคุณวุฒิในการบริหารงาน

พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ในลําดับแรกผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทั้ง ๙ ท่านที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตต่าง ๆ อันเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งกับคณะกรรมาธิการของเรา คณะกรรมาธิการก็ยินดีที่จะรับข้อมูล ทั้งหมดไปแล้วก็จะดําเนินการนะครับ

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านคํานูณก่อนนะครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๔๗ ที่ถูกยกเลิกไปแล้วทั้ง ๒ ฉบับ เนื้อหา และสาระขององค์กรอิสระที่บัญญัติไว้ในทั้ง ๒ รัฐธรรมนูญ มีเนื้อหาและสาระใกล้เคียง รวมไปถึงร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ได้มีการโหวตกันในห้องนี้แล้วก็ไม่ผ่านนะครับ เนื้อหาและสาระในร่างของท่านศาสตราจารย์บวรศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ก็มีเนื้อหา ใกล้เคียงกันครับ ในขณะที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของท่านศาสตราจารย์บวรศักดิ์ ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๙ หรือปี ๒๕๖๐ ถ้าเกิดนะครับ สปช. ด้านสื่อสารมวลชน และสารสนเทศในตอนนั้นก็คิดอยู่ครับว่าในขณะที่เรากําลังจะขอปฏิรูปนั้นเราจะรอ รัฐธรรมนูญใหม่ที่จะออกปี ๒๕๕๙ หรือไม่ ขณะนี้ในลักษณะเดียวกันครับท่านคํานูณ สปท. ตอนนี้ถ้าเราจะไม่ได้ทําอะไรเราจะรอให้อันนั้นออก แล้วร่างรัฐธรรมนูญจะออก ประกาศสิ้นเดือนนี้เป็นร่างที่ ๑ แล้วก็จะไปทําประชาพิจารณ์ จะผ่านหรือไม่เราก็ยังไม่ทราบ แต่งานของเราคือคิดและเสนอแนะรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมเลยขออนุญาตกราบเรียนว่า เราคงต้องคิดและเสนอแนะคู่ขนานไปด้วย ส่วนว่าจะเสนอแนะไปแล้วทางคณะรัฐบาล จะเห็นเป็นอะไร อย่างไรนั้น ก็เป็นสิทธิ อํานาจหน้าที่ของรัฐบาล ในข้อแรกที่ท่านถามว่า ที่คณะของท่านรองศาสตราจารย์จุมพลและท่านดอกเตอร์พนาได้คิด ซึ่งผมก็อยู่ในคณะนี้ ด้วยนะครับ ได้พิจารณาแล้วส่งไปถึงรัฐบาลแล้วได้มีการตอบกลับมาอะไร อย่างไร อันนี้ ผมเข้าใจว่าทางรัฐสภาคงจะตรวจสอบได้ โดยตัวกระผมเองก็จะไปตรวจสอบด้วยนะครับ

ในข้อที่ ๒ ที่ท่านพูดถึงว่ากระทรวงดีอี (DE) ยังไม่เกิด แล้วปัจจุบันมี กระทรวงไอซีที (ICT) คือผมยังเข้าใจว่าขณะนี้มีกระทรวงไอซีที (ICT) แล้วก็มีการพยายาม จะปรับเปลี่ยนไปเป็นกระทรวงดีอี (DE) ซึ่งเมื่อเป็นกระทรวงดีอี (DE) แล้วก็คงจะไม่มี กระทรวงไอซีที (ICT) แต่เพื่อให้งานเดินไปข้างหน้า เพื่อให้ขับเคลื่อนไปได้ไหมครับว่าถ้าเกิด กระทรวงดีอี (DE) แล้วก็ยกเลิกกระทรวงไอซีที (ICT) เพราะฉะนั้นก็ควรจะดําเนินการ กันนะครับ

ในข้อ ๓ ของท่านคํานูณนะครับ ถ้าสมมุติว่าจะไปวงเล็บ หรือไปตัดมาตรา ที่แตะกับกระทรวงดีอี (DE) ออก แล้วก็ให้เป็นภาระหน้าที่ของคณะของท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ซึ่งท่านมีหน้าที่ที่จะประสานกับทุก ๆ กระทรวงทั้งหมดว่าอันนี้ตอนเสนอมา มันมีวงเล็บนะ มันมีโน่นนะ ยู (You) ขัดข้องไหม แล้วก็ค่อยเดินต่อ แต่คงไว้จะตัดอะไร เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการท่านนั้นนะครับ

ท่านที่ ๒ ท่านนิกร จํานง ท่านได้พูดถึงเรื่องที่ท่านเคยดูแลในไอซีที เซกเตอร์ (ICT Sector) กรรมการ กสทช. ได้กําหนดไว้ว่าเมื่อครบเทอม ๖ ปีในการดํารงตําแหน่ง กสทช. แล้ว จะต้องไม่ไปประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับไอซีที เซกเตอร์ (ICT Sector) นี้ ด้านโทรคมนาคมและวิทยุนี้อย่างน้อย ๒ ปีครับ อันนี้ใน พ.ร.บ. เดิมได้เขียนไว้ เราก็ไม่ได้ไปแตะ ส่วนอํานาจหน้าที่ที่ท่านได้กรุณาถามนั้นก็คือ สปท. แล้วชื่อก็บอกแล้วครับ คือขับเคลื่อน เพราะว่า ครม. มีมติตั้งแต่ ๖ มกราคม ๒๕๕๘ กฤษฎีกาได้พิจารณาในเรื่องนี้ ตั้งแต่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เรื่องยังไม่ได้ไปไหน กระทรวงไอซีที (ICT) เขาดัน เราก็จะดัน อีกทางหนึ่งก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศนะครับ

ท่านที่ ๓ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเงินที่จะ ประมูลได้แล้วนั้นควรจะเข้าเป็นงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด เรื่องนี้ขณะนี้กฎหมายเขียนไว้ อยู่แล้วครับ การประมูลด้านโทรคมนาคมไม่ว่าจะเป็นในปี ๒๕๕๕ ได้มา ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น ๑๑ พฤศจิกายน ได้มา ๘๐,๗๗๘ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น ๑๕ ธันวาคม ๑๕๑,๙๕๒ ล้านบาท ทั้งหมดนี้หักค่าใช้จ่ายที่เราจ้างจากไอทียู (ITU) มาแล้วส่งเป็นรายได้ แผ่นดินทั้งหมด ส่วนที่ว่าเป็นงวดใช่ไหมครับ มีท่านผู้ทรงเกียรติ ในการส่งเงินเป็นงวดนั้น คืออันนี้ท่านต้อง เห็นใจผู้ประกอบการด้วยครับ ในเงื่อนไขที่เราแจ้งไปให้เขามาซื้อ ให้เขามารับทีโออาร์ (TOR) ไป อันนี้ได้กําหนดว่าการชําระเงินค่าประมูลนั้นเป็น ๓ ปี ปีแรก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไปกําหนดให้เขาชําระหมดเลยก็คงจะเป็นภาระ แต่ใน ๙๐ วันหลังจากที่ท่านประมูลได้ไปแล้ว บริษัทประมูลได้ไปแล้วนะครับ จะต้องทําตามเงื่อนไขที่ กสทช. กําหนด คือส่งแผนงาน พร้อมวางเงินงวดแรกและแบงก์การันตี (Bank Guarantee) งวดที่ ๒ และงวดที่ ๓ ทั้งหมดด้วย เหมือนที่ดิจิทัลทีวี (Digital TV) ที่จะต้องวางแบงก์การันตี (Bank Guarantee) ๑,๖๐๐ ล้านบาท ด้วยนะครับ ผมได้เรียนถามท่านประธาน กสทช. ได้เรียนท่านเลขาธิการฐากรนะครับ คือใน ๒ ประเด็นนี้ กสทช. เห็นด้วยเลยครับ คือไม่ขัดข้องถ้าจะปรับกับการเปลี่ยนว่า เงินที่ได้จากการเยียวยานั้นเอามาพักไว้ที่กองทุนเท่านั้นเอง เพื่ออะไรครับ เงินที่ได้จากการ อ็อกชัน (Auction) จากการประมูลเอามาพักไว้ที่กองทุนเพื่อเยียวยา พอเยียวยาเสร็จปุ๊บ ก็กลับเข้ารัฐบาล แต่ถ้าหากว่าจะเข้ารัฐบาลเลยแล้วก็เขียนไว้ว่าต้องมาจ่ายในการเยียวยาด้วย อันนี้ก็ไม่ขัดข้องครับ ส่วนเรื่องกองทุนต่าง ๆ เช่นว่ามีเงินจากมีการเขียนไว้มีกองทุน สื่อสร้างสรรค์โดยกระทรวงวัฒนธรรม ก็คือกระทรวงวัฒนธรรมนั้นไปออกกฎหมาย ออกร่างพระราชบัญญัติของกระทรวงท่านเพราะท่านก็มาใช้เงินจากตรงนี้ แล้วกระทรวงดีอี (DE) ท่านก็ไปออกกฎหมายของท่านแล้วท่านก็มาใช้เงินจากตรงนี้ ซึ่ง กสทช. ก็เป็นผู้ที่อยู่ใน ประเทศไทยแล้วก็เป็นเงินของแผ่นดินด้วยกันทั้งนั้นนะครับ

ท่านที่ ๔ ท่าน พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ นะครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๘๘ อันนี้ท่านพูดถึงเรื่องการครบวาระว่าจะต้องว่างเว้นจากการทํางานในเซกเตอร์ (Sector) อย่างนี้อย่างน้อย ๒ ปี ซึ่งอันนี้เป็นไปตามข้อกฎหมายได้บังคับอยู่แล้วนะครับ ประเมินผล ไปแล้ว

ท่านที่ ๕ ท่านกษิต ภิรมย์ นะครับ ท่านไม่อยากให้มีคําว่า เยียวยา ท่านบอกว่า คลื่นเอาไปถือครองไว้ทําไม ก็คือว่าคลื่นได้รับสัมปทานจากกรมไปรษณีย์โทรเลขแล้วก็มีอายุ แล้วก่อนที่บริษัทจะลงทุนประกอบธุรกิจของเขานั้นเขาก็จะดูว่าเขาได้คลื่นมากี่ปี อย่างใบอนุญาตทุกวันนี้ ๑๕ ปี เพราะฉะนั้นถ้าเขามั่นใจว่าเขาได้ใบอนุญาต ๑๕ ปี เขาก็จะมี แผนงาน แล้วก็นําไปกู้เงินกับธนาคารได้ ขณะนี้ที่มีปัญหาคือในโทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิลทีวี (Cable TV) แบบบอกรับสมาชิก ใบอนุญาตเป็นปีต่อปี ทางผู้แทนทางสมาคม ก็มาขอว่าใบอนุญาตหลาย ๆ ปีหน่อยได้ไหม เพราะว่าถ้าใบอนุญาตปีต่อปีเขาประสบปัญหา ในการไปขอกู้แบงก์ เพราะแบงก์ไม่ค่อยให้เพราะเป็นปีต่อปี ถ้าใบอนุญาตนานหน่อย เขาก็จะได้วางแผนในธุรกิจของเขาได้ในระยะยาวนะครับ แล้วขณะนี้ กสทช. ขอคืนคลื่นความถี่ จากกรมประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ก็บอกว่าท่านยังมีสิทธิในคลื่นนี้อยู่ ท่านก็ฟ้อง ศาลปกครองอยู่ เพราะฉะนั้นหน่วยงานเหล่านั้นมีสิทธิตามกฎหมายที่ได้รับการจัดสรรคลื่น จากกรมไปรษณีย์โทรเลข เราไปขอคืนก่อน อย่างดีแทค (DTAC) เขาอยากคืน เขามีอยู่ ๔๕ เมกะเฮิรตซ์ อยากคืน ๒๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วเอามาประมูล เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเขาคืนก่อน แล้วให้เยียวยาเงินให้เขาไปได้บางส่วน ผมคิดว่าการเจรจาก็เป็นไปได้นะครับ

ท่านที่ ๖ พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม นะครับ ท่านแตะหนักในเรื่องของ กตป. กตป. คือคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานที่ท่านใช้คําว่าซูเปอร์บอร์ด (Super board) คณะกรรมการนี้เดิมมี ๕ ท่าน ลาออกไป ๒ ท่าน แล้วก็มีมาตรา ๔๔ ๑ ท่าน ให้หยุดปฏิบัติราชการ ขณะนี้ กตป. ก็ยังอยู่นะครับ กตป. ก็อยู่ ๒ ท่าน แล้วการคัดสรร เพิ่มเติมก็กําลังอยู่ในกระบวนการ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาใน พ.ร.บ. กสทช. ที่ใช้มาตั้งแต่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ ขณะนี้เข้าปีที่ ๕ แล้ว แล้วก็พบว่ามันขลุกขลักและมีปัญหา เช่น กตป. ไม่ได้เป็นนิติบุคคลครับ กตป. ๕ ท่าน ไม่ได้เป็นนิติบุคคล เพราะฉะนั้นในการที่จะร่างข้อบังคับการประชุมนําไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาท่านก็ดําเนินการ เสร็จแล้วท่านก็ตั้งโครงสร้าง องค์ประกอบ กําหนด วันประชุม แล้วก็เบิกค่าตอบแทนทั้งเบี้ยประชุมและค่าจัดเลี้ยงอะไรตรงนั้น ก็จึงเกิดปัญหาว่า กตป. เป็นนิติบุคคลใน กสทช. หรือไม่ ตรงนี้ก็เลยทําให้เกิดอะไรต่ออะไรกันเพราะ กสทช. เป็นนิติบุคคล เพราะฉะนั้นการลงนามอะไรต่าง ๆ ในพันธะผูกพันมีผลทางกฎหมายนั้น ก็เป็นมติของบอร์ด (Board) และผู้ที่ลงนามก็คือหัวหน้าสํานักงานคือท่านเลขาธิการฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส่วนประธาน กตป. นั้นไม่ได้เป็นนิติบุคคล แต่ไปอยู่ใน ๔ มาตราของ พ.ร.บ. เล่มสีแดงนี่นะครับ จึงเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นท่านประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาท่านก็เลย สอบถามความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ระดมสมองกัน แล้วก็ปรับแต่งออกมาเป็นผู้แทน ๕ คนจากหน่วยงานราชการ

ท่านที่ ๗ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ท่านก็คล้าย ๆ กับ ท่านเฉลิมชัยนะครับ คือเรื่อง กตป. แล้วนิยามก็รับไว้นะครับ ก็จะเอาไปเขียนให้ชัดขึ้นว่า หมายความว่าอย่างไร อย่างน้อยด้านละ ๑ คน คือกี่คนเดี๋ยวจะเขียนให้ชัดขึ้นตามที่ท่าน ได้กรุณาให้ข้อสังเกตนะครับ

ท่านที่ ๘ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ขอกราบขอบพระคุณนะครับที่ท่านได้ไป สัมผัสถึงมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็จะเป็นในมาตราหนึ่งมาตราใดในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่กําลังจะเกิดนี่นะครับ

ท่านสุดท้าย ท่านวันชัย สอนศิริ ต้องขอกราบขอบพระคุณ คือเรื่องอายุ ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะครับ แต่เดิมกําหนดไว้อายุ ๓๕-๗๐ ปี ถ้าหากว่า ท่านที่เข้ามาสมัครอายุสัก ๖๕ ปี ท่านทํางานไม่ครบเทอมหรอกครับ ทํางาน ๕ ปีก็ครบแล้ว เพราะถ้าครบ ๗๐ ปี เพราะเทอมของ กสทช. นี่ ๖ ปี คงจะด้วยเหตุผลนี้ อายุซีลลิง (Ceiling) จึงลดจาก ๗๐ ปี เหลือ ๖๕ ปี เพราะฉะนั้นถ้าท่านเข้าทํางานจะได้ไม่ต้องพ้นจากตําแหน่ง ก่อนกําหนดเร็วเกินไปนะครับ ส่วนเรื่องอายุขยับจากข้างล่าง เดิม ๓๕ ปี เป็น ๔๕ ปี ก็เพราะว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรใหญ่ที่ต้องการผู้ที่มีวัยวุฒิ และคุณวุฒิ ต้องการคนที่มีวุฒิภาวะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เยอะ ๆ นะครับ ก็จึงกําหนดไปทั้งหมด ผมเลยขออนุญาตกราบเรียนนะครับ และทางคณะกรรมาธิการก็จะรับข้อเสนอทั้งหมดของท่าน ข้อสังเกตต่าง ๆ มานําไปสรุปแก้ไขนะครับ สุดท้ายกระผมในนามของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ในนามของผู้แทนจากกระทรวงไอซีที (ICT) ในนามของผู้แทนจาก กสทช. ทุกท่านต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่ท่านได้เห็นความสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์อย่างมากแก่พวกกระผม ก็รับที่จะนําข้อเสนอแนะ ต่าง ๆ ไปปรับปรุง แก้ไข แล้วก็คงจะไปถกกันอีกเยอะใน สนช. ก่อนจะออกมาเป็นกฎหมาย กราบขอบพระคุณครับ