นิกร จำนง นำเสนอรายงานและแผนปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเสนอร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พร้อมผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งขับเคลื่อนแผนลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตและวางรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในระยะ 20 ปีข้างหน้า
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ กระผม นายนิกร จำนง ประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูป ระบบความปลอดภัยทางถนน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอเสนอรายงาน เรื่อง การปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน ต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศดังนี้ นะครับ
ตามที่ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๕๙ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อน การปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน และให้พิจารณา เรื่อง การปฏิรูประบบ ความปลอดภัยทางถนน ให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๑๒๐ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนเห็นว่าเรื่องความปลอดภัยทางถนน เป็นเรื่องสำคัญ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนทันต่อ สถานการณ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี ๒๕๖๐ คณะกรรมาธิการจึงเสนอรายงาน เรื่อง การปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน และ ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... ในกรอบระยะเวลา ๙๐ วันต่อที่ประชุม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณาเห็นชอบในข้อเสนอแนะต่าง ๆ และ ดำเนินการตามแผนพัฒนาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไป ในการนี้คณะกรรมาธิการ วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ขอแถลงต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศดังนี้ โดยขอเพิ่มเติมชื่อเรื่อง นะครับ จากเดิมชื่อ การปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน เป็น เรื่อง การปฏิรูประบบ ความปลอดภัยทางถนน และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... เนื่องจาก คณะกรรมาธิการได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติแนบท้ายรายงานมาด้วย จึงขออนุญาตนะครับ ในการนี้ และขออนุญาตท่านประธานนะครับ ขออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมในการ แถลงครั้งนี้ด้วย ซึ่งท่านประธานได้กล่าวชื่อไปแล้วที่ได้ขอไปนะครับ ขออนุญาตท่านประธาน ฉายสไลด์ (Slide) เพื่อประกอบการพิจารณารายงานและขออนุญาตแจกเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งท่านประธานได้กรุณาอนุญาตแล้วนะครับ แล้วก็มีแผนการนำเสนอรายงานแนบมาด้วย และบัญชีแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน ซึ่งนอกเหนือจาก ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ผมจะเริ่มการเสนอนะครับ ที่มาได้ กล่าวไปแล้วนะครับว่ากรรมาธิการชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งจากที่นี่ไปนะครับ การดำเนินงาน ที่เราได้มีการดำเนินการ เนื่องจากว่าการดำเนินการในการประชุมทางที่ประชุมมีความเห็นว่า ต้องการหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวเนื่อง เราจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาเป็น กรรมาธิการด้วย ซึ่งก็มีที่ชัดเจนก็คือผู้อำนวยการ สนข. ท่านชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รับผิดชอบ ตรงนี้โดยตรงของประเทศ ท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายสนิท พรหมวงษ์ และองค์กร เอกชนได้ดำเนินการเรื่องนี้จริงจัง เช่น คุณหมอแท้จริง ศิริพานิช โครงการเมาไม่ขับนะครับ โครงการง่วงไม่ขับก็มานะครับ เรามีการแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายซึ่งได้รับความกรุณาจาก ท่านประธานวิรัช ชินวินิจกุล แล้วก็ได้มีท่านสิทธิศักดิ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ซึ่งแต่งตั้งเป็นประธานคณะทำงานจัดทำร่างพระราชบัญญัติพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... ท่านเป็นคนรับผิดชอบ นอกจากนั้นก็มีกลุ่มแพทย์ที่ทำงานเรื่องนี้มายาวนานมากนะครับ ก็มีคุณหมออนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ อีเอ็มเอส (EMS) นะครับ แล้วก็คุณหมอธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัย ทางถนน แล้วก็มีคุณหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานทุนง่วงอย่าขับในพระบรมราชูปถัมภ์ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แล้วก็ ทางกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องที่เราทำเป็นเรื่องที่สำคัญ ระยะเวลาค่อนข้างสั้น ดังนั้นเราก็เลยตั้งคณะอนุกรรมาธิการ
เรื่องแรก ก็คือว่าเป็นอนุกรรมาธิการกฎหมายระบบความปลอดภัยทางถนน และการบังคับใช้ ซึ่งมีท่าน พลตำรวจเอก ไตรรัตน์ อมาตยกุล ใน สปท. เรานี้ครับ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ แล้วก็มีอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจราจร เมืองใหญ่ มีท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ มีคณะทำงานจัดทำ หลักสูตรความปลอดภัยทางถนน มีการสัมมนาซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วนะครับ การจราจร แก่เด็กและเสนอผลงานต่อกรรมาธิการ ก็คือมีท่านกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา เป็นประธาน มีคณะจัดทำร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... ท่านสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ เป็นประธาน และคณะทำงานจัดทำร่างแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนมี พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร เป็นประธานคณะทำงานนะครับ การแต่งตั้งมีอยู่ในเอกสาร ภาคผนวกแล้วนะครับ ผลการพิจารณาท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกครับ เราได้กำหนดว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องมีความเกี่ยวเนื่อง ดังนั้นเราก็เลย เสนอขึ้นมาเป็น ๓ แผนต่อเนื่องกัน ดังนั้นในวันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานและท่าน ที่เคารพนะครับ การนำเสนอเหมือนนำเสนอ ๓ วาระปฏิรูปซ้อนมาด้วยกันครับ เป็นระยะสั้น แผนระยะสั้นที่เราเสนอก็คือแผนปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนระยะสั้น เป็นแผน รองรับเทศกาลปีใหม่ที่จะถึง ในส่วนนี้เราเสนอให้มีแผนรองรับเทศกาลปีใหม่เป็นการเฉพาะ เนื่องจากประสบการณ์ ที่ผ่านมาในช่วงนี้ ผมเองได้เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมา ๓ ปี ได้ต่อสู้ กับเรื่องวันหยุดระยะยาวมา ๖ ครั้ง แล้วก็นำเรียนที่ประชุมว่าปีแรก ๒ ครั้ง วันปีใหม่ กับวันสงกรานต์แพ้ ปีต่อมาเสมอตัวนะครับ แล้วก็ปีสุดท้ายได้ชนะเขามา ๒ ครั้ง คือทำมา ๓ ปีติดต่อกันนะครับ ดังนั้นพอมาประชุมเราก็มีการดำเนินการโดยใช้ระบบที่ว่าจะมาสู้กับ สถานการณ์ อย่างคำว่า ๗ วันอันตราย เป็นคำที่เรากำหนดขึ้นมาในยุคนั้นนะครับ มาจาก ๗ วันระวังอันตราย ใช้อยู่ปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งสถานะที่เกิดขึ้นก็คือว่าเรามีการกำหนด แผนระยะสั้นตรงนี้เป็นเป้าหมาย ซึ่งรัฐบาลไม่ได้กำหนดเป้าหมายมาหลายปีแล้วว่าจะลดลง ให้ได้ร้อยละ ๕ เป็นอย่างน้อยนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งหมายความว่า ถ้าปล่อยไปไม่มีแผนเลย สถานการณ์ที่เป็นอยู่เราจะมีการสูญเสียชีวิตในปีใหม่ที่จะมาถึง ประมาณ ๔๐๐ กว่าคนนะครับ เราก็กำหนดว่าให้ไม่เกิน ๓๖๑ คนนะครับ และต่อจากนั้น ก็จะเป็นแผนรายละเอียดจะมีคุณหมอธนะพงศ์จะมานำเสนอให้พวกเราทราบนะครับ
แผนต่อไปคือแผนปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนระยะกลาง ก็คือ กรรมาธิการเสนอร่างแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนปี ๒๕๖๐ ที่จะถึงนี้จนถึง ปี ๒๕๖๔ รวม ๕ ปี เดิมเราเคยมีเป็นแผน ๔ ปี แต่เนื่องจากรัฐบาลกำหนดเป็นแผน ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี เราก็ทำ ๕ ปีตามไปด้วยนะครับ แผนนี้ประสงค์จะให้หน่วยงานหาทางดำเนินการ อย่างต่อเนื่องนะครับ สู้กันเป็นปี โดยมีการลดอัตราการเสียชีวิตทางถนนระหว่างปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ มีเป้าหมายนะครับ ขณะนี้เรามีอัตราอยู่ที่ฐาน ๓๖.๖ ตามการศึกษาของ องค์การอนามัยโลกนะครับ ลดลงร้อยละ ๑๐ ในปีที่ ๑ ก็คือปี ๒๕๖๐ แล้วก็ปีต่อไปลดลงอีก ๒.๕ ๔ ปี ลดลงปีต่อไปก็คือ ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ และปีต่อไปก็คือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ปีต่อไป ลดลง ๑๗.๕ เปอร์เซ็นต์ และปีสุดท้ายปี ๒๕๖๐ ก็คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ระยะเวลา ดำเนินการในแผนระยะกลางก็จะดำเนินการตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ ที่จะถึงนี้ เป็นปีงบประมาณ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ นะครับ ซึ่งเดี๋ยวจะนำเสนอต่อไป
สุดท้ายก็จะเป็นปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนยั่งยืนระยะยาวนะครับ เราก็จะเสนอว่าตามแผนยุทธศาสตร์ที่ว่านี้ที่เรากำหนดเรามีเป้าหมายว่าจะลดการสูญเสีย ของประชาชนในช่วง ๕ ปีจะถึงนี้ ๑๗,๐๐๐ ราย หมายความว่าลดลงไปถ้าตามแผนนี้ถ้าไม่มี จะเสียชีวิตกันเยอะนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะลดแล้วยังเหลืออยู่ใน ๕ ปีข้างหน้าที่จะถึงนี้ เสียชีวิตตามที่เราประเมินอีก ๑๐๐,๐๐๐ ราย หลีกไม่พ้นนะครับ ขนาดลดแล้วนี่นะครับ ดังนั้นเราก็เลยเสนอว่าจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีแผนยั่งยืนระยะยาวต่อเนื่องไป ๒๐ ปี รัฐบาล ก็มี ๒๐ ปี ก็ทำไป ๒๐ ปี อาจจะต่อเนื่องไปนะครับ ซึ่งแผนตรงนี้มีรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการให้ความรู้นะครับ ระยะเวลาในแผนสุดท้ายก็คือว่า ยั่งยืนระยะยาว ๒๐ ปี ก็คือ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ จนถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๗๙ นะครับ ซึ่งส่วนนี้ท่านอาจารย์ดุสิต จะเป็นผู้เสนอต่อไปนะครับ ดังนั้นเพื่อการนำเสนอครั้งนี้มีความสำคัญเป็นส่วน ๆ ผมก็ ขออนุญาตท่านประธานให้นำเสนอแผนรองรับเทศกาลปีใหม่เป็นแผนระยะสั้นนะครับ โดยนายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ เป็นผู้เสนอ กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ