ชาญชัย เจริญสุวรรณ หารือมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬาอย่างรอบด้าน โดยเน้นการส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการ เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการศึกษาและนวัตกรรม พร้อมเสนอมาตรการทางภาษี การปรับปรุงพิกัดศุลกากร และการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมกีฬาเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน
พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ
ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่าน กระผม พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ จะขอนำเสนอ ถึงรายละเอียดของมาตรการในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬาซึ่งเป็นผลจากการ ดำเนินงานของคณะกรรมาธิการดังที่ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา และท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ได้นำเรียนต่อที่ประชุมไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมขอทบทวนนะครับว่ามาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬานั้นได้มาจากปัญหาแล้วก็ ดำเนินการตามขั้นตอน คือมีการรวบรวมความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ ในที่นี้ ในการนำเสนอผมจะใช้คำว่า ผู้ประกอบการสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมการกีฬา นะครับ แล้วก็ นำมาสังเคราะห์ก็ได้มีมาตรการเยอะแยะ ต่อจากนั้นก็นำมาเข้าประชุมร่วมกับหน่วยงาน ราชการภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ก็จะได้สังเคราะห์ออกมาทั้งหมด ที่ผมจะนำเสนอก็คือ มี ๒ มาตรการหลัก ๆ นะครับ คือมาตรการนโยบายซึ่งมีหัวข้อย่อย ๆ อยู่ประมาณ ๔ หัวข้อ แล้วก็มาตรการกระตุ้นหรือว่ามาตรการเสริมอีก ๕ หัวข้อ เพราะฉะนั้นในภาพรวมก็คือผมจะ นำเสนอทั้ง ๙ ประเด็น ซึ่งอยู่ใน ๒ มาตรการหลัก ซึ่งในรายละเอียดก็จะอยู่ในรายงานที่อยู่ ในมือของท่านสมาชิกทุกท่านแล้ว คือหน้า ๑๘ ถึงหน้า ๒๔ นะครับ
มาตรการแรกคือมาตรการนโยบาย จะมีแนวทางหลัก ๆ ๒ แนวทาง คือ การสร้างเศรษฐกิจของประเทศ แล้วก็มีหัวข้อย่อยอยู่ ๓ หัวข้อนะครับ
เรื่องแรกคือการกำหนดความชัดเจนของนโยบายการส่งเสริมการลงทุนให้แก่ อุตสาหกรรมการกีฬาทุกประเภทและทุกระดับ โดยกำหนดให้มีการส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม ผมก็ย้อนให้ท่านนึกถึงที่ พลเรือเอก อภิวัฒน์ท่านได้กล่าวไปว่า ปัญหาปัจจุบันของอุตสาหกรรมการกีฬาคือมันเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดย่อม ซึ่งจะต้องใช้เงินของเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นหลัก ซึ่งไม่ได้อยู่ในนโยบายส่งเสริมของ ภาครัฐบาลหรือบีโอไอ (BOI) ซึ่งก็เป็นปัญหา และในการขอสินเชื่อจากเอสเอ็มอี (SMEs) ต่าง ๆ ก็มีปัญหา เนื่องจากว่ามันไม่ได้อยู่ในระดับความเร่งด่วนของการส่งเสริม เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ควรจะต้องแก้ไขนะครับ รวมไปถึงก็มีการพูดกันถึงว่าในการเสนอ โครงการต่าง ๆ นั้น สิ่งที่จะต้องควบคู่ไปด้วยคือแผนของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ก็จะไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นบิซิเนสแพลน (Business plan) ก็จำเป็นที่จะต้องมี การอธิบายหรือว่าเสริมให้เขามีความรู้ความเข้าใจควบคู่ไปกับการเสนอโครงการต่าง ๆ ด้วย ผลลัพธ์ของมาตรการอันนี้คณะกรรมาธิการเห็นว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ ผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศ สำหรับกลุ่มที่เน้นก็คือ ทั้ง ๑๒ กลุ่ม ดังที่ท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ได้เรียนให้ทราบแล้วว่าเราแบ่งกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งหมดมี ๑๒ กลุ่ม
เรื่องที่ ๒ คือการส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีการลงทุน ในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ และการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬา โดยการสนับสนุนหาแหล่งเงินทุน เงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซอฟต์โลน (Soft Loan) ประเด็นในเรื่องนี้ก็ได้มาจากการสัมมนานะครับ จะเห็นว่าผู้ประกอบการหลายท่านที่มี ศักยภาพที่จะดำเนินการ แต่ปัญหาก็คือว่าขาดแหล่งเงินทุนแล้วก็การสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของการติดต่อประสานงานอะไรต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ทางผู้ประกอบการ ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งถ้าเราทำในเรื่องนี้ได้ก็จะเปิดโอกาสให้มีการจัดการแข่งขันใน ประเทศเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนที่สุดครับสิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องอุตสาหกรรมทางด้าน การกีฬาแขนงต่าง ๆ ก็จะมีการขยายตัวนะครับ ผลลัพธ์ก็คือการสร้างโอกาสให้ภาคเอกชน ในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติและการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬา กลุ่มที่เน้นส่งเสริมก็คือกลุ่มจัดการสิทธิประโยชน์ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ๔ และกลุ่มที่ ๙ กลุ่มจัดการ แข่งขันกีฬา
เรื่องที่ ๓ คือการกำหนดมาตรการทางภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่นักกีฬา เรื่องที่ผมจะพูดไปผมขอเน้นว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจนะครับ ไม่ใช่เป็นการเอาใจนักกีฬา โดยเฉพาะนักกีฬาที่มีรายได้จากภายนอกประเทศคือพวกนักกีฬาอาชีพ รวมทั้งสนับสนุน ผู้ที่ใช้ทุนส่วนตัวจนสามารถผลักดันให้นักกีฬาก้าวไปสู่ความเป็นเลิศและเพื่อการอาชีพ เพื่อจะสนับสนุนธุรกิจกีฬาอาชีพ ซึ่งในปัจจุบันนี้หลาย ๆ ท่านคงจะเห็นว่ามันเป็นปัจจัย ที่สำคัญมากเลย เราจะเห็นว่าถ้ามีกระแสการแข่งขันระดับชาติ นานาชาติ ระดับโลก ถ้ามีนักกีฬาไทยเข้าไป ร่วมแข่งขันด้วยก็จะเป็นที่สนใจของประชาชน ผมบอกให้ว่าทั้งประเทศเลยก็ว่าได้ แต่ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละท่านมันก็เป็นความยากลำบาก เพราะฉะนั้นโดยเฉพาะ เรื่องของเงินทุน ถ้าภาครัฐได้สามารถให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ จะมี ๒ ประเด็น คือในเรื่อง ของการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรในเรื่องการเก็บภาษีต่าง ๆ แล้วก็ในเรื่อง ของการสนับสนุนผู้ที่ใช้ทุนส่วนตัวที่จะผลักดันนักกีฬา ซึ่งอาจจะเป็นในรูปของการเหมาจ่าย หรือการลดหย่อนภาษีเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาต่อไปหากได้รับความ เห็นชอบนะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างปัจจุบันนี้นักกีฬากอล์ฟ เมได้ ๑๕ ล้านบาท อันดับแรกเลยที่ถูกตัดไปคือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์จากเจ้าของประเทศ คือประเทศอังกฤษ เมื่อเข้ามาในประเทศไทยก็อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นนักกีฬาที่ได้เงินก็ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือที่เห็นชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าไม่รักชาติจริง สมมุติว่าอยากจะ หลีกเลี่ยงนำเงินฝากในต่างประเทศก็สามารถทำได้ ก็ทำให้เข้ากติกานั้น และผมคิดว่าเรื่องนี้ ท่านนักธุรกิจคงจะทราบดีว่ามันสามารถจะทำได้นะครับ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือลดความซ้ำซ้อนจาก การเก็บภาษีของนักกีฬาที่มีรายได้จากภายนอกประเทศ แล้วก็สร้างแรงจูงใจในการสร้าง นักกีฬา เพราะฉะนั้นมุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการกีฬา กลุ่มที่ ๕ คือกลุ่มกีฬา อาชีพ
หัวข้อต่อไปซึ่งเป็นในเรื่องของปัจจัยนโยบาย ด้านนโยบายเหมือนกัน นะครับ เรื่องของการพัฒนากีฬาเพื่อการท่องเที่ยวและนันทนาการ จะเห็นว่าเรื่องของ การท่องเที่ยวคือมันไม่สามารถแยกออกในหลาย ๆ เรื่องที่ต้องมาสนับสนุนเรื่อง การท่องเที่ยว กีฬาก็เป็นส่วนหนึ่ง แล้วน่าจะเป็นส่วนสำคัญด้วย เราจะเห็นว่าในภาวะที่ ประเทศมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เราทราบดีอยู่แล้วนะครับว่ารายได้จากการท่องเที่ยว ทำให้ประเทศชาติอาจจะทุกข์ยากน้อยลงนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีเรื่องของการกีฬาเข้ามา กระตุ้นด้วย ซึ่งมันอาจจะเชื่อมโยงไปถึงเมืองกีฬาด้วยในอนาคต ก็คือว่าอาจจะเลือกพื้นที่ที่มี กีฬาที่มีการเฉพาะเจาะจง อย่างเช่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ตก็ดีนะครับ ส่งเสริมเรื่องกีฬา เรือใบ เรื่องเจ็ตสกี (Jet-ski) ควบคู่ไปกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อย่างนี้ก็จะเป็นแหล่งที่มา ทำให้เกิดเพิ่มพูนรายได้นะครับ ผลลัพธ์ก็คือรายได้จากการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวและ นันทนาการ ที่จะเป็นส่วนเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และกลุ่มที่ควรได้รับการเน้น ส่งเสริมก็คือกลุ่มสื่อสารมวลชน กิจกรรมการตลาด โฆษณา การประชาสัมพันธ์ทางการกีฬา และกลุ่มการจัดการสิทธิประโยชน์และลิขสิทธิ์การกีฬา รวมทั้งกลุ่มการจัดการกีฬา เพื่อการท่องเที่ยวและการนันทนาการ ซึ่งเป็นไปตามภาพฉาย
มาตรการที่ ๒ ที่เป็นมาตรการหลักอีกอันหนึ่งก็คือมาตรการกระตุ้น ซึ่งเป็นมาตรการเสริม ซึ่งจะมีอยู่ ๕ หัวข้อ มาตรการเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการเร่งรัด ซึ่งหน่วยราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำอยู่แล้ว แต่ว่าทำอย่างไรให้มันเกิด ความเข้มแข็งและมีการบังคับใช้เป็นจริงเป็นจังนะครับ
หัวข้อที่ ๑ ก็คือสนับสนุนภาคเอกชนลงทุนในการสร้างสถานกีฬาสำหรับ การจัดกิจกรรมกีฬาให้ครอบคลุมกีฬา รวมทั้งสนับสนุนให้สถานศึกษามีการลงทุนเกี่ยวกับ สถานกีฬาในลักษณะที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนใหญ่ในแต่ละจังหวัด เราจะเห็นว่ามันมีสนามกีฬาหรือมีสถานที่เล่นกีฬาอยู่แล้ว แต่ว่ามันจะมีอุปสรรค ค่อนข้างมาก คือบางครั้งค่าใช้จ่ายอาจจะไม่ครอบคลุม เรื่องค่าน้ำ ค่าไฟก็ดีนะครับ รวมทั้ง หน่วยงานสถานศึกษาหรือเอกชน ถ้าสมมุติว่าเขาเห็นว่าพื้นที่มีศักยภาพเพียงพอจะจัดสร้าง สถานกีฬาเพิ่มเติมโดยใช้ลักษณะอย่างนี้ ซึ่งถ้ารัฐบาล หน่วยงานราชการส่งเสริมสนับสนุน ให้เขาสามารถมีแหล่งเงินทุนได้มันก็จะเพิ่มการเข้าถึงการเล่นกีฬาของประชาชนในพื้นที่ โดยทั่วไป ซึ่งแน่นอนละครับมันก็เสริมสุขภาพของประชาชน เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ก็คือประชาชนจะได้รับโอกาสเข้าถึงสถานที่เล่นกีฬาและอุปกรณ์กีฬา ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ ความจริงในเรื่องนี้มันก็มีแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติซึ่งเน้นในเรื่องของ การสร้างโครงสร้างของการกีฬาอยู่แล้ว แต่ว่ามันคงไม่เพียงพอ เพราะว่าแผนพัฒนากีฬา แห่งชาติมันก็จะขาดเรื่องงบประมาณ ก็เน้นการส่งเสริมให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมการกีฬาและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ๓ กลุ่ม กลุ่มสถานที่บริการออกกำลังกาย กลุ่มสโมสรกีฬาสมัครเล่น และกลุ่มสถาบันการศึกษาผู้ผลิตบุคลากรด้านการกีฬา
เรื่องที่ ๒ คือการส่งเสริม สนับสนุนสถาบันการศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน ให้เกิดการลงทุนผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา การสร้าง นวัตกรรมทางการกีฬา และพัฒนาอุปกรณ์ และการบริการทางวิทยาศาสตร์สำหรับการกีฬา สำหรับการใช้ในประเทศ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ก็ส่งออกด้วย เพราะจะเห็นว่าในวงการกีฬาเอง เราขาดบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพ เราจะเห็นว่าหลาย ๆ สมาคมที่จะต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญ จากต่างประเทศเข้ามาช่วย ซึ่งมันก็เป็นรายได้ที่ออกไปข้างนอก และอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า รัฐบาลที่เราพูดกันถึงประเทศไทย ๔.๐ จะเน้นเรื่องนวัตกรรม ซึ่งเราก็ต้องการผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านการกีฬาด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามีการส่งเสริมในเรื่องนี้ มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาของประเทศชาติในเรื่องของการกีฬา โดยเฉพาะเรื่อง ของการประชาสัมพันธ์มันอาจจะมีรายละเอียดในเรื่องนี้ว่าแม้กระทั่งนักธุรกิจบางท่าน หรือคนที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและพัฒนา หลาย ๆ คนก็จะไม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายที่ใช้ไป ในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาหักค่าใช้จ่ายได้เป็น ๓ เท่าโดยจากของนิติบุคคล เพราะฉะนั้น เรื่องของการประชาสัมพันธ์ด้วยที่จะต้องให้เขารับทราบเรื่องข้อมูลข่าวสารในเรื่องนี้ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือเราจะได้บุคลากรและผลิตภัณฑ์กีฬาได้รับการพัฒนาที่ให้มีศักยภาพสูงขึ้น จากนวัตกรรมที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนา และรวมทั้งบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลน เช่น เรื่องการบริหารจัดการการกีฬา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการกีฬา เป็นต้น กลุ่มที่น่าจะได้รับ ประโยชน์คือกลุ่มการบริการทางวิทยาศาสตร์การกีฬา กลุ่มสถาบันการศึกษาผู้ผลิตบุคลากร ด้านการกีฬา และกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์การกีฬา
เรื่องที่ ๓ คงเป็นเรื่องของการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายรายละเอียดการกำหนด พิกัดอัตราศุลกากรเพื่อการนำเข้าและส่งออก รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการดำเนิน กรรมวิธีการนำเข้าส่งออกอุปกรณ์การกีฬาและอุปกรณ์ออกกำลังกาย เฉพาะที่ใช้สำหรับ การแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมในระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมการกีฬา แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปัญหาในเรื่องนี้เกิดขึ้น ก็เพราะว่าอุปกรณ์บางอย่างมันต่างพิกัดกัน ยกตัวอย่างอย่างถ้านำอุปกรณ์เรือใบเข้ามา แข่งขันก็อยู่พิกัดหนึ่ง แต่เรื่องของใบพายก็อยู่อีกพิกัดหนึ่ง หรืออย่างจักรยานเช่นเดียวกัน พิกัดหนึ่ง แต่ว่าอุปกรณ์ประกอบก็อีกพิกัดหนึ่ง เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ความจริงมันก็แค่แก้กัน ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมสรรพากร หรือว่ากรมศุลกากร ก็เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องคือ สมาคมกีฬาก็ดี หรือผู้ประกอบการประสานจัดทำข้อมูล แล้วก็ชี้แจง แล้วก็ประสานกับหน่วย เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เร่งรัดในเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผลลัพธ์ก็คือจะทำให้มีความชัดเจนในเรื่องของการกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรและ ความสะดวก คือลดขั้นตอนในการนำเข้าอุปกรณ์กีฬาที่จำเป็นเพื่อการฝึกซ้อมและแข่งขัน ตามมาตรฐานสากล กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ของการส่งเสริมก็คือกลุ่มสโมสรกีฬาสมัครเล่น กลุ่มกีฬาอาชีพ กลุ่มจัดการแข่งขันกีฬา และกลุ่มผู้นำเข้าและส่งออกทางการกีฬา
เรื่องที่ ๔ คือการกำหนดมาตรการป้องปราม ป้องกัน ปราบปราม และจับกุม ผู้กระทำผิด การปลอมแปลงผลิตภัณฑ์หรือละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าและบริการทางการกีฬา เนื่องจากในปัจจุบันมีการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพย์สิน ทางปัญญาของผู้ประกอบการ และน่าจะเป็นอุปสรรคอันหนึ่งของการที่คิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เพราะว่าจริง ๆ มันก็มีการดำเนินการอยู่แล้วนะครับ แต่ปัญหาก็คือเราจะเห็นว่าจับแล้ว ก็ละเมิดอีก จับแล้วก็ละเมิดอีก เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีการเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเพิ่มมาตรการที่เข้มข้น คือนอกจากการจับกุมแล้วมันจะต้องมีเรื่องของการส่งเสริมด้วย คือถ้ามันไม่มีสินค้าที่ปลอมแปลงหรือด้อยคุณภาพ ก็จะทำให้หน่วยงานที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น ส่วนราชการ น่าจะเริ่มจากหน่วยงานราชการและหน่วยงานผู้ใช้อุปกรณ์กีฬาก็คงจะต้องใช้ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและจำหน่ายโดยผู้ประกอบการไทย ซึ่งก็จะเป็นการส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิต อุตสาหกรรมด้วย ผลลัพธ์ก็คือผลิตภัณฑ์กีฬาได้รับการคุ้มครอง และประชาชนได้ใช้ ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์กีฬาที่มีคุณภาพ กลุ่มที่ได้รับการส่งเสริมก็คือกลุ่มที่ค้าปลีก ค้าส่ง อุปกรณ์กีฬา และกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์การกีฬา
เรื่องสุดท้ายเรื่องที่ ๕ คือการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน วิชาพลศึกษาและการกีฬาที่เป็นมาตรฐานและต่อเนื่องในระบบการศึกษาตั้งแต่ ระดับประถมศึกษาเป็นต้นไป โดยมุ่งเน้นการสร้างสุขภาวะให้แก่เยาวชนและเป็นการสร้าง ความต้องการในการบริโภคผลิตภัณฑ์คือดีมานด์ไซด์ (Demand side) ในทางการกีฬา ซึ่งเรื่องนี้ทางคณะกรรมาธิการในระหว่างที่ดำเนินการในเรื่องนี้ก็ได้ประสานกับ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็เป็นที่น่ายินดีว่ากระทรวงศึกษาธิการก็จะเพิ่มคาบชั่วโมงของ วิชาพลศึกษาเป็น ๒ คาบ อย่างน้อยให้สำเร็จได้ในปี ๒๕๖๐ ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจจะเป็น เรื่องสุดท้าย แต่ถ้าคิดถึงเรื่องของความสำคัญแล้วเราจะเห็นว่าการสร้างความลัดในการ ออกกำลังกาย หรือมันเป็นกระบวนการของวงจรกีฬา คือจากครอบครัวเป็นการเล่นกีฬา แล้วก็เล่นกีฬาพื้นฐานสู่กีฬามวลชน สู่กีฬาความเป็นเลิศ และสู่กีฬาอาชีพ ถ้าพื้นฐานของ เด็กทุกคนได้ส่งเสริมเรื่องการกีฬา มันก็จะทำให้แต่ละวงจรของมันนี่ถ้ามันเพิ่มวงจรขึ้น ก็หมายความว่าอุตสาหกรรมการกีฬานี่ถ้าไปถึงระดับนานาชาติ ระดับชาติได้นี่ เพราะฉะนั้น วงจรอุตสาหกรรมกีฬาก็จะยิ่งใหญ่ ๆ ขึ้นในทุกระดับนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ ผลลัพธ์ก็คือเด็กและเยาวชนมีสุขภาวะที่ดีขึ้น และเป็นการกระตุ้น การบริโภคผลิตภัณฑ์การกีฬาอย่างกว้างขวางขึ้น ส่งผลต่อการหมุนเวียนปริมาณเงิน ในประเทศ ทั้งนี้ก็มุ่งเน้นส่งเสริมให้กลุ่มผู้ประกอบการคือกลุ่มสถาบันการศึกษา ผู้ผลิต บุคลากรด้านการกีฬา และกลุ่มผู้ค้าปลีกและค้าอุปกรณ์การกีฬา ทั้งหมดที่กระผมได้กล่าวไป โดยสรุปนั้นก็เพื่อเน้นให้เห็นว่าการกีฬานั้นคือย้ำไปจากที่ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา และ พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ได้กล่าวให้ที่ประชุมทราบไปแล้วนะครับ วัตถุประสงค์ ก็คือสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ อันที่ ๒ ก็คือให้โอกาสผู้ประกอบการให้มี บทบาทมากขึ้น ให้มีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งคณะกรรมาธิการเชื่อว่าหากภาครัฐให้การส่งเสริม และสนับสนุนตามมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมจะเป็นการสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่อุตสาหกรรมการกีฬาและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ สร้างและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ ทำให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรม การกีฬาโดยทางตรง โดยทางอ้อมก็คือสามารถแก้ไขปัญหาสังคม เสริมสร้างสุขภาพของคน ในชาติ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ไม่อาจจะประเมินได้ เราอาจจะลงทุนแค่หมื่นเพื่อหวังผลแสน ล้าน ในอนาคต เพราะตามตัวเลขที่ท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ได้กล่าวในปี ๒๕๖๒ ก็คือประมาณ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งผมคิดว่า เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนะครับ และถ้าอยากจะให้เห็นชัดเจน คือเรื่องอุตสาหกรรมการกีฬา มันก็โยงไปทุกระบบในเรื่องของการปฏิรูปมันเกี่ยวข้องไป คือไม่สามารถเว้นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ได้นะครับ แล้วเราจะเห็นว่าถ้าเป็นเรื่องของการเสียเงินก็เป็นเรื่องปฏิรูปอื่น ๆ แต่ถ้าเป็น เรื่องของการได้เงิน ก็คือเรื่องของอุตสาหกรรมการกีฬาอาจจะต้องปรับทัศนคติต่อไปนี้ว่า เรื่องของการกีฬาไม่ใช่เป็นเรื่องที่เสียเงินนะครับ เป็นเรื่องของการได้เงิน และอยากจะให้เห็น ภาพชัดเจนนะครับ ผมก็นึกถึงว่าเราเลี้ยง ผมขอยืมคำพูดของท่านชัย นิมากร มาพูด ท่านเป็นท่านหนึ่งในคณะทำงาน ท่านบอกว่า เรากำลังเลี้ยงห่านนะครับ กำลังเลี้ยงห่านเพื่อ จะถอนขน ตอนนี้ห่านยังตัวเล็กอยู่ครับ แต่เราจะเลี้ยงให้มันโตแล้วมันมีขน แล้วเราจะถอน มันนะครับ ผมขอจบการนำเสนอครับ ขอบคุณครับ