นิกร จำนง รายงานผลการดำเนินงานของกรรมาธิการวิสามัญ พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ โดยเน้นความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณ การมีส่วนร่วมของท้องถิ่น และการพัฒนาโครงสร้างรองรับการปฏิรูปด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเสนอให้ปรับบทบาท จป. ในโรงงาน ใช้เงินรายได้จากการประมูลเลขสวยเพื่อสนับสนุนงานสาธารณสุข และเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างการบริหารความปลอดภัยทางถนนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเพิ่มบทบาทของรองนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อบูรณาการการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิกร จำนง นะครับ ประธานกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ทางอนุทั้ง ๒ ท่าน นี่นะครับ ของเรากรรมาธิการวิสามัญ ขณะนี้เราเหลือเวลาอีกไม่มากนักนะครับ เพราะว่า เราจะต้องสลายตัวไป ผมเสนอว่า ๙๐ วัน และตอนนี้ก็นำเรียนว่าก็ยังมีอีกชุดหนึ่ง ที่จะเข้าตามหลังมาก็คือของท่านอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องการจราจรเมืองใหญ่นะครับ ซึ่งจะมาแก้ปัญหาด้วยจะตามหลังมาภายใน ๑๒๐ วันไม่เกินครับ ท่านประธานครับ การตอบ ผมเรียนว่าพวกเราทำงานนี้กันมาเอาจริงเอาจัง เราประชุมกัน ๒๒ ครั้งนะครับ สัปดาห์ละ ๒ วัน ๒ วัน ๒ วัน ไม่มีขาดเลยนะครับ ผมนี่ขาดประชุมไปครั้งเดียวนะครับ ก็สามารถจะตอบ ท่านได้จนถึงค่ำได้เลยพูดถึงถ้าจะตอบกันนะครับ ทีนี้เป็นความจำเป็นเรื่องเวลานะครับ ก็เลยจะขอทำความเข้าใจว่าเราจะตอบกันแบบ คือถ้าหากว่าในนี้จะมีความชำนาญกัน เฉพาะทางหมดถ้าจะตอบ ที่ท่านเสนอมาท่านเดียวมีหลายประเด็นมาก และถ้าหากว่า เรื่องใบขับขี่ที่ท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางบกตอบ แล้วก็แบบนี้ไม่จบนะครับ ก็คิดว่าจะให้ แต่ละท่านตอบแต่ละคนแล้วก็รวบไปเลยนะครับ ก็คือว่าเพราะเราเชื่อว่าประเด็นที่เราสรุปไว้ ทุกคนตอบได้หมดในคณะกรรมาธิการ ผมเองอยากจะขอตอบท่านแรกนะครับ ก็คือว่าผมจะ ตอบท่านคุณหมอชูชัยนะครับ ท่านเพิ่มพงษ์ แล้วก็ท่านชิดชัยนะครับ ตอบหมอชูชัยก่อน เพราะว่าฟังแล้วสบายใจ คือผมเรียนคุณหมอเลยว่าเราภูมิใจนอกจากเรื่องรายงานนี้มาก เพราะว่าเราตั้งคณะทำงานขึ้นมาเขียนนะครับ และเขียนกันตีหนึ่ง ตีสอง แล้วหลายจุดที่ว่ามี การเบี่ยงเบนผมขอคนจากเป็นนักเขียนนี่นะครับ หมายถึงว่าทำโครงการจากกรมการขนส่ง ทางบก ๑ จาก สนข. ๑ แล้วก็ประธานคือท่านหม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ท่านเป็น นายกสมาคมกู้ภัยนะครับ ผมเองก็ลงไปร่วมด้วย หมายความว่าแม้แต่ประเด็นเบี่ยงเบน สักประเด็น ๒ ประเด็น เราแก้หมดครับ เราเคลียร์ (Clear) จนกระทั่งนาทีสุดท้าย จนกระทั่ง มันมีตกหล่นอยู่บ้างนะครับ แม้แต่ชื่อก็ที่ขอท่านประธานแล้วว่าจะมีการเปลี่ยนเพื่อให้ มันสอดคล้อง ประเด็นที่เราทำอย่างนี้เพราะว่าของเราเองนี่นะครับ รายงานนี้มันเป็น ๓ วาระปฏิรูป ซ้อนกันอยู่ ต้องกราบขออภัยท่านประธานว่าเราเลยใช้เวลาเยอะ มันเป็นระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ที่จริงเราทำเป็น ๓ ชุดก็ได้ แต่ทีนี้แต่ละชุดที่เราเขียน เรียนคุณหมอว่า ทุกชุดดึงแยกออกไปได้เลย มันก็เลยมีหัว มีท้าย มีกลาง คือแต่ละชุดแยกไปหมด เพราะผม เข้าใจระบบการบริหารราชการดีว่า สมมุติว่าเรื่องเข้าไปที่ ครม. ครม. จะสาดออกไป ทั้ง ๓ มิตินะครับ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ดังนั้นของเราไม่ใช่ว่าไปท่อนหนึ่งแล้วก็ ส่วนสำคัญหัวใจอยู่ที่นี่ขาไปทางนี้แยกเป็นชิ้นมันจะไม่มีชีวิต ดังนั้นในแต่ละชุดจะต้อง สมบูรณ์ในตัวเอง หมายความว่าระยะสั้นเอาไปทำได้เลย ๗ วันนะครับ ระยะกลางเอาไปยก ร่างแผนแม่บท แล้วแผนแม่บทที่ว่าเสนอขึ้นมาสามารถไปทำได้เลย เราไม่มีหน้าที่ทำ เพราะจริง ๆ คนทำเรื่องนี้คือ ปภ. เป็นคนทำ คณะกรรมการที่มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเป็นประธานเป็นคนทำ ขณะนี้ยังไม่มีแผน เราก็กะว่าถ้าหากว่าไปมันต้อง สมบูรณ์ตั้งแต่หัวถึงท้าย พอเขาเสนอไปถ้าเขาเห็นชอบสามารถไปทำ หมายถึงว่า ๔ วัน ๕ วันปรับอีกนิดหน่อยเป็นแผนแม่บทได้เลย ต้องสมบูรณ์ขนาดนั้น ส่วนแผนระยะยาว จะไม่มีสภาพปัญหา เพราะว่าถือว่าโยงไป ๒๐ ปี เราสรุปเป็นปี ๆ ไป เราดักได้ ผมเรียน ยืนยันว่าข้อมูลที่ว่าถ้าจะผิดก็น้อยมากเหลือเกิน ที่ตั้งใจอย่างนั้นเพื่อจะได้เอาไปใช้งานจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเสนอไปแค่นั้นเอง ประเด็นที่ท่านเสนอขึ้นมานะครับ เรื่องความเร็ว เรื่องเมา ทำอย่างไรจะมีทุกระยะ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้อยากจะเรียนว่าเราเห็นตรงนี้มาก แล้วก็มี ความพยายามกันเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาที่เราเสนอก่อนอย่างช่วง ๗ วันอันตรายไม่มีงบจริง ๆ สมัยผมเป็นรัฐมนตรี เครื่องเป่าไม่มี หมายถึงหลอดเป่า จะต้องเอาเงินจากประมูลเลขสวย ไปให้เขา แล้วไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องเครื่องตรวจจับความเร็ว มีการซื้อเข้ามา งบประมาณไม่พอ เพราะฉะนั้นพอปีใหม่ปีนี้ถ้าเราไม่เสนอก่อนตอนนี้ไม่มีทางทำได้เลย เพราะจะไม่มีงบ ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องตรงนี้เอง จึงเสนอว่าให้มีการตรวจจับ เราคิดว่า เป็นเรื่องที่สำคัญอยู่มาก ท้องถิ่นเองที่คุณหมอเสนอมาท้องถิ่นเองจะต้องช่วยกันดู แล้วก็เรา เสนอกันเป็นยุทธการในช่วง ๗ วันอันตรายว่าให้ท้องถิ่นปักป้ายว่านี่คือเขตตรวจจับความเร็ว คือจริงบ้าง หลอกบ้าง มันเป็นเหมือนดัมมี (Dummy) กล้องแคเมรา (Camera) อะไรก็ว่าไป แต่ว่าให้มีตลอด เพราะว่าเหมือนอย่างโทลล์เวย์ (Tollway) ความเร็ว ๑๒๐ ถ้าใคร ขับเกิน ๑๒๕ โดน แต่ความเร็วบนนั้น ๘๐ คือกล้องที่เขาวางไว้ทุกคนไม่เกิน ๑๒๐ หมด แต่ว่าปลอดภัย เพราะเดิมทีใช้ความเร็ว ๑๔๐ พอคนรู้ว่า สายไปพัทยามีการตรวจจับแบบนี้ คนจะชะลอลงทั้งนั้น แต่ขอให้เขารู้ หลักการนี้เห็นด้วย เรื่องเซฟตีอายส์ (Safety eyes) ตอบควบไปเลยกับท่านชิดชัย ซึ่งท่านถามผมตลอดว่าเสร็จหรือยัง นิกรเสร็จหรือยัง ถามทุกครั้งที่เจอว่าอยากจะให้เสร็จเรื่องนี้เร็ว ๆ เรื่องเซฟตีอายส์ (Safety eyes) มีรายละเอียดมาก ผมอยากจะเรียนว่าเรื่องนี้เป็นหลักคิดใหม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องขอบคุณ คุณหมอแท้จริงนั่งอยู่ตรงนี้ท่านเสนอขึ้นมา แล้วเรื่องนี้ท่านเสนอไปที่นายกรัฐมนตรี เราก็ไปสืบ กันว่าท่านก็มาบอกผมในกรรมาธิการว่าท่านนายกรัฐมนตรีทำท่าจะเห็นด้วยนะ ผมก็ไปสืบว่า เรื่องมาที่ท่านรองวิษณุ ผมก็ตามไปนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าเรื่องนี้มีการไปพูดคุยกัน ผมได้มีโอกาสที่ผมบอกว่าไม่มาประชุมครั้งหนึ่ง เพราะท่านรองวิษณุทำหนังสือเชิญผมมา ในนาม นายนิกร จำนง เพราะว่าเคยทำเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงมากเรื่อง ความปลอดภัย ก็สั่งท่านวิษณุว่าให้เรียกประชุม ท่านรองวิษณุก็เชิญประชุม ๓๐ หน่วยงาน แล้ววันนั้นเชิญผมไปนะครับ ท่านอธิบดีก็ไปด้วย ทีนี้พอไปแล้ว หลังจากประชุมกันเสร็จ ผมก็ขออนุญาตท่านประธานทินพันธุ์แล้ว ไม่อย่างนั้นจะโดยพลการ ผมก็เลยไปในนามของ ประธานกรรมาธิการไปเสนอ ซึ่งซิกซ์เซฟตี (Six safety) ตอนนั้นเราได้แล้ว พอไปเสนอเสร็จ ท่านรองวิษณุรับทุกเรื่องไปเอาไปทำ แต่มีประเด็นหนึ่งที่ท่านยกเอกสารขึ้นมาและท่าน บอกว่านี่ท่านนายกรัฐมนตรีแทงลงมาเรื่องกล้องนี่แหละ ซึ่งมันตรงกับที่เราเสนอ ท่านก็บอกว่า ให้ไปดูเรื่องนี้จะทำได้ไหม อย่างไร ที่เราเสนอไปอย่างนี้ครับ ว่าเรื่องนี้ทางกรรมาธิการเสนอ ไปว่าให้มีกล้องส่งเสริมเรื่องนี้ให้มีเซิร์ฟเวอร์ (Server) ผมเสนอไปกรรมาธิการเสนอไปว่า ให้เซิร์ฟเวอร์ (Server) นี้อยู่ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม เดิมจะให้กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบกบอกว่า เขาจะต้องไปติดจีพีเอส (GPS) อีก เซิร์ฟเวอร์ (Server) ไม่พอ ก็เลยให้ไปที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคมเพื่อจะได้รวบรวม ท่านรองวิษณุก็มีความเห็นว่าอย่างนี้ ว่าเรื่องนี้ให้ไปผลักดันลักษณะการผลักดันเรื่องเซฟตีอายส์ (Safety eyes) ที่ว่าคือเขารับแล้ว เพราะตรงกันทั้งบนทั้งล่างแล้ว ให้ไปลดภาษีซึ่งจะมีเสนอไปที่กระทรวงการคลังว่าให้ลดภาษี นำเข้าเสีย แล้วเราก็เสนอไปที่ทางประกันภัยที่ท่านอาจารย์ดุสิตเสนอเมื่อครู่นี้ว่าถ้าใคร ติดกล้องนี้แสดงว่าคุณมีลักษณะแห่งความปลอดภัยก็ให้ลดค่าประกันเขามันจะช่วยได้ แล้วก็ข้อมูลที่มาท่านรองวิษณุมีความเห็นว่าสั่งการไปว่าให้ไปที่ สตช. ให้ตำรวจเก็บดีกว่า เพราะมันสามารถจะใช้เป็นหลักฐานด้วย เป็นประกอบคดีได้ด้วย แล้วก็อย่างที่ท่านว่ามันจะ ส่งผลมาก ที่สำคัญคนที่ติดกล้องเขาจะต้องปลอดภัย และเขาจะช่วยกันดูบนถนน และทุกคน ก็รู้ว่าถ้าเราขับรถผิดไม่รู้มีใครดูเราอยู่บ้างมันจะเกิดพลังครั้งใหญ่ เป็นประเด็นที่ทางรัฐบาล รับไปแล้วเรื่องนี้ คุยกันแล้วนะครับ คิดว่าจะเป็นประโยชน์มาก แต่ว่ารายละเอียดก็คือว่า จะมีการติดตั้ง แล้วก็ท่านรองวิษณุถามว่าแล้วถ้าเราบังคับให้ประชาชนติดทั้งหมดได้ไหม เป็นคำถามที่ท่านพูดขึ้นมาเมื่อครู่นี้ ที่คุณหมอชูชัยพูด ผมก็ตอบไปว่าถ้าไปบังคับอย่างนั้น แล้วจะไปลงที่ประชาชน ประชาชนจะลำบาก เพราะฉะนั้นมันต้องมีแรงจูงใจ เช่นลด ค่าประกันให้ แล้วก็รถขนส่งเราบังคับได้ แต่ขณะนี้ท่านอธิบดีจะไปบังคับให้ติดจีพีเอส (GPS) เราไปบังคับเขาหลายอย่างเขาจะโยนใส่ประชาชนผู้โดยสาร ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ไปได้ดีแน่ และจะเป็นประโยชน์แน่เซฟตีอายส์ (Safety eyes) ที่สำคัญคือทุกคนช่วยกันมองถนน ซึ่งจะเป็นเรื่องดีนะครับ ท่านอำนวยเสนอชื่อขึ้นมาว่าเป็นดวงตาแห่งความปลอดภัย ท่านอำนวยเคาะชื่อนี้มาเราก็เสนอไปตามนี้ นั่นเป็นเรื่องเซฟตีอายส์ (Safety eyes) ที่เสนอ ขึ้นมาจะเป็นรูปธรรมแน่นอนนะครับ
ท่านชูชัยเสนอเรื่องชุมชนสังคม ก็อยากจะเรียนว่าในส่วนนี้เรื่อง จปถ. ผมตอบแทนท่านดุสิตไปว่าต้นทางมันมาจาก จป. ท่านดุสิตเป็นคนคิดเรื่องนี้แท้ ๆ เลย นะครับ จป. เป็นหน่วยในโรงงานที่จะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยของโรงงาน ท่านอาจารย์ ก็เลยไปคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมเราไม่บังคับให้ทุกหน่วยมีบ้างเป็นกฎหมายไป ท่านก็เติมคำว่า ถ เข้าไปคือทางถนน คือจะเอาโครงสร้าง ขณะนี้กระทรวงแรงงานมีพระราชบัญญัติบังคับให้มี หน่วย จป. ขึ้นในโรงงานอยู่แล้วนะครับ เรื่องนี้หมอแท้จริงเสนอแล้ว อาจารย์ดุสิตคุยกันก็ได้ ข้อสรุป ดังนั้นก็เลยเป็นที่มาของ จปถ. ที่จะบังคับทั้งหมด แล้วผมก็ทักผมไม่เห็นด้วย ผมบอกว่าเราไปสร้างหน่วยใหม่ขึ้นมารัฐบาลไม่ยอมหรอกงบประมาณ ท่านอาจารย์ดุสิต บอกว่าก็ไปดูเรื่องระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมา ประกาศเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ก็จบ ก็นั่นคือเป็นที่มาที่ว่า จปถ. อันนี้จะส่งผลแล้วมันจะค่อยขยาย ๆ ไป แต่ว่าหลักการ เราบังคับในโรงงานแล้ว คือเดิมโรงงานดูแลแต่ในโรงงานให้ปลอดภัย ต่อจากนี้โรงงาน จป. และ ถ ต้องดูแลเรื่องรถขนส่งคนงานด้วยว่ามาจะปลอดภัยขนาดไหน เพราะฉะนั้น โครงการนี้เป็นโครงการใหม่ที่จะมีประโยชน์มากแล้วก็ไม่ใช้เงินเท่าไรเลย
ประเด็นเรื่องพัฒนาสังคม อาจารย์ถวิลวดีก็ได้นำเสนอไปแล้วนะครับว่า เรื่องพัฒนาสังคมเรื่องปัญหาสายรองเพิ่มบทบาท อปท. ประเด็นนี้ อปท. เองเรื่อง ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ที่คุณหมออนุชาได้มาแล้ว คือขณะนี้เดิมท้องถิ่นไม่สามารถจะเพิ่ม รถพยาบาลได้ เพราะ สตง. ไปจี้เขา ท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมก็พยายามทำเรื่องนี้ เราเสนอความเห็นไป ผมก็ได้เรียน ท่านรองวิษณุว่าตรงนี้จะต้องให้ท้องถิ่นเขาระบุงบประมาณมาได้ไม่ใช่ไปเที่ยวตามเช็ก (Check) เขา เพราะว่าเราต้องการตรงนี้ให้ขยาย อย่างที่จังหวัดมหาสารคามหลายจังหวัด ที่เขามีอยู่ทุกตำบลจะช่วยได้เยอะนะครับ
ประเด็นต่อไปเรื่องศาลจราจร เดี๋ยวท่านสิทธิศักดิ์ก็จะตอบเรื่องนี้นะครับ ให้ท่านตอบคงจะดีกว่านะครับ
ท่านต่อมา คุณหมอผมตอบหมดแล้วใช่ไหมครับ ระบบเฝ้าระวังที่ว่า มีการตรวจสอบตลอดนี่นะครับ เรื่องอุปกรณ์ที่ว่าเราถึงเสนอว่าให้ไปใช้เงินจากภายนอก ที่ท่านเสนอนี่ชัดเจน คือตอนนี้ผมไปทำพระราชบัญญัติ ไปแก้กฎหมายเอาเลขสวยมาประมูล ตอนนี้ได้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว และบังคับว่าไม่ให้ใช้อย่างอื่น เงินตรงนี้ตอนนี้เราจะเอามา ทำที่ทำเอ็มโอยู (MOU) จะใส่เข้าไปในหลักสูตรที่ว่าไปเสริมสร้างให้เด็ก แต่สามารถเอามาใช้ อย่างอื่นได้ เราเคยเอาไปซื้อเซิร์ฟเวอร์ (Server) ให้ตำรวจเพื่อจะมาบันทึกใบขับขี่เพราะว่า ไม่รู้จะบันทึกที่ไหน รวมทั้งมาซื้อหลอดเป่า ใครจะไปใช้หลอดเก่าได้ ตรงนี้สามารถนำมาใช้ได้ ตรงนี้เราเชิญทางกองทุนมาแล้วนะครับ ของ สสส. เราเคยใช้เงินในการประชาสัมพันธ์ อยู่พักหนึ่งตอนนี้ สสส. อยู่ในภาวะที่ค่อนข้างคับขัน เงินตรงนี้เยอะมาก ฉะนั้นของ สสส. ต้องเอามาใช้ในเรื่องเหล้า เพราะว่าดื่มเหล้าแล้วเอามาโฆษณาประชาสัมพันธ์ คือมาอย่างไรก็ไปอย่างนั้นก็น่าจะดี นะครับ เรื่องเฝ้าระวัง นอกจากนั้นก็มีเรื่อง ผมจะข้ามไปเลยนะครับของท่าน จปถ. ตอบแล้ว
ประเด็นที่สำคัญแล้วเป็นนัยที่สำคัญมากคือของท่านเพิ่มพงษ์ ของท่านเพิ่มพงษ์ นี่คือศูนย์กลางของปัญหาที่ท่านเสนอขึ้นมาเมื่อสักครู่นี้ตกอยู่ ๒ ประเด็น ผมไปขอท่าน คือผมเรียนอย่างนี้ว่าของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ก็คือองค์การอนามัยโลกนี่เขาชี้มาว่าข้อ ๑ ก็คือแมเนจเมนต์ (Management) เซฟตีแมเนจเมนต์ (Safety Management) เป็นเรื่อง สำคัญ ถ้าไม่มีตรงนี้ที่เหลือเฟล (Fail) หมด ที่เหลือล้มเหลวหมด ประเด็นนี่ผมอยากจะ เรียนว่าองค์กรที่เป็นอยู่ขณะนี้ องค์กรที่แท้จริงคืออะไร เดิมมันเคยทำงานได้สมัยที่เรา ดูแลอยู่นะครับ แต่ตอนหลังทำงานไม่ได้ เพราะมีการสเกลดาวน์ (Scale down) คือลดลงมา เป็นแค่กระทรวง เราเสนอไปใหม่แล้วท่าน ท่านลองดูตรงกรอบนั้นนะครับ ขณะนี้ผมคุยกับ ท่านอาจารย์ ท่านรองวิษณุว่าจริง ๆ ผมเสนอให้หักด้ามพร้าด้วยเข่าก็คือทำแบบเดิม ที่ผมเคยทำเลย ก็คือว่าเอารองนายกรัฐมนตรีมาดู แต่ว่าขณะนี้เขาวางรองนายกรัฐมนตรีไว้ แล้วบันไดขั้นที่ ๒ โครงสร้างที่ ๒ นี่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มี ใช้กฎหมายเรื่อง ปภ. คุมจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเราเห็นแล้วไม่เวิร์ก (Work) ดังนั้นเราก็เลย เสนอว่าขอร้องว่าส่วนนโยบายนี่ขอให้ประชุมทุกไตรมาสที่ขอส่งไปทั้งอาจารย์วิษณุแล้ว ก็คือว่าปัจจุบันนี้ ๔ ปีไม่ประชุมเลยอย่างนี้ มันไม่ได้ ไม่มีใครคุมนโยบาย ไม่มีใครสั่ง ไม่มีใคร ของบประมาณให้ แล้วก็ต่อจากนั้นพอตรงนี้ไตรมาสประชุมครั้งหนึ่ง ตามแผนที่เราเสนอไว้นี่ ลดยอดเท่าไร ๆ นี่ก็ต้องเอามาดูกัน ทางจังหวัดจะต้องมีการประชุมทุกเดือนก็คือ กระทรวงมหาดไทยต้องเรียกเลเยอร์ (Layer) ที่ต่ำลงมาประชุมเพื่อจะได้คอนโทรล (Control) ว่าจังหวัดไหนไปทำอย่างไร ยอดเป็นเท่าไร แล้วจากจังหวัดนี่เราเชื่อว่าอำนาจ ที่มีอยู่ ผมนี่มีความเชื่อว่าอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด เราอาจจะใช้ลองแฮนด์ (Longhand) สั่งจากผู้บัญชาการตำรวจสั่งจากตรงนี้ไปที่จังหวัดไม่เวิร์ก (Work) แต่ถ้าสมัยเดิมที่ทำคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดมานั่ง ๗๗ คน แล้วคุณเอาแผนไปสมมุติเราจะกดลงมากี่เปอร์เซ็นต์ ก็ช่วยไปดู ผู้ว่าราชการจังหวัดนี่จะสั่งทั้งตำรวจ สั่งทุกหน่วยได้หมดนะครับ ตามที่ท่าน เสนอแล้วที่สำคัญขณะนี้คือท้องถิ่นที่ท่านเสนอขึ้นมา เพราะฉะนั้นกลไกที่ว่าผมเรียนว่า เสนอไปโดยละเอียดแล้วก็มีการชี้ไปแล้วเราก็เพิ่มเซเครทาเรียต (Secretariat) เพิ่มขณะนี้ เซเครทาเรียต (Secretariat) เดิมนี่เป็นป้องกันและบรรเทาภัยไม่พอ เพราะว่าเขาไม่มี ความรู้เรื่องถนน เรื่องอุบัติเหตุ ก็ขอให้กระทรวงคมนาคมโดยรองปลัดเข้ามาเป็น แล้วก็ขอ ตำรวจเข้ามาเป็นอีกชุดหนึ่ง คือเลขารวมตรงนี้ต้องมีความรู้ ในเมื่อกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วยทุกกระทรวงนะครับ ก็นำเรียนว่าตรงนี้สำคัญกว่าบังคับใช้กฎหมายอีก แต่ว่าเราวางไว้อย่างที่ผมบอก แต่ว่าพบกันครึ่งทาง คือผมก็เสนอว่าเรียนท่านวิษณุว่า เอาแบบเดิม แต่ว่าขอให้มีประชุมทุกไตรมาสไม่อย่างนั้นไม่ได้นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ถามในที่ประชุมถามไปที่รองอธิบดีว่าที่เขานินทากันว่าพวกคุณไม่ประชุมเลยนี่จริงหรือ ท่านรองอธิบดีบอกว่าผมไม่ทราบ แต่ว่าผมเพิ่งมา แต่ว่าเท่าที่จำได้ประชุมครั้งสุดท้าย เมื่อปี ๒๕๕๖ เท่าที่เขาจำได้นะครับ ก็เท่ากับไม่มีประชุม ก็เลยเป็นเหตุว่าไม่มีใครดูเรื่องนี้ แผนอย่างอื่นนะครับ องค์กรขับเคลื่อนผมตอบแล้ว ๑๐๐ วัน อยากจะเรียนว่า ๗ วัน อันตรายที่พูดถึงนี่ ผมเป็นคนกำหนดชื่อนี้ขึ้นมาเอง จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่ ๗ วัน แต่มันมี ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าผมได้รับคำแนะนำจากมิสเตอร์ลอสที่เราทำเอดีบี (ADB) ของอาเซียน (ASEAN) นี่ว่าเวลาช่วง ๗ วันนี้ประชาชนยอมใช้ยา คือให้รัฐใช้ยาใหม่ได้ท่านครับ หมายความว่าเราสามารถจะใช้มาตรการใหม่ ๆ ประชาชนจะยอมรับ พอมันได้ผลแล้ว ให้เราขยาย เท่ากับว่ามันเป็นอุบาย ๗ วันนี่ แต่ของจริงเราคุมทั้งปี ไม่ใช่คุม ๗ วัน แต่ ๗ วัน นี่เราทดสอบเรื่องความเร็ว ทดสอบเรื่องอะไร หรือว่าจับรถมาเก็บไว้อะไรแบบนี้ได้นะครับ ก็เรียนว่าทั้งปีนะครับ เรื่อง อบจ. ที่ปฏิบัติได้ผลเรียนแล้วนะครับ บังคับใช้กฎหมายจริง อย่างไร แล้วก็ปลูกจิตสำนึกฝ่ายนี่ได้ตอบไปแล้ว ก็นำเรียนว่าทั้งหมดนะครับ ชุมชนด้วย ที่ท่านเห็นด้วยก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ผมตอบไป ๓ ท่านแล้ว ที่เหลือก็จะมีอยู่บ้างคงไม่มาก ขอบพระคุณครับ