สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๙ · ๒ สิงหาคม ๒๕๕๙

กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใส่หมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เกินคน และเรียกร้องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมเสนอการใช้มาตรการทางกฎหมายควบคุมการขี่รถมอเตอร์ไซค์ และเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศครับ ผม พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศนะครับ ขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานที่กำลังนำเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้นะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตชื่นชมและผมขออนุญาตเพิ่มจากท่านผู้ทรงเกียรติก่อนหน้านี้นะครับ ที่ใช้คำว่า สดุดี ก็จะเป็นขอชื่นชมสดุดีและขอขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการและ คณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ที่ท่านอาสาขึ้นขอทำ ไม่ได้รับมอบหมาย ทำไมผมใช้คำว่า ชื่นชมสดุดีและขอบคุณครับ เพราะที่ท่านทำอยู่นอกจากท่านอาสาแล้วนี่ เป็นเรื่องความเป็น ความตาย คืออะไรครับ ที่ท่านทำอยู่นี่คือเพิ่มความเป็น ลดความตาย รายงานทุกฉบับที่ผ่านมา และที่จะมีต่อสภาที่ประชุมแห่งนี้จะเป็นเพื่ออยู่ดีกินดี เพื่อเศรษฐกิจ สังคม การเมืองให้ดี เพื่อการเมืองการปกครอง แต่เรื่องที่ท่านทำอยู่เป็นเรื่องความเป็นความตายที่ถือว่าเป็นเรื่อง ที่มีประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนนะครับ ในการที่จะมีการลดสูญเสียบุคคล ที่รักหรือคนใกล้ชิด ตลอดจนการสูญเสียหรือความเสียหายของทรัพย์สินนะครับ ในเรื่อง อุบัติเหตุสามารถรวบรวมได้ตามที่อยู่ในรายงานก็แบ่งเป็นว่า สภาพของเส้นทางคมนาคม ตัวบุคคล และตัวยานพาหนะ แล้วก็ผมขอเริ่มนะครับว่าส่วนใหญ่เกิดจากบุคคล ผมพยายาม รวบรวมเพื่อเป็นตัวอย่าง เพราะถ้าเราทราบตัวอย่างให้มากที่สุด เราทราบต้นเหตุ เราก็สามารถจะหาทางแก้ปัญหาได้

อันแรกที่พบเจอนะครับ ขับขี่รถจักรยานยนต์หรือซ้อนท้ายไม่สวมหมวกนิรภัย หรือสวมเหมือนกันแต่ไม่ทราบเป็นหมวกอะไร เช่นผมเห็นเยอะ เอาหมวกในโรงงานหรือ หมวกคนงานกันของหล่นใส่ศีรษะมา ซึ่งมันผิดตามที่กฎกระทรวงนะครับ

แล้วก็อันที่ ๒ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เกิน ๑ คน ผมไม่ทราบว่าพระราชบัญญัติ จราจรทางบก รถมอเตอร์ไซค์ให้ซ้อนท้ายได้กี่คนนะครับ แล้วก็บางครั้งจะเห็นนะครับ ไม่สวมหมวกนิรภัยแล้วนี่มีพ่อแม่ลูก ๓ คน หรือ ๔ คนนะครับ

และประการต่อมาที่เจอคิดว่าเป็นสาเหตุหนึ่งคือในกฎหมายผมดู พระราชบัญญัติจราจรทางบก กำหนดให้ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์ต้องขี่ แบบนั่งขึ้นคร่อม แต่ในกฎหมายผู้โดยสารไม่ได้เขียนไว้ ดังนั้นเราจะเห็นผู้โดยสารโดยเฉพาะ ผู้หญิงเวลานุ่งกระโปรงไม่กล้านั่งขึ้นคร่อม ก็จะขึ้นนั่งตะแคงข้าง และวันนั้นถ้ารถเสียหลักล้มลง ศีรษะไปกระแทกนิดเดียว เช่นไปโดนทัดดอกไม้ก็อาจจะถึงแก่ความตายได้ ซึ่งอันนี้ก็ดูนะครับ สาเหตุหนึ่งก็คือว่านอกจากไม่สวมหมวกนิรภัยแล้วนี่ การที่ผู้โดยสารไม่นั่งคร่อมซ้อนท้าย รถมอเตอร์ไซค์ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง แล้วก็ผมไม่ทราบว่ารถมอเตอร์ไซค์มันมีกฎหมายไหมครับ ผู้โดยสารได้แค่ ๑ คน เพราะบางครั้งจะเห็นพ่อแม่ลูก และมีไหมครับว่ากฎหมายห้ามเด็กเท่าไร ขี่ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์นะครับอันนี้ บางครอบครัวจะบอกว่าสถานะทางเศรษฐกิจไม่ดี ไม่สามารถจะมีเงินซื้อรถยนต์ได้ อันนี้ก็จำเป็นต้องใช้รถมอเตอร์ไซค์ ผมว่ามาดูโอกาสเสี่ยง หรือสูญเสียต่อชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสนี่มันสูง ผมว่าเหตุผลอันนี้ก็ฟังไม่ขึ้นนะครับ

แล้วก็อีกประการที่เจอก็คือว่า เด็กวัยรุ่นขี่รถมอเตอร์ไซค์ ผมไม่ทราบว่า ตามกฎหมายอายุเท่าไร เด็กวัยรุ่นถ้าไม่มีใบอนุญาตและขี่มีความคึกคะนองนะครับอันนี้

แล้วก็อีกอันหนึ่ง รถมอเตอร์ไซค์สังเกตเยอะกลางคืน ไฟท้ายไม่มี ผมก็จะพูด กับคนที่นั่งไปด้วยกันว่า พวกรถมอเตอร์ไซค์พวกนี้ชีวิตมีค่าเท่ากับค่าหลอดไฟท้าย เพราะอาจจะโดนชนท้ายได้นะครับ หลอดไฟท้ายไม่มี รวมทั้งของต่างประเทศเขามีกฎหมาย กำหนดว่าในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์กลางคืนจะต้องมีเครื่องหมายสะท้อนแสงให้เห็นได้ชัด นะครับ

ในส่วนของรถยนต์นะครับ รถยนต์เท่าที่ผมประมวลได้ ก็คือเด็กยังอายุน้อย แล้วไปนั่งข้างหน้า เข็มขัดนิรภัยไม่สามารถจะป้องกันได้ ของต่างประเทศถ้าผมจำไม่ผิด เขากำหนดว่าถ้าอายุยังไม่ถึง ๑๒ ปี ห้ามนั่งหน้าเด็ดขาด ต้องไปนั่งหลัง ของประเทศไทยมีกฎหมายไหม แล้วก็ของประเทศไทยผมเจอเยอะนะครับ ประเภทคุณแม่ มีลูกทารกหรือ ๒ ขวบ ๓ ขวบ เป็นห่วงลูกเอามานั่งตักแล้วก็นั่งอยู่ข้างหน้าด้วย ถ้าเกิด อุบัติเหตุเด็กก็จะกระแทกกับกระจก ของต่างประเทศถ้าเด็กเล็กจะต้องใส่ในเบาะ โดยเฉพาะ เรียกว่าคาร์ซีต (Car seat) อันนี้ก็เจอเยอะนะครับ ในสังคมไทยแม่อุ้มลูกเล็กนั่งเบาะหน้าซ้าย ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าอันตราย

ต่อไปที่รวบรวมได้ก็มีการพูดถึงเรื่องวัตถุมงคลว่า วัตถุมงคลมันช่วยลด อุบัติเหตุหรือช่วยเพิ่มอุบัติเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดนะครับ ผมเห็นรถยนต์บางคัน มีการใช้วัตถุมงคล คือพระพุทธรูปองค์เล็กที่เป็นโลหะแล้วก็ติดกาวแล้วก็ตรงเศียรของพระ นี่แหลมมากแล้วก็วางอยู่บนแผงหน้าปัด และท่านคิดดูถ้าเกิดการชน ศีรษะตัวเองน่าจะไป กระแทกกับเศียรพระที่เป็นโลหะ หรือไม่พระที่ติดอยู่หลุดกระเด็นมาใส่หน้าผู้โดยสาร หรือคนขับขี่นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง ถ้าท่านสังเกตนะครับ รถที่ผลิต จากประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเขาจะไม่ออกแบบให้แผงหน้าปัดนี่วาง สิ่งของได้เลย ท่านไปดูรถจากยุโรป บนแผงหน้าปัดนี่จะลาดลง แต่มีรถบางประเทศพยายาม เอาใจผู้ซื้อผู้บริโภคพยายามวางสิ่งของบนแผงหน้าปัดให้มากที่สุด ซึ่งอันนั้นในแง่ ความปลอดภัยถือว่าอันตราย

ในอีกเรื่องที่ผมเจอ อันนี้ไปเจอบังเอิญเคยไปดูนะครับ เกี่ยวกับสภาพรถ อันนี้ไม่ใช่บุคคล ในอู่ต่อรถบัส (Bus) นะครับบางอู่ เวลาเบาะเก้าอี้ที่นั่งรถบัส (Bus) ผมเห็น การยึดกับโครงตัวถังยึดไม่มั่นคงแน่นหนาก็เลยเห็นนะครับ รถบัส (Bus) เวลาเกิดอุบัติเหตุนี่ ตายมาเพราะอะไรครับ ที่ยึดขาเก้าอี้มันหลุดทำให้กระแทกกัน คนนั่งหน้าสุดนี่จะตาย เพราะเวลาชนกันเก้าอี้มันจะหลุดหมด แล้วจากหลังนี่มันจะดันไปข้างหน้า อันนี้ก็เป็นสาเหตุ หนึ่งที่คิดว่า เวลามีรถบัส (Bus) เกิดอุบัติเหตุนี่จากขายึดตัวเก้าอี้ไม่มั่นคง แล้วก็ผมไม่ทราบ ในรายงานนี้มีหรือไม่นะครับ ในเรื่องรถสองชั้นของต่างประเทศอย่างประเทศอังกฤษนี่ เขามีความจำเป็น แล้วก็ต่ออย่างมั่นคง การทรงตัวเขาดี แต่ของประเทศไทยชั้นล่างไว้ เก็บของ หรือว่าไม่ทราบนั่งเล่นไพ่กันนะครับ อันนี้ก็ไม่ทราบผิดวัตถุประสงค์หรือเปล่า แล้วก็รถมันสูงมากเลย การทรงตัวก็ไม่ดี ถ้าต่อไม่มีมาตรฐานโอกาสเกิดอุบัติเหตุจะสูงมาก

ในข้อเสนอแนะนะครับ ผมดูแล้วท่านก็คงมีในรายงานเรื่องการฝึกอบรม ให้ความรู้แล้วก็จิตสำนึก แต่ผมดูผมขออนุญาตเสนอ ๒ เรื่อง บางเรื่องหลายท่านได้กล่าวไปแล้ว การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะต้องใช้ตัวชี้วัดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับว่า เช่น ตอนนี้ท่านจะเจอบ่อย รถมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝืนไฟแดง ในอดีตผมเห็นนะครับ เขาจะฝ่าฝืน ไฟเหลืองช่วงจะเป็นไฟแดง แต่ตอนนี้ถ้าท่านไปตามสี่แยกท่านจะเจอรถมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝืน ตอนไฟแดงนาน ๆ อันนี้เพราะอะไรครับ การปล่อยปละละเลยไม่บังคับใช้กฎหมายในเรื่องที่ เห็นว่าเล็กน้อยจนกลายเป็นเรื่องชินชาแล้วปล่อยไปก็จะเป็นอันตราย ก็ขอเสนอว่า ในการบังคับใช้กฎหมายนั้นควรจะมีตัวชี้วัดกำหนดชัดเจนว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย เช่น เจอมีการขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยหรือสวมแล้วหมวกนิรภัยไม่เป็นตามที่ กฎหมายกำหนดก็จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างจริงจัง

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ไม่ใช่บังคับใช้กฎหมาย ขออนุญาตเสนอการใช้มาตรการ ทางกฎหมาย เช่น ลองพิจารณานะครับ เป็นไปได้ไหมว่าหากขี่รถมอเตอร์ไซค์ไม่สวม หมวกนิรภัยหรือสวมแล้วไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เกิดอุบัติเหตุมาไม่ได้รับค่าสินไหม ทดแทนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ผมมองว่าการใช้ มาตรการทางกฎหมายจะทำให้คนเกรงกลัวมากกว่าเดิม รวมทั้งแก้ไขกฎหมายนะครับ ในพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา ๑๒๑ พูดถึงขี่รถมอเตอร์ไซค์ แล้วก็พูดถึงการใช้ หมวกนิรภัย แต่ผมไปดูในมาตรา ๑๔๘ โทษฝ่าฝืนปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรืออย่างมากปรับ ไม่เกินหนึ่งพันบาท อันนี้ก็โทษจะน้อยไปนะครับ

ประการสุดท้ายนะครับ ผมไม่ทราบเนื่องจากรายงานฉบับนี้ค่อนข้างหนา ไม่แน่ใจว่าอ่านหมดหรือเปล่า ขออนุญาตเสนอว่าคณะกรรมาธิการน่าจะเชิญผู้แทน จากสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาสอบถามว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไรไหม ในการที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหนึ่ง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ท่านอาจจะได้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ ที่จะทำให้รายงานฉบับนี้ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับ