ดุสิต เครืองาม หารือปัญหาความปลอดภัยทางถนนและเสนอให้จัดตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนน (จปถ.) ในทุกหน่วยงานโดยไม่ต้องออกกฎหมายใหม่ พร้อมเสนอแก้ไข พ.ร.บ. คปภ. เพื่อเพิ่มอำนาจส่งเสริมการป้องกันอุบัติเหตุและใช้งบจากกองทุนป้ายทะเบียนสนับสนุนความปลอดภัย โดยอ้างอิงเหตุการณ์รถตู้ครูที่พัทยาเป็นตัวอย่างความจำเป็นในการตรวจสอบความพร้อมก่อนเดินทางทุกครั้ง
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ดุสิต เครืองาม จะขออนุญาตนำเสนอแนวทางการปฏิรูปเพื่อลดและป้องกันอุบัติเหตุ ทางถนนที่สำคัญอีกมาตรการหนึ่ง ก็คือเสนอให้มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ทางถนน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า จปถ. ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในวงการ ภาคเอกชนท่านก็คงจะทราบดีว่ามีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งออกบังคับใช้ เรียกว่า พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งมีการบังคับใช้มาแล้วเป็นเวลาหลายปี ที่เป็นการออกมาเพื่อคุ้มครองแรงงาน ในภาคเอกชนนั้นเขาก้าวหน้าไปไกลมาก คือมีกฎหมายกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ขึ้นมาในภาคเอกชน ที่เรียกว่า จป. เจ้าหน้าที่วิชาชีพ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย แต่ว่า ในภาพรวมของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น น่าแปลกประหลาดมากว่าประเทศไทยเรายังไม่เคยมีการ จัดตั้งหรือว่ากฎหมายที่บังคับว่าแต่ละหน่วยงานจะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ไม่ว่าจะ ปลอดภัยภายในอาคาร ไฟไม่ชอร์ต (Short) ตาย หรือว่าไม่ทำอุบัติเหตุภายในอาคาร เหล่านั้น ไม่มีครับ ไม่มีการจัดตั้ง แต่เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการของเราในวันนี้เรามุ่งเน้น เรื่องความปลอดภัยทางถนน เราก็จะเสนอให้มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนขึ้นมา โดยอาศัยกฎหมายที่ สามารถมีอยู่แล้วซึ่งเรียกว่าเป็นพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นั้นสามารถกำหนดให้ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีที่จะออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีได้ เพราะฉะนั้นการที่จะให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนนี้นะครับไม่ต้องออกกฎหมาย ใหม่ครับ ออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีได้ ในเบื้องต้นนี้นะครับ ในการคิกออฟ (Kickoff) มาตรการความปลอดภัย คณะกรรมาธิการเราก็ได้ยกร่างระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. .... ขึ้นมาแล้ว แล้วก็แนบอยู่ ในเอกสารประกอบการประชุมแล้วด้วย ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ จปถ. หรือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย นี่คือเป็นสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ในประเทศไทย ผมจะขออนุญาตเทียบเคียงให้ฟังนะครับ วงดุริยางค์ที่เราจะไปดูคอนเสิร์ต นี่ต้องมีคอนดักเตอร์ (Conductor) ใช่ไหมครับ การแข่งขันกีฬาไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน ต้องมีโค้ช (Coach) ใช่ไหมครับ หรือการจะต้องแสดงหนัง แสดงภาพยนตร์นี่ต้องมีผู้กำกับใช่ไหมครับ นั่นแหละครับคือ จปถ. เป็นทั้งโค้ช (Coach) แล้วก็ เป็นผู้กำกับเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนน และ จปถ. นั้นเขาจะต้องมีหน้าที่ ให้การอบรม ให้ข้อมูลกับบุคลากรในหน่วยงานของเขา ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ไม่ว่าสมาชิกนั้นเขาจะเดินทางอยู่ภายในอาคารตัวเองหรือออกจากอาคารแล้วกลับไปบ้าน ยกตัวอย่างที่รัฐสภาของเรานี่ถ้าไปตรวจสอบดูโครงสร้างของการบริหารข้าราชการในรัฐสภา นะครับ เชื่อว่าจะมีหน่วยงานอันหนึ่งเรียกว่า กองยานพาหนะ ไม่ใช่ครับ กองยานพาหนะ เขาก็ดูแต่เรื่องรถยนต์ เติมน้ำมัน เติมยางลม จัดระเบียบคิวรถยนต์ แต่ประเทศไทยเราแม้แต่ รัฐสภาเราไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยทางท้องถนน เมื่อเดือนที่แล้วมีข่าวใหญ่ โศกนาฏกรรมเกิดขึ้น มีคณะครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีผู้อำนวยการด้วยครับ นั่งรถตู้ไปสัมมนา ที่พัทยา เดินทางกลับจากชลบุรีบนเส้นทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) ขากลับเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ กม. ที่ ๒๐ กม. ที่ ๓๐ เกิดการพลิกคว่ำ นั่งมาในรถตู้ ๑๓ ท่าน ๑๔ ท่าน เสียชีวิต เกือบ ๑๐ ท่าน ๔ ท่านที่รอดชีวิตได้นั้นตะเกียกตะกายคลานออกจากรถตู้แทบจะเอาชีวิต ไม่รอด รถตู้คันนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ ขับมาอยู่ดี ๆ ไม่ทราบว่าล้อแตกหรือเปล่าแฉลบข้างทาง เขาเรียกว่าแฉลบไปกับแบริเออร์ (Barrier) ตะแคงซ้ายไหลไปประมาณ ๒๐๐ เมตร ไฟลุกท่วมครับ คนที่อยู่ในรถยังมีชีวิตนะครับตอนนั้น ยังไม่ตายครับท่านประธาน หลายนาที ต่อมาค่อย ๆ เสียชีวิต เพราะในรถตู้คันนั้นไม่มีค้อนในการทุบกระจกออก ไม่มีถังดับเพลิง ในการที่จะดับไฟ ออกมาไม่ได้ครับ กว่าจะออกมาได้ก็หลายสิบนาทีเป็นสิ่งที่น่าเศร้ามาก ถามว่าเหตุการณ์วันนั้นถ้าเรามี จปถ. สัก ๑ คน ผมเชื่อว่าจะไม่เกิด จปถ. เขาจะทำบอกว่า ท่านผู้อำนวยการคะ ท่านผู้อำนวยการครับ ท่านจะขับรถไปพัทยาใช้รถอะไรไป รถของท่าน ยางล้อนี่ดอกมันยังมีอยู่หรือยัง เพราะฉะนั้น จปถ. ก็ต้องทำเช็กลิสต์ (Checklist) ท่านจะไป กันตั้ง ๑๓ คน ใครจะเป็นคนขับรถ คนขับรถเขามีสมรรถนะพร้อมหรือเปล่า ในรถของท่าน มีค้อนทุบกระจกหรือยัง มีหน้าต่างฉุกเฉินหรือยัง มีถังดับเพลิงหรือยัง รถของท่านผ่าน การตรวจสอบสภาพหรือเปล่า เหล่านี้คือเจ้าหน้าที่ จปถ. ที่จะมาช่วยคุ้มครองชีวิตให้กับ หน่วยงานต่าง ๆ ของหน่วยงานของท่านเอง จปถ. นี้จะต้องมีอยู่ในโรงเรียนอนุบาล ทุกโรงเรียน โรงเรียนประถมศึกษาทุกโรงเรียน มัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ทุกกอง ทุกอาคารครับต้องมีให้หมด มีทั้งในภาคเอกชนและ ภาคราชการ มีทั้งในรัฐวิสาหกิจ อบต. ทุกที่ในประเทศไทยที่มีอยู่ในประมาณ ๖,๐๐๐ กว่า อบต. ต้องมี ๑ อบต. อย่างน้อย ๑ จปถ. นี่คือสิ่งที่เรากำลังนำเสนอ ถ้าหากว่าระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีที่เรายกร่างนี้ประกาศนะครับผ่านออกมาได้ เราก็จะมีเจ้าหน้าที่ จปถ. กระจายอยู่ทั่วประเทศหลายหมื่นหลายแสน อาจจะเป็นล้านคนก็ได้ ถามว่าต้องใช้ งบประมาณไหมครับ ไม่ต้องใช้ครับ เพียงแต่หัวหน้างานออกคำสั่งแต่งตั้งให้นาย ก นาย ข นางสาวคนนี้เธอทำหน้าที่เป็น จปถ. หน่อย กินเงินเดือนเหมือนเดิมครับ ไม่ต้องตั้งเป็น อัตราใหม่ โรงเรียนก็จะมีเจ้าหน้าที่ จปถ. อาจจะมีเบี้ยโบนัส อาจจะมีรางวัลตอบแทน ประจำปีที่ข้าราชการหรือว่าพนักงานแต่ละคนเขาสร้างคุณงามความดีขึ้นมาเหล่านี้ ผมถือว่า เป็นเส้นผมบังภูเขาที่จะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย ในการที่จะให้เกิด จปถ. ขึ้นมาได้ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนี้นะครับ มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน คณะกรรมการระดับชาติร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย คือวางนโยบายของโครงสร้างของ จปถ. ภาพรวมของประเทศ แล้วให้แต่ละหน่วยงานลงไปปฏิบัตินะครับ ไม่ต้องใช้ งบประมาณ ไม่ต้องสร้างอัตราอะไรเพิ่มเติม จปถ. ที่ในระเบียบนี้นะครับเรายกร่างเอาไว้ มีอำนาจหน้าที่อยู่ประมาณ ๑๒ ข้อ ๑. ศึกษารวบรวมข้อมูล ๒. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ๓. จัดทำคู่มือ คำว่า คู่มือ นี่สำคัญมากนะครับ ในรัฐสภาของเราต่อจากนี้ไปเขาจะมีคู่มือ พนักงานที่จะเดินทางเข้ามาในรัฐสภา ถ้าไม่มีความพร้อม ไม่มีใส่หมวกกันน็อก ขับรถ ไม่รัดเข็มขัดไม่ให้เข้าสภา รถที่จะเข้ามาในสภาถ้าไม่มีอุปกรณ์เซฟตี (Safety) อะไรต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามาในสภา สมาชิกที่จะเดินทางเข้ามาในสภามาชี้แจง มาร่วมอภิปรายกับเรา จากนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยก็อาจจะไม่ได้เข้ามาชี้แจงในสภาของเราก็ได้ นี่คือ สิ่งเข้มข้นที่เราจะช่วยกันรักษาชีวิตนะครับ
มาตรการต่อไปที่ผมจะขอนำเสนอในส่วนผมเรื่องสุดท้ายก็คือ เรื่องระบบ ประกันภัยเพื่อความปลอดภัยทางถนนครับ ประเทศไทยเรามีเรกูเลเตอร์ (Regulator) อยู่หลายเรกูเลเตอร์ (Regulator) ครับ คณะกรรมการกำกับ ... เช่น เรกูเลเตอร์ (Regulator) ด้านพลังงานใช่ไหมครับ เรกูเลเตอร์ (Regulator) ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม เรกูเลเตอร์ (Regulator) ด้านที่เรากำลังพูดถึงนี้ก็คือ ความปลอดภัยทางถนนนะครับ ประเทศไทยเรามีกฎหมายฉบับหนึ่งชื่อว่า พระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ เราไปเปิดดู พ.ร.บ. คณะกรรมการกำกับและ ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย อำนาจหน้าที่ของเรกูเลเตอร์ (Regulator) ด้านนี้ หรือว่าสิ่งที่มีอยู่ใน พ.ร.บ. นั้นนะครับ เป็นที่น่าเสียดายมากครับ ไม่มีคำว่า ความปลอดภัย ไม่มีคำพูดคำว่า ลดอุบัติเหตุ อยู่ใน พ.ร.บ. นี้เลยแม้แต่คำเดียว เป็นสิ่งที่ผิดหวังมากครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการเราก็เห็นจุดบอดนี้แล้ว บอกว่าไม่ได้แล้วครับจากนี้ไป พระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่จะต้องทำในประเทศไทยนี่เราจะขอแก้กฎหมายฉบับนี้นะครับ แก้อยู่ ๒-๓ มาตราไม่เยอะ แก้โดยแค่เติมคำพูดบอกว่า ให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัยหรือย่อสั้น ๆ ว่า คปภ. ต้องมีอำนาจหน้าที่ในการที่จะจัดนำเสนอมาตรการในการ ลดและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน จะเสริมเข้าไปใน พ.ร.บ. นี้ สัก ๒-๓ มาตรา แค่นั้นเอง ทำไมล่ะครับ ตอนนี้ทุกวันนี้พระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ นี่เขาเขียนเลยว่าคณะกรรมการเขาบอก เขาจะคุ้มครองเฉพาะว่าใครเกิดอุบัติเหตุก็ได้รับการคุ้มครองได้จ่ายเบี้ยประกัน แม้แต่ ผู้กระทำความผิดนี่นะครับก็ยังได้รับการรักษาเยียวยา ได้รับการรักษา ซ่อมรถของตัวเอง หรือว่าซ่อมรถของคู่กรณี ไม่พอแล้วครับตรงนั้น พ.ร.บ. นี้จะต้องออกมาให้ทันสมัยกับ โลกปัจจุบันนะครับว่า ผู้กระทำความผิดท่านจะต้องรับโทษด้วย อาจจะบอกว่า เบี้ยค่าประกันภัยอาจจะต้องสูงเพิ่มขึ้น หรือว่าไม่สร้างอุบัติเหตุเบี้ยประกันภัยก็อาจจะ ลดน้อยลงอะไรแบบนี้เป็นต้น รวมทั้งงบประมาณที่คณะกรรมการเรกูเลเตอร์ (Regulator) ชุดนี้เขากำกับดูแลอยู่อีกหลายหมื่นล้านบาทนะครับ ที่เขาเรียกว่ากองทุนป้ายทะเบียนรถ อะไรตรงนั้นนะครับ อยู่ใน พ.ร.บ. นี้นะครับที่ว่าประมูลเลขสวย เงินที่ได้จากการประมูล เลขสวยที่มีอยู่ตั้งหลายหมื่นล้านบาทยังไม่ได้งัดออกมาใช้เพื่อประโยชน์ในการลดและป้องกัน อุบัติภัยทางท้องถนนเลย เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวันนี้คณะกรรมาธิการไม่ได้ เสนอเป็นการยกร่างขึ้นมา แต่เสนอว่าเราจะขอปรับปรุงแก้ไขเพิ่มอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการเรกูเลเตอร์ (Regulator) คณะนี้ครับ ก็ขอจบการนำเสนอแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ