สนิท พรหมวงษ์ หารือประเด็นความปลอดภัยทางถนนอย่างรอบด้าน เน้นย้ำความสำคัญของยานพาหนะปลอดภัยภายใต้กรอบยุทธศาสตร์และมาตรฐานสากล โดยเสนอให้กรมการขนส่งทางบกทำหน้าที่หลักในการกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะรถ ปรับปรุงกฎกระทรวงเกี่ยวกับความสูงและความสามารถในการทรงตัวของรถ รวมถึงผลักดันการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น เข็มขัดนิรภัย ABS รีทาร์ดเดอร์ จีพีเอส ค้อนทุบกระจก และกระจกเทมเปอร์ พร้อมเรียกร้องการปรับปรุงระบบตรวจสภาพรถด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เช่น ซีซีทีวีและระบบออนไลน์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้วยความเคารพครับ กระผม สนิท พรหมวงษ์ กรรมาธิการครับ จะขออนุญาตนำเสนอในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในเรื่องของยานพาหนะปลอดภัย โรด เซฟตี ฟอร์ เซฟเฟอร์ วีอิเคิลส์ (Road Safety for Safer Vehicles) นะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าเรื่องของความปลอดภัยทางถนนแท้ที่จริงแล้วกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ขอนำเรียนว่าจะเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเกือบทุกเรื่องประเด็นของปัจจัย เป็นเจ้าภาพเกือบทุกเรื่อง เป็นเจ้าของเรื่องได้เกือบทุกประเด็น ก็ขออนุญาตว่าภายใต้กรอบ ของปฏิญญาบราซีเลีย ปฏิญญามอสโก รวมถึงซิกซ์ เซฟตี สทราทิจีส์ โมเดล (Six Safety Strategies Model) ของกรรมาธิการตรงนี้นี่นะครับ แล้วก็ในเรื่องของความปลอดภัย นับว่า เป็นเรื่องที่ผมเรียนว่าสภาแห่งนี้ก็ให้ความสำคัญ แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องของเราจะขับเคลื่อนใน เรื่องของความปลอดภัยนะครับ
ในเรื่องของยุทธศาสตร์ที่ ๔ ขออนุญาตนำเรียนไปที่เรื่องของยานพาหนะ ปลอดภัยหรือรถปลอดภัย จริง ๆ แล้วหน่วยงานก็ได้ดำเนินการในเรื่องของความปลอดภัย ของยานพาหนะนี้ไปเกือบทุกประเด็นนะครับ ขออนุญาตไปกรอบเกี่ยวกับเรื่องของตัวรถนะครับ สิ่งแรกเลยอันนั้นก็คือในเรื่องของกฎกระทรวง กฎกระทรวงที่กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นกฎกระทรวงใหม่มีผลบังคับใช้ แล้วเมื่อมีนาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมานะครับ ประเด็นสาระสำคัญอันนั้นก็คือเกี่ยวกับเรื่องของ ปรับลดความสูงของตัวรถขนาดใหญ่หรือรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาที่ สาธารณะให้ความสนใจ อันนั้นก็คือรถโดยสารปัจจุบันนี้มีความสูงตามข้อกำหนด ตามกฎกระทรวงไม่เกิน ๔ เมตร ๓๐ เซนติเมตร ปัจจุบันกฎกระทรวงใหม่ได้ประกาศใช้แล้ว มีผลบังคับใช้แล้วก็คือความสูงของรถต่อไปจะไม่เกิน ๔ เมตร แล้วนำเรียนด้วยความเคารพ ก็คือตรงที่มีผลบังคับใช้แล้ว รถโดยสารจะสูงไม่เกิน ๔ เมตร แต่อย่างไรก็ตามรถโดยสาร สาธารณะทุกประเภทที่มีความสูงเกิน ๓ เมตร ๖๐ เซนติเมตร รถเหล่านี้ทุกคันจะต้อง ผ่านการทดสอบการทรงตัวของรถ เพราะฉะนั้นจะมีการควบคุมอยู่ใน ๒ ของขั้นตอน ในเรื่องความสูงภาพรวมไม่เกิน ๔ เมตร แล้วก็รถที่สูงเกิน ๓ เมตร ๖๐ เซนติเมตร จะต้องผ่านการทดสอบการทรงตัวทุกคันนะครับ แล้วเกี่ยวกับเรื่องกฎกระทรวงที่ลงใน ราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้วตรงนี้ โดยสาระสำคัญนอกจากความสูงแล้วตรงนี้ก็ได้ ให้ฐานอำนาจเกี่ยวกับเรื่องของการกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะ ให้กรมการขนส่งทางบก เป็นผู้ประกาศกำหนดใช้ ตรงนี้เองนำไปสู่ในเรื่องของการวางมาตรฐานเพื่อให้เป็นรูปธรรม ในเรื่องของยานพาหนะปลอดภัย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องของยานพาหนะ ปลอดภัยในเกี่ยวกับเรื่องของอุปกรณ์ส่วนควบนอกจากความสูงที่นำเรียนไปแล้ว
อันดับแรกก็เกี่ยวกับเรื่องของระบบการตรวจสภาพรถ เรียนว่าต่อไป สำนักงานกรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ ๑๙๔ แห่งจะต้องมีอุปกรณ์ในเรื่องของการตรวจ สภาพรถ นอกจากรถที่มีอายุเกิน ๗ ปี ๕ ปีที่จะต้องผ่านการตรวจสภาพจากเอกชนหรือ ตรอ. นะครับ เพื่อป้องกันเกี่ยวกับเรื่องของความคลางแคลงในเรื่องของคุณภาพการตรวจ สภาพที่ ตรอ. ทุกแห่งเรากำหนดให้ติดตั้งซีซีทีวี (CCTV) นะครับ แล้วก็มีศูนย์ควบคุมอยู่ที่ กรมการขนส่งทางบก นอกจากนั้นแล้วเราจะลดขั้นตอนเกี่ยวกับเรื่องของการถือใบรับรองมา ที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อต่อใบอนุญาตหรือต่อภาษีนะครับ โดยทำระบบออนไลน์ (Online) ตรงนี้ก็มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คือสรุปแล้วในเรื่องของ ใบรับรอง ตรอ. ก็ดี ใบรับรองของตรวจสภาพแก๊สก็ดี จะใช้ระบบออนไลน์ (Online) นะครับ ก็คือลิงก์ (Link) ตรงมาที่กรมการขนส่งทางบก
เกี่ยวกับเรื่องของความมั่นใจในเรื่องของโครงสร้างตัวรถนะครับ รถขนาดใหญ่ รถโดยสารสาธารณะที่หลังจากเกิดอุบัติเหตุแล้วตามข่าวที่เราติดตามหลายครั้ง เมื่อเกิด อุบัติเหตุแล้วความมั่นคงแข็งแรงของตัวโครงรถโดยสาร ตรงนี้กรมการขนส่งทางบกก็จะ ประกาศกำหนดลักษณะของรถต้นแบบที่จะมาประกอบเป็นรถโดยสารสาธารณะ จะต้องนำ รถต้นแบบมาทดสอบความแข็งแรงโดยลักษณะทดสอบตามสภาพจริง ก็คือเป็นลักษณะของ ทดสอบแบบทิ้งตัว สร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องของตัวรถ เมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์คือเกิด อุบัติเหตุแล้วนี้สามารถที่จะคุ้มครองคุ้มกันเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสาร
อีกประเด็นหนึ่งที่เราจะประกาศกำหนดอันนั้นก็คือจุดยึดที่นั่ง ไม่ว่าจะเป็น ที่นั่งผู้โดยสารแล้วก็เข็มขัดนิรภัย ตรงนี้ก็จะกำหนดรูปแบบแล้วก็มาตรฐานคุณสมบัติ
ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งของรถขนาดใหญ่ อันนั้นก็คือเรื่องการกำหนดมาตรฐาน ของเอบีเอส (ABS) แล้วก็ตัวหน่วงความเร็ว หรือรีทาร์ดเดอร์ (Retarder) ตรงนี้ก็ สำหรับรถขนาดใหญ่ แล้วก็ใช้วิ่งในลักษณะของภูมิประเทศที่เป็นลักษณะทางโค้งหรือ ทางลาดชันนะครับ รวมถึงผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นชินเส้นทางนะครับ อุปกรณ์เหล่านี้เราก็จะกำหนดให้ ติดตั้งในรถขนาดใหญ่ทุกคัน
เกี่ยวกับเรื่องของมาตรฐานวัสดุเหมือนที่เกี่ยวกับเรื่องการเกิดอุบัติเหตุแล้วนี่ หลายครั้งนะครับวัสดุอุปกรณ์ที่ประกอบเป็นอุปกรณ์ส่วนควบอยู่ในรถ ไม่ว่าจะเป็นพื้น เบาะที่นั่ง ม่านหน้าต่าง เพดานนะครับ ตรงนี้เราจะกำหนดว่าจะต้องเป็นวัสดุทนไฟ เพราะหลายครั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อมีประกายไฟแล้ว การลุกลามก็จะทำให้เกิดการสูญเสีย ในชีวิตและทรัพย์สินแต่ละครั้งนี้เป็นจำนวนมากนะครับ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของประเด็นอุบัติเหตุที่เป็นสาเหตุหลักอีกอันหนึ่ง ในการใช้รถใช้ถนนบนทางหลวงสาธารณะร่วมกันของรถบรรทุกขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น รถพ่วง รถลากจูง ประเด็นปัญหาของปัจจัยอุบัติเหตุอีกอันหนึ่งก็คือเกี่ยวกับเรื่องของ มาตรฐานอุปกรณ์ต่อพ่วงหรืออุปกรณ์ลากจูง ไม่ว่าจะเป็นจานพ่วง สลักพ่วง ข้อต่อพ่วง หรือห่วงลากพ่วง ตรงนี้เราก็จะกำหนดให้ได้มาตรฐานสากลนะครับ จริง ๆ แล้วเราได้กำหนด ไว้ในแผนงานโครงการเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่งอันนั้นก็คือเกี่ยวกับ เรื่องของตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ที่ยึดติดกับตัวรถนะครับ เรียนว่าปัจจุบันนี้ถ้าเกิดการ ประมาท จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ในลักษณะของอุปกรณ์ต่อพ่วงจะเกิดผลกระทบต่อผู้ที่ ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน จากนี้เป็นต้นไปเราจะกำหนดเป็นมาตรฐานสากล อันนั้นก็คือให้ ประชาชนที่อยู่บนถนนหนทางหรือใช้รถใช้ถนนด้วยกันสามารถที่จะเห็นชัดเจนว่าอุปกรณ์ ตรงนี้ได้ยึดอุปกรณ์กับตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เรียบร้อยหรือยัง มีระบบอะเลิร์ต (Alert) อะลาร์ม (Alarm) ไปที่พนักงานคนขับ แล้วก็สามารถที่จะเห็นชัดเจนโดยประชาชน คนทั่วไป
อุปกรณ์อีกอันหนึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องของแผ่นสะท้อนแสง ตรงนี้ต้องเห็นชัด ทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วก็มีรูปแบบที่ชัดเจนในกรณีที่รถจอดเสียข้างทางก็สามารถที่จะ เห็นได้ทั้งกลางวันและกลางคืนนะครับ รถไฟฟ้าเราก็มีทั้งการสนับสนุนและจะกำหนด มาตรฐานในการใช้รถใช้ถนน รถตู้โดยสารซึ่งเป็นประเด็นสำคัญนะครับ อันนี้ก็เรียนว่า ในระยะเร่งด่วนจะต้องติดตั้งจีพีเอส (GPS) ทุกคัน มีค้อนทุบกระจก กระจกรถต้องเป็น เทมเปอร์ (Tempered) และที่สำคัญก็คือตอนนี้กรมการขนส่งทางบกได้กำลังศึกษาเกี่ยวกับ เรื่องของรถตู้สาธารณะ รถโดยสารต่อไป เรียนว่าต่อไปก็จะออกมาในรูปของรถบัส (Bus) ขนาดเล็กที่มีขนาดที่นั่ง ๑๘ ถึง ๒๒ ที่นั่ง ก็คือไม่ใช่รถตู้นะครับอันนี้เรียนไว้ รถโรงเรียน รถโรงเรียนกรมการขนส่งทางบกตอนนี้ประกาศแล้วก็คือจะกำหนดมาตรฐาน ที่สะท้อนความเป็นจริงในวิถีชีวิตชุมชน ก็คือในลักษณะของเดิมที่ประกาศไว้จะเป็นลักษณะ ของรถตู้เป็นทั้งรถโรงเรียนแล้วก็รถรับส่งนักเรียน ปัจจุบันเราประกาศเพื่อให้มีผลกำกับ ควบคุมดูแลแล้วก็บังคับใช้กฎหมายได้ก็คือรถที่ถูกดัดแปลงมานะครับ เรียนว่าในแผนงาน โครงการตรงนี้เพื่อให้เป็นรูปธรรม กรมการขนส่งทางบกได้ทำเป็นแอ็กชันแพลน (Action plan) แล้วก็ทำเป็นเช็กลิสต์ (Checklist) เพื่อที่จะดำเนินการให้ได้ในระยะสั้น ก็คือภายใน ปี ๒๕๕๙ โครงการมั่นใจทั่วไทย รถใช้จีพีเอส (GPS) ก็คือเป็นเรื่องของความปลอดภัย ทางของตัวรถ แล้วก็นำไปสู่ในเรื่องของการบริหารจัดการในอนาคต ตรงนี้กรมการขนส่ง ทางบก กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าแล้วก็คือให้ไปตั้งจีพีเอสแทร็กกิง (GPS Tracking) ในเรื่องของพิกัดความเร็ว แล้วก็ควบคู่ไปกับอุปกรณ์บ่งชี้ตัวตนคนขับรถ อันนั้นก็คือเครื่องรูด ใบอนุญาตขับขี่ซึ่งจะแสดงถึงพฤติกรรมการใช้รถ กลุ่มเป้าหมายของจีพีเอส (GPS) รถโดยสารทุกประเภททุกคันติดตั้งทันทีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็คือ ๒๕ มกราคม รถทุกประเภท ทุกคันของรถโดยสารจะต้องติดตั้งจีพีเอส (GPS) นะครับ ที่จดทะเบียนใหม่ แล้วรถที่ยังไม่ติด ภายในปีหน้า ปี ๒๕๖๐ รถโดยสารทุกประเภททุกคันจะต้องมีจีพีเอส (GPS) พร้อมกับเครื่องรูดบัตร กลุ่มเป้าหมายอีกอันหนึ่งเพื่อตอบโจทย์เกี่ยวกับเรื่องของทั้ง ความปลอดภัยแล้วก็เรื่องของจราจรอันนั้นก็คือรถบรรทุกตั้งแต่ ๑๐ ล้อขึ้นไปจะต้องมา ติดตั้งจีพีเอส (GPS) ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป แล้วก็จะจบในปี ๒๕๖๒ ก็แปลว่าจากนี้เป็นต้นไปพฤติกรรมการใช้รถ การเดินรถบนถนนหนทาง แล้วก็เรียนว่า โครงการมั่นใจทั่วไทย รถใช้จีพีเอส (GPS) ทางกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก ได้ออกแบบให้บริหารจัดการด้วยกัน ก็คือที่ศูนย์จีพีเอส (GPS) กลาง ที่ศูนย์จีพีเอส (GPS) ประจำจังหวัดที่จะใช้กำกับควบคุมบังคับใช้ในเชิงพื้นที่ แล้วก็ผู้ประกอบการทั้งรถโดยสาร และผู้ประกอบการรถบรรทุกก็สามารถที่จะใช้ฐานข้อมูลที่เป็นเรียลไทม์ (Real time) อันเดียวกันมาบริหารจัดการรวมถึงพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนก็สามารถที่จะมาร่วม บริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชัน ดีแอลที จีพีเอส (Application DLT GPS) ก็ขออนุญาตสรุป ในเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ที่ ๔ สำหรับยุทธศาสตร์ที่ ๕ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านอาจารย์ กอบกุล อาภากร ณ อยุธยา กรรมาธิการนำเสนอยุทธศาสตร์ที่ ๕ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ