นิกร หารือแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน เสนอปรับโครงสร้าง-ใช้งบฉุกเฉิน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๙ · ๒ สิงหาคม ๒๕๕๙

นิกร จำนง หารือแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนและเสนอให้ใช้งบกลางฉุกเฉินเพื่อเร่งดำเนินการ พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบการนับผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากลโดยใช้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานร่วมกัน ทั้งยังชี้ปัญหาโครงสร้างองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนนที่อ่อนแอ พร้อมเสนอปรับบทบาทการกำกับดูแลให้มีการประชุมสม่ำเสมอ เพิ่มความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและตำรวจ และเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณอย่างเป็นระบบเพื่อเสริมสร้างศูนย์ปลอดภัยคมนาคมให้มีประสิทธิภาพในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง

นายนิกร จำนง ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกครับ แผนสำหรับปีใหม่นี้นะครับ อยากจะนำเรียนว่ามีอยู่โดยละเอียดเรามีเวลา น้อยก็เลยเสนอ มีละเอียดมากนะครับ หมายความว่าหน่วยราชการหรือใครที่เกี่ยวข้อง สามารถเอาไปดำเนินการได้ทันที แล้วก็ผ่านประสบการณ์มาเพียงพอแล้วที่จะดำเนินการ นี่นะครับ ที่สำคัญก็คือว่าระยะเวลาตอนนี้จะไม่ทันอยู่แล้วท่านประธาน เพราะท่านประธาน ก็ทราบเรื่องระบบงบประมาณ ขณะนี้งบประมาณอยู่ เครื่องมือในการเป่าก็ดี เครื่องมือ วัดความเร็วก็ดี การจัดหาเหมือนตอนนี้จะไม่ทันเสียด้วยซ้ำ เราก็เลยเสนอว่าควรจะต้องมี การใช้งบกลางฉุกเฉินถึงจะทำได้ นี่ก็ค่อนข้างช้าแล้วนะครับ นี่แค่ ๗ วันครับ เราจะเทสต์ (Test) ระบบกันเท่านั้นเอง แต่สาระสำคัญคือแผนรวม ผมอยากจะเรียนว่าในส่วนแผน ระยะกลางก็คือร่างแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ ที่เราเสนอ ขึ้นมาเป็นแผน อยากจะเรียนว่าผมเองมีประสบการณ์กับเรื่องนี้มากเพราะว่าในช่วงที่ผมเป็น รัฐมนตรีตอนช่วงปี ๒๕๔๗ นะครับ เราก็ดำเนินการสู้กับ ๗ วันอันตรายนี่ แล้วก็สู้ไม่รอดนะครับ หมายถึงว่ายันไม่อยู่ แล้วก็ทำให้เห็นภาพกว้างขึ้น เราก็เลยมีการนำเสนอแผน ๔ ปี เป็นแผนแม่บทในตอนนั้น ก็มีการกำหนดกันขึ้นมาแล้วก็ใช้องคาพยพ ใช้รองนายกรัฐมนตรี มาเขียนแผน ตอนนั้นเราใช้เป็นแผนนะครับ ซึ่งผมเรียนว่าประสบความสำเร็จชัดเจนตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๑ ซึ่งในแผนปีนี้เราถอดจากตรงนั้นมาหลายส่วน เอาประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จมา ในช่วงนั้นเรามีการกำหนดว่าเรามีแผนเป็น ๕ อี (5E) นะครับ ผมเคยเสนอไปบ้างแล้วก็คือ อี (E) แรก เอนฟอร์ซเมนต์ (Enforcement) ก็คือขณะนี้ก็ใช้เหมือนกัน การบังคับใช้ กฎหมายเพราะคนไทยไม่ค่อยอยู่ในระเบียบวินัย ไม่ค่อยเชื่อถือในกฎหมายต้องใช้อันนี้ เป็นตัวบังคับ อันที่ ๒ เป็นเอนจิเนียริง (Engineering) ซึ่งขณะนี้เรามาปรับเป็น ความปลอดภัยทางถนน ก็คือการจัดการเรื่องถนนให้ปลอดภัยเป็นวิศวกรรม แผนวิศวกรรม อันที่ ๓ ก็คือเป็นเอดูเคชัน (Education) ครั้งนี้ก็มีเป็นเรื่องการปรับพฤติกรรม การเข้าไปเสริมในระบบโรงเรียน แล้วก็แผนต่อมาที่ใช้ในช่วงปีนั้นนะครับ ในช่วงแผน ๑ ก็คือช่วยเหลือฉุกเฉินคืออีเอ็มเอส (EMS) ซึ่งขณะนี้เราก็มีเป็นแผนที่ ๖ ของเรานะครับ แล้วก็นอกจากนั้นก็ยังมีแผนการประเมินผล เพราะถ้าไม่ประเมินผลก็ไม่ทราบเลยว่าจะทำ อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเป้าหมายตอนนั้นที่เราชี้กันนะครับ ในแผนนั้น เรากำหนดว่าเราจะลดลงมาให้ไม่เกิน ๒๐ คนต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากรเท่านั้นเอง แล้วก็ ใช้เวลา ๔ ปี ปรากฏว่าเราทำได้ จาก ๒๒ คน เราสามารถลดในช่วงนั้นได้ สามารถรักษาชีวิต ผู้คนได้ปีละ ๒,๓๐๐ คนในช่วงนั้นหมายถึงปีสุดท้าย ดังนั้นที่เราบอกว่าแผนที่เรากำหนด ขณะนี้เราจะลด ๓,๕๐๐ คนต่อปี ยืนยันว่าทำได้ถ้าทำจริง ๆ เพราะว่าเรามีการเพิ่ม ความเข้มข้นขึ้นไป แต่ตอนนั้นเราไปเพิ่ม ผมได้ประกาศให้มอเตอร์ไซค์เปิดไฟหน้า เวลากลางวันด้วยตอนนั้น ซึ่งจะช่วยได้ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ปีนี้เราต้องหา มาตรการใหม่ ๆ สถานการณ์หลังจากวันนั้นมาถามว่าเรามีแผนไหมที่เราจะมีแผนแม่บทนี่ เรามีช่วงประมาณปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ ขณะนี้มีอยู่ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า แผนที่กำหนดนะครับ เป้าหมายที่มีการกำหนดร่วงมาตั้งแต่ต้น หมายความว่ามีแผนอยู่ แต่ว่าทำไม่ได้มันทะลุแผน ทะลุแผนมาทั้งปี และทะลุเยอะด้วยนะครับ เทศกาลสงกรานต์ เสียชีวิตไปแล้วนะครับ อย่างปี ๒๕๕๖ ตั้งเป้าจะเสียชีวิตไม่เกิน ๑๔.๔๓ ต่อแสนประชากร เสียชีวิตไปถึง ๒๒.๘๙ นะครับ ปี ๒๕๕๗ ข้อมูล ๙ เดือนก็ตั้งเป้าว่า ๑๓ ปรากฏว่า ๙ เดือน เสียไป ๑๕.๕๒ แล้วนะครับ และปีต่อมาก็ไม่มีเหตุ หมายถึงว่าไม่มีข้อสรุป ซึ่งอยากจะเรียน ท่านประธานว่าที่มีการสรุปว่าเสียชีวิตเท่าไรของเรานี่เราใช้ฐานเดียวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหลัก นี่เราคิดวันเดียว จริง ๆ แล้วต้องคิด ๓๐ วันนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ นี่สากลนะครับ แล้วก็มีการใช้ ๓ ฐานก็คือว่าที่จะต้องเราเสนอให้ใช้ในครั้งนี้คือใช้ฐานจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็จากสำนักงานคณะกรรมการ กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยนะครับ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจะเป็นตัวเลขขึ้นทุกวัน ก็นำเรียนว่าในส่วนนี้เอง อุบัติเหตุมีเสียชีวิตขึ้นมามาก เราก็เลยขอข้อมูลมาจากองค์การอนามัยโลก สรุปว่าเรา เสียชีวิต ๓๖.๒ คน เท่ากับว่า ๒๔,๒๐๐ กว่าคนต่อปี ผมจะคำนวณให้ดูว่าเราเป็นที่ ๒ ของโลกขณะนี้ที่เสียชีวิต เท่ากับว่าเราเสียชีวิตวันละ ๖๐ กว่ารายทุกวัน แต่เนื่องจากว่า กระจายกันทั่วในท้องไร่ปลายนาบ้าง ผมยังเคยพูดว่าเราเสียชีวิต เขายิงกัน ๕๐ คนที่มีเหตุ ดังไปทั้งโลก แต่ของเราตายวันละ ๖๐ คน ๖๐ คนแล้วก็เงียบ มันไม่ได้นะท่านประธานครับ แล้วก็ในส่วนนี้เองสถิติก็คือว่าในช่วงปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๘ รถจักรยานยนต์เสียชีวิต มากที่สุด ท่านสมาชิกได้เสนอไว้แล้วคนกลุ่มไหนตาย ๑๕ ปีถึง ๑๙ ปี เป็นกลุ่มใหญ่มาก ที่เสียชีวิต ดังนั้นเราก็เลยกำหนดเป็นแผนแม่บทขึ้นมา วิสัยทัศน์ของแผนแม่บทที่เราเสนอ ขึ้นมาซึ่งอยู่ในนี้ละเอียดแล้ว สามารถเอาไปใช้ได้เลย ก็คือ คน รถ ถนน ปลอดภัย สร้างวินัย และพฤติกรรมที่ดีในการใช้รถใช้ถนนนะครับ ผมจะชี้ว่าเป้าหมายของเราเป็นอย่างไร เป้าหมายเรามีการกำหนดว่าในแผนนี้ ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ นี้ อัตราที่ ๓๖.๒ คนต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากรในปีแรก เราจะลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในปีแรก และปีต่อไปบวกอีก ร้อยละ ๒.๕ และปีต่อไปเริ่มไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงร้อยละ ๒๐ กดลงมาให้ลดได้ร้อยละ ๒๐ ซึ่งถ้าตามตารางอยากจะเรียนว่าจะน่ากลัวสักหน่อยนะครับท่านสมาชิก ท่านประธานครับ ในปีแรกถ้าเป็นไปตามนี้เรามีแผนนะครับ จะเสียชีวิตลดลงจาก ๒๔,๐๐๐ คน เหลือ ๒๑,๐๐๐ คน แต่ถ้าไม่มีจะเสียชีวิตประมาณ ๒๓,๐๐๐ คนนะครับปีต่อไป ปี ๒๕๖๑ ลดลง ไปอีกนะครับ จะเสียชีวิตน้อยลงไปเหลือ ๒๐,๐๐๐ คนนะครับ แต่ถ้าไม่มีแผนก็ ๒๓,๐๐๐ คน อันนี้เราถือว่ายืนเท่าเดิม และปีต่อไปก็ไปเรื่อย ๆ สรุปว่า ๕ ปี เราตั้งเป้าว่าถ้าไม่มีแผนเลยจะเสียชีวิต ๑๑๗,๐๐๐ กว่าคน แต่ถ้ามีแผนจะเสียชีวิต เหลือ ๑๐๐,๐๐๐ คน ต่อ ๕ ปี ซึ่งก็เท่ากับว่าปีละเหลือ ๒๐,๐๐๐ คน จาก ๒๔,๐๐๐ คน กราบเรียนท่านประธานว่าแผนตรงนี้ถ้าออกไปสภาแห่งนี้สามารถจะช่วยชีวิตผู้คนในประเทศนี้ ได้ไม่น้อยกว่า ๑๗,๐๐๐ คน ต่อ ๕ ปี ตามแผนนี้เรายืนยันว่ามีความเป็นไปได้สูง ดังนั้น ถามว่าเราจะทำอย่างไร ผมจะไปเร็ว ๆ นะครับ รายละเอียดอยู่ในเล่มหมดแล้ว ก็คือว่า เรากำหนดเป็น ๖ ยุทธศาสตร์ คือซิกซ์ เซฟตี สทราทีจี (Six Safety Strategy) เป็น ๖ เอส (6S) แทนที่จะเป็น ๕ เพิ่มขึ้นมา ๑ อันแรกเหมือนเดิม ก็คือว่ายุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือยุทธศาสตร์ ว่าด้วยกฎหมายความปลอดภัยทางถนนและการบังคับใช้ กฎหมายทำใหม่ แล้วก็การบังคับ ใช้กฎหมาย ซึ่งตรงนี้จะมีท่านไตรรัตน์ เดี๋ยวท่านจะนำเสนอ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ จะเป็นการ บริหารการจัดการความปลอดภัยทางถนน เป็นโรด เซฟตี แมเนจเมนต์ (Road Safety Management) เดี๋ยวผมจะเสนอต่อจากนี้เล็กน้อย ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เป็นเรื่องถนนปลอดภัย ซึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับถนนโดยรวม ท่านชัยวัฒน์ ทองคำคูณ จะมานำเสนอต่อท่านทั้งหลาย ท่านเป็น ผอ. สนข. รายละเอียดมีอยู่หมดแล้ว ยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือยานพาหนะปลอดภัย เราเริ่มตั้งแต่ว่ากฎหมาย การบริหารจัดการ แล้วก็เรื่องถนนที่ปลอดภัย ยานพาหนะที่ ปลอดภัยโดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ท่านสนิท พรหมวงษ์ จะนำเสนอรายละเอียดนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ เป็นเรื่องการให้การศึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งอาจารย์กอบกุล ก็จะมา นำเสนอต่อจากนี้ และยุทธศาสตร์ที่ ๖ ท่านตัวจริงเสียงจริง ท่านอนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่องดูแลอีเอ็มเอส (EMS) จะเป็นผู้เสนอ

ผมนำเรียนต่อเนื่องไปอีกนิดเดียว ก่อนที่จะนำไปสู่ยุทธศาสตร์ จะได้ไม่ต้อง ลุกขึ้นหลาย ๆ หน ผมจะเข้ายุทธศาสตร์ที่ ๒ ในส่วนผมรับผิดชอบ ที่ผมต้องพูดถึง ยุทธศาสตร์ที่ ๒ เพราะผมเคยบริหารองค์กรนี้ เดิมผมเคยเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ปลอดภัย ทางถนน ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีคือท่านจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธาน ผมเป็นรองประธาน การจัดการตรงนี้นำเรียนว่าการบริหารจัดการสำคัญมาก องค์การอนามัยโลกเขาเอาข้อนี้ เป็นข้อหนึ่ง คือจัดตรงนี้ก่อน ถ้าหากว่ารัฐเองไม่ดูแลเรื่องนี้ แผนไม่ดีเรื่องนี้ที่เหลือมันก็ เหลวหมด แต่ว่าเราเอามาไว้เป็นข้อ ๒ ประเด็นตรงนี้เรามีปัญหาเรื่ององค์กร องค์กรปัจจุบันนี้ ยืนยันท่านประธานว่าไม่เหมาะสม เพราะว่าหลังจากนั้นเขามีการลดอำนาจขององค์กรลง ลดขนาด เดิมเป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็นคนดูแลควบคุม หมายถึงว่ากำกับดูแลด้วย ขณะนี้ รองนายกรัฐมนตรีดูแลเฉพาะนโยบายอย่างเดียว แล้วเท่าที่ทราบ ๔ ปี ๕ ปีที่ผ่านมาแทบจะ ไม่มีการประชุมเลย ในตอนที่เราสู้กันเรื่องนี้เราประชุมกันปีหนึ่งตั้งหลายครั้งในการดู งบประมาณบ้างจัดปรับปรุงใหม่บ้าง ไม่มีการประชุม พอไม่มีการประชุมองค์กรที่รับผิดชอบ ขณะนี้ออกแบบใหม่ไปอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมได้นำเสนอแล้วว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านมีอำนาจ แต่จะข้ามไปกระทรวงคมนาคมได้อย่างไร จะข้ามไปกระทรวงอื่นได้อย่างไร ตรงนี้เป็นฟังก์ชัน (Function) ที่มีปัญหา เราก็มีการเสนอ ว่าให้รีออแกไนซ์ (Reorganize) ตรงนี้ รีออแกไนซ์ (Reorganize) อย่างไร นำเรียนกลไกตรงนี้ ข้างบนขณะนี้มีอยู่ ส่วนบนเป็นฝ่ายนโยบายไม่ได้มีการประชุม ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่ เราก็เสนอว่าเอาเถอะยังเป็นแบบนี้อยู่ก็ได้ จะได้ไม่เป็นการหักด้ามพร้าด้วยเข่า ให้ยังอยู่ แต่ขอให้ประชุมทุกไตรมาส ไตรมาสหนึ่งประชุมเพื่อจะไล่แผน ในขณะที่ข้างล่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคุมในอีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนที่คุมกลไกทั้งหลาย ก็ขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสรุปทุกเดือน หมายถึงว่าเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าแต่ละเดือนยอดมันลดลง ยอดมันอย่างไร ไม่อย่างนั้นปีหนึ่งเราเอาไม่อยู่ ให้กำหนดตรงนี้ นี่เป็นเรื่องกลไก แล้วก็ต่อเนื่องไปถึงท้องถิ่น ท้องถิ่นก็มีความสำคัญ กลไกตรงนี้เฟืองทุกเฟือง ก็มีการกำหนดให้ดี แล้วก็ที่สำคัญในองค์กรปัจจุบันเลขาธิการก็คือ ปภ. ปภ. ก็คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่ง ปภ. เองไม่มีความรู้เรื่องถนน ไม่มีความรู้เรื่อง อุบัติเหตุ เราก็เสนอไป มีการปรับเปลี่ยนขอให้กระทรวงคมนาคมไปเป็นโค (Co) ไปร่วมเป็น ไม่ใช่ไปเป็นโคเป็นวัวเป็นควาย หมายถึงว่าไปร่วมเป็นเซเครทาเรียต (Secretariat) คือไป ร่วมเป็นเลขานุการ แล้วก็ตำรวจด้วย ก็คือขอเพิ่มอีก ๒ หน่วย เพราะว่าตำรวจดูแลเรื่องคดี กระทรวงคมนาคมดูแลเรื่องถนนจะรู้เรื่องอุบัติเหตุร่วมกัน อย่างนี้ถึงจะไปได้

ประเด็นต่อมาเรื่องกลไกการบริหาร ท่านประธานทราบไหมครับว่าขณะนี้รู้ แต่ว่ารถชนวันนี้มีการไปถ่ายรูปมาเก็บ ไม่มีการรวบรวมข้อมูลนี้ไว้เลยในระบบของเรา เราถึงชี้ไม่ถูก เราถึงสั่งการไม่ถูกว่าต้องทำอย่างไร เรามีศูนย์ปลอดภัยคมนาคมเป็นคน รวบรวม แต่รวบรวมแล้วไม่เคยมีการรวบรวมไปทั้งปี หมายถึงว่าเอามาใช้ หน่วยนี้ไม่มีสังกัด เป็นเจ้าไม่มีศาล คือลอยอยู่เฉย ๆ กับสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม เราเสนอไปว่า ให้ปรับตรงนี้ ยกอัปเกรด (Upgrade) ขึ้น ให้เป็นหน่วยงานเทียบเท่าระดับกรม เป็นสำนัก เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลมาเก็บไว้ ดาต้าคอลเลกชัน (Data collection) นี่ไม่มีเลย การวิเคราะห์เป็นสิ่งตามมาที่เราเสนอ คือให้มีการวิเคราะห์ปัญหาตรงนี้มาเพื่อจะได้สั่งการได้ ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นถ้าเราไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไรแล้วเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไรนะครับ

ประเด็นต่อไปก็คือว่ากลไกที่ไม่มีประสิทธิภาพ เรายังเสนอไปด้วย ท่านประธานครับว่าตรงนี้เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลเราเสนอเป็นมาตรการเรื่องเซฟตีอาย (Safety eyes) คือประชาชนขณะนี้มีเรื่องใหม่ โครงการใหม่ ก็คือมีกล้องติดหน้ารถ เราก็เสนอเป็นว่า ผมไปเสนอแล้วว่าให้ไปอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าประชาชนเขามีคลิป (Clip) ตรงนี้ ให้เขาส่งมา เราจะได้เก็บไว้ว่าเหตุตรงไหนจะได้ประกอบรูปคดีด้วย จะได้รู้ว่าถนนตรงไหน เป็นอย่างไร ส่วนนี้จะเป็นข้อเสนอนะครับ ดังนั้นในส่วนนี้ก็คือเสนอว่าให้ปรับรูปแบบองค์กร เสียใหม่ เพราะว่าเป็นสาระสำคัญ มีการปรับปรุงเรื่องอินฟอร์เมชัน (Information) มีปัญหา เรื่องออแกไนเซชัน (Organization) ก็รีออแกไนเซชัน (Reorganization) เสีย อินฟอร์เมชัน (Information) ก็แก้เสีย แล้วก็รวบรวมมาแล้วนี่นะครับ มีการวิจัย และที่สำคัญที่ท่านประธาน ก็คงรับทราบด้วยนะครับว่างบประมาณนี่ไม่มีไม่ได้เลยในงานพวกนี้ ระบบงบประมาณ ก็คือเป็นบัดเจตทารีซัปพอร์ต (Budgetary support) ก็คือให้มีการสนับสนุนงบประมาณ ต่องานนี้ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นสั่งแต่ว่าให้ไปใช้งบเจียดจ่ายจากหน่วยงานตัวเองไม่มีทาง เป็นไปได้ นั่นคือทั้งหมดนะครับเกี่ยวกับเรื่องกลไกการบริหารที่มีการเสนอเป็นยุทธศาสตร์ที่ ๒

ยุทธศาสตร์ต่อไปผมจะขออนุญาตท่านประธานย้อนไปยังยุทธศาสตร์ที่ ๑ โดยท่านไตรรัตน์ อมาตยกุล ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ