วัลลภ สนับสนุนปฏิรูปการคลังท้องถิ่น เสนอเพิ่มประสิทธิภาพรายได้-งบประมาณ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วัลลภ พริ้งพงษ์ แสดงความเห็นเห็นชอบร่างรายงานการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ขอให้ชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นการปฏิรูประบบงบประมาณและการใช้ข้อมูล จปฐ. ในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการบูรณาการแผนพัฒนาตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงจังหวัด การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำงบประมาณ และความชัดเจนของกลไกกำกับดูแล เช่น กบอ. และคณะกรรมการบูรณาการแผน รวมถึงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานกำกับดูแลงบประมาณท้องถิ่นที่อาจขัดกับกฎหมายเดิม และเรียกร้องให้พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหางบประมาณอุดหนุนที่ถูกจำกัดวัตถุประสงค์ รวมถึงการพัฒนาระบบการคลังท้องถิ่นร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรายได้และสร้างระบบข้อมูลการคลังที่มีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

นายวัลลภ พริ้งพงษ์

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านนะครับ กระผม นายวัลลภ พริ้งพงษ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๓๘ นะครับ ประการแรก ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และทางอนุกรรมาธิการที่ได้จัดทํารายงานชุดนี้มานะครับ ก็กราบเรียนว่าโดยหลักการแล้ว เป็นส่วนใหญ่นะครับเห็นด้วย แต่ว่าคงจะมีบางประเด็นที่คิดว่าอยากจะต้องการให้ท่านชี้แจง เพิ่มเติมเพื่อประสิทธิภาพของตัวรูปแบบในการที่นําเสนอต่อไปนะครับ ผมมี ๒ ประเด็นที่จะ อภิปรายนะครับ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการปฏิรูปกระบวนการเรื่องงบประมาณนะครับ ซึ่งในประเด็นนี้จะมี ๒ หัวข้อย่อยนะครับ ในการจัดทําแผนพัฒนาท้องถิ่นทั่วประเทศเรายึดตัว จปฐ. นะครับ ซึ่งเป็นความต้องการของ แต่ละครัวเรือนมาเป็นฐานในการจัดทําตัวแผนพัฒนาท้องถิ่น เพราะฉะนั้นประเด็นแรกก็คือ เรื่องของแผนพัฒนาท้องถิ่นขณะนี้ในเรื่องของกลไกในการที่จะได้ข้อมูลมาก็อยู่ในระดับ ที่มีความสมบูรณ์พอสมควร แต่ก็ยังต้องการการพัฒนาต่อเนื่องไปอีกนะครับ

ในส่วนที่ ๒ เมื่อครู่นี้มีท่านปรีชา บุตรศรี ได้พูดถึงการบูรณาการแผน ในระดับพื้นที่อันนี้มีความจําเป็น ขณะนี้เรามีหลายหน่วยงานซึ่งมีงบประมาณในพื้นที่ เมื่อครู่นี้ ท่านปรีชา บุตรศรี พูดถึงตัวอําเภอ อําเภอนี่ขณะนี้ผมเข้าใจว่าเห็นด้วยกับหลักการที่จะให้มี แผนพัฒนาอําเภอนะครับ เพราะว่าจริง ๆ ถึงแม้เราจะบอกว่าโดยตัวกฎหมายได้บอกว่า อาจให้มี กบอ. ได้ แต่ถ้ามี กบอ. ผมว่าจะเกิดประโยชน์ในการที่จะเป็นฐานนําไปสู่ การทํางานของจังหวัดในการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด เพราะฉะนั้น กบอ. ถ้ามีก็คือจะเป็น การบูรณาการแผนทั้งหมดในพื้นที่ของอําเภอ ในตัวรายงานของท่านท่านได้พูดถึงแผนพัฒนา ตําบล แต่ท่านไม่ได้พูดที่มาของแผนพัฒนาตําบล ความจริงแล้วเรามีแผนพัฒนาหมู่บ้าน หมู่บ้านนี่ความจริงเขาจะมีหมู่บ้านหลายส่วนด้วยกันขณะนี้ หมู่บ้านโดย กม. ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ อันนั้นเป็นแผนพัฒนาของหมู่บ้าน และแบ่งเป็น สาขาด้วยซ้ําไป ตัวนี้ทําอย่างไรที่จะมาบูรณาการเข้ากับแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดตั้งคณะทํางานขึ้นมา เป็นคณะกรรมการบูรณาการ แผนในระดับตําบล ผมว่ากลไกนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการที่จะสร้างการบูรณาการแผนต่าง ๆ ที่มีในพื้นที่ขึ้นมานะครับ แล้วก็นําไปสู่ กบอ. แล้วก็นําไปสู่ กบจ. ในท้ายที่สุดนะครับ ก็ฝาก ว่าในประเด็นพวกนี้อยากให้มีระบุลงไปในตัวของรายงานเพื่อความสมบูรณ์ แล้วก็ รายละเอียดในเรื่องของขั้นตอนในการทํางานนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน อันนี้เห็นด้วยนะครับ ในส่วนของกฎหมายจัดตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราก็พยายามที่จะให้ระบุถึง การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งขณะนี้การมีส่วนร่วมในเรื่องของแผนอันนี้แน่นอนอยู่แล้ว แต่กําลังจะดูต่อไปว่าในเรื่องของการจัดทํางบประมาณของท้องถิ่นมันจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ที่จะให้ท้องถิ่นได้สามารถที่จะรับคําร้อง รับโครงการที่จะมาประกอบในการจัดทํา งบประมาณ อันนี้เห็นด้วย ซึ่งในส่วนของการมีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณ ผมจะขอ พูดเป็นหน้านะครับ ซึ่งในรายงานหน้า ๓๓ ของท่านกรรมาธิการ ท้ายที่สุดในวรรคท้าย ท่านพูดถึงกระบวนการจัดทําแผนคําของบประมาณและการจัดสรรงบประมาณขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปรากฏในแผนภูมิที่ ๑ อยู่ที่หน้า ๓๔ คือในหน้า ๓๔ มีประเด็นที่ผม จะใช้เป็นตัวอภิปรายนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเห็นด้วยในหลักการนะครับ ในหน้า ๓๔ ซึ่งเป็นแผนภูมิ ผมว่าเมื่อดูแผนภูมิแล้วก็จะเกิดความเข้าใจในเรื่องของขั้นตอนในการทํางาน นะครับ แผนภูมินี้ถ้าแบ่งเป็นคร่าว ๆ จะมี ๓ ส่วนนะครับ ทางด้านซ้าย กลาง ขวา ซ้ายมือ เป็นเรื่องของขั้นตอนในการส่งคําของบประมาณหลังจากที่ได้มีการตรวจสอบเรื่องแผนแล้ว มายังราชการส่วนกลาง ตรงกลางเป็นเรื่องของแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด ซึ่งใน ตอนท้ายเป็นเรื่องของอําเภอ ซึ่งผมเสนอว่าน่าจะมีเรื่องของ กบอ. ในตอนท้ายนี้นะครับ ทางขวามือเป็นเรื่องของไลน์ฟังก์ชัน (Line function) ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ที่ดําเนินการขึ้นมา ที่ผมจะขอความชัดเจนก็คือทางซ้ายมือในเรื่องคําขอขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมเข้าใจว่าในการทําคําของบประมาณเป็นไปตามร่างพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณ ปี ๒๕๐๒ ซึ่งมีการแก้ไขปรับปรุง ผมจะขออนุญาตให้ทางคณะอนุกรรมาธิการ ได้กรุณาดูมาตรา ๒๖ นะครับ ในมาตรา ๒๖ ของร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๐๒ ซึ่งร่างนี้ได้ผ่าน ครม. แล้วนะครับขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ในถ้อยคํา ของร่างนี้ก็จะบอกว่าในเรื่องของการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอคําขอตั้ง งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรัฐมนตรีที่กํากับดูแลเพื่อเสนอต่อ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณนะครับ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กําหนด นะครับ ประเด็นนี้ก็จะมีทั้งในส่วนดีแล้วก็ในส่วนที่เป็นดาบสองคม เพราะว่าคําขอทั้งหมด ขณะนี้ที่สําคัญ ๒ ประการ ๑. เราให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานซึ่งขอตรง งบประมาณ ๒. การขอตรงนั้นขอตรงต่อรัฐมนตรีที่กํากับ อันนี้เป็นไปตามมาตรา ๒๖ นะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านอดีตปลัดกระทรวงการคลังก็ได้ตั้งข้อสังเกตมาว่าการขอตรงต่อรัฐมนตรี มันก็จะเป็นอีกนัยหนึ่งเหมือนกันนะครับว่าถ้าเกิดไปเป็นนัยของประเด็นของนักการเมือง แต่ที่ผมจะนําเสนออีกมิติหนึ่งในการมองเรื่องแผนภูมินะครับ คือโครงการที่เสนอ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ทางด้านซ้ายมือของแผนภูมิหน้า ๓๔ ท่านเสนอ ผ่านมายังสํานักงานคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ แล้วก็จะเป็นดอต (Dot) ต่อไปขึ้นไปเป็นคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ไปคณะรัฐมนตรี ประเด็นของผม ผมก็เลยเกิด ความไม่แน่ใจว่าเนื่องจากมาตรา ๒๖ คําของบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอต่อรัฐมนตรีผู้กํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ เมื่อสักครู่ก็มี ท่านผู้อภิปรายหลายท่านได้พูดถึงหน่วยงานกํากับโดยพระราชบัญญัติตัวกฎหมายจัดตั้ง ก็กําหนดให้เป็นกระทรวงมหาดไทยนะครับ ตามตัวพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ แผ่นดินก็เป็นกระทรวงมหาดไทยนะครับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ประเด็นของผม ก็คือว่าผมไม่แน่ใจนะครับว่าเราจะเปลี่ยนผู้กํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเปล่า เพราะไลน์ (Line) ตามแผนภูมิของท่านเสนอไปยังคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สํานักนายกรัฐมนตรี อันนี้คือประเด็นที่จะขอความชัดเจน ในเรื่องของคําของบประมาณนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของคําของบประมาณผมคิดว่ามีประเด็นว่าเนื่องจาก ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านปรีชาได้พูดถึงวงเงิน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จริง ๆ แล้วผมจะขอสรุปสั้น ๆ ก็คือว่าถ้าคิดเป็น ๑๐๐ บาท ใน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาเอง ๑๐ บาท อีก ๕๐ บาท เป็นเงินภาษีจัดสรรให้ อีก ๔๐ บาทเป็นเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนตัวนี้ปรากฏใน พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีของประเทศ แต่ใน ๑๐๐ บาทหรือว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขานําไปตราเป็นข้อบัญญัติงบประมาณ รายจ่าย เพราะฉะนั้นมันก็จะมีขั้นตอนในคําขอว่าเป็นคําขอซึ่งผ่านในวาระ ๑ วาระ ๒ วาระ ๓ ของทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งหรือเปล่า ใน ๗,๐๐๐ แห่งมันจะมีขั้นตอน รายละเอียด อันนี้ก็ด้วยความเป็นห่วงอยากจะให้ท่านประสานกับทางกระทรวงมหาดไทย กําหนดขั้นตอน เพราะว่าท่านได้เสนอขั้นตอนในเรื่องของปฏิทินงบประมาณเอาไว้ด้วย นะครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเป็นห่วงอย่างหนึ่งก็คือว่า ในส่วนของตัวงบประมาณ อุดหนุนของท้องถิ่นที่ว่า ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายการซึ่งกําหนด ลงไปแล้ว คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถใช้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้เอาไป ดําเนินการตามแผนพัฒนาได้เลย ที่ผมบอกว่าเป็นลักษณะนี้ก็คือว่างบในส่วนนี้เป็นงบ ที่รัฐบาลได้กําหนดวัตถุประสงค์ในการใช้ลงไป อะไรบ้าง ก็คือเช่น เบี้ยยังชีพคนชรา ซึ่งวันนี้ เราบอกว่าจะมีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ ยอดจํานวนนี้ก็ตกเข้าไปประมาณ ๕๐,๐๐๐ ถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ เรื่องของตัวนม อาหารกลางวัน คนพิการต่าง ๆ นี่เป็น แสนล้านบาท ทั้งหมดนี้เป็นรายการซึ่งถูกกําหนดลงไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ กราบเรียนว่าประเด็นนี้ก็มีประเด็นต้องไปดูว่าในเรื่องของคําขอที่ส่งขึ้นไปกับเรื่องของ ตัวข้อบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งนี่เราจะพิจารณากันอย่างไร ถ้าเกิด ไปตัดข้างบนแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตราเป็นข้อบัญญัติประกาศใช้แล้ว งบประมาณ มีไม่ครบ เป็นต้นนะครับ อันนี้ก็คงต้องไปดูในขั้นตอนย่อยอีกทีหนึ่งนะครับ ประเด็นสําคัญ ก็คือฝากในเรื่องของผู้กํากับดูแลตามมาตรา ๒๖

ประเด็นที่ ๓ สุดท้าย ขอเวลานิดเดียวเรื่องของการพัฒนาเรื่องการคลัง ของท้องถิ่น ก็จริง ๆ แล้วเห็นด้วยเป็นหลักการนะครับว่าเรื่องนี้คงต้องเป็นเรื่องที่ทาง กระทรวงการคลังกับกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ร่วมด้วยกับทางสํานักงานคณะกรรมการ การกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคงต้องไปดําเนินการปฏิรูปร่วมกัน ในเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันที่นําเรียนเมื่อสักครู่นะครับว่า การเพิ่มฐาน รายได้ของท้องถิ่นก็มีความจําเป็นนะครับ ขณะนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ เรามีแนวโน้มที่จะทํา ให้สําเร็จนะครับ ก็คือในการที่จะออกตัวร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขึ้น ตัวนี้ทําให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งบอกว่าธรรมดาหาเอง ๑๐ บาท จะหาเพิ่มเป็นอีก ๑๖ บาท ซึ่งจะมีผลในปี ๒๕๖๐ นี้นะครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็คิดว่าเหลือระยะเวลา อีกประมาณ ๕ เดือน ๖ เดือนที่จะทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ อันนี้ก็จะเป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่ทําให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีผลในเรื่อง ของการจัดเก็บเพิ่มขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการจัดเก็บก็คงต้องมีต่อไป ยังมีตัวรายได้อื่น ๆ ซึ่งเมื่อสักครู่ทางเพื่อนสมาชิกได้นําเรียนแล้วนะครับ อันนี้ก็ฝากเป็นประเด็นที่จะต้องเพิ่ม ตัวฐานรายได้ใหม่ ๆ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งเห็นด้วยอยู่แล้วนะครับกับเรื่องของข้อมูล คือข้อมูลก็คงจะเป็นเรื่องยาวขอไม่นํามาพูดนะครับ แต่ว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ได้นําเรียนแล้ว มันมีฐานข้อมูลในเรื่องของ การเงินการคลังของท้องถิ่นซึ่งอยู่ในระหว่างการดําเนินการ ถ้าเราเข้าไปจับตัวนี้แล้วก็ พัฒนาขึ้นก็จะเป็นประโยชน์ในเรื่องของฐานการเงินการคลังท้องถิ่นนะครับ ในหลักการ เห็นด้วยแต่ว่ามีประเด็นที่ต้องการที่จะทราบในเรื่องของขั้นตอนและความชัดเจนนะครับ ก็ขออนุญาตอภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ