อลงกรณ์ พลบุตร หารือเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการทุจริตและข้อบกพร่องในการบริหารราชการ พร้อมเสนอให้แผนปฏิรูปกลายเป็นกฎหมายและมีกรอบทิศทางชัดเจนเพื่อป้องกันความวุ่นวายซ้ำจากอดีต รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารประเทศด้วยวินัยทางการเงินและการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และความยั่งยืนของชาติ
ขอเชิญ พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๑ นะครับ แล้วก็ประธานได้อนุญาตให้ใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ได้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๑๙๗ ก็คงจะรู้สึกแปลก ๆ ที่ตํารวจ ขึ้นมาอภิปรายในเรื่องงบประมาณการคลังของรัฐ ย้ําหัวข้อนะครับว่าเป็นแผนการปฏิรูป ประเทศด้านระบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ ที่กระผมต้องย้ําหัวข้อและยังไม่ได้ ขอบคุณคณะกรรมาธิการก็เพราะว่าเรื่องนี้เป็นไฟต์ (Fight) บังคับ คําว่า ไฟต์ (Fight) บังคับ ก็แปลว่าอย่างไรเสียก็ต้องทําการปฏิรูปเรื่องงบประมาณและการคลัง ไม่ทําไม่ได้ แต่ตอนท้ายผมจะขอบคุณหรือไม่ ค่อยฟังเป็นลําดับไป ผมใช้เวลาไม่มาก ผมจะพูดใน ๒ เรื่องครับ ก็คือเรื่อง ๑. ทําไมต้องปฏิรูปเรื่องนี้ กับ ๒. ฝากข้อสังเกต ถ้าหากว่า ผมอภิปรายไม่ตรงกับประเด็นหัวข้อแปลว่าท่านฟังไม่ดี ทําไมทุกครั้งที่มีการทํารัฐประหาร จะมีเหตุผลอยู่ ๔ ถึง ๕ ประการด้วยกัน เขียนแปะฝาบ้านไว้ได้เลย เขียนใส่กล่องไว้ก็ได้ครับ จะมีเหตุผลเหล่านี้ครับ จาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงจนประเทศเดิน ต่อไปไม่ได้ มีการแทรกแซงข้าราชการประจํา ข้อสําคัญที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ เกิดการทุจริตคอร์รัปชันกันอย่างมโหฬาร เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย ครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ และปัญหาเหล่านี้ถูกนํามาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ผมถึงพูดว่าเป็นไฟต์ (Fight) บังคับให้ท่านต้องทําการปฏิรูปอย่างไรครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๕ ผมพูดบ่อยครับ เพราะมันเป็นปัญหาของประเทศที่นํามาบัญญัติไว้ เราเรียกว่า บัญญัติ ๑๐ ประการ มีอยู่ ๑๐ อนุครับ เป็นเรื่องนี้ ๒ อนุ ผมข้ามไป (๑๐) ก่อนครับ (๑๐) บอกว่า ต้องสร้างกลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสําคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป เป็นการบังคับ ให้ปฏิรูปเรื่องสําคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ เรื่องงบประมาณ เรื่องการคลัง เรื่องวินัยการเงิน การคลังของประเทศเป็นเรื่องสําคัญ นั่นแหละครับ เหตุผลที่จําเป็นจะต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูด การทํารัฐประหารทุกครั้งที่ผ่านมา ผมแทบจะพูดได้ว่าเกิดการเสียเปล่า หรือขออนุญาต ยืมคําของอาจารย์วิษณุ เครืองาม ครับ เสียของ ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่าจะชี้ให้เห็นว่า จะต้องทําการปฏิรูปเรื่องนี้ ส่วนปฏิรูปอย่างไรอย่างไหนดีนั้น บรรดาสมาชิกช่วยกันเติม ผมนั่งฟังอยู่ ผมให้ดูการทํารัฐประหารก่อนหน้านี้ครับ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ทุกคนก็คงจะทราบครับ ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ทําการรัฐประหาร รัฐประหารเสร็จเรียบร้อยยังไม่ได้ปฏิรูปประเทศ ยังไม่ได้กําหนดแนวทาง ทิศทางของ ประเทศ ยังไม่ได้เขียนยุทธศาสตร์ชาติเป็นแนวทางให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างชัดเจน รีบให้เข้าสู่การเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยทันที ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ครับ ท่านนับถอยหลังไปนิดเดียวครับ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ จนกระทั่งปี ๒๕๕๗ เกิดรัฐประหารครั้งนี้ มีปีไหนสงบเรียบร้อยบ้างครับ เพราะอะไรครับ เพราะการทํารัฐประหารผมเพิ่งจะยกตัวอย่างไปที่ศาลากรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ครับ ผมไปชี้แจงเรื่องคําถามพ่วง เพราะการทํารัฐประหารเสมือนหนึ่งการยึด รถจักรยานคันหนึ่ง ก็คือประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ครับ ขี่ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดเส้นทาง ไถลลงข้างทางบ้าง ล้มบ้าง ลุกบ้าง เมื่อยึดจักรยานคันนั้นมาถ้ารีบปล่อยให้ขี่ต่อไปโดยไม่ทํา การปฏิรูป โดยไม่ทําการประคับประคอง โดยไม่ทําการกําหนดแนวทางทิศทางที่ชัดเจน ก็คงจะต้องล้มลุกคลุกคลานอีกต่อไปครับ ดังในภาพ แต่ครั้งนี้มีการปฏิรูปด้านต่าง ๆ มีการเขียนยุทธศาสตร์ชาติ มีการกําหนดแนวทางทิศทางอย่างน้อย ๕ ปี ๕ ปีข้างหน้านี้ จักรยานคันนี้จะขี่เป็นแล้วครับ จะขี่แข็งแล้วครับ มีทิศทางที่ชัดเจนแล้วครับ มีแนวทาง แล้วครับ มียุทธศาสตร์ชาติครับ นั่นละครับคือคําถามพ่วง ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่า ทั้งประชาชนที่อยู่ทางบ้านด้วย ไม่เข้าใจถึงคําถามพ่วง ถ้าหากว่าปล่อยจักรยานคันนี้ไปทันที โดยไม่ปฏิรูปก็ล้มลุกคลุกคลานต่อไป จึงจําเป็นต้องมีคําถามพ่วงว่า ๕ ปีนั้นจะต้องนําพา ประเทศให้ขี่จักรยานคันนี้ให้แข็งไว้ก่อนจะได้ไม่ล้มอีกนะครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะต้องการ จะสื่อให้เห็นครับว่าแผนนี้เป็นแผนที่จะต้องถูกบังคับให้ทํา ทีนี้ในส่วนที่ผมจะพูดที่จะฝาก คณะกรรมาธิการเรื่องเดียวเท่านั้นละครับ เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องปฏิรูปเป็นกฎหมาย ต้องออก เป็นกฎหมาย เมื่อเร็ว ๆ นี้ครับ ผมถูกตั้งเป็นประธานกรรมการไปตรวจสอบการใช้ งบประมาณแผ่นดินขององค์กรอิสระองค์กรหนึ่ง ผมเป็นประธาน ท่านฟังผมแล้ว ท่านจะตกใจครับ ปรากฏว่าองค์กรอิสระองค์กรนั้นเข้าใจว่าตนเองเป็นองค์กรอิสระ ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ตัวอย่างง่าย ๆ ครับ งบประมาณก่อสร้าง อาคารสํานักงานหลายร้อยล้านบาทถูกนําไปใช้โดยไม่ได้อิงกันกับระเบียบสํานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ปี ๒๕๓๕ น่าตกใจมากครับ ผมฝากเรื่ององค์กรอิสระครับ เรามีอยู่หลายองค์กร ขณะนี้อย่างน้อยก็ ๕ องค์กรครับ กกต. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน คตง. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม. ต้องให้ครอบคลุมไปถึงองค์กรอิสระด้วย เมื่อสักครู่ท่านคุรุจิต นาครทรรพ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านพูดไปถึงอัยการ ศาล ซึ่งโอเค (Okay) ผมพอเข้าใจว่าในรัฐธรรมนูญเขาแยกไปต่างหาก องค์กรอิสระเขาบอกว่าตัวเอง เป็นอิสระแยกไปต่างหาก ตรงนี้พึงระวังครับ ผมเข้าใจว่าองค์กรอื่นนอกเหนือจากที่ผม ตรวจสอบก็อาจจะเข้าใจผิดอย่างนั้นด้วยก็ได้ กลับมาในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ อีกนิดหนึ่ง ผมมีเวลาอีกหน่อยหนึ่งครับ
ใน (๗) เขียนไว้ชัดครับ นี่ละครับคือเหตุผลของการทํารัฐประหาร ใน (๗) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) มาตรา ๓๕ ครับ ต้องสร้าง กลไกที่มีประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมให้เกิด ความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน ปูองกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยม ทางการเมืองที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชน ในระยะยาว นโยบายประชานิยม เอางบประมาณแผ่นดินไปหาเสียง เอางบประมาณแผ่นดิน ไปซื้อเสียง นี่คือการทุจริตเชิงนโยบาย
ใน (๘) ต้องสร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไป อย่างคุ้มค่าและตอบสนองต่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนโดยสอดคล้องกับสถานะ ทางการเงินการคลังของประเทศ และกลไกในการตรวจสอบและเปิดเผยการใช้เงินของรัฐที่มี ประสิทธิภาพลงไปไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังจะออกเสียงประชามติใน ๒ สัปดาห์หน้านี้ ในข้อกฎหมายผมคงจะไม่ก้าวล่วงไปมากเพราะมีบรรดาสมาชิกพูดไปหลายท่านแล้ว เกือบ ๒ สัปดาห์ในวันหยุดครับ ผมได้ศึกษาแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการโดยละเอียด แล้วนะครับ ผมติดใจและจะฝากในเรื่ององค์กรอิสระ ๑ ประเด็นนะครับ
สุดท้ายครับ ผมคงจบตรงนี้อย่างนี้ครับ ผมอาจจะเคยพูดในสภานี้หรือไม่ ผมจําไม่ได้ แต่ขออนุญาตที่จะพูดซ้ําอีกครั้งหนึ่งเพราะเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ผมเคยร่วมคณะ ไปดูงานที่ประเทศจีนครับ ในศาลาประชาชนจีน มีโพรเฟสเซอร์ (Professor) มหาวิทยาลัย ปักกิ่งครับ ท่านนี้เป็นคนที่รู้การเมืองไทยการปกครองของไทยเป็นอย่างดี มีโครงการ แลกเปลี่ยนมาบรรยายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกปี ผมถูกกําหนดตัวให้เป็นคนถาม ผมตั้งคําถามว่า มองประเทศไทย มองการเมืองไทยอย่างไร โพรเฟสเซอร์ (Professor) คนนี้ พูดคําที่เราทุกคนเคยได้ยิน และถ้าผมพูดใหม่อีกครั้งท่านจะถึงบางอ้อว่าเคยได้ยินจริง ๆ โพรเฟสเซอร์ (Professor) คนนี้บอกว่า โชคดีถ้าเกิดเป็นคนไทย เพราะในน้ํามีปลาในนามีข้าว ท่านเคยได้ยินไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ มีทุกอย่างครบ แหล่งท่องเที่ยว ประเทศไทยไม่ต้องมี รัฐบาลยังได้ ถ้าจะต้องมีรัฐบาลให้เหมือนชาวบ้านเขา รัฐบาลทําหน้าที่เพียง ๒ อย่างคือ ๑. รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง กับ ๒. อย่าทุจริตให้มาก ให้ข้าราชการประจํากับ ภาคเอกชนพาประเทศเจริญรุ่งเรืองแล้วครับ บ้านเมืองสงบ ทรัพยากรธรรมชาติมีมากพอ รัฐบาลอยู่นิ่ง ๆ อย่าทะเลาะกัน อย่าขัดแย้งกัน อย่าทุจริตให้มาก เอกชนกับข้าราชการ ประจําพาบ้านเมืองพอแล้วครับ คนเข้ามาเที่ยว คนเข้ามาลงทุนเพราะบ้านเมืองสงบ เรียบร้อยเราเจริญแล้วครับ ต่างกับจีน จีนมีทรัพยากรธรรมชาติน้อยนิด ประชากรมี ๑,๒๐๐ ล้านคนในขณะนั้น จีนจําเป็นต้องมีรัฐบาล รัฐบาลจีนจําเป็นจะต้องเก่งด้วย นอกจากไม่ทุจริตแล้วต้องทําให้บ้านเมืองสงบ ที่ต้องเก่งเพราะต้องบริหาร ทรัพยากรธรรมชาติให้เพียงพอกับประชากร ๑,๒๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นงบประมาณ แผ่นดิน การเงิน การคลัง เป็นเรื่องที่ต้องทําการปฏิรูปเป็นเรื่องต้น ๆ เลยครับ คราวนี้ผมขอบพระคุณครับ และให้กําลังใจกรรมาธิการที่ทําเรื่องนี้ขอให้ทําให้สําเร็จ ข้อฝาก ของผมในเรื่องประเด็นองค์กรอิสระขอความกรุณาให้ความสําคัญด้วย เพราะใช้งบประมาณ กันเยอะมาก หากท่านทําการปฏิรูปสําเร็จก็จะส่งผลให้กับประเทศไทยเกิดความมั่นคง มั่นคงในเรื่องวินัยของการเงินและการคลัง การใช้งบประมาณที่ถูกต้องที่นําไปใช้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์จะทําให้ประเทศเรามั่งคั่ง เมื่อมีวินัยการเงินการคลังงบประมาณแผ่นดิน ถูกนํามาใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนแล้ว ออกเป็น กฎหมายแล้วจะเกิดการยั่งยืนครับ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ก็จะกลับมาสู่ประเทศไทย ขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านปรีชา บุตรศรี อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดหลายจังหวัดครับ ขอเชิญครับ ขอเชิญท่านต่อไปนะครับ ท่านรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย คปภ. ประธานกรรมการกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ ขอเชิญครับ