อลงกรณ์ พลบุตร ขอเชิญรับทราบว่าท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมจะเข้าร่วมและให้การรับรองประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมและตํารวจ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม สงบสุข และเป็นปัจจัยสําคัญในการอยู่ร่วมกัน
มีอีก ๒ ท่านนะครับ พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ขอเชิญครับ
พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านกรรมาธิการ ท่านเพื่อนสมาชิก สปท. ที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลําดับที่ ๓๙ ก่อนอื่นผมก็ชื่นชมกับการนําเสนอในวันนี้ของคณะกรรมาธิการ เพราะตั้งแต่ฟัง ในเรื่องการปฏิรูปตํารวจและกระบวนการยุติธรรมนั้นผมยังมองเห็นเปูาไม่ชัดนะครับ แต่วันนี้ พอคณะกรรมาธิการนําเสนอเคพีไอ (KPI) หรือตัวชี้วัดขึ้นมา ผมถือว่าชัดเจนมาก ๆ ถือว่า เป็นเปูาหมายที่เราจะนําไปปฏิรูปตํารวจและกระบวนการยุติธรรมอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดีนะครับ อย่างที่ทางคณะกรรมาธิการได้นําเสนอว่า การชี้วัดตัวชี้วัดในอดีตนั้นเป็นระบบปิด ผมยืนยัน ว่าจริง เป็นเรื่องของต่างหน่วยงานต่างทําและกําหนดตัวชี้วัดขึ้นมาเองจากสถิติที่เกิด เป็นตัวชี้วัดที่ใช้มาตั้งแต่ดั้งเดิมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งมันควรจะเป็นระบบเปิด ควรจะให้บุคคลภายนอกหรือคนกลางที่เข้ามาดูว่าตัวชี้วัดของท่านนั้นมันเที่ยงตรงจริงไหม ตัวนี้นะครับ เพราะว่าประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมและตํารวจสําคัญมากนะครับ เพราะนําไปสู่ การสร้างความเป็นธรรมในสังคม สร้างความสงบสุขในสังคม ถือว่าเป็นปัจจัยสําคัญพื้นฐาน ในการอยู่ร่วมกัน นี่ถือว่าเป็นปัจจัยร่วมกันที่เราจะต้องทํา นอกจากนี้แล้วโลกเรามันเล็ก การลงทุนหรือการท่องเที่ยว ความปลอดภัย ความเป็นธรรม ถือว่าเป็นตัวหนึ่งที่จะเป็น การจูงใจที่จะทําให้ประเทศชาติของเราเพิ่มการแข่งขันนั้นได้ สร้างความเชื่อมั่นอย่างที่ท่าน ได้พูดมา ผมได้ไปดูในเอกสารที่นําเสนอ ผมก็รู้สึกว่าชอบมาก ๆ นะครับ ที่สหประชาชาติ ได้นําเสนอ ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ โดยใช้ตัวชี้วัดหลัก ๆ อยู่ ๔ ประเด็น ไม่ว่าประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ความเที่ยงตรง ความโปร่งใสและ การตรวจสอบได้ การเคารพสิทธิมนุษยชน และไม่เลือกปฏิบัติ และสมรรถภาพ และนอกจากนั้นก็ยังมีตัวชี้วัดย่อย ๆ ไปอีก ผมถือว่าสําคัญมากนะครับ และตัวที่ผมชอบมาก อาจจะว่าชอบมากที่จะเป็นปากเสียงแทนข้าราชการและหน่วยข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็น ตํารวจ อัยการ ศาล หรือราชทัณฑ์ ก็คือสมรรถภาพ ในนั้นจะบอกถึงความพร้อมทางด้าน อุปกรณ์และเครื่องมือ ความพร้อมทางด้านทรัพยากรบุคคล ประสิทธิภาพในการบริหารงาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นหน่วยตํารวจก็ดี อัยการก็ดี ศาลก็ดี ราชทัณฑ์ก็ดี สมรรถภาพเขาจะ ระบุถึง ๓ ประเด็นนี้นะครับ ๓ ประเด็นนี้เป็นสิ่งสําคัญนะครับ เพราะว่าถ้าเผื่อบุคลากร ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ อัยการ ศาล หรือราชทัณฑ์ ถ้าเผื่อไม่มี ความพร้อมในด้านอุปกรณ์หรือคุณภาพของทรัพยากรบุคคล หรือประสิทธิภาพ ในการบริหารงานในการจัดการต่ํา ผมก็เชื่อว่าประสิทธิภาพตัวเคพีไอ (KPI) ก็คงจะออกมา ต่ํามากนะครับ หลาย ๆ ท่านอาจจะพูดถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของเรามีปัญหา ผมก็ยอมรับว่ามีปัญหา อย่างเรื่องกฎหมายจราจร ถ้าเผื่อเรารู้ว่าอุบัติเหตุของเราเกิดจาก ความเร็วมาอันดับ ๑ แต่ท่านทราบไหมว่าเครื่องตรวจวัดความเร็วของเราจากพระราม ๒ ไปจนถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีเครื่องตรวจจับความเร็วกี่ตัวครับ ถ้าผมฟังจากตํารวจ ทางหลวงเขาบอกเขามีเพียงตัวเดียวแล้วจะไปจับอะไรได้ ถ้าเป็นประเทศที่เจริญแล้วเขาจะมี เครื่องดักจับทุก ๑๐ กิโลเมตร ถ้าคุณผ่านปฺุบตรงหน่วยข้างหน้าดักแล้ว ใครก็ไม่กล้าที่จะ ฝุาฝืนความเร็ว เพราะฉะนั้นตัวนี้เป็นตัวหนึ่งที่ประสิทธิภาพในการทํางานมันจะฟูองออกมา เลยครับ เครื่องไม้เครื่องมือก็ดี ประสิทธิภาพก็ดี พวกเหล่านี้ก็ดี เพราะฉะนั้นเวลาท่านปฏิรูป ตํารวจหรือกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ท่านบอกว่าเคพีไอ (KPI) ตัวนี้คุณก็ไม่ทํา เรื่องนี้ก็ไม่ทํา แต่ความพร้อมของบุคลากรในกระบวนการเขามีความพร้อมไหมครับ เครื่องไม้เครื่องมือ เขาพร้อมไหม พวกเหล่านี้เราต้องดูด้วยไม่ใช่ว่าเราสั่ง สั่งมันสั่งได้ครับ เพราะฉะนั้นผมถึง มองว่าตัวเคพีไอ (KPI) ที่ท่านนําเสนอมานี้ถูกทางครับ ถูกทาง เป็นครบประเด็น และเป็น มาตรฐานสากลด้วยที่สหประชาชาติเป็นคนกําหนด ถ้าเผื่อท่านเอาตัวนี้เป็นตัวชี้วัดของ ๔ หน่วยงาน และแก้ปัญหาให้หน่วยงานเหล่านั้น ผมเชื่อว่าตํารวจและกระบวนการยุติธรรม ของเราจะดีขึ้นเยอะนะครับ แล้วมันจะเป็นทิศทางที่ถูกต้องด้วย ขอขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านกษิต ภิรมย์ ครับ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ และอดีตเอกอัครราชทูต