สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการปฏิรูปประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยใช้การประเมินเป็นตัวชี้วัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สปท. หมายเลข ๑๕๓ ผมขอชื่นชม คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ได้ เสนอ เรื่อง การปฏิรูปประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยใช้การประเมินเป็น ตัวชี้วัด ในการบริหารของรัฐนั้น หน้าที่เบื้องแรกที่สําคัญที่สุดคือการรักษาความสงบ เรียบร้อย ในประเทศเพื่อนบ้านประเทศหนึ่งได้ดําเนินการวิจัยว่ามีอะไรบ้างที่สร้างความสุข ให้กับประชาชนในนโยบายต่าง ๆ ของรัฐ ผลปรากฏว่าประชาชนบอกว่าถ้าบ้านเมือง มีความสงบเรียบร้อย มีความยุติธรรมเขามีความสุขมากที่สุด เพราะฉะนั้นการดําเนินการ เรื่องใดก็ตามที่นําไปสู่ความยุติธรรม ที่นําไปสู่ความสงบเรียบร้อยของประชาชน ถือเป็น นโยบายเบื้องต้นที่สําคัญของรัฐ และเป็นนโยบายที่นํามาซึ่งความสุขของประชาชนโดยทั่วไป ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีกฎหมายมากมาย และมีกฎหมายจํานวนมากที่เป็นกฎหมายที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าท่ามกลางการมีกฎหมายที่ดีนั้น การบังคับใช้ กฎหมายของไทยยังต้องปรับปรุงอีกมาก การที่กําหนดให้มีการปฏิรูปประสิทธิภาพ กระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยใช้การประเมินเป็นตัวชี้วัด จะเป็นเครื่องมือที่สําคัญ ในการที่จะทําให้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศดีขึ้น เพราะว่าการประเมินนั้นจะนําไปสู่ ประสิทธิภาพในการดําเนินงานในกระบวนการยุติธรรม แล้วก็จะทําให้การบังคับใช้ของ กฎหมายดีขึ้น สิ่งที่ท่านได้เสนอมานั้นเป็นการเสนอที่ดีมาก ได้อ้างอิงและนําหลักการสากล มาใช้ แล้วก็ได้มีการปฏิรูปโดยยึดถือข้อเท็จจริงและสามารถปฏิบัติได้ เพราะได้เริ่มต้นจาก กฎหมายที่มีอยู่แล้วคือพระราชบัญญัติพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้เริ่มต้นจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว มุ่งเข้าไปสู่ระดับสากล สิ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกต ซึ่งท่านอาจจะ คํานึงอยู่แล้วเพียงแต่ผมอยากจะเน้นย้ําว่า ในการกําหนดตัวชี้วัดนั้นจะต้องพัฒนาไปถึงระดับ ที่ผู้ใช้งานในการกําหนดตัวชี้วัดได้เข้าใจตัวชี้วัดทั้งในส่วนที่เป็นผลผลิตและผลลัพธ์ ท่านได้กล่าวไว้ในรายงานด้วยเช่นเดียวกัน แต่อยากจะเน้นว่าตัวชี้วัดทางด้านผลลัพธ์นั้น มีความสําคัญ มิฉะนั้นแล้วถ้าคํานึงถึงตัวชี้วัดทางด้านผลผลิต ในบางครั้งมีบางหน่วยงานมีตัวชี้วัดทางด้าน ผลผลิตว่า ถ้าได้มีคดีมากขึ้นในการดําเนินการก็ถือว่ามีผลงานมากขึ้น บางหน่วยงานจึงได้นํา คดีบางคดีซึ่งผู้กระทําผิดเป็นคนเดียวกัน การกระทําเป็นเรื่องเดียวกันซ้ํา ๆ กัน ที่ควรจะเป็น คดีรวมกันในคดีเดียวกันได้ ก็แยกกันเป็นหลายคดีตามรายวันตามรายการกระทํา ก็ทําให้เห็น ว่ามีผลผลิตมากขึ้น แต่ในเชิงผลลัพธ์แล้วก็คือเสียเวลามากมาย เพราะว่าสามารถที่จะรวมเป็น เรื่องเดียวกันกลายเป็นผลลัพธ์เดียวกันได้ หรือบางเรื่องที่มีบางท่านได้กล่าวไปแล้ว บางพื้นที่ ไม่มีรายงานทางคดีเลย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าได้ดําเนินการบังคับใช้กฎหมายได้ดีเท่านั้น แต่อาจจะหมายถึงว่าหย่อนประสิทธิภาพ ไม่ได้มีการจับกุมเลยก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นการมุ่ง ในเรื่องของผลลัพธ์เป็นตัวชี้วัดเป็นเรื่องที่สําคัญ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ผลผลิตก็คือเป็น เอาต์พุต (Output) แต่ว่าเนื้อเอาต์พุต (Output) ก็คือเอาต์คัม (Outcome) ที่เรียกว่า ผลลัพธ์ ตรงนั้นที่จะต้องสอดรับกับวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง โดยรวมแล้วถือว่าเป็น การนําเสนอการปฏิรูปที่สําคัญเรื่องหนึ่งของสภาแห่งนี้ที่ผมขอชื่นชม แล้วก็ถ้าสามารถ ดําเนินการได้ตามนี้ก็จะทําให้กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นจนถึงกระบวนการยุติธรรม ขั้นสุดท้าย ท่านทั้งหลายก็คงจะทราบอยู่แล้วว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นมิได้อยู่ที่ศาลยุติธรรม เพียงแห่งเดียว แท้ที่จริงแล้วที่ศาลยุติธรรมนั้นกลับมีคํากล่าวด้วยซ้ําไปว่า ศาลยุติธรรมเป็น ที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของประชาชน ความหมายก็คือว่าถ้าไม่ได้รับความยุติธรรมตั้งแต่ขั้นต้น ยังมีศาลเป็นผู้ให้ความยุติธรรมขั้นสุดท้าย แต่อีกความหมายหนึ่งก็คือว่า ความยุติธรรมนั้น ต้องให้ตั้งแต่ต้น ต้องให้ในทุกขั้นตอน ต้องให้ตั้งแต่ชั้นจับกุม ต้องให้ตั้งแต่ชั้นสอบสวน ต้องให้ตั้งแต่ชั้นฟูองร้อง มิใช่รอให้ทุกอย่างไปอยู่ที่ศาลแล้วก็ให้ศาลให้ความยุติธรรมในเบื้อง สุดท้ายแต่เพียงอย่างเดียว ระบบประเมินผลนี้ก็จะช่วยทําให้ความยุติธรรมทุกระดับเกิดผลได้ มีประสิทธิภาพได้ ผมเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แล้วก็ถ้าสิ่งเหล่านี้ได้นําไปปฏิบัติ การปฏิรูปนี้สําเร็จขึ้นมา คํากล่าวในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่บอกว่า จะรักษาไว้ ซึ่งความยุติธรรมแม้ว่าฟูาจะถล่ม ดินจะทลายก็ตาม ก็คงจะเป็นจริงขึ้นมาได้ ขอบคุณครับ