สมพงษ์ ชี้ปฏิรูปยุติธรรมจำเป็น หลังอภิปรายประเมินประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

สมพงษ์ สระกวี ชื่นชมรายงานการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่เน้นการประเมินเป็นตัวชี้วัด มองว่าเป็นก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อเยียวยาความเสียหายและสร้างความยุติธรรมในสังคมอย่างแท้จริง

นายสมพงษ์ สระกวี

ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องเรียนท่านประธานว่า เมื่อผมได้อ่านรายงาน เรื่อง การปฏิรูปประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยการใช้การประเมินเป็นตัวชี้วัดจบลงนั้น ตั้งแต่ส่งไปที่บ้าน ผมใคร่เรียนท่านประธานว่า ผมรู้สึกตื่นเต้นนะครับ แล้วก็เห็นว่ารายงานฉบับนี้ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนั้น เป็นงานที่เป็นเปูาหมายแห่ง การปฏิรูปจริง ๆ นี่ครับคืองานของการปฏิรูปที่สําคัญยิ่ง ที่เป็นที่เรียกร้องต้องการของ ประชาชนจริง ๆ ถ้าผมเป็นโฆษกของ สปท. สื่อถามผมว่าการปฏิรูปของพวกคุณนี่ ทําอะไรบ้าง ผมก็จะยกเรื่องนี้แหละว่านี่คือการปฏิรูปที่ตรงเปูาหมาย ตรงจุดประสงค์ ตรงความเรียกร้องต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นการปฏิรูปที่ยากที่สุด อยู่ใน ความสนใจของประชาชนมากที่สุด มีความละเอียดอ่อนมากที่สุด แต่ถ้าเราขับเคลื่อน การปฏิรูปในประเด็นนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นหลักไมล์สําคัญของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตลอดทั้งกระบวน ท่านประธานครับ เวลาเราเปรียบเทียบเรื่องตาบอดคลําช้าง ผมก็อยากจะ เปรียบเทียบเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพราะกระบวนการยุติธรรมมันช้างตัวใหญ่ ในสภาแห่งนี้เราจะพูดถึงเรื่องการปฏิรูปตํารวจเป็นสําคัญ สังคมก็จะพูดถึงเรื่องการปฏิรูป ตํารวจเป็นสําคัญ วันดีคืนดีก็มีความรู้สึกว่าพอตํารวจจับแล้วนี่อัยการก็เกี่ยว พออัยการแล้วก็ ยังจะไปศาล ศาลตัดสินแล้วก็ไปอยู่ที่ราชทัณฑ์ จะเห็นได้ว่าในกระบวนแถวอันยาวเหยียดนี้ เรื่องของความยุติธรรมที่ประชาชนเรียกหาและกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาของแผ่นดินในรอบ หลายสิบปีมานี้ที่ต้องการการปฏิรูปอย่างสําคัญและอย่างเร่งด่วน จริงอยู่เนื้อหานี้ผมถึง เสียดายเหมือนอย่างที่ท่านประธานเสรีว่า ถูกใช้อยู่ในหัวข้อการประเมินตัวชี้วัดว่าเราจะ ประเมิน จะชี้วัดอย่างไร การประเมินการชี้วัดเดิมมันเป็นระบบปิดอย่างไร มันไม่ได้เปิดเผยสู่ สังคมอย่างไร หรือว่าหลักแห่งความยุติธรรมอันเป็นสากลนั้นที่จะใช้มาปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพอย่างไรนั้นต้องใช้การประเมินเป็นตัวชี้วัด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ จะให้ผมอภิปรายเรื่องนี้โดยไม่ยกตัวอย่างเจ็บ ๆ เห็นจะไม่ได้ เพราะผมบอกแล้วว่าเรื่องของกระบวนการยุติธรรมทั้งเป็นความกังวลนะครับ ที่หนักไปกว่านั้น ผมอยากจะใช้คํานี้กับท่านประธานกรรมาธิการครับว่าเป็นความเจ็บปวดของประชาชน จริง ๆ ครับ ถ้าไม่ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมนะครับ ซึ่งท่านได้เริ่มต้นโดยการใช้ตัวชี้วัด ซึ่งเป็นข้อเสนอในครั้งนี้นั้น ซึ่งนับเป็นการก้าวการปฏิรูปครั้งสําคัญในครั้งนี้นั้น ก็จะไม่ สามารถเยียวยาบาดแผลเดิมซึ่งหมักหมมอยู่หรือว่ายังเป็นแผลเป็นอยู่ รวมทั้งจะไม่สามารถ เยียวยาบาดแผลซึ่งเน่าอยู่ในขณะนี้ได้เลย จนกระทั่งพูดกันว่าความสามัคคีไม่เกิด ถ้าความยุติธรรมไม่เกิดในแผ่นดินนี้ ยังไม่รู้ว่าความขัดแย้งในแผ่นดินนี้ยังจะคุกรุ่นไปอีกนาน เท่าไร ทั้ง ๆ ที่ทุกฝุายที่อยู่บนความขัดแย้งนั้นพูดถึงสิ่งเดียวกัน เรียกหาถึงสิ่งเดียวกัน นั่นคือ เรียกหาความยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรม เรียกหาสิ่งเดียวกันเลย เพราะฉะนั้นในเมื่อ เรียกหาสิ่งนี้เราจะทําการปฏิรูปทั้งประเทศครั้งสําคัญ เราจะไม่มีคําตอบในเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นหัวข้อการปฏิรูปที่ท่านกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมได้ทําไว้นี้ ผมจึงถือว่าเป็นหลักไมล์สําคัญนะครับ เป็นเรื่องสําคัญ ที่ท่านได้ลงหลักปักฐานไว้ว่าด้วยเรื่องประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของกระบวนการยุติธรรม โดยมีตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพเป็นหลักไว้ เพราะอะไรครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างว่า อย่างเวลาเราพูดถึงเรื่องปฏิรูปนะครับ ซึ่งท่านประธานก็ได้พูดไว้ในรายงานนี้แล้ว เวลาปฏิรูปตํารวจก็คือเอาตํารวจออกจากกระทรวงมหาดไทย ปฏิรูปราชทัณฑ์ก็เอาราชทัณฑ์ ออกจากกระทรวงมหาดไทย ปฏิรูปดีเอสไอ (DSI) ก็ตั้งดีเอสไอ (DSI) ขึ้นมาใหม่นะครับ ปฏิรูปศาลก็ขึ้นเงินเดือนให้ศาลแยกออกจากกระทรวงยุติธรรม ปฏิรูปอัยการก็เอาอัยการ มาตั้งอัยการแห่งชาติ แล้วก็ขึ้นเงินเดือนให้เท่าผู้พิพากษา ก็เรียกว่าปฏิรูปเหมือนกันล่ะครับ แต่ถามว่าถ้าปฏิรูปด้วยการคิดเพียงแค่นั้นนี่แล้วทําไมสังคมนี้ถึงยังเรียกหา โหยหาแต่คําว่า ความยุติธรรม กันอยู่ไม่สิ้นสุดล่ะครับ ความยุติธรรมอยู่หนไหนล่ะครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงรู้สึกต่อเรื่องนี้อย่างสําคัญยิ่ง เมื่อสภาแห่งนี้พูดเรื่อง การปฏิรูปตํารวจ นายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องการปฏิรูปตํารวจ การปฏิรูปตํารวจถูกบรรจุไว้ใน วาระการปฏิรูปในรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ แต่พอเวลาพูดกันนี่ครับคืออะไร มหาวิทยาลัยรังสิตโดยอธิการบดีซึ่งสนใจเรื่องการปฏิรูปตํารวจมากบอกว่า เอาตํารวจไปอยู่ นครบาล กับเอาตํารวจไปอยู่ต่างจังหวัด ก็ไปขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ก็คิดแบบแค่นี้ครับ ได้คิดถึงตัวหลักวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลที่จะดํารงความยุติธรรมหรือหลักนิติธรรม ไม่ได้ พูดถึงกันเลย ตํารวจอยู่ที่ไหนไม่สําคัญ สําคัญว่าประสิทธิภาพประสิทธิผลที่ดํารงหลักนิติธรรม ไว้ได้ ดํารงความยุติธรรมให้ประชาชนอุ่นใจได้ อยู่ที่ตรงไหนต่างหาก เพราะอัยการก็เป็นอิสระ ตํารวจก็เป็นอิสระ หรือแม้แต่ในสภาแห่งนี้ ขอประทานโทษ ผมพูดควานหาศัตรูไปเรื่อย นะครับ ผมก็เห็นพูดครับ มีนายตํารวจเก่า ๆ มาพูด ปฏิรูปตํารวจ ปฏิรูปเพียงแค่ ก.ตร. อย่าให้นายกรัฐมนตรีมานั่งเป็นประธาน อย่าให้นักการเมืองเข้ามายุ่ง เพราะว่าตํารวจ ไปคลานรับใช้นักการเมือง ก็พูดนะครับ ก็ใช่นั่นเป็นข้อเท็จจริง แต่ว่าหลักประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของตํารวจที่จะดํารงความยุติธรรม เป็นต้นน้ําแห่งความยุติธรรมอยู่ตรงไหน ต่างหาก มีหลักชี้วัดตรงไหน มีตัวชี้วัดที่พูดกันไว้อย่างไร มีตัวประเมินอย่างไร เพราะฉะนั้นเมื่อคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาเรื่องการปฏิรูป นี่ละครับจึงเรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปที่แท้จริง ตํารวจจะได้ไปขึ้นที่นครบาลหรือจะไปขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการต่างจังหวัด ก.ตร. จะมี นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานหรือไม่มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน แต่ตัวชี้วัดที่เป็นหลักที่ เปิดเผยที่ดํารงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมนี่ เดอะ รูล ออฟ ลอว์ (The rule of law) สามารถเป็น หลักประกันให้กับประชาชนในแผ่นดินนี้ได้หรือไม่ หรือดีเอสไอ (DSI) อุตส่าห์ตั้งขึ้นมาใหม่ ที่จะดํารงความยุติธรรม เป็นอย่างไรครับ ก็นี่มีคดีรถหายออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน รถหรู ๕๐๐ คัน หายจากคลังสินค้าทัณฑ์บนของกรมศุลกากร หายไป ๕๐๐ คัน ตามจับมาได้แค่ ๑๐๐ คัน ผมไม่เห็นดีเอสไอ (DSI) จะรายงานเลย แต่พอรถเบนซ์ของวัดปากน้ํานี่รายงานจัง ไล่จับจัง หมายความว่าอย่างไร คดีระเบิดที่สะเทือนขวัญที่ภาคใต้ไม่ใช่เรื่อง ๓ จังหวัด แต่เป็นคดี ระเบิดสะเทือนขวัญที่สมุย ที่เซ็นทรัลสมุยนะครับท่านประธาน แล้วก็เรื่องไฟไหม้โคออป (Co-op) ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเป็นอย่างไรครับ กับเหตุการณ์คดีอุยกูร์ด้วยที่วางระเบิด ศาลพระพรหม หัวหน้าตํารวจที่เป็นหัวหน้าดําเนินคดีเรื่องระเบิดเซ็นทรัลสมุยและคดีอุยกูร์นั้น ผมไม่อยากถามท่านประธานหรอกครับว่าตอนนี้เขาเป็นอะไร แต่คดีไปถึงไหน พอได้สร้าง หลักความมั่นใจให้เกิดขึ้นในประชาชนที่ติดตามคดีเหล่านี้ได้แค่ไหน อะไรเป็นตัวชี้วัด หัวหน้าคดีนี้คดีไม่คืบหน้าเลยแต่ว่าหัวหน้าคดีใหญ่เอา ๆ หมายความว่าอย่างไร ประเทศนี้ เราอยู่กันแบบนี้ ประชาชนจึงแสวงหา โหยหาแต่คําว่า ความยุติธรรม หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม เพราะฉะนั้นในวันที่เราลุกขึ้นมาพูดคําว่า ปฏิรูป นั้นต้องเข้าให้ถึงเนื้อแท้ แห่งการปฏิรูป ผมจึงชื่นชมจริง ๆ นะครับ ชื่นชมรายงานของท่านที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ เข้าสู่หัวใจแห่งปัญหาได้อย่างตรงจุดนะครับ เพราะทุกประเทศเขาล้วนแต่ทุ่มเททั้งทรัพยากร ทุ่มเททั้งความรู้ ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อนํามาสู่ความศักดิ์สิทธิ์ ความน่าเชื่อถือและ ความไว้วางใจได้ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศเขา ส่วนประเทศเรานั้นอยู่กันจนชาชิน กับความว่าความอยุติธรรม จับไปตรงไหนก็เจอแต่คําว่า อยุติธรรม ไร้ความน่าเชื่อถือ และผมจะ จบลงให้เจ็บปวดหัวใจผมเองท่านประธานครับ เกิดคดีฆ่ากันกลางวันแสก ๆ นะครับ ๒ คดี คดีหนึ่งฆ่ากันตอนพลบค่ํา แต่ฆ่ากันกลางถนน คือคดี พลเอก ร่มเกล้า และคดีสังหารนักข่าว ญี่ปุน ดีเอสไอ (DSI) มี ตํารวจมี หน่วยพิสูจน์หลักฐาน เขาเรียกอะไรนะครับ มี ผ่านไปไม่รู้กี่ปี สับสนปนเปอยู่อย่างนั้น สถานทูตญี่ปุนมาตามคดีทุกปี ตายด้วยอาก้าบ้าง ตายด้วย เอ็ม ๑๖ (M16) บ้าง ตายด้วยระเบิดบ้าง ตายด้วยมือสังหารไร้ทิศไร้ทาง คนตายกลางถนน ชัด ๆ ท่ามกลางผู้คนเยอะแยะหาคดีไม่เจอ หาตัวการไม่เจอ นักข่าวญี่ปุนก็ตายฟรีไป พลเอก ร่มเกล้า ภรรยาเขาก็ตามหาความยุติธรรมมาตลอด ในเวลาเดียวกัน พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล นั่นตายกลางวันแสก ๆ ตายท่ามกลางนักข่าวช่างภาพถ่ายรูปเห็นชัด แบกกัน ข้างถนน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ นี่ปี ๒๕๕๙ จะปี ๒๕๖๐ อยู่แล้ว ๖ ปีผ่านไปไม่รู้ใครฆ่า ไม่รู้ตาย เพราะอะไร ไม่รู้อย่างไรหมายเรียกไม่ออก หมายจับไม่มี ท่านประธานครับ ความยุติธรรม ในบ้านนี้เมืองนี้พูดกันได้ไม่จบไม่สิ้น เมื่อเรานั่งลงประกาศกับผู้คนทั้งแผ่นดินว่าจะทําการปฏิรูป และหนึ่งในการปฏิรูปนั้นคือ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ให้ความอุ่นใจ ให้หลักประกันแห่งความยุติธรรมได้เป็นหลัก อันเป็นสากล เป็นหลักที่ประชาชนไว้วางใจได้ จะไม่ให้ผมชื่นชมรายงานฉบับนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมก็ขอหวังว่าด้วยรายงานฉบับนี้จะนําไปสู่การสร้างประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลของกระบวนการยุติธรรมไทยอันจะเป็นการปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่และสําคัญ ในความหมายของ ผมคิดว่าของ สปท. ทั้งหมด และของผมเองด้วย ขอขอบพระคุณครับ