พรพันธ์ หารือปฏิรูปการใช้งบฯ ชี้เพิ่มโปร่งใส-ทบทวนองค์กรอิสระ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

พรพันธ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือการปฏิรูประบบการใช้งบประมาณของรัฐ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเพิ่มความโปร่งใสและความเข้าใจในการจัดสรรเงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้ทบทวนการใช้จ่ายขององค์กรอิสระและองค์การมหาชนที่อาจคลาดเคลื่อนจากมาตรฐานการคลัง เพื่อให้มีความโปร่งใสและเป็นไปตามกรอบมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิง พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ขอเรียนว่าดิฉันคิดว่าพระราชบัญญัติเรื่องการปฏิรูปเรื่องนี้ มีความสําคัญมาก แล้วก็เห็นด้วยกับในสาระสําคัญ ๒ เรื่องที่เสนอมา โดยเฉพาะเรื่องของ วินัยการคลัง แล้วก็การกระจายอํานาจให้แก่ท้องถิ่นในเรื่องของการบริหารจัดการ งบประมาณ แต่ว่าในฐานะประชาชนดิฉันผู้เสียภาษีให้กับเงินงบประมาณจะเห็นได้ว่า ประชาชนไม่ได้เข้าใจมากเลยในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลนะคะ แม้แต่ผู้ที่วิเคราะห์ งบประมาณหรือผู้ที่ให้ความเห็นเรื่องงบประมาณเอง อย่าง ส.ว. หรือ ส.ส. บางครั้งเราก็ ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยจะเข้าใจกับการรายงานงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปีที่ใช้ไปนะคะ คือเริ่มต้นด้วยอ้างถึงปัญหาของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม แต่พอถึงการของบประมาณเข้า จริง ๆ นี่ก็ไม่ทราบว่ามันได้กลายเป็นงบบุคคล บุคลากร งบของเครื่องไม้เครื่องมือ งบของ เทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถที่จะเข้าใจหรือเข้าใจได้น้อยมากว่าเชื่อมโยงกับปัญหาอย่างไร นะคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ก่อกวนอยู่ในใจมาเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นด้วยกับการปฏิรูป ที่ทําให้เกิดวินัยการเงินการคลังมากขึ้น ปฏิรูปในการกระจายอํานาจให้ท้องถิ่น ให้ประชาชน ในพื้นที่มีส่วนในการจัดทํางบประมาณของตัวเองมากขึ้นนะคะ แต่ดิฉันอยากจะให้ปฏิรูป ให้ชัดเจนมากไปกว่านั้นก็คือให้ประชาชนทั้งหลายได้อ่านงบประมาณรายจ่ายของประเทศ แล้วมีความเข้าใจว่าเอาไปใช้ทําอะไร จะเกิดประโยชน์อะไรบ้าง แล้วเขาสามารถที่จะวัดผล ได้ว่ารัฐบาลทํางานได้ผลมากมายแค่ไหนในการใช้เงินของเขา ดิฉันคิดว่างบประมาณรายจ่าย ควรจะใช้ไปในเรื่องหลัก ๆ อยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือการแก้ปัญหาของประเทศ แล้วก็ การพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องทําเรื่องนี้ให้ชัดว่า รายจ่ายไปเพื่อแก้ปัญหาประเทศนั้นมีอะไรบ้าง ในการแก้ปัญหาประเทศนั้นมีตั้งแต่ ในระดับชาติซึ่งเป็นปัญหาอันใหญ่แล้วก็เร่งด่วน อย่างปัญหาเรื่องยาเสพติดเช่นนี้รัฐบาล จะแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างไรบ้าง แล้วก็อันนี้การที่จะทําให้เกิดการใช้เงินอย่างคุ้มค่า ก็ควรจะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาอย่างชัดเจน วิเคราะห์เรื่องสาเหตุ วิเคราะห์เรื่องเอกซ์เทนต์ (Extent) ของปัญหา การกระจายของปัญหา สาเหตุของปัญหา และจะต้องมีอินเตอร์เวนชัน (Intervention) ที่มันเอฟเฟกทิฟ (Effective) ที่สุด ซึ่งอันนี้ต้องการการศึกษาหาข้อมูลและ การวิจัยอย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่านึกเอาว่าควรที่จะเป็นเช่นนั้นเช่นนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ในอินเตอร์เวนชัน (Intervention) แต่ละอินเตอร์เวนชัน (Intervention) ที่คิดว่ามีประสิทธิภาพ ในการแก้ปัญหานั้นที่จะแตกออกมาเป็นโครงการแต่ละโครงการ ซึ่งประกอบด้วยบุคคล ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ แล้วก็วิธีการในการที่จะดําเนินการเพื่อไปให้ถึงอินเตอร์เวนชัน (Intervention) เหล่านั้น และตัวชี้วัดที่สําคัญนะคะ สิ่งเหล่านี้ประชาชนต้องการจะเห็น ต้องการที่จะทราบว่ารัฐบาลใช้เงินงบประมาณไปในการแก้ปัญหาสําคัญ ๆ ของเขาได้อย่างไร เรื่องของทรัพยากรมนุษย์ที่ด้อยคุณภาพของประเทศไทยจะแก้ไขอย่างไรด้วยอินเตอร์เวนชัน (Intervention) ที่มีประสิทธิภาพอย่างไร พิสูจน์อย่างไรว่ามันมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น ในการใช้เงินนี้มันจะคุ้มค่าก็อยู่ที่ตรงนี้ หน่วยงานใด ๆ ที่ตั้งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นสภาวิจัยแห่งชาติ หรือหน่วยงานวิจัยในระดับต่าง ๆ ควรจะได้ทํางานมุ่งเปูาเพื่อที่จะค้นหาอินเตอร์เวนชัน (Intervention) ที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ อันนี้มันตั้งแต่ระดับชาติ ลงไปถึงระดับพื้นที่ เพื่อเราจะได้ใช้เงินทุกบาทอย่างมีคุณภาพ และประชาชนสามารถที่จะ ติดตามได้จากตัวชี้วัดว่ารัฐบาลทํางานได้เข้าเปูาแค่ไหนนะคะ ตั้งแต่ตัวชี้วัดนี่ควรจะมีตั้งหลาย ระยะที่จะต้องกําหนดให้ประชาชนได้ทราบ เพราะฉะนั้นอันนี้ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ได้ปฏิรูปในการใช้งบประมาณ เพราะไม่อย่างนั้น เราก็ไม่ทราบแล้วปีต่อมาก็มาขอเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าทํางานได้ผลไปแค่ไหน บางกระทรวงก็แสดงให้เห็นชัดว่าปัญหาก็ยังเพิ่มขึ้นเหมือนเดิมแต่ก็ของบประมาณเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ทราบว่าจะไปแก้ไขตรงจุดไหนนะคะ ซึ่งตรงนี้ก็ขอเสนอไว้ว่าแทนที่จะลงทุน สํานักงานวิเคราะห์งบประมาณซึ่งเคยเห็นตัวอย่างแล้วเขาใช้แมเทแมติคัลโมเดล (Mathematical model) ซึ่งค่อนข้างจะสลับซับซ้อน เคยมีตัวอย่างส่งมาให้อ่านประมาณ ๓ ปี ถึง ๔ ปีมาแล้ว คืออ่านแล้วก็ได้แต่ผลสรุปตอนสุดท้ายว่าอันนี้สมควร อันนี้ยังไม่สมควร แต่ก็ไม่สามารถจะวิเคราะห์ไปได้เลยว่ามันไม่สมควรเพราะอะไร หรืออะไรทํานองนี้นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อมีสํานักงานอันนี้จริง ๆ ดิฉันคิดว่าความชัดเจนที่ทําให้คนเข้าใจได้ใน ทุกระดับเป็นสิ่งสําคัญมากกว่าที่จะใช้วิธีการที่มันยุ่งยากแล้วก็เข้าใจแต่เฉพาะคนที่ทํางาน เท่านั้นนะคะ นอกจากนั้นแล้วก็มีอีกข้อหนึ่งก็คือในงบประมาณดิฉันคิดว่ารายรับก็มี ความสําคัญมาก ในรายงานควรจะระบุรายรับต่าง ๆ ของประเทศ แล้วศักยภาพของรัฐบาล ก็ต้องระบุว่าจะหารายได้เข้ามาเพื่อที่จะช่วยเหลือจุนเจือประเทศได้อย่างไรบ้าง หรือรายได้ อะไรที่มันไม่เข้าเปูาก็จะต้องมีเหตุผลและมีข้อวิเคราะห์เพื่อแก้ไขว่าควรจะทําอย่างไร ในปีหน้า ซึ่งในรายงานงบประมาณในปีหน้าก็จะต้องระบุกระบวนการในการแก้ไขและ ความสําเร็จลงไปด้วยนะคะ

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องวินัยในการคลังอันหนึ่งขององค์กรอิสระ ในการใช้จ่ายเงินขององค์กรอิสระและองค์การมหาชนบางองค์กรซึ่งมีพระราชบัญญัติ ของตัวเองนะคะ ตรงนี้ทําให้บางครั้งการใช้จ่ายเงิน สตง. ตรวจแล้วไม่ถูกต้อง แต่ก็บอกว่า เป็นมติของบอร์ด (Board) เพราะฉะนั้นจะใช้จ่ายตามที่บอร์ด (Board) ได้อนุมัติ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอฝากไว้ด้วยว่าในการใช้จ่ายเงินซึ่งเป็นเงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินที่ หาได้โดยองค์กรนั้นควรจะต้องอยู่ในมาตรฐานอันเดียวกันทั้งหมดทั้งประเทศหรือไม่นะคะ ส่วนการที่จะขอปรับเปลี่ยนแก้ไขนั้นไม่ควรจะอยู่ในระดับของบอร์ด (Board) ขององค์กรนั้น แต่ควรจะได้มีความคิดเห็นของกระทรวงการคลังหรือว่า สตง. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งหมดนี้ ก็คือข้อเสนอ ขอบคุณค่ะ