สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๖ · ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องสิทธิของชาวเลในหมู่เกาะสุรินทร์ โดยเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ และให้ชาวเลได้ถือครองที่ดินและดำรงชีวิตตามประเพณีดั้งเดิม และเสนอให้กระทรวงวัฒนธรรมหรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องแทน เพื่อให้ชาวเลมีความมั่นคงของมนุษย์

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๗ ครับ ท่านประธานครับ ชาวเลนี่เขาเป็นผู้คนดั้งเดิมของสุวรรณภูมิก่อนที่จะมี รัฐสยามแล้วก็ประเทศไทย คงไม่ผิดจากพวกอะบอริจิน (Aborigine) ที่ประเทศออสเตรเลีย แล้วก็พวกอินเดียนแดง ที่ประเทศแคนาดา แล้วก็ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งใน ๓ ประเทศนั้น ในที่สุดได้มีการออกกฎหมายประกันที่อยู่อาศัย แล้วก็สิทธิในการเป็นเจ้าของประเทศแต่ดั้งเดิม แล้วก็ฉันใดฉันนั้นครับ เราต้องดำเนินการในกรอบของงานปฏิรูปของเราที่พุ่งตรงไปด้วยการที่ จะแก้ปัญหาโดยการคืนสิทธิอันชอบธรรม ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานของชาวเลแล้ว อาจจะมีชาวเขาบางส่วนทีหลังที่เราจะคุยกัน หรือว่าชาวมุสลิมไทย-พม่า ตรงตะเข็บชายแดน ไทย-พม่า ที่จังหวัดระนอง แต่ ณ วันนี้ขอเน้นตรงชาวเลหมื่นกว่าคนในทะเลอันดามันเสียก่อน ว่าเขาอยู่มาก่อน เพราะฉะนั้นสิทธิพลเมืองโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอันนี้น่าจะมี การลงมติให้เขาเป็นพลเมืองไทยโดยไม่ต้องคิดอะไรมากนะครับ เขาอยู่มาก่อนเขาเป็น เจ้าของประเทศ ให้เขามีตัวมีตนเสียก่อน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ผมเสนอให้ออกบัตร ประจำตัวประชาชนให้เขาโดยทันทีหมื่นกว่าคนทำไม่กี่อาทิตย์ก็เสร็จ ไม่ต้องคิดอ้อมค้อม กลับไปกลับมา

ประเด็นที่ ๒ เมื่อเขาอยู่มาก่อน กฎเกณฑ์ว่าด้วยป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทีหลัง แล้วก็ผู้ที่เป็นคนนอกจะไปตั้งโรงแรม รีสอร์ต (Resort) ก็ไม่มีสิทธินะครับ มันเป็นที่ดินของเขา เพราะฉะนั้นก็ต้องคืนเกาะต่าง ๆ หมู่เกาะสุรินทร์ อื่น ๆ นี้ให้เขาไปเลย แล้วอย่ามาอ้างเรื่องกฎหมายป่าไม้ กฎหมาย อุทยานแห่งชาติ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทีหลัง หรือว่าสิทธิการถือครองที่ดิน จะเป็นโฉนด จะเป็นเอกสารใดก็ตาม อ้างไม่ได้ครับ เพราะว่าผู้ที่เข้าไปใหม่ที่ไม่ใช่คนพื้นเมืองไม่ใช่ชาวเล เป็นผู้รุกล้ำทั้งนั้นนะครับ โดยกระบวนการมาเฟีย (Mafia) ผู้มีอิทธิพล แล้วก็เจ้าหน้าที่ ที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต เพราะฉะนั้นสิทธิพลเมืองกับที่อยู่อาศัยก็ให้เขามีอยู่ครับ ไม่ต้องไปพูด อะไรมาก ขอให้เป็นมติของ สปท. ส่วนการจะช่วยเหลือที่จะให้เขารักษาประเพณีวัฒนธรรม ก็เมื่อเขาไปอยู่กับที่เขาแล้วเขาจะดำน้ำจับหอย จับปู จับปลา เขาก็ทำได้ ไม่ต้องถูกรบกวน ไม่ต้องถูกกล่าวหาว่าไปรุกล้ำเขตอุทยานแห่งชาติ ด้วยวิถีชีวิตนั้นเขาก็สามารถที่จะฟื้นตัวได้ เราก็มีงบประมาณมากมายในการที่จะอำนวยให้เขาสามารถที่จะดำรงชีวิตแล้วก็รักษา ประเพณีดั้งเดิมของเขาได้

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือผมไม่เห็นด้วยที่จะไปมอบ กอ.รมน. ส่วนหน้าหรือว่า แม่ทัพภาคที่ ๔ อันนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องไปรบกับคอมมิวนิสต์นะครับ ไม่ได้มีเรื่องการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีหน้าที่อันใดที่จะไปมอบให้กับทางฝ่ายกองทัพ พอแล้วครับ อันนี้ เป็นเรื่องมนุษยธรรม แล้วก็เป็นเรื่องประเพณีวัฒนธรรม แน่นอนในแง่นโยบายคงจะไปว่ากัน ที่สภา สมช. สภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่องสิทธิพลเมืองแล้วก็ให้เขาได้โยกย้ายไปในถิ่นฐาน ดั้งเดิมของเขา แล้วก็ไล่คนอื่นออกไปให้หมด รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติด้วยนะครับ เพราะมันมาทีหลังกันทั้งนั้น

อันที่ ๒ เมื่อมันไม่ได้ไปเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยมันก็ควรจะเป็นเรื่อง ของกระทรวงวัฒนธรรมและหรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนแวดวงวิชาการ องค์การมหาชน หรือจะเป็นมหาวิทยาลัยก็เข้ามาเสริมเท่านั้นเอง แต่ว่าต้องเป็นหน่วยงานทางด้านพลเรือนแล้วก็ไม่ใช่หน่วยงานที่อยู่ในเครือข่ายของ กระทรวงกลาโหม ชาวเลหมื่นกว่าคนไม่ใช่ศัตรูของชาติ ไม่ได้เป็นผู้ร้าย ไม่มีเรื่องความมั่นคง มาเกี่ยวข้องนะครับ ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติจะถูกรุกล้ำด้วย อุดมการณ์หรืออะไรก็ตาม เป็นเรื่องของความมั่นคงทางด้านความเป็นมนุษย์ เรื่องของ มนุษยธรรม ผมไม่เห็นด้วยที่จะไปมอบให้ กอ.รมน. หรือกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ชาวเลไม่ได้เป็นศัตรูของชาตินะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้น ๓ ประเด็นครับ ไหน ๆ จะปฏิรูปกันแล้ว สิทธิพลเมืองอันที่ ๒ ให้เขาได้กลับไปอยู่ในถิ่นฐานเดิมแล้วก็ไล่คนอื่น ไปให้หมด

อันที่ ๓ ก็จะเอากระทรวงวัฒนธรรม หรือจะเอากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ก็เอาเสียหน่วยงานหนึ่ง ส่วนเราเป็นข้อเสนอไปแล้ว ผู้ที่จะมาช่วย ประสานนโยบายอะไรก็ขอให้เป็นสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผมขอพูดแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ