นิกร หารือปัญหาชาติพันธุ์-แรงงานต่างด้าว เสนอแก้ที่รากฐาน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๖ · ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙

นิกร จำนง หารือปัญหาชาติพันธุ์อย่างกว้างขวาง โดยยกตัวอย่างชาวเลและชนกลุ่มน้อยอื่นในประเทศไทยเปรียบเทียบกับกรณีอินเดียนแดงในสหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของการผลักดันการรวมกลุ่มทางวัฒนธรรม และเรียกร้องให้แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจในอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งเสนอให้กรรมาธิการเร่งศึกษาแนวทางการดูแลแรงงานต่างด้าวและผู้อพยพ โดยเฉพาะชาวพม่าและชาวกัมพูชา ในด้านการศึกษา สาธารณสุข และที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันปัญหาสังคมในอนาคต รวมถึงผลักดันให้ประเด็นชาติพันธุ์เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ

นายนิกร จำนง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการ ทุกท่านครับ ผม นิกร จำนง สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๗๙ ต่อประเด็นนี้การปฏิรูปตรงนี้ ผมได้พิจารณาแล้วก็มีความเห็นว่าอย่างนี้ครับ มีความเห็นว่าปัญหาภาพรวมในการนำเสนอ เป็นเรื่องของชาวเล แต่จริง ๆ แล้วถ้าดูภาพรวมทั่วไป ปัญหาชนกลุ่มน้อย หรือชาติพันธุ์ ต่าง ๆ ในประเทศเรามีเยอะมากครับ มีลักษณะเป็นไดเวอร์ซิตี้ (Diversity) ทางชาติพันธุ์ เสียด้วยซ้ำ มีกะเหรี่ยง มูเซอ ปกาเกอะญอ พวกม้ง เซมัง หรือทางใต้ก็มีพวกซาไกนะครับ คือมีอยู่ทั่วไป ดังนั้นประเด็นเรื่องเหล่านี้ในการนำเสนอผมมองว่าการนำเสนอเป็นเฉพาะ ในกรณีนี้เป็นเรื่องของชาวเลโดยเฉพาะ มุมนี้อาจจะแคบในความเห็นส่วนตัวผมนะครับ เนื่องจากว่าเรามีปัญหานี้อยู่มาก กราบเรียนท่านประธานว่าผมเองได้มีโอกาสศึกษาเรื่อง โครงใหญ่ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ตอนที่ไปศึกษาเรื่องกัฟเวิร์นเมนต์ (Government) เกี่ยวกับเรื่องนโยบายแห่งรัฐนี่นะครับ ก็พิจารณาเรื่องที่ท่านคุรุจิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้กล่าวถึงเมื่อกี้คือกรณีอินเดียนแดง คือไปศึกษาเรื่องการ แอสซิมิเลต (Assimilate) การแอสซิมิเลชัน (Assimilation) การดูดกลืนนะครับ เจาะลึกลง ไปทำให้เราเห็นปัญหาอยู่มากว่าการมองภาพของชนกลุ่มน้อย หรือชาติพันธุ์เหล่านี้ด้วยตา เราเอง บางทีมันไม่ถูกต้อง เนื่องจากว่าผมยกตัวอย่างเรื่องกรณีของอินเดียนแดง อินเดียนแดงเดิมเองเป็นเจ้าของแผ่นดินตรงนั้นอยู่ ตอนหลังมาถ้าเราดูหนังคาวบอยเราจะ เห็นว่าเราโกเวสต์ (Go west) สมัยนั้นใช่ไหมคนขาวมา ปัญหาที่อินเดียนแดงสูญเสียแผ่นดิน ไปเกือบทั้งหมด ซึ่งอาจจะเป็นคล้าย ๆ กับที่ท่านกรรมาธิการได้เสนอเรื่องชาวเลก็คือว่า อินเดียนแดงนั้นคิดว่าเขาเป็นซัน ออฟ เดอะ แลนด์ (Son of the land) คือเขาเป็น บุตรหลานของแผ่นดินเหมือนชาวเลที่เขามีพื้นที่กลางแล้วเป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน เหมือนกันมาก นะครับ คือเขาคิดว่าซัน ออฟ เดอะ แลนด์ (Son of the land) ในเมื่อคุณเป็นบุตรหลานของแผ่นดิน คุณอยู่กับแผ่นดินแม่ คุณไม่สามารถเป็นเจ้าของแผ่นดินได้ เขาก็เลยไม่ถือครองเป็นเจ้าของ แผ่นดิน ในขณะที่คนขาวที่เข้าไปเริ่มปล่อยม้าออกไป ปล่อยเกวียนออกไป ไปอยู่ตรงไหน แล้วก็จับจองเป็นเจ้าของพื้นที่ทั้งเวสต์ (West) เกือบทั้งหมด สุดท้ายที่ดินในประเทศ สหรัฐอเมริกาก็กลายเป็นของคนขาวหมด อินเดียนแดงเองซึ่งเป็นเจ้าของแผ่นดินเดิมถูกไล่ ไปอยู่ในเขต จริง ๆ เหมือนเรียกเป็นเขตกักกันก็ได้นะครับ เขาก็สู้มีการต่อสู้กันยาวนานมาก เราได้เห็นกันมาตลอด ตอนหลังมีประเด็นที่สำคัญขึ้นมาก็คือว่าทางรัฐบาลอเมริกันเองใช้วิธี แอสซิมิเลต (Assimilate) ก็คือผสมกลมกลืน คือเข้าไปพัฒนาให้อินเดียนแดงมาเป็นคนขาว คือมาเป็นอเมริกัน ก็อาจจะเป็นความประสงค์ที่อาจจะเป็นความปรารถนาดี แต่พอเจาะลึก เข้าไปในความเป็นชนเผ่าหรือความเป็นชาติพันธุ์ตรงนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เช่น ลูกหัวหน้าเผ่าของอินเดียนแดงเขาก็ยังจะเป็นหัวหน้าเผ่าอยู่นั่นแหละ ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีใด ๆ ก็ตาม จะมาเรียนหมอเป็นหมอก็ยังเป็นหัวหน้าเผ่าอยู่ซึ่งตรงนี้เป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งผม เชื่อว่านะครับ ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยง มูเซอ หรือว่าเป็นใครในของเราก็มีลักษณะคล้ายกัน ความเป็นชาติพันธุ์ของเขามีความเป็นตัวตนมาก สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือเราเป็นคนเมือง เวลาไปคิดแก้ปัญหาของเขาเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงมากในการที่จะทำ เพราะฉะนั้นในกรณีของ อินเดียนแดงจนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถจะแอสซิมิเลต (Assimilate) ได้นะครับ มันถ่ายทอด จากรุ่นไปสู่รุ่น ดังนั้นประเด็นที่เสนออย่างชาวเลผมก็มีความเข้าใจอยู่บ้างเพราะผมเป็นคนใต้ อยู่กับทะเลมานะครับ วิถีของเขามันเหมือนกับว่าเราจะมาเห็นตอนมีปัญหาแล้ว ก็คือ การที่ว่าพื้นที่ที่เขาคิดว่าเขาอยู่กันมานานแล้วอย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ว่าเขาอาจจะคิดว่า เขาเป็นซัน ออฟ เดอะ ซี (Son of the sea) เดอะ แลนด์ (The land) หรือไอส์แลนด์ (Island) ตรงนั้นนะครับ การเข้าไปถือครองในอดีตที่เขาอยู่มานานแล้ว จริง ๆ เขาอาจจะได้ โฉนดมาแล้ว เขาสามารถจะทำได้มาแล้ว แต่มันมีคนรุ่นหลังเข้าไปแล้วก็ไปทำโฉนด หมายถึงว่า นี่เป็นลักษณะเหมือนกับที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ เขาก็สูญเสียไป ซึ่งลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องที่เขา เป็นคนของเราเหมือนกัน ดังนั้นในการเข้าไปดูแลต่าง ๆ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหมือน เป็นตัวแบบนะครับ แต่การเสนอในกรณีชาวเลล้วน ๆ ที่ท่านเสนอขึ้นมาผมเห็นด้วยในจุดนี้ แต่ไม่เห็นด้วยในโครงของการเสนอ เพราะจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ถ้าหากว่าจะมีการนำเสนอเป็น การแก้ปัญหาชาติพันธุ์โดยรวม แล้วก็เอาชาวเลมาวางว่าเป็นส่วนหนึ่งแล้วก็หาตรงอื่นเข้าไป การมองภาพรวมทั้งหมดเราเคยไปว่าอย่างชาวเขาที่อมก๋อยต้องเดินกันเป็นวัน ๆ เพื่อจะไป หาโรงเรียน เพื่อจะได้ไปเรียน ไปอยู่นะครับ แล้วเขาก็อยู่กัน เขามีวิถีของเขา แล้วก็พอ ตอนหลังเราก็ไปนับกันโดยระบบการศึกษาที่เราบอกว่ามีนักเรียนไม่ครบแล้วเราก็ไปยุบ แล้วเขาจะเดินข้ามเขากันอีกสักกี่เขา เพราะฉะนั้นวิธีการของเขา การได้บัตรประจำตัว ประชาชนของเขาก็มีปัญหานะครับ ทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นคนไทยในพื้นที่สูงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นภาพปัญหาเหล่านี้จำนวนของปัญหาผมเข้าใจว่ามีการรวบรวมไว้บ้างแล้ว ประเด็นที่ผมเสนอก็คือว่า จริง ๆ แล้วใจจริงอยากให้กรรมาธิการรวมเสนอเป็นปฏิรูปตรงนี้ ถ้าปฏิรูปชาวเลคนประมาณหมื่นคนผมว่าเล็กไปในความเห็นผมส่วนตัวนะครับ คือประเด็น มันจะเล็กไป และประกอบกับเรื่องนี้ที่ท่านเสนอขึ้นมา เรามีมติ ครม. เมื่อ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ก็วางไว้ แต่บังเอิญถูกชอร์ต (Short) โดยลักษณะพอมีการยึดอำนาจก็อาจจะหายไป กรรมการที่ตั้งนี่นะครับ แสดงว่าปัญหามีการดำเนินการแล้ว มีการศึกษาวิจัยของคณะต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณชาวเลก็ดี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มี การศึกษานะครับ ชาติพันธุ์หรือชนเผ่าพื้นเมืองของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ การวิจัยของท่านอาจารย์อคินก็มีใช่ไหมครับ คือมีมาครบอยู่ตามสมควรแล้ว แล้วมติ ครม. แม้แต่ พม. เองก็มีแผนแม่บทเกี่ยวกับเรื่องชาติพันธุ์ไว้แล้ว ดังนั้นถ้าจุดตรงนี้เราจะรวบ ซึ่งผมไม่รู้ว่าทำได้ไหม แต่ว่ามันเป็นโครงใหญ่ที่มันมีหลักการคล้ายกัน เรื่องที่ดิน การใช้ชีวิตอยู่ ลักษณะของการยึดถือกับชาติพันธุ์ดั้งเดิมของเขา คือเขาเป็นตัวตนของเขาซึ่งอาจจะต่าง แต่ว่าในภาพรวมความเป็นตัวตนของเขาแค่ไดเวอร์ซิตี้ (Diversity) เท่านั้นเอง แต่ลักษณะ การเข้าไปแก้ปัญหาโดยรัฐ รัฐบาลกลางในการไปช่วยดูแลกรอบก็จะคล้ายกันนะครับ ที่ดิน ที่อยู่ การศึกษา เหล่านี้ ถ้าท่านรวมมาเป็นประเด็นใหญ่แล้วก็ปัญหาชาวเลเป็นปัญหาหนึ่งในนั้น ผมว่าจะดีนะครับ แล้วก็เราเคลื่อนต่อไปและปรับเสียทั้งหมด และนี่เป็นการปฏิรูปว่าด้วยเรื่องชาติพันธุ์โดยรวม เพราะถ้าจับเฉพาะชาวเลจำนวนที่ว่าอย่างที่ผมเรียนแล้วมันเป็นสมอลสเกล (Small scale) สำหรับการปฏิรูป เดี๋ยวทางรัฐบาลจะทักเอาได้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็ทั้งหมดตรงนี้เป็นการ เดินไปหมดแล้ว มติ ครม. ก็มีแล้ว แผนก็มีแล้ว อะไรก็มี คือมีหมดแล้ว เราเสนอแต่ว่าให้เร่ง เท่านั้นเอง มันไม่ใช่เป็นการปฏิรูป เป็นการเหมือนกับรวบรวมการดำเนินการของรัฐมากกว่า ในความเห็นของผม ดังนั้นอยากจะให้ท่านวางโครงใหญ่เสียเลย เพราะว่าท่านเสนอไว้เป็น ข้อสุดท้ายว่าทำเรื่องชาติพันธุ์ด้วย ผมกำลังเสนอว่าท่านเอาข้อสุดท้ายเป็นข้อแรก แล้วก็ อัปไซด์ดาวน์ (Upside down) เสีย ก็อาจจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะว่าจะได้มอง ปัญหาในทีเดียว แล้วก็อยากจะฝากสุดท้ายว่านี่คือปัญหาในอดีตความเป็นไปของ ชาติพันธุ์เหล่านี้ในอดีตซึ่งติดมากับแผ่นดินนี้ เขาอาจจะมาอยู่ก่อนเรา เราไม่รู้มาจาก ทางตอนใต้เทือกเขาอัลไต เขามาอยู่ก่อนหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ

ประเด็นที่อยากจะฝากไว้ก็คือว่าขณะนี้เรื่องใหม่กำลังมา ขณะนี้ประเทศเรา เราจะเห็นว่าพูดกันหลายภาษา สมุทรสาคร สมุทรสงครามจะเป็นแบบหนึ่ง ปัญหา อิมมิเกรชัน (Immigration) อิมมิแกรนต์ (Immigrant) จะเป็นปัญหาใหญ่มากในอนาคต ปัญหาของคนเข้ามาทำงาน ชาวพม่าก็ดี ชาวเขมรก็ดี หรือต่าง ๆ เหล่านี้ที่มาอยู่ในประเทศนี้ เป็นกำลังสำคัญเราเอาออกไปจากประเทศไม่ได้ เราต้องอยู่กับสิ่งนี้ต่อไป ปัญหาเหล่านี้ ลูกหลานของเขา การศึกษาของเขา การรักษาพยาบาลของเขา ถิ่นที่อยู่ของเขา แล้วก็มีวิถี หลายอย่างที่เราต้องดูแล ทั้งเป็นคุณแล้วก็ถ้าเราไม่ดูแลดีก็จะเป็นโทษต่อสังคมนี้ด้วย ก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการว่าปัญหาเรื่องอิมมิแกรนต์ (Immigrant) เป็นต่างด้าวที่จะมา อยู่ในประเทศนี้ อยากจะฝากให้เริ่มศึกษาด้วยก็จะเป็นเรื่องดี เพราะว่ามันจะเป็นปัญหาที่เรา ต้องเจอแน่ถ้าเราไม่เตรียมการตั้งแต่บัดนี้ ก็เป็นการนำเรียนเรื่องการปฏิรูปเรื่องชาวเล ที่อยากให้เป็นกรอบเรื่องชาติพันธุ์โดยรวม และเรื่องชาวเลเป็นหนึ่งในนั้นนะครับ แล้วก็ปัญหาที่จะฝากเพิ่มไปก็คือปัญหาเรื่องต่างด้าวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กราบเรียน ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ