อำพล ชี้ชาวเลถูกจำกัดพื้นที่ทำกิน วอนรัฐคุ้มครองสิทธิเท่าเทียม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๖ · ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙

อำพล จินดาวัฒนะ หารือประเด็นการปฏิรูปประเทศโดยเน้นการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะชาวเลและชาวกะเหรี่ยง ที่เผชิญปัญหาความเปราะบาง ถูกตีตรา ถูกเบียดเบียนจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และขาดสิทธิในการเข้าถึงที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย พร้อมเรียกร้องให้รัฐเปลี่ยนทัศนคติ เคียงคู่กับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรม ไม่แบ่งแยก และเร่งบูรณาการแผนการพัฒนาที่ยึดมั่นวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความหลากหลาย โดยเสนอการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องตามกรอบกฎหมายและหลักการสากล

นายอำพล จินดาวัฒนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภานะครับ ขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมที่ได้กรุณา มอบหมายให้ผมเป็นผู้นำเสนอรายงาน เมื่อสักครู่ท่านประธานแนะนำว่าผมเป็น เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ผมเป็นอดีตแล้วครับ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน กราบขอบพระคุณท่านครับ

ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ กระผมจะขออนุญาตนำเสนอ เรื่องรายงานนี้อย่างช้า ๆ แต่คิดว่าสิ่งที่เราเสนอวันนี้ที่จะขอให้เพื่อนสมาชิกได้โปรด กรุณาพิจารณานั้นคิดว่าไม่เป็นเรื่องที่จะสลับซับซ้อนมากนะครับ เพราะสิ่งที่เราเสนอ เพื่อสภาพิจารณานั้นจะเป็นเรื่องกลไกการขับเคลื่อนและทำเรื่องนี้ให้สำเร็จนะครับ ส่วนรายละเอียดของวิธีการดำเนินการนั้นก็จะเป็นเรื่องที่รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป กระผมขออนุญาตกราบเรียนนำเสนอท่านตามเอกสารเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ท่านสามารถดูจากรายงานได้ด้วย ซึ่งเนื้อหาสมบูรณ์นั้นอยู่ในรายงานและมีเอกสาร ภาคผนวกค่อนข้างมากเพื่อจะทำความกระจ่างในเรื่องเหล่านี้ด้วยกันนะครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานอโณทัยท่านได้พูดถึงกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยนะครับ ผมอยากจะขอ ขยายความว่ามีการแบ่งกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยไว้ ๔ กลุ่มนะครับ

กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มที่อยู่ที่สูงครับ ที่เรารู้จักดีส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาคเหนือนะครับ

กลุ่มที่ ๒ อยู่ในที่ราบครับ อย่างเช่นหลาย ๆ กลุ่มด้วยกันที่เข้ามาอยู่ใน ประเทศไทยนานแล้วนะครับ เช่น กลุ่มคนมอญ คนลาว อะไรต่าง ๆ เหล่านี้

กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มที่อยู่ริมทะเล หรือตามเกาะแก่งครับ วันนี้ประเด็น ที่นำเสนอเป็นกรณีเฉพาะก็คือกรณีกลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มที่อยู่ทะเลและเกาะแก่งต่าง ๆ

กลุ่มที่ ๔ นั้นอยู่ในป่าครับ อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ในป่า เช่น ชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ในป่า ซึ่งท่านประธานสภาของเรา ท่านประธานท่านจะทราบดี เพราะว่าท่านจะเกี่ยวข้องอยู่ในส่วนนั้น

วันนี้ก็จะพาท่านไปเฉพาะกลุ่มที่ ๓ นะครับ กระผมกราบเรียนว่าข้อเสนอ เพื่อการปฏิรูปส่งเสริมชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์เข้มแข็งกรณีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลนั้น หัวข้อที่ใช้นำเสนอวันนี้จะเป็นประเด็นเรื่องการปฏิรูปครับ เพื่อเรามุ่งเป้าหมายสุดท้ายคือ ให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งเพื่อจะให้ฐานของสังคม มีความเข้มแข็งดังที่ท่านประธานอโณทัยได้กราบเรียนไปแล้ว โดยเราหยิบประเด็น กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องริเริ่มใหม่นะครับ เป็นเรื่องที่มีการดำเนินการ อยู่แล้ว และมีถึงขั้นมีมติคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่เป็นประเด็นที่เราได้มาตรวจสอบ ได้มาพูดคุย ได้มาศึกษาวิเคราะห์และได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย เราพบว่าจำเป็น ที่จะต้องมีข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป ในระยะต้นนั้นเป็นการแก้ปัญหาแน่นอนครับ แต่ใน ระยะยาวนั้นคือการทำให้เขาเป็นชุมชนเข้มแข็งให้ได้นะครับ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะคลี่คลาย ประเทศเราก็จะมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนได้จริงครับ

ประเด็นแรกผมอยากจะกราบเรียนเรื่องสภาพปัญหาครับ สภาพปัญหา สำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อสักครู่นี้ประธานพูดแล้วนะครับ ๕๖ กลุ่ม และผมกราบเรียน ไปแล้วว่ามีการแบ่งเป็น ๔ ประเภทนะครับ ทีนี้กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ว่ากลุ่มใดก็ตามกลายเป็น กลุ่มคนชายขอบที่มีความเปราะบาง คือเป็นกลุ่มที่จะตามสังคมไม่ทัน จะถูกทอดทิ้ง อยู่ข้างหลังค่อนข้างมากนะครับ รวมทั้งทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่ที่เรามีต่อกลุ่ม ชาติพันธุ์ด้วย เขาขาดความมั่นคงตั้งแต่เรื่องที่อยู่อาศัยครับ การไม่เข้าถึงสิทธิในการดูแล และใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และเรื่องคุณภาพชีวิตครับ เมื่อเป็นอย่างนั้นกลุ่มคนชายขอบ ที่มีความเปราะบางเหล่านี้ก็จะมีความเสี่ยงในการเข้าสู่กิจการที่ผิดกฎหมาย หรือต้องเสี่ยง ในชีวิตทำให้คุณภาพชีวิตก็ตกต่ำตามไปด้วย ในขณะเดียวกันนั้นสังคมมักจะเข้าใจไม่ค่อย ถูกต้องนักกับวิถีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ครับ ท่านประธานครับ เมื่อเช้า ผมให้สัมภาษณ์วิทยุเริ่มต้นพิธีกรก็บอกว่าชนกลุ่มน้อย ผมก็เลยต้องขออนุญาตอธิบายว่า เดี๋ยวนี้เขาไม่เรียกชนกลุ่มน้อยแล้วนะครับ เราต้องเรียกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ และอย่ามองเขาว่า เป็นคนกลุ่มน้อยเราจะต้องมองว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมประเทศชาติด้วยกันครับ

อันดับถัดไปผมขออนุญาตไปสู่ในส่วนของชาวเล ซึ่งเป็นประเด็นเฉพาะ ในวันนี้นะครับ ท่านทั้งหลายคงจะทราบกรณีที่มีการปะทะกันที่หาดราไวย์หลายเดือนมาแล้ว แล้วก็ยังไม่มีทางออกที่ดี ขณะนี้ฝ่ายเอกชนก็ขอใช้สิทธิทางศาล ซึ่งเขามีเอกสิทธิ์ เอกสารสิทธิ ต่าง ๆ อยู่ในมือ ความขัดแย้งนั้นยังไม่จบลงง่าย ๆ ครับ ในขณะเดียวกันกลุ่มชาวเลที่อยู่ ที่หาดราไวย์นั้นยังมีความเดือดร้อนหลายประเด็นด้วยกัน ชาวเลนั้นมีอยู่ด้วยกันตั้งแต่ จังหวัดระนองไล่เรียงลงไปจนถึงทางใต้ไปถึงสตูล และอยู่ตามทั้งชายฝั่งและอยู่ที่เกาะครับ มี ๓ ประเภทครับ กลุ่มที่ ๑ เขาเรียกว่ามอร์แกนที่เรารู้จักนะครับ มอร์แกน กลุ่มนี้จะอยู่ ข้างบน ๆ นิดหนึ่ง มอร์แกนนี้ส่วนหนึ่งได้รับการดูแลจากรัฐโดยนโยบายของรัฐ ให้เขาอยู่ใน แถวหมู่เกาะสุรินทร์ที่เขาเคยอยู่อาศัยมาชั่วนาตาปีได้ครับ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่เหล่านั้นมีกฎหมาย ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ แต่รัฐมีนโยบายให้เขาอยู่เพราะเขาอยู่มานานแล้วครับ อันนี้ ก็คือการดูแลกันไม่ทิ้งกันนั่นเองครับ ถัดลงมาก็คือมอแกลนมีตัว ล ตรงนี้ก็อยู่ตรงกลาง ๆ ที่ราไวย์นั้นก็เป็นกลุ่มนี้ด้วย และถัดมาคืออูรักลาโว้ยนะครับ ตรงนี้ไปจนถึงหลีเป๊ะซึ่งเรา ไปเที่ยวแล้วสวยสดงดงาม จริง ๆ แล้วเขาอยู่ที่นั่นกันมานานแล้วครับ แต่วันนี้เขากำลัง ถูกฟ้องถูกขับไล่ออกจากที่ที่เขาเคยอยู่ตั้งแต่บรรพบุรุษหลายชั่วคน เพราะที่ดินส่วนหนึ่ง ได้กลายเป็นของเอกชน และที่ดินส่วนหนึ่งนั้นรัฐได้ประกาศเป็นพื้นที่สาธารณะ คนกลุ่มนี้ มีทั้งหมด ๑๒,๐๐๐ กว่าคน ถ้ามองประเทศทั้งประเทศเรามี ๖๕ ล้านคน ๖๖ ล้านคน กลุ่มนี้ ก็ไม่มากแต่เขาเป็นเพื่อนร่วมชาติครับ ถ้าเรามองทัศนะว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมชาติร่วมแผ่นดิน เราจะไม่มองเขาเป็นคนกลุ่มน้อย มีจำนวนเท่าไรก็ตามมีความสำคัญ เราไม่ควรจะทิ้งเขาอยู่ ข้างหลังก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องดูแลนะครับ ด้วยเหตุที่มีจำนวนน้อยนี้กระมังครับคนถึงมองเขา ว่าเป็นคนชนกลุ่มน้อย แต่จริง ๆ คือเราต้องอยู่กันแบบประเทศไทยคือรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย มีหลายชาติเชื้อครับอยู่ด้วยกันเป็นประเทศไทยโดยที่ไม่แบ่งแยก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตนำไปสู่เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) แผ่นถัดไปเพื่อจะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกให้เห็นภาพ ชัดเจนนะครับว่าชาวเลนั้นคือราษฎรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ พระองค์มองว่า คนที่อยู่ในผืนแผ่นดินเราร่วมกันนี้คือราษฎรไทยด้วยเช่นเดียวกัน พระองค์ท่านเคยทรงเสด็จ เยี่ยมราษฎรที่หาดราไวย์ ปี ๒๕๐๒ คำว่า หาดราไวย์ ชื่อหาดราไวย์ก็คือภาษาชาวเลครับ ไม่ใช่ภาษาไทยภาษากลาง แสดงถึงว่าประวัติศาสตร์นั้นพวกเขาได้อยู่มาและใช้พื้นที่เหล่านั้น เป็นพื้นที่ร่วมกันในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพมาช้านาน ชื่อหาดนั้นก็ยังเป็นชื่อนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านได้ทรงเสด็จเยี่ยมหมู่บ้านชุมชนชาวเลเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๐๒ พื้นที่เหล่านั้นวันนี้ชาวเลกำลังเดือดร้อนครับ ส่วนหนึ่งที่เขาอยู่อาศัยนั้น มีเอกสารสิทธิ และส่วนหนึ่งที่ปะทะกันที่ริมหาดก็มีเอกสารสิทธิ สถานที่ที่เขาเคยประกอบ พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ จอดเรือหลบพายุ ซ่อมอุปกรณ์ประมงทั้งหลายเขาจะเข้าไปไม่ได้ เหตุปะทะก็เพราะว่าฝ่ายเอกชนนั้นจะปิดตรงนั้นเพื่อจะทำการลงทุนธุรกิจการท่องเที่ยว นี่คือความเดือดร้อนที่คนกลุ่มหนึ่งที่เป็นเพื่อนร่วมชาติได้ประสบอยู่นะครับ และเมื่อในอดีตนั้น พระองค์ท่านได้ทรงไปเยี่ยมราษฎรและไปดูแลทุกข์สุขของราษฎรของพระองค์ท่านครับ

ถัดไปผมอยากจะกราบเรียนว่าชาวเลนั้นมี ๓ กลุ่ม ผมเรียนไปแล้วนะครับ ขออนุญาตข้ามตรงนี้ได้ แล้วก็สิ่งที่เดือดร้อนในวันนี้ก็เพราะว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เราพัฒนาประเทศแล้วก้าวไกลเหลือเกิน พื้นที่ริมฝั่งทะเลอันดามันและเกาะแก่งต่าง ๆ นั้น มีราคาแพงยิ่งกว่าทองคำ เพราะฉะนั้นเขาเดือดร้อนนะครับไม่มีที่จะอยู่ บางคนใช้คำแรง ๆ ว่าไม่มีที่จะซุกหัวนอนด้วยซ้ำ บังเอิญกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคอื่นของประเทศใน ๓ กลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ที่สูง ที่ราบ หรือในป่า ยังดีที่ยังมีพื้นที่ เหยียบพื้นที่อยู่ครับ และเมื่อรัฐมีนโยบาย ชัดเจนให้เฉพาะเจาะจงว่าให้ดูแลเขา และให้เขาอยู่ได้ ทำกินได้ เขายังมีที่อยู่ได้ แต่คนชาวเลนั้น มีโอกาสถูกเบียดตกทะเลแน่นอนครับ เพราะว่าที่ดินนั้นหายากและราคาแพงเหลือเกิน ผลกระทบตามมาครับ ถ้าท่านไปดูชุมชนชาวเลที่หาดราไวย์ซึ่งอยู่กันจำนวนหลายพันคน เป็นชุมชนแออัดที่เรียกว่าเราไม่เคยเห็นชุมชนแออัดที่ไหนเป็นอย่างนั้นเลยครับ เขาอยู่อาศัย ด้วยความยากลำบากอย่างมาก เพราะพื้นที่นั้นมีโฉนดครับ และมีประชาชนเป็นเจ้าของ และมีการฟ้องขับไล่ด้วย ในขณะเดียวกันดีเอสไอ (DSI) ได้ลงไปช่วยตรวจสอบพบว่ากระดูก ที่ฝังอยู่ที่นั่นเป็นกระดูกของชาวเลครับ เป็นบรรพบุรุษเขา แต่ที่ดินนั้นได้เป็นเอกสิทธิ์ของ ประชาชนไปแล้ว ของเอกชนนะครับ เขาก็ถูกฟ้องขับไล่ ดังนั้นที่อยู่อาศัยที่เขาอยู่ทุกวันนี้ น้ำไม่มี ไฟไม่มี ส้วมไม่มี เพราะฝ่ายท้องถิ่นฝ่ายรัฐก็เข้าไปดำเนินการไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ ที่มีโฉนดครับ แต่เขาก็ยังต้องซุกหัวนอนกันอยู่ตรงนั้น นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ถัดมาก็คือ เหตุการณ์ฟ้องร้องทำให้หลายครอบครัวแพ้คดีครับ ฟ้องทีไรก็แพ้ทุกทีครับ เพราะว่า ภาคเอกชนมีเอกสารสิทธิครับ เขาก็ไร้ที่อยู่อาศัย ไร้ที่ทำกิน ถ้าไปดูทุกวันนี้เขาแทบจะไม่ได้ ออกท้องทะเลนะครับ เพราะจะต้องคอยเฝ้ากันอยู่ว่าเขาจะเดือดร้อนเมื่อไร จะปะทะกัน หรือไม่มีการปะทะเกิดขึ้น ตอกย้ำความยากลำบากนะครับ ปกติแล้วอยากกราบเรียนว่า ถ้าเรารู้จักชาวเลไม่ว่าอยู่ตรงไหน ๓ กลุ่มที่ว่านี้เป็นคนรักสงบครับ เขาไม่ค่อยมีปัญหากับใคร ไม่มีปากมีเสียง แล้วเขาใช้พื้นที่อย่างไรครับ เขาไม่เคยคิดถึงสิทธิที่เป็นเอกสารสิทธิแบบที่เรา รู้จัก แต่เขาใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ทุกวันนี้เขาก็ขอเราเพียงแต่ว่าขอพื้นที่สาธารณะ ร่วมกันที่เขาใช้ คนไทยก็ใช้ได้ นักท่องเที่ยวก็ใช้ได้ พวกเขาก็ใช้ได้ร่วมกันไม่จำเป็นต้องเป็น กรรมสิทธิ์เฉพาะของเขา เขาไม่เคยเรียกร้องกรรมสิทธิ์เหล่านั้นนะครับ เหตุผลในการที่เสนอ ความจำเป็นต้องการปฏิรูป ผมคิดว่าเหตุผลเรื่องนี้เท่าที่ทำงานเรื่องของการปฏิรูปมาตลอด นะครับ เหตุผลที่รองรับเรื่องข้อเสนอการปฏิรูปครั้งนี้มีความชัดเจนอย่างมาก ดังต่อไปนี้ครับ

ข้อที่ ๑ ทุกวันนี้มีการมองว่าความมั่นคงของมนุษย์เป็นพื้นฐานสำคัญของ ความมั่นคงของรัฐ เมื่อก่อนอาจจะมองความมั่นคงของรัฐ โดยไม่ได้มองเรื่องความมั่นคงของ มนุษย์ วันนี้ทั่วโลกและประเทศไทยเราเองก็มองว่า ถ้าความมั่นคงของมนุษย์ดี ความมั่นคง ของรัฐจะดีด้วยครับ เหตุผลนี้เดี๋ยวจะนำไปสู่ข้อเสนอเรื่องกลไกที่คณะกรรมาธิการได้เสนอครับ

ข้อที่ ๒ การพัฒนาประเทศและการสร้างพลเมืองต้องทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังหรือสังคมไม่ทอดทิ้งกันนั่นเองนะครับ อินคลูซิฟดีเวลอปเมนต์ (Inclusive Development) แล้วก็มีการช่วยเหลือกลุ่มคนที่ด้อยกว่า สร้างความเป็น พลเมืองทุกกลุ่มแล้วเคารพในวิถีวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างหลากหลายครับ ยุทธศาสตร์ การปฏิรูปทุกวันนี้หันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงแบบใหม่ ที่เมื่อสักครู่นี้ ผมกราบเรียน ไปแล้วว่าประเทศเราในเนื้อเพลงชาตินั้นก็คือเรื่องรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นปึกแผ่นครับ หลายชาติพันธุ์นั้นเขาอยู่ในแผ่นดินนี้มาก่อน ใครก่อนใครหลังไม่สำคัญละครับ แต่อยู่ร่วมกัน มานานแล้ว กฎระเบียบกติกาต่าง ๆ ของรัฐควรจะต้องเอื้อต่อการอยู่ร่วมกันครับ

มุมมองที่ ๒ นะครับ ประเทศเรามีการตั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ แสดงว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ครับ เรื่องความมั่นคงของชีวิต สถาบันครอบครัวและชุมชน เรามี พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร ปี ๒๕๕๑ พูดชัดเจนนะครับว่าจะต้องส่งเสริมประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมป้องกันรักษา ความมั่นคง เสริมสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่นเพื่อป้องกันภยันตรายในยามปกติและ ยามสถานการณ์ไม่มั่นคงต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็ให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มทุกหมู่ของสังคมครับ มีการตั้งสำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม มีคำว่า ชนต่างวัฒนธรรม ก็คือแสดงว่าเราให้ความสำคัญตรงนี้มานานแล้ว เหตุผลสำคัญนั้นนะครับ ที่มีการขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปถัดไปก็คือว่ายูเนสโก (UNESCO) ในระดับสากลได้เสนอ นโยบายวัฒนธรรม ปัญหาชาวเลจึงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะพื้นที่ครับ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะ ประเทศไทย แต่เป็นปัญหาระดับสากล ยูเอ็นดีพี (UNDP) ได้พูดถึงเสรีภาพทางวัฒนธรรมว่า เป็นสิ่งสำคัญของอิสรภาพของมนุษย์ เป็นฐานสำคัญทำให้คนมีศักยภาพมีโอกาสได้รับ การพัฒนาอย่างแท้จริง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนพื้นเมืองของสหประชาชาติพูดถึง สิทธิทางวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นฐานสำคัญทั้งหมดเลย

อันถัดมาก็คือเรื่องเป้าหมายการพัฒนายั่งยืน ซัสเตนะเบิล ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (Sustainable Development Goals) เอสดีจี (SDGs) ที่กำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน เมื่อปีที่แล้วปลายปีได้มีการรับรองวาระระดับโลกอันนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปร่วม รับรองก็เป็นแนวทางนี้เลยละครับที่จะต้องไม่ทอดทิ้งกัน หัวใจคือพัฒนาต้องไม่ทอดทิ้งใคร ไว้ข้างหลังครับ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมีการประกาศไว้ชัดเจน รวมทั้งนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ตั้งเป้าเรื่องความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นทิศทางที่เป็นฐาน อ้างอิงในการดำเนินการครั้งนี้ทั้งสิ้นนะครับ รวมทั้งหลักการสิทธิชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ในรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับที่ผ่านมา ซึ่งแม้แต่ในร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบันอาจจะไม่ได้เขียน โดยตรง แต่โดยนัยแล้วยังสามารถอ้างอิงรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มาในลักษณะจารีต ประเพณีและแนวคิดได้ตลอดนะครับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเรื่องนี้เคยมีมติคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ เรื่องการฟื้นฟู วิถีชีวิตชาวเลซึ่งเป็นการเสนอที่ก้าวหน้ามากนะครับ โดยกระทรวงวัฒนธรรมพูดถึง เรื่องที่ทำกิน พูดถึงเรื่องพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ พูดถึงแนวทางการดำเนินการต่าง ๆ มีการตั้ง คณะกรรมการบูรณาการนโยบายเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและแก้ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ได้มีการ ดำเนินการตั้งคณะกรรมการที่อยู่ในเอกสารภาคผนวกนะครับ แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้ไม่ได้ ดำเนินการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ามา มีการตีความ กันต่าง ๆ แล้วก็เลยมีการยุติเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ที่จะดำเนินการต่อไป ท่านจะเห็นว่า กรณีขัดแย้งที่หาดราไวย์ปัจจุบันกลายเป็นการแก้ปัญหาของจังหวัดครับ ซึ่งไม่พอในการที่จะ มีพลังพอในการแก้ปัญหา จำเป็นที่จะต้องมีกลไกที่เป็นกลไกระดับชาติที่มีพลังในการ บูรณาการการแก้ปัญหาครับ มีข้อเสนอแนะของคณะกรรมการและการวิจัยชุดต่าง ๆ ที่เป็น ฐานที่จะสามารถนำไปประกอบการพิจารณาได้ครับ เช่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาความมั่นคงที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทาง จิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ที่มี พลเอก สุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธาน ชุดนี้ทำงานเสร็จแล้ว เสนอผลต่อสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งมีอยู่ในภาคผนวกนะครับ วันนี้เราจะไม่ได้ลงรายละเอียดในเนื้อหาสาระที่คณะเขาเสนอ เพราะไม่ใช่เป็นประเด็น ที่กรรมาธิการจะเสนอต่อสภา เราเสนอเรื่องใหญ่กว่านั้นคือเรื่องกลไกครับ เรามี คณะอนุกรรมการสิทธิ สถานะ และกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มีอาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ เป็นประธาน มีการวิจัยคลายปมคดีที่ดิน คนจนของรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ หม่อมราชวงศ์อคิน รพีพัฒน์ แล้วก็มีรายงานอื่น ๆ นะครับเหล่านี้เป็นฐานที่จะสามารถไปประกอบการดำเนินงานต่อไปได้ทั้งสิ้น

ถัดไปผมจะขออนุญาตกราบเรียนเข้าสู่เนื้อเรื่องที่เราเสนอนะครับ เรื่องวิธีการปฏิรูปครั้งนี้เราได้วิเคราะห์ ศึกษา จัดทำแนวทาง เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมพูดคุยซึ่งได้รับความร่วมมือจากรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ส่งผู้แทนมาร่วม ในการให้ข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่เป็น องค์การมหาชนอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม ผู้อำนวยการนั้นก็ได้มาให้ข้อมูล แล้วเป็นจุดที่เป็น ผู้เสนอเรื่อง และเป็นเจ้าภาพในส่วนของเลขานุการมาตลอด วันนี้ท่านก็ได้มาร่วมที่จะให้ ข้อมูล ถ้ามีความจำเป็นครับเราได้วิเคราะห์เสร็จแล้ว เราเสนอแค่ ๓ ประเด็น ท่านประธาน และท่านสมาชิกครับ

ประเด็นที่ ๑ เราเสนอให้เร่งรัดขับเคลื่อนมติคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๓ ที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้เสนอใหม่ แต่อาจจะต้องมีการเสนอเพื่อให้เจ้าภาพได้เสนอเพื่อปรับปรุง แก้ไขทบทวนเรื่องกลไกให้เรียบร้อยเพื่อจะดำเนินการ

ประเด็นที่ ๒ เราคิดว่าคราวที่แล้วในมตินั้นไม่ได้จัดลำดับความสำคัญ ให้ชัดเจน น่าจะจัดลำดับความสำคัญเป็น ๔ ประการ

ประการที่ ๑ เรื่องที่อยู่อาศัย พื้นที่สาธารณะ พื้นที่จิตวิญญาณของชุมชน เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องแรกที่ควรจะทำให้สำเร็จ ถ้าเป็นไปได้ถ้าเกิดทำสำเร็จในยุค คณะรักษาความสงบแห่งชาติในยุครัฐบาลนี้ก็จะเป็นเรื่องที่วิเศษและเยี่ยมมากเลยครับ

ประการที่ ๒ คือเรื่องการทำมาหากิน

ประการที่ ๓ เรื่องสถานะทางทะเบียนราษฎร และ

ประการที่ ๔ เรื่องคุณภาพชีวิต คือการศึกษาและการสาธารณสุขครับ

ทั้งนี้เราได้เสนอว่าควรจะนำข้อเสนอของคณะกรรมการและการวิจัย ชุดต่าง ๆ ไปประกอบการดำเนินการ เราเสนอให้มีการผลักดันการพัฒนาพื้นที่คุ้มครอง วัฒนธรรมพิเศษชาวเล โดยนำตัวอย่างที่เคยมีแล้วในประเทศไทยที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ ไปแล้วนะครับ อยู่ในเอกสารภาคผนวกให้กับท่านแล้ว เคยมีกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ให้ดำเนินการพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษสำหรับชาวกะเหรี่ยงที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงรายครับ

เราเสนอลำดับ ๓ ถัดไป ก็คือทบทวนและผลักดันแผนแม่บทพัฒนา กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยของกระทรวง พม. ท่านจะเห็นนะครับ ท่านประธานและ ท่านสมาชิกครับ ทุกอย่างมีอยู่หมดแล้ว เพียงแต่ว่าเราเสนอการปรับให้มันกระชับและมีการ เคลื่อนได้จริงครับ แนวทางการแก้ไขก็มีอยู่ ๔ ข้อ ซึ่งอันนี้พูดไปแล้วก็จะซ้ำกับเมื่อกี้นี้

ผมขออนุญาตไป ๓.๑ เลยครับ ดูระยะเวลาที่เราจะทำกันที่เราเสนอ ใน ๓ เดือนเราเสนอให้มีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการ นโยบายเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตแก้ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลชุดใหม่ ชุดเก่านั้นหยุดแล้วที่ผมเรียน นะครับ คณะกรรมาธิการได้เห็นพ้องต้องกันที่จะเสนอต่อสภาเพื่อให้ท่านสมาชิกได้กรุณา พิจารณา คือเราเสนอให้ผู้อำนวยการ กอ.รมน. ภาค ๔ เป็นประธาน เหตุผลคือเมื่อกี้ ที่ผมกราบเรียนทั้งหมดว่าเรื่องนี้เป็นความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความมั่นคง ของชาติ เพราะฉะนั้นหน่วยที่สามารถดูแลเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จและท่านมีพลัง ในการบูรณาการในระดับข้ามกระทรวงได้อย่างดี เราเสนอว่าควรจะเป็นประธานครับ ส่วนเลขานุการหรือแกนทำงานนั้นก็ยังควรจะเป็นผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการเป็นเลขานุการ แล้วเขาก็มีความคล่องตัวเพราะเป็นองค์การ มหาชน ก็สามารถที่จะเป็นฝ่ายเลขานุการให้กับ กอ.รมน. แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งเราได้จัดเรียงลำดับ รวมทั้งรวบรวมรายชื่อต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นรายเรื่อง ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย เรื่องของทะเบียนราษฎร เรื่องของการทำกิน และเรื่อง คุณภาพชีวิตไว้ทั้งหมดครับ เราเสนอแนะว่าคณะกรรมการชุดนี้ก็มีหน้าที่เสนอนโยบาย แผนงาน ให้คำแนะนำ ให้การสนับสนุน ร่วมคิดค้นแนวทางแก้ปัญหา เราเสนอแนะว่ากรรมการชุดนี้ก็มีหน้าที่เสนอนโยบาย แผนงาน ให้คำแนะนำ ให้การ สนับสนุน ร่วมคิดค้นแนวทางแก้ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ผลักดันขับเคลื่อนให้สำเร็จ ตรงนี้เป็นหัวใจนะครับ ผลักดันขับเคลื่อนให้สำเร็จเป็นรูปธรรม โดยเสนอการเรียงลำดับ ความสำคัญที่ผมกราบเรียนไปแล้วครับ ในระยะ ๖ เดือนเราเสนออะไร เราเสนอผลักดัน การพัฒนาพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมชาติพันธุ์ชาวเลโดยกำหนดเป็นพื้นที่นำร่องการคุ้มครอง กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งนำตัวอย่างจากกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผมกราบเรียนไปแล้วนำมาใช้เป็นแนวทาง ได้นะครับ และในระดับ ๑ ปีครับ เราเสนอให้มีการทบทวนและผลักดันขับเคลื่อนแผนแม่บท พัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๐) ซึ่งใกล้จะหมดเวลาแล้ว ของกระทรวง พม. น่าจะมีการทบทวนและผลักดันให้เกิดผลเป็นการปฏิบัติจริง อันนี้ก็จะไป ครอบคลุมกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ในประเทศไทยในอันดับถัดไปครับ งบประมาณนั้นถ้ามีมติ คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลเห็นชอบเรื่องนี้ก็สามารถตั้งงบประมาณในกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ครับ

หน่วยงานที่รับผิดชอบครับ หน่วยงานหลักถ้าเป็นไปตามนี้ต่อไปก็เป็น กอ.รมน. และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งก็คือทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายชื่ออยู่แล้วครับ

สุดท้ายครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าโดยสรุปที่ผมเสนอและที่กรรมาธิการ เราเสนอนั้นก็ชัดเจนเรื่องการเสนอขับเคลื่อนมติ ครม. ที่มีอยู่แล้ว ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ปรับปรุงกลไกให้มีพลัง มีความเข้มแข็งและบูรณาการทำให้สำเร็จได้จริง แล้วก็ระยะถัดมา ๖ เดือน ก็คือเรื่องของการทำเขตพื้นที่ครับ และระยะ ๑ ปีคือขับเคลื่อนแผนแม่บท ทบทวน แล้วก็ขับเคลื่อนแผนแม่บทว่าด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่กว้างกว่าเรื่องชุมชนชาวเลครับ

การแก้ปัญหาชุมชนชาติพันธุ์นั้น กลุ่มชาติพันธุ์นั้นนะครับ ถ้าท่านเห็น ทั้งหมดนั้นก็คือเป็นประเด็นสากลครับ ไม่ใช่ประเด็นท้องถิ่น ไม่ใช่ประเด็นประเทศไทย แต่เป็นประเด็นสากล การแก้ปัญหาเป้าหมายนั้นก็คือ สังคมไม่ทอดทิ้งกัน ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรม ซึ่งก็คือหัวใจของการปฏิรูป ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ คสช. และรัฐบาลครับ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาระยะสั้นเราหวังผลจะนำไปสู่การเสริมสร้างชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์เข้มแข็งในระยะยาวครับ

เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) สุดท้ายครับ กระผมกราบเรียนว่าเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙ หลังประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับเรื่องชาวเลที่ราไวย์ สรุปความได้ดังนี้ครับว่า รัฐบาลทราบเรื่องนี้แล้วก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ท่านบอกว่าฝ่ายหนึ่งอ้างกฎหมาย ที่ผมกราบเรียนให้ท่านทราบเมื่อครู่นี้แล้ว อีกฝ่ายหนึ่งอ้างประวัติศาสตร์ครับ รัฐบาลก็ต้องให้ความเป็นธรรมและต้องดูแล ท่านก็ย้ำ ดูแลช่วยเหลือชาวเลผู้ที่ทุกข์ยากโดยไม่ทอดทิ้งครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ สปท. ท่านจะ พิจารณาแล้วถ้ามีความเห็นชอบในวันนี้เสนอไปสู่รัฐบาลก็จะสอดคล้อง แล้วถ้าเราสามารถ ทำเรื่องนี้สำเร็จร่วมกันก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมนะครับ เป็นแนวทางการปฏิรูป แม้จะเป็น เรื่องจุดเล็ก ๆ แต่จะส่งผลกระทบต่อภาพของการปฏิรูปในภาพรวมอย่างมาก กระผม ขออนุญาตท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานอโณทัยขอให้ท่านปราการได้เติมส่วนหนึ่ง นะครับ ขอบพระคุณครับ