คำนูณ สิทธิสมาน หารือปัญหาเอกสารประกอบร่างกฎหมายด้านงบประมาณและการคลังที่ไม่ครบถ้วนและคลาดเคลื่อน พร้อมเรียกร้องให้เลื่อนการพิจารณาวาระต่อไปเพื่อให้มีเวลาศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน รวมทั้งเสนอให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาและเปิดโอกาสให้ซักถามเพิ่มเติมในคราวถัดไป โดยระบุว่าได้รับเอกสารล่าช้าในวันประชุม ทำให้ไม่สามารถพิจารณาได้อย่างเต็มที่
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมมีเรื่องจะขอหารือท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าก็ฟังเสียงจากเพื่อนสมาชิกมา ก็เป็นเรื่องของเอกสารประกอบการรายงานของคณะกรรมาธิการที่กระผมได้หารือเมื่อวานนี้นะครับ เมื่อวานนี้ทางท่านประธานก็ได้ถ่ายทอดข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่าเอกสารนั้นขึ้นเว็บไซต์ (Web site) ตอน ๑๐.๐๐ นาฬิกาใช่ไหมครับ แล้วก็ได้ดำเนินการแจกแก่สมาชิก ตอนช่วงเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา วาระที่ผมสนใจค่อนข้างมากและผมเชื่อว่าทางเพื่อนสมาชิก ก็สนใจค่อนข้างมากก็คือการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐนี่นะครับ เมื่อวานนี้ตอนบ่ายโมงเอกสารที่แจกมาก็จะเป็นเอกสารที่ไม่ใช่ที่ผมกล่าวในที่ประชุมแห่งนี้ ว่าเป็นเอกสารที่หนานะครับ คือผมอาจจะโชคดีกว่าเพื่อนสมาชิกนิดหน่อยที่มีการแจก เอกสารในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็เป็นเอกสาร ชุดนี้ค่อนข้างหนานะครับประมาณ ๒ นิ้วมือ เพราะว่ามีพระราชบัญญัติและ ร่างพระราชบัญญัติแม่บทเกี่ยวกับการเงินการคลังถึง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ร่างขึ้นมาใหม่ ๑ ฉบับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. .... แล้วก็เป็นการแก้ไขใหญ่ก็คือร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... ซึ่งเขียนใหม่ หมดนี่นะครับ คือในวิป (Whip) ผมก็ได้รับเล่มนี้ ก็ได้นำไปศึกษาอยู่นะครับ แต่พอเมื่อวานนี้ ที่แจกมาเป็นเล่มนี้ครับ ก็คือไม่มีภาคผนวก ไม่มีภาคผนวกก็คือไม่มีตัวบทของร่างกฎหมาย ทุกฉบับที่จะอภิปรายกันเลย ผมมาถึงแต่เช้าในการประชุมวันนี้นะครับ ถึงจะมีฉบับหนา ๒ นิ้วมือมาวางบนหน้าที่นั่งนะครับ พร้อมกับมีเอกสารตารางเปรียบเทียบพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ และร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... โดยมีวงเล็บว่าสำนักงบประมาณ เป็นผู้เสนอ กระผมเนื่องจากเตรียมอภิปรายมาพอสมควร ปรากฏว่าเมื่อผมเปิดเข้าไปดูในตารางนี้แล้ว เลขมาตราในช่องที่ ๒ ก็คือร่างพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... (สำนักงบประมาณ เป็นผู้เสนอ) มันคลาดเคลื่อนไป ๑ มาตรา กับที่ปรากฏอยู่ในเล่มหนาปึก ๒ นิ้วนี้นะครับ กระผมใช้เวลาผจญภัยค้นหาอยู่สัก ๑๐ นาที จึงพบว่าได้มีการตัดมาตรา ๗ ออกไปมาตราเดียว น่าจะเป็นมาตราเดียวก็ไม่น่าจะเกิด ความเสียหาย ก็คือว่าท่านกรรมาธิการก็คงจะสามารถชี้แจงได้ แต่กระผมอยากขอกราบเรียนว่า ในเมื่อเอกสารที่เสนอมามีความไม่พร้อมอยู่ตามสมควร และเนื่องจากว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ของประเทศ ซึ่งคงจะไม่สามารถอภิปรายให้ความเห็นได้โดยที่ไม่ได้ศึกษาในร่างพระราชบัญญัติ การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ที่ร่างขึ้นมาใหม่ สำคัญมากนะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กำหนดให้มีขึ้น แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้อยู่จนกระทั่งฉีกทิ้งไปก็ไม่เคยมี ร่างกฎหมายฉบับนั้นเข้าสู่การพิจารณาของสภา แล้วก็เป็นการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ ขึ้นใหม่ทั้งฉบับนะครับ แล้วประเด็น ก็คือก่อนหน้าเหตุการณ์ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้น หนึ่งในเรื่องที่เป็นความวิกฤตอย่าง ใหญ่หลวงที่กระผมมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้ตรวจสอบ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาโดยตรง ก็คือเรื่องการออกกฎหมายพิเศษเพื่อกู้เงิน และใช้เงินกู้นั้นไปนอกพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่าย โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายพิเศษ ทำให้เกิดสองมาตรฐาน หรือ ๒ ระบบขึ้นในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน รวมทั้งมีปัญหาที่ตามมาอีกหลายประการด้วยกัน เป็นต้นว่าการจะตีความมาตรา ๒๓ ในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ หรือว่าแม้กระทั่งเงินแผ่นดินคืออะไร การที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๒) ให้ความเห็นเมื่อปี ๒๕๕๒ ว่าเงินกู้โดยกฎหมายพิเศษที่ระบุไว้ว่าไม่ต้องส่งคลังนั้น ไม่ใช่ เงินแผ่นดินนั้นเราควรจะต้องมีการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรนะครับ กระผมเห็นว่าถ้าจะอภิปรายให้ได้ความเห็นที่ถูกต้องครบถ้วน สมาชิกมีความจำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องศึกษาแล้วก็อ่านตัวบทของร่างกฎหมายอย่างน้อยที่สุดทั้ง ๒ ฉบับนี้ก่อนนะครับ กระผมจึงกราบเรียนหารือไปยังท่านประธานว่าเราจะดำเนินการอย่างไรดีครับ ในเมื่อวาระ เรื่องของการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐจะเข้าเป็นวาระที่ ๒ ในวันนี้ ซึ่งก็คงเป็นช่วงบ่าย ๆ นะครับก็จะเป็นไปได้ไหมครับว่าถ้าจะเลื่อนไปในการประชุมครั้งถัดไป เพื่อนสมาชิกก็จะได้มีเวลานำเอกสารทั้งหมดกลับไปศึกษาให้รอบด้านนะครับ นี่เป็น ทางเลือกที่ ๑ หรือ
ทางเลือกที่ ๒ ก็คือถ้าจะให้คณะกรรมาธิการเสนอในวันนี้ให้ คณะกรรมาธิการเสนอแล้วก็รับคำซักถามจากเพื่อนสมาชิกไปในระดับหนึ่ง แล้วพิจารณาต่อ ในคราวประชุมคราวถัดไปเพื่อให้เปิดการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ก็จะมีทางเลือก ๒ ทางนี้ กราบเรียนท่านประธานช่วยวินิจฉัยเพื่อเป็นการเตรียมการสำหรับวาระที่ ๒ ด้วยนะครับ
อีกประการหนึ่งวาระแรกเอกสารก็เพิ่งมาตอนเช้านี้เหมือนกันใช่หรือไม่ครับ กราบขอบพระคุณครับ