วิทยา แก้วภราดัย วิพากษ์การปฏิรูประบบราชการปี 2545 ที่นำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจสู่ส่วนกลางและทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสูญเสียอำนาจในการบริหาร พร้อมเรียกร้องให้มีการแบ่งและกระจายอำนาจให้ภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ โดยเฉพาะท่านประธานและท่านรองที่นำเสนอเรื่องนี้ มันมีความเปึนมาทางประวัติศาสตร์ว่าทั้งหมดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเปึนวิธีคิดของระบบการเมืองครับ ท่านประธานสภากับผมคงจําได้นะครับว่าเราเคยเจอนักการเมืองที่คิดปฏิรูประบบราชการ ในรอบ ๑๐๐ ป้ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ปฏิรูปขึ้นมาแล้วไม่เคยมีใครทํา ในวันที่ออกกฎหมาย ปฏิรูประบบราชการป้ ๒๕๔๕ เปึนการออกอย่างลุกลี้ลุกลนและก็มีเปัาหมายครับ วันนั้นออกกฎหมายเสร็จครับต้องให้อํานาจสภาในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมวินิจฉัยว่าขัดต่อ รัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่เปึนกฎหมายฉบับแรกครับ ผ่านมติสภาภายใน ๓ นาทีประธานสภานำเรื่องขึ้น กราบบังคมทูล เพื่อให้ไม่สามารถที่จะมีการตรวจสอบโดยรัฐธรรมนูญได้เสร็จ การปฏิรูปครั้งนั้น จาก ๑๔ กระทรวงต้องการที่จะทำให้โครงสร้างระบบราชการกระชับกลายเปึน ๒๐ กระทรวง และ ๒๐ กระทรวงกลายเปึนกระทรวงที่แจกจ่ายอำนาจของนักการเมืองให้กับข้าราชการ ทุกคนทุกกระทรวง ทบวง กรม มีความสุขครับ ปลัดเพิ่ม อธิบดีเพิ่ม ทุกคนก็สรรเสริญ ทางการเมืองกันครับ ท่ามกลางการสรรเสริญทางการเมืองปรากฏว่าทุกคนก็ยอมสยบ กับนักการเมืองหมด วันนั้นคนที่ปฏิรูประบบราชการสามารถกุมหัวใจข้าราชการทั้งหมดไว้ได้ เพราะเปึนคนทำให้ระบบข้าราชการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลันภายในเวลาแค่ออก กฎหมายฉบับเดียว หลังจากนั้นครับสิ่งที่เกิดมาเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายครับ การกระจายอำนาจหยุด การแบ่งอำนาจหยุด การรวบอำนาจเกิด ระบบซีอีโอ (CEO) เกิดตั้งแต่หัวจรดหางครับ การเมืองก็กลายเปึนระบบซีอีโอ (CEO) ที่สั่งการได้หมด ทุกกระทรวงก็เกิดระบบซีอีโอ (CEO) ที่สั่งไปได้ถึงจังหวัดถึงอำเภอหมด วันนี้คนที่ไปบริหาร ที่นั่นครับ ที่ลงไปอยู่ต่างจังหวัดทั้งหมดครับ คนที่น่าสงสารที่สุดกลายเปึนผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเคยมีอํานาจมากเปึนเจ้าเมือง มาวันนี้ครับบอกผู้ว่าราชการจังหวัดทําอะไร ทําไม่ได้ครับ เพราะสั่งใครไม่ได้แม้แต่คนเดียว ตํารวจขึ้นตรงกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขึ้นตรงต่อ ก.ตร. ครูขึ้นตรงต่อคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทุกส่วนราชการรวบอำนาจไว้ในส่วนกลางทั้งหมด มันเปึนความตั้งใจครับที่สร้างระบบซีอีโอ (CEO) ขึ้นครอบประเทศไทย และผลจากการสร้างซีอีโอ (CEO) ณ วันนั้น วันนี้การกระจาย อำนาจยุติหมด น้ำท่วมที่จังหวัดนครราชสีมาไม่อาจต่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดได้เลยครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งกรมชลประทานก็ไม่ได้ สั่งใครก็ไม่ได้ สั่งไม่ได้แม้แต่คนเดียว จะว่าโทษ นายก อบจ. ที่โคราชก็ไม่ได้ครับ เพราะบริหารใครไม่ได้ สั่งใครไม่ได้เครื่องมือก็ไม่มี ผิดกับ กทม. ครับ ฝนตกโครมเดียวน้ำท่วมคนบริภาษผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกันได้ทั้งเมือง เพราะเปึนคนรับผิดชอบ แต่ในต่างจังหวัดหาคนรับผิดชอบไม่ได้เลยจริง ๆ ครับท่าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนําเสนอมาผมคิดว่าเปึนการที่จะถึงท่านไม่กระจายอํานาจนะครับ ก็แบ่งอำนาจลงไปบ้าง เปัาหมายจริง ๆ ครับ ประชาชนในภูมิภาคจะมีโอกาสที่จะ ลืมตาอ้าปากได้ สะท้อนปัญหาได้ก็เมื่อมีการกระจายอำนาจขึ้นไป วันนี้เราไม่กล้าที่จะ กระจายอำนาจครับ ก็ขอขอบพระคุณครับ เริ่มต้นจากการแบ่งอำนาจ และผมคิดว่าท่านต้อง หารือท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรงนะครับท่านประธานกรรมาธิการครับ เพราะถ้าท่าน สามารถทำได้อย่างกระบวนการที่ท่านนำเสนอทั้งหมดจะทำให้ปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนในต่างจังหวัดมีโอกาสที่จะได้รับการแก้ไขโดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงกระทรวง วันนี้กระทรวงทั้งหมดครับ ขยายอํานาจไปควบคุมหมด อะไรก็ขึ้นกับสํานักงานปลัดกระทรวง หมด กระทรวงสาธารณสุขที่ท่านเพื่อนสมาชิกอภิปรายเมื่อสักครู่เหมือนกันครับ ผู้ว่าราชการ จังหวัดอาจจะเรียกเพื่อประชุมปัญหาเรื่องสาธารณสุข เดี๋ยวนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นตรงกับสำนักงานปลัดกระทรวง ไม่ได้ขึ้นตรงกับที่จะประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ปัญหาจราจรในจังหวัดจะแก้ไข คนที่ดูแลปัญหาจราจรครับตำรวจ เดี๋ยวนี้มันขึ้นตรงกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติหมดครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมจะมาหรือไม่มาก็ไม่มี อํานาจในการที่จะบังคับบัญชา ผมคิดว่ากระบวนการในการปฏิรูปต้องเกิดครับ เพราะว่า การปฏิรูปครั้งแรกที่เขาทําเมื่อป้ ๒๕๔๕ เปึนการปฏิรูปเพื่อต้องการสร้างระบบซีอีโอ (CEO) ขึ้นครอบระบบประเทศไทย แล้วระบบซีอีโอ (CEO) ครับ เปึนความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงครับ ระบบซีอีโอ (CEO) ก็คือระบบเถ้าแก่ เถ้าแก่ไม่อยู่เมื่อไรก็ป่ดร้านครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะต้องดำเนินการผมคิดว่าแนวทางที่คณะกรรมาธิการเริ่มเดินเปึนก้าวแรกครับ คือการเริ่มที่จะแบ่งอำนาจไปให้กับส่วนภูมิภาคเขา แต่ถ้าก้าวใหญ่ที่จะต้องเดินไปถึงครับ ตามรัฐธรรมนูญก็คือการกระจายอํานาจ แม้ว่าวันนี้จะกลัวครับว่าถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งแล้วราชการส่วนภูมิภาค ก็ไม่รู้จะขึ้นกับใคร เพราะว่าเราไม่ได้เตรียมการครับ แต่ถ้าเราเตรียมการวันนี้เริ่มที่จะให้ ภูมิภาคเขาเข้มแข็งขึ้นมาจริง ๆ วันข้างหน้าการกระจายอำนาจก็เกิดขึ้นได้ กระทรวงที่โดน กระจายอํานาจมากที่สุดคือกระทรวงที่มีอํานาจที่สุดและกระจายอํานาจไปมากที่สุดครับ คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอื่นไม่เคยกระจายอำนาจเลยครับ ไปก็ติด ๆ ขัด ๆ ไปก็ไม่พร้อม ไปท่ามกลางการกระจายไม่พร้อม แต่ขณะเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรี ก็มอบหมายว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ต้องรู้ทุกเรื่อง รู้ได้ครับแต่แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดแม้แต่คนเดียวในจังหวัด เขามีนายอยู่ กรุงเทพมหานครครับ แล้วนายที่อยู่กรุงเทพมหานครก็ไม่อาจรู้ได้ว่าในจังหวัดนครปฐม จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือจังหวัดอื่นเขามีปัญหาอะไรจริง ๆ คนที่ไปอยู่รู้ได้ คือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย แต่เมื่อรู้แล้วปัญหาว่า เขาจะประสานกับส่วนราชการต่าง ๆ ได้อย่างไร เราตัดเพราะไม่เชื่อว่าภูมิภาคจะดูแล ตัวเองได้ ก็เลยต้องขึ้นตรงกับข้างบน ขึ้นตรงกับสำนักงานปลัดกระทรวง พอขึ้นตรงกับ สำนักงานปลัดกระทรวงครับ ถามว่าปลัดกระทรวงขึ้นกับใครครับ ขึ้นกับรัฐมนตรี ถามว่ารัฐมนตรีขึ้นกับใครครับ ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ปฏิรูปราชการป้ ๒๕๔๕ สิ่งที่ได้ ก็คือนายกรัฐมนตรีเปึ้นซีอีโอ (CEO) ของประเทศนี้สั่งการได้หมด แต่แก้ปัญหา ผู้ว่าราชการจังหวัดกลัว ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจก็ตั้งงบผู้ว่าราชการจังหวัดให้ไปครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้บรรเทาความเดือดร้อน เพราะว่าอำเภอเดี๋ยวนี้ก็ไปบริหารตำบล ไม่ได้แล้ว เขามี อบต. นายอำเภอเคยกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากตำบลก็กินไม่ได้แล้ว ผู้ว่าราชการ จังหวัดจะไปกินนายอำเภอก็กินไม่ลงแล้ว วิธีแก้ปัญหานักการเมืองง่ายครับ ก็แบ่งเค้ก็ไปให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งไปกลุ่มจังหวัดหนึ่ง ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท ให้ไปกระจายไปแบ่งกัน ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับซีอีโอ (CEO) ครับ ตราบใดที่ประเทศไทยเปึนอย่างนี้ ไม่มีทางหรอกครับ ที่ประชาชนในส่วนภูมิภาค ในส่วนต่างจังหวัด จะได้รับการดูแลอย่างเข้าใจปัญหา เพราะฉะนั้นก้าวที่ท่านเริ่มเดินผมถือว่าเปึนก้าวครั้งยิ่งใหญ่ครับ หลังจากปฏิรูประบบราชการ เข้าสู่ระบบซีอีโอ (CEO) เมื่อป้ ๒๕๔๕ และหวังว่าก้าวนี้จะนำเดินไปสู่การกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นผมให้การสนับสนุนเต็มที่ครับ อย่างน้อยก็เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ผมอยากเห็นเขาเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดครับ เพราะว่าถ้าจังหวัดนครศรีธรรมราชน้ำท่วม ผมจะได้บ่นกับผู้ว่าราชการจังหวัดได้ แต่วันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชน้ำท่วมจะบ่นกับ กรมชลประทาน ท่านก็ขึ้นตรงอยู่กับกระทรวง จะบ่นกับ ปภ. กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่านก็ขึ้นตรงกับกระทรวง จะบ่นกับสาธารณสุขท่านก็ขึ้นกับปลัดกระทรวง จะบ่นกับใคร ก็ไม่ได้ครับ บอกผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ผมสั่งใครไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะ ทำในวันนี้ผมคิดว่าหลังจากปฏิรูปราชการครั้งแรกในรอบร้อยป้ของรัฐบาลซีอีโอ (CEO) แล้ว ครั้งนี้ละครับสภาปฏิรูปแห่งชาติจะเริ่มทำก้าวที่สำคัญในการก้าวพ้นระบบซีอีโอ (CEO) ครับ ขอบพระคุณครับ