สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๕ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

เฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ เสนอแนวคิดในการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารราชการ โดยการดาว์นไซส์หน่วยงานภาครัฐ และนำระบบไอทีมาใช้ พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานในระดับจังหวัดเพื่อประหยัดงบประมาณและบุคลากร นอกจากนี้ยังเสนอให้ละลายพื้นที่จังหวัดออกเพื่อบูรณาการโครงการที่มีผลกระทบต่อภูมิภาคที่คล้ายคลึงกัน และเรียกร้องการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพภายใน 5 ปี

นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ หมายเลข ๓๓ นะครับ ก็ขอสนับสนุนแนวคิดของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ผมคิดว่าประเทศไทยนั้นวันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราควรที่จะมีการขับเคลื่อนการปฏิรูปในการบริหารราชการในส่วนที่เกี่ยวกับ ภูมิภาคนะครับ เพราะถ้าเราดูจริง ๆ แล้ววันนี้งบประมาณเราใส่ลงไปในพื้นที่แต่ละจังหวัด เยอะมากนะครับ แต่ผลสัมฤทธิ์ที่ออกมานั้น ถ้าวัดในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณผมคิดว่า ยังไม่สอดคล้องกันเท่าไร ก็ดีใจที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการ บริหารราชการแผ่นดินได้นำเสนอรายงานฉบับนี้นะครับ ประเด็นที่ผมอยากฝากก็คือว่าวันนี้ กลไกบริหารราชการแผ่นดินเราควรที่จะดาว์นไซส์ (Downsize) ลงไม่ใช่เพิ่มไซส์ (Size) ควรจะดาว์นไซส์ (Downsize) เหมือนที่ท่านวิทยาได้พูดถึงว่าจากไม่กี่กระทรวงกลายเปึน ๒๐ กระทรวงนะครับ เช่นเดียวกันในระดับภูมิภาคในระดับจังหวัดนั้นบางครั้งบางหน่วยงาน ของภาครัฐก็ไม่จำเปึนต้องมีภารกิจ ต้องมีบุคลากรจำนวนมากอยู่นะครับ ก็น่าจะต้องมีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบ รวมทั้งอาจจะมีบางหน่วยงานองค์กรภาครัฐที่จำเปึนต้องลงไปในภูมิภาคเพื่อตอบโจทย์ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ดังนั้นผมคิดว่าในระดับภารกิจขององค์กรนั้นหน่วยงานภาครัฐ อาจจะต้องนำระบบไอที (IT) ซึ่งเราอยู่ในยุคของดิจิทัล (Digital) มาใช้ แนวคิดในเรื่อง วันสตอปเซอร์วิส (One Stop Service) และรวมทั้งการตั้งศูนย์ประสานงานในระดับ จังหวัดนะครับ ซึ่งบางครั้งหน่วยงานบางหน่วยงานในภูมิภาคนี่อาจจะต้องถอยกลับ เข้าส่วนกลางนะครับ แล้วก็มาบูรณาการในระดับจังหวัด เชื่อมโยงในศาลากลางจังหวัดก็ว่าไป ซึ่งจะได้ช่วยประหยัดงบประมาณ ประหยัดหลาย ๆ อย่างนะครับ แล้วก็นำบุคลากรที่มี อยู่นั้นกลับไปทำงานที่จำเปึนนะครับ

อีกอันหนึ่งก็คือที่ผมมองว่างบประมาณในระดับภูมิภาคนั้น ไม่ว่าในแผนพัฒนา จังหวัด กลุ่มจังหวัดก็ตาม เท่าที่สังเกตบางครั้งงบประมาณในจังหวัดแต่ละหน่วยงาน ภูมิภาคที่มีอยู่ไม่ได้ประสานสอดคล้องในเชิงได้นามิก (Dynamic) กันเลย ต่างคนต่างทำ มันเหมือนกับเล่นดนตรีคนละชิ้นครับแล้วก็ไม่เปึนวงเดียวกัน แทนที่จะพัฒนาบูรณาการ จังหวัดไปสู่จุดเปัาหมายที่พัฒนาให้เจริญรุ่งเรื่อง ตอบโจทย์ปัญหาพี่น้องประชาชน กลับกลายเปึนว่าแก้ไม่ตรงจุดแล้วก็ต่างคนต่างทำ นั่นคือในระดับหน่วยภูมิภาคในจังหวัด รวมทั้งงบประมาณกลุ่มจังหวัดนะครับ เท่าที่ผมสังเกตก็ยังเปึนงบประมาณที่แต่ละจังหวัด ต้องการทำ ไม่ได้เปึนงบประมาณที่คิดว่ากลุ่มจังหวัดเปึนบ้านหลังเดียวกัน ผมดูอย่าง กลุ่มจังหวัดอันดามันก็ยังเปึนจังหวัดใครจังหวัดมันทำอยู่ ผมคิดว่ามันต้องละลายพื้นที่จังหวัดออก งบกลุ่มจังหวัดนะครับ แล้วก็มองภูมิภาคอันดามัน แล้วก็บูรณาการโครงการที่มันสามารถ ได้นามิก (Dynamic) ทำโครงการที่จังหวัดภูเก็ต มีส่งผลกระทบต่อจังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ และจังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ในคลัสเตอร์ (Cluster) เดียวกันนะครับ ไม่ใช่ว่าทำแล้ว ก็ได้แค่พื้นที่เดียวกัน แล้วบางครั้งงบประมาณที่ลงไปในกลุ่มจังหวัดบางจังหวัดเอาไป ดำเนินการก็ไม่เกิดผลประโยชน์ต่อจังหวัดอื่น ๆ อันนี้อยากจะฝากนิดหนึ่งครับ เพราะว่า งบประมาณนั้นถือว่าเปึนภาษีของประชาชน

อันหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญก็คือควรจะมีคณะกรรมการประเมินทั้งจาก ภายในจังหวัดและจากภายนอก ประเมินการทำงานของส่วนราชการทั้งภูมิภาค แล้วก็ทั้งท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมว่าเรื่องนี้เปึนเรื่อง ที่สําคัญนะครับ เราปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงสมัยรัชกาลที่ ๕ วันนี้ร้อยกว่าป้แล้ว เราก็ไม่ได้ เปลี่ยนแปลงอะไรอย่างชัดเจน ผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญคือเราจะต้องปฏิรูปโครงสร้าง การบริหารงานของราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางงานอาจจะต้องให้ท้องถิ่นไปดำเนินการ แต่ท้องถิ่นก็ต้องไปปฏิรูปองค์กรส่วนท้องถิ่นเองด้วย ไม่ใช่ว่าทำเหมือนเดิม เพื่อที่จะให้เม็ดเงินงบประมาณสามารถลงไปในองค์กรภาคราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาคนะครับ จะได้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ก็คงมี ประเด็นเพียงเท่านี้นะครับ ก็อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เปึ้นรูปธรรม แล้วก็ในระยะเวลาเร็ว ฝากท่านคณะกรรมาธิการด้วยนะครับว่าอยากเห็นแผนนี้เปึนแผนที่เร่งด่วนนิดหนึ่งนะครับ อาจจะภายใน ๕ ป้ ท่านทำให้มันชัดเจนขึ้น อาจจะต้องประสานสอดคล้องกับคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นนะครับ เพื่อที่จะได้ไปจูน (Tune) กัน ระหว่างส่วนราชการกับภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ