ศานิตย์ เสนอปรับโครงสร้างราชการ เร่งกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๕ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

ศานิตย์ นาคสุขศรี หารือการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินโดยเน้นการกระจายอำนาจให้จังหวัดและภูมิภาค มีอำนาจบริหารจัดการอย่างเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานส่วนกลาง พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างการบริหารงาน เช่น การนำตำรวจและครูกลับมาอยู่ภายใต้การบริหารของจังหวัด และจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นตามนโยบายการพัฒนาเชิงพื้นที่

นายศานิตย์ นาคสุขศรี

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศและท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ กระผม ศานิตย์ นาคสุขศรี สปท. ๑๕๑ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดินนะครับที่นําเรื่องนี้เข้ามาก็ถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิรูปประเทศ เพราะว่าในการปฏิรูปประเทศนั้นที่สําคัญคือการบริหารราชการแผ่นดินเปึนสิ่งสําคัญควบคู่ กับการเมือง เพราะฉะนั้นต้องปฏิรูปควบคู่กันไปเพราะถือว่าเปึนกลไกสําคัญอย่างยิ่ง และในรัฐธรรมนูญที่อยู่ในระหว่างที่จะทําประชามติได้กําหนดไว้ด้วยว่าเราจะต้อง มีการกำหนดให้มีการบริหารราชการแผ่นดินออกเปึ้นราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถือเปึ้นเรื่องสําคัญที่กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินได้กำหนดประเด็นนี้ขึ้นมา ซึ่งก็จะสอดรับกับนโยบายของ รัฐบาลที่ในเรื่องของการพัฒนาเชิงพื้นที่ ในเรื่องประชารัฐ อันนี้สอดคล้องคือเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของภูมิภาคและท้องถิ่น เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ผมเห็นว่าตามที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเบญจวรรณท่านได้ กล่าวถึงระบบราชการที่มีปัญหาหลายประการ ไม่ว่าทั้งเรื่องโครงสร้างและระบบบริหารงาน บุคคล เห็นว่าส่วนกลางนั้นมีขนาดใหญ่แล้วก็มีหน่วยงานในส่วนกลางที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ซ้ำซ้อนกับภูมิภาคและท้องถิ่นเปึนอย่างมาก ก็จะเห็นว่าเดี๋ยวนี้มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติ ในภูมิภาคซึ่งสังกัดในส่วนกลางตามที่ท่านเบญจวรรณได้เอ่ยแล้วนะครับ มีมากมายทำให้ ขาดเอกภาพ ส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดินมันล่าช้ากระทบต่อประชาชนและจังหวัด เปึ้นอย่างมาก แล้วก็ไม่มีเอกภาพในการบังคับบัญชาและบูรณาการในระดับจังหวัดนะครับ ทําให้การบริหารงานจังหวัดไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมเห็นว่าการปฏิรูป การบริหารราชการแผ่นดินก็ขอสนับสนุนแนวทางที่ทางกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินได้นําเสนอนะครับ สิ่งที่สําคัญที่อยากจะเรียน เพิ่มเติมก็คือว่า ๑. การจัดตั้งหน่วยงานในจังหวัดที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับประชาชน การบริหารและการบริการประชาชนควรให้เปึนราชการส่วนภูมิภาค เปึนส่วนราชการประจำ จังหวัดเปึนสำคัญ และกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ควรจะต้องมีหน้าที่แค่กำหนดบทบาท ของตนเองในการกำกับดูแลให้ชัดเจนในฐานะผู้กำกับ ผู้ดูแลติดตามผลเท่านั้น คือไม่ใช่ลงไปเล่นเอง ควรจะให้จังหวัดเขามีเอกภาพ มอบหมายหน้าที่ไป แล้วก็ให้เปึนภาระ ความรับผิดชอบของจังหวัดเปึนสำคัญนะครับ ข้อที่ ๑ เมื่อสักครู่เปึนหน่วยงานที่จะจัดตั้ง ขึ้นใหม่ในอนาคตนะครับ

ข้อ ๒ หน่วยงานที่จัดตั้งไว้แล้ว ที่กลับมาเปึ้นส่วนกลาง จากที่ท่านเบญจวรรณว่า ไว้ว่าจากเดิมก่อนปฏิรูปมี ๑๔ กระทรวง พอปฏิรูปครั้งหลังสุดมี ๒๐ กระทรวง กรมก็เพิ่มมา เปึนร้อย ส่วนราชการประจำจังหวัด อย่างเช่นผมขอยกตัวอย่างกระทรวงการคลัง มีหน่วยงานเยอะแยะมากเลยครับ กรมสรรพากร สำนักงานคลังจังหวัด กรมสรรพสามิต กรมธนารักษ์ เดี๋ยวนี้อยู่กับจังหวัดหน่วยเดียวคือสำนักงานคลังจังหวัด นอกนั้นขึ้นกับ ส่วนกลางหมด หรือเปึนหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือเปึนหน่วยงานของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เหมือนกันครับ แทบทุกกระทรวงเลยนะครับ อันนี้ก็ดึงเข้ามาอยู่ส่วนกลางหมด สำหรับหน่วยงานที่จัดตั้งไว้แล้ว แต่ไม่มีฐานะเปึน ส่วนภูมิภาคนะครับ ก็ขอให้มีการปรับปรุงแก้ไขให้อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑ คือควรจะต้อง กลับเข้าไปอยู่ในภูมิภาคจะได้มีความเข้มแข็งในการเสริมสร้างประชารัฐด้วยอันนี้ แล้วก็อีก ประการหนึ่งคือหน่วยงานหลายหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมมีการสงวนอำนาจไว้บางส่วน มากมายเลย เพราะฉะนั้นควรยึดหลักที่ว่าการทำงานของข้าราชการภายในจังหวัดควรเปึน ความรับผิดชอบของจังหวัดโดยตรง จังหวัดนี่ผมไม่ได้หมายความว่าผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ อาจจะเปึนส่วนราชการ หรือคณะกรรมการจังหวัดอะไรต่าง ๆ ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ หน่วยงานที่เขารับผิดชอบที่อยู่ในสังกัดจังหวัด หรือภูมิภาคโดยตรงนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ กรณีข้าราชการประเภทอื่นผมยังมีความเห็นว่า อย่างเช่นตำรวจ ผมมีความเห็นควรปรับปรุงให้เปึนส่วนราชการประจำจังหวัดด้วยซ้ำไป เพราะในอดีตที่ผ่านมาตํารวจก็อยู่กับจังหวัด จะเห็นว่าตํารวจจะเปึนคู่คิด ผู้การตํารวจ เปึนคู่คิดของผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้กำกับเปึนคู่คิดของนายอำเภอ แล้วก็ดูแลแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พอตำรวจเข้ามาอยู่ส่วนกลางทำให้ความสัมพันธ์ มันหายไป ตำรวจก็ไม่มีเพื่อนที่เปึนส่วนราชการ เพราะว่าตัวเองเปึ้นราชการส่วนกลาง ก็ขาดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เปึนอย่างมาก ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่รู้จะไปพึ่งใครนะครับ ก็ฝากในประเด็นนี้ด้วยนะครับ แม้แต่ครู่ก็เหมือนกันนะครับ ครูเมื่อก่อนก็ยังอยู่ในจังหวัด ตอนหลังมีการปฏิรูปก็เอามาขึ้นอยู่กับส่วนกลาง แบ่งเขตต่าง ๆ ก็เปึ้นเอกเทศของตัวเอง แต่ คสช. ก็ได้ปฏิรูปในระดับหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้มีคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดเกิดขึ้นมาเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาจังหวัดโดยตรง อันนี้ก็จะเปึ้นแนวทาง ที่ได้เริ่มแก้ไขขึ้นมาเพื่อให้จังหวัดนั้นมีเอกภาพนะครับ

ข้อที่ ๓ กรณีเปึ้นหน่วยงานส่วนกลางที่จำเปึ้นที่จะต้องจัดตั้งในเขตจังหวัด เหมือนท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอดีตอธิบดีกรมศิลปากร ควรกำหนดวิธีการและแนวทาง ประสานงานกับทางจังหวัดให้ชัดเจน รวมทั้งขั้นตอน ทั้งนี้ทางส่วนกลางควรมีอำนาจในการ บริหารงานภายในจังหวัดให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเปึ้นเท่านั้นเองนะครับ สำหรับอำนาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นะครับ ที่กำกับดูแลราชการอื่นที่ไม่ใช่ราชการส่วนภูมิภาคนะครับ ผมคิดว่าต่อไปก็คงจะต้องกำหนด หน้าที่ให้ชัดเจนที่ควรจะต้องทำอย่างไร แม้แต่หน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน อื่น ๆ ก็ควรจะกำหนดว่าความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดนั้น ๆ กับหน่วยงานต่าง ๆ ควรจะต้อง มีอะไรให้ชัดเจน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเสมอว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอต้องรู้ทุกเรื่องจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ก็คือนี่การบริหารงานเชิงพื้นที่ ปัญหาต่าง ๆ มันอยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นก็ฝากในประเด็นนี้ว่าควรจะทำอย่างไรถ้าส่วนกลางอยู่ในจังหวัด จะมีวิธีการกำกับดูแล ต้องเขียนไว้ให้ชัดเจนและให้เปึนมาตรฐาน

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ส่วนกลางควรมอบงานให้ภูมิภาคดูแล เพราะฉะนั้น การที่ส่วนกลางมอบอำนาจให้ภูมิภาคดูแลผมเห็นว่านับเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และคุณจะต้อง ถ่ายโอนงานดังกล่าวแก่ท้องถิ่นต่อไปในอนาคตด้วย เพื่อให้เปึ้นไปตามแผนขั้นตอน การกระจายอำนาจต่อไป เนื่องจากว่ามีการเตรียมการต่าง ๆ ไว้ ในจังหวัดก็มีการเตรียมการบางอย่าง ไว้แล้วด้วยซ้ำไป แต่ว่าการถ่ายโอนอะไรต่าง ๆ ก็ยังติด ๆ ขัด ๆ อยู่ในช่วงนี้นะครับ แล้วก็ควรจะต้อง มีความจำเปึนในเรื่องการปรับปรุงกฎหมายการมอบอำนาจของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และผู้ว่าราชการจังหวัด ผมว่าการมอบอำนาจนี่เปึ้นเรื่องสำคัญ เพราะว่าเปึ้นปัญหาในเชิงปฏิบัติ ค่อนข้างมากเลย ผมคิดว่าหากมีการจัดระบบบริหารราชการแผ่นดินภายในจังหวัดไว้ชัดเจน แล้วย่อมเปึนประโยชน์ อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ เพราะว่าเดี๋ยวนี้มีบางจังหวัดนะครับงบประมาณเข้าสู่จังหวัด ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าอยู่ใน การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด ๑๐๐ ล้านบาท อีก ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ผู้ว่าราชการ จังหวัดไม่ทราบเลยเพราะจัดสรรมาจากส่วนกลางทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาในเชิง พื้นที่ก็เลยไม่ทราบ กว่าจะติดตามทวงถามว่ามีงานในจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่อยากทราบเกือบสิ้นป้งบประมาณ เพราะฉะนั้นจะทำให้การแก้ปัญหาในเชิงพื้นที่ก็ไม่ได้รับ การสนองตอบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพนะครับ ผมคิดว่าหากได้ขับเคลื่อนการปฏิรูป เรื่องนี้สําเร็จนะครับต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินเปึนอย่างยิ่ง ย่อมทำให้ระบบราชการบริหารส่วนกลางอาจจะ เล็กลง แต่มีประสิทธิภาพ ส่วนภูมิภาคแต่ละจังหวัดก็สามารถขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามารถบูรณาการการทำงานได้อย่างเต็มที่โดยยึดพื้นที่มากกว่ากระทรวง ทบวง กรม และผลประโยชน์จะตกแก่ประชาชนอย่างแน่นอน สุดท้ายนะครับความเข้มแข็ง ของระบบบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นก็จะเกิดขึ้นตามหลัก ที่ว่าเราคงต้องลดบทบาทของส่วนกลาง เสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคและกระจาย อำนาจให้ท้องถิ่น ขอกราบขอบคุณครับ