พิสิษฐ์ ชี้ปัญหาบังคับใช้กฎหมายสื่อออนไลน์ เสนอปฏิรูปร่วม 4 ด้าน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๕ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

พิสิษฐ์ เปาอินทร์ หารือปัญหาความมั่นคงของรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกบ่อนทำลายผ่านสื่อออนไลน์จากต่างประเทศ ชี้ถึงอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะข้อจำกัดของ กสทช. ในการกำกับดูแลสื่อออนไลน์ที่มีการเข้ารหัส และเสนอแนวทางแก้ไขทั้งการปฏิรูปกฎหมาย กลไกการบังคับใช้ ความร่วมมือกับผู้ให้บริการ และการส่งเสริมการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายให้สามารถปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ก็พยายามจะตอบให้ละเอียด แต่ถ้าละเอียดเกินไปก็จะไปกระทบต่อการทำงานของ หน่วยงานความมั่นคง อันนี้ก็คงจะต้องละเลยไว้ ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ก่อนนะครับ เรื่องความมั่นคงแห่งรัฐนะครับ อันนี้เปึนปัญหาสําคัญ ซึ่งปัจจุบันนี้การทําลายความมั่งคง แห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ดี ความมั่นคงแห่งรัฐ ความมั่นคงของรัฐบาลจะใช้ช่องทางสื่อ โซเชียลมีเดีย (Social media) ซึ่งมีผู้ให้บริการในต่างประเทศเปึนช่องทางในการบ่อนทำลาย เหตุผลเนื่องจากผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ เหล่านี้มีผู้ถิ่นที่ตั้ง มีผู้บริหาร เปึนคนต่างชาติ ซึ่งแนวความคิดขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างจากแนวความคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีการศึกษาในประเทศไทยโดยสิ้นเชิง ความมั่งคงแห่งรัฐไทย ความมั่นคงแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งคนไทยเราเปึ้นสิ่งที่เราเคารพสูงสุด แต่ในสิ่ง เหล่านี้ในประเทศที่เปึนเจ้าของสื่อออนไลน์ (Online) กลับมองเห็นเปึนเรื่องปกติ ประมุขแห่งรัฐเปึ้นบุคคลสาธารณะซึ่งสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ฉะนั้นผมยกประเด็นเรื่อง ความรู้สึกนึกคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งแตกต่างกัน กฎหมายเช่นเดียวกันความผิดเรื่อง หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ก็อาจจะเปึนเรื่องปกติธรรมดาในประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น นี่คืออุปสรรค การร่วมมือในกรณีที่เปึ้นผู้ประกอบการในประเทศไทยอันนี้ไม่มีปัญหาอยู่ภายใต้ กฎหมายไทย เรามี ป.อาญา มาตรา ๑๑๒ เรามี พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ มาตรา ๑๔ ซึ่งดำเนินการได้ แต่กรณีเหล่านั้นถ้าเปึนกรณีซึ่งปรากฏอยู่ใน สื่อออนไลน์ (Online) ของต่างประเทศ ผู้กระทำความผิดอยู่ในต่างประเทศเรามีข้อแตกต่าง เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีความรู้สึกนึกคิด เรื่องกฎหมาย กฎหมายเราบัญญัติ เปึนความผิด กฎหมายบ้านเข้ามิได้บัญญัติเปึนความผิด เปึนเรื่องปกติ การหมิ่นประมาท บุคคลธรรมดา ฉะนั้นกระบวนการแรกที่ผมจะพูดถึงคือกระบวนการในการป่ดกั้น กระบวนการในการป่ดกั้นคือกระบวนการแรกที่จะบรรเทาระงับยับยั้งความเสียหายสิ่งที่ มันเกิดขึ้น ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในการแพร่หลายแพร่กระจายในปัจจุบันในเทคโนโลยี สมัยใหม่มันเร็วกว่าเชื้อโรคนะครับท่านประธานครับ เชื้อโรคอะมีบ้า (Ameba) พารามีเซียม (Paramecium) มันแบ่งจาก ๑ เปึน ๒ ๒ เปึน ๔ แต่สื่อออนไลน์ (Online) มันจาก ๑ กลายเปึน ๑๐๐ นะครับ ใน สปท. เรามีกลุ่มไลน์ (Line) ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๐๐ ท่าน ท่านโยนไป ๑ มันไป ๑๐๐ นะครับ จาก ๑๐๐ มันไปอีก ๑๐๐ ไปต่อ ๆ เรื่อย ๆ นี่คือ อันตรายของข้อมูลสื่อออนไลน์ (Online) เมื่อกฎหมายมันแตกต่างกัน ในการป่ดกั้น ในประเทศไทยเราใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา ๒๐ ร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งให้ป่ดกั้น เมื่อศาลมีคำสั่งให้ป่ดกั้นก็จะสั่ง ไปยังผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการกรณีที่เปึนเว็บไซต์ (Web site) หรือสื่อออนไลน์ (Online) ที่ไม่ได้เข้ารหัส ท่านคงจะมองนะครับตรงที่หัวมันจะมีคำว่า เอชที่พีพี (HTPP) ปัจจุบัน จะมีเอชทีทีพีเอส (HTTPS) เอส (S) คือการเข้ารหัสมาจากผู้ให้บริการในต่างประเทศ ผู้ให้บริการในประเทศไทยไม่สามารถป่ดกั้นกรณีเว็บเพจ (Webpage) นั้น ๆ คือการป่ดตาม เทคโนโลยีในประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าจะป่ดท่านต้องป่ดทั้งเว็บ (Web) อย่างยูทูบ (Youtube) เฟซบุ๊ก (Facebook) ท่านต้องป่ดทั้งหมด ป่ดเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็หมายความว่า คนในประเทศไทยทั้งหมด ๗๐ ล้านคนใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) ไม่ได้ นี่คือข้อจำกัด ของผู้ปฏิบัติ และทำอย่างไร กรรมาธิการเราคงไม่ได้คิดศึกษาเฉพาะแค่นี้ เราศึกษา มากไปกว่านั้นว่าจะมีเทคโนโลยีอย่างไรที่จะสามารถป่ดกั้นได้โดยไม่กระทบการทำ ธุรกรรมทางออนไลน์ (Online) การที่เว็บไซต์ (Web site) ใส่รหัสเอชทีทีพีเอส (HTTPS) เพื่อเปึนการเข้ารหัสปัองกันการทำธุรกรรมออนไลน์ (Online) กรณีท่านทำธุรกรรมการ โอนเงิน ถอนเงิน ย้ายเงิน ชำระบัตรเครดิตจะต้องผ่านเอชทีทีพีเอส (HTTPS) ทั้งสิ้น ในการจะถอดรหัสตรงนี้จะต้องมีประเทศต้นทางใส่กุญแจรหัสเรียกตัวย่อว่า ซีเอ (CA) มาจากประเทศต้นทาง ฉะนั้นในการจะไปป่ดท่านต้องมีกุญแจปลายทางที่รหัสตรงกันที่จะไป ป่ดเป่ดไขกุญแจและเข้าไปป่ดหน้าเว็บเพจ (Webpage) นั้น ๆ นี่คือข้อจำกัดของผู้ปฏิบัติ ผมเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานความมั่นคง เปึ้นทหาร ตำรวจ หน่วยข่าวกรองอยากจะป่ดทั้งสิ้น แต่ถ้าป่ดแล้วไปกระทบสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน ที่ไม่ได้กระทำความผิดด้วย อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ คณะกรรมาธิการเราถึงศึกษาสิ่งที่เปึนไปได้ในขณะนี้ ก็คือ ๑. กฎหมาย กฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เราศึกษาว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ที่ตราขึ้นมาใช้เมื่อป้ ๒๕๕๐ ๙ ป้นี่การบังคับใช้มีอุปสรรค์ ขัดข้อง อย่างไร ขณะนี้แนวทางในการแก้ไขกฎหมายที่คณะกรรมาธิการคณะนี้เสนอยัง สปท. และผ่านความเห็นชอบส่งไปคณะรัฐมนตรีและส่งไปต้นร่างกระทรวงไอซีที (ICT) ได้มีการปรับแก้ให้ตรงกับสาระสำคัญที่ผ่านสภา สปท. แห่งนี้ไปแล้ว กฎหมายฉบับนี้ ผ่านการพิจารณาวาระ ๑ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้ว อยู่ระหว่างการแปรญัตติ ในวาระที่ ๒ ของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งกระผมได้รับแต่งตั้งเปึนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมยกตัวอย่าง มาตรา ๒๐ อันแก้ไขนะครับ วรรคท้ายผมจะอ่านให้ท่านประธานฟังว่า รัฐมนตรีอาจจะ ประกาศกฎเกณฑ์ ระยะเวลา และแนวทางปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลาย การลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นของผู้ให้บริการเปึ้นไปในแนวทางเดียวกัน ภายใต้ การพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป จะมีคำเพิ่มว่า ภายใต้การพัฒนาการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนไป อันนี้จะเกิดการตอบโจทย์ในเรื่องเอชทีทีพีเอส (HTTPS) ได้นะครับ ประกอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้านกลไกบังคับใช้กฎหมาย เราเสนอผ่าน ความเห็นชอบสภาแห่งนี้ให้ปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการบังคับใช้ กฎหมายด้านสื่อออนไลน์ (Online) ก็คือกระทรวงไอซีที (ICT) คุณจะต้องเล่นบทบาท ในผู้กำกับและผู้ประสานงานระหว่างประเทศ ส่วนผู้ดำเนินกลยุทธ์คือกองบังคับการปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลอยู่ประมาณไม่ถึง ๒๐๐ นาย เราเสนอปรับโครงสร้างให้มีกำลังพลถึง ๖๐๐ นาย ดูแลครอบคลุมทั่วราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังมี ๑ หน่วยที่รับผิดชอบในเรื่องการสอดส่องดูแลการกระทำความผิดบนเว็บไซต์ (Web site) ซึ่งจะมาตรงกับรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าให้กระทรวงไอซีที (ICT) ไปจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางในการประสานข้อมูลเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ร้องข้อต่อศาลให้มีคำสั่ง ให้ป่ดกั้นศูนย์ข้อมูลกลางตรงนี้จะเปึนหน่วยในการกระจายคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการ และให้มีการป่ดกั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านจะเห็นว่าในศูนย์ข้อมูลกลางตรงนี้มันก็จะมี หน้าที่ต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นมา ผมคงไม่ตอบว่าศูนย์นี้มันทำอะไรมากกว่านั้นอีก ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการนะครับ ก็มีหลายท่านจะถามว่ามันซิงเกิลเกตเวย์ (Single gateway) หรือไม่ อันนี้คงตอบท่านประธานว่ามันไม่ใช่ซิงเกิลเกตเวย์ (Single gateway) เกตเวย์ (Gateway) ๑๓ แห่่งมันก็ยังเปึนเกตเวย์ (Gateway) ทั้ง ๑๓ แห่ง เพียงแต่ว่า ศูนย์ข้อมูลกลางตรงนี้ก็จะเปึนการดำเนินการป่ดกั้นในการใช้กลยุทธ์ในการให้ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เหล่านั้น มันแค่ไม่ระงับยับยั้งได้อย่างไร อย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานตั้งแต่ต้นว่าเนื่องจากผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) อยู่ในต่างประเทศ ฉะนั้นความร่วมมือของผู้ให้บริการเปึนเรื่องสำคัญ ก็คือเขาไม่ใส่ใจกฎหมายไทย ฉะนั้น ทําอย่างไรเขาจะให้ความร่วมมือในการลบ ในการถอด ในการป่ดกั้นก็คือการเจรจานะครับ เราได้มีการเจรจากับกูเกิล (Google) นะครับ ผมก็ตอบท่านอำนวยนะครับว่าเว็บไซต์ (Web site) คําสั่งศาลมีประมาณเท่าไร ตอนนี้เท่าที่ผมสํารวจตัวเลขประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ยูอาร์แอล (URL) ๒๐๐,๐๐๐ ยูอาร์แอล (URL) นะครับ และมีคําสั่งศาลป่ดกั้นก็คงเปึนตัวเลขหมื่น เลขหมื่นที่ศาลสั่ง แล้วทำไมมันยังอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ เพราะอะไร เพราะคลิปวีดิโอ (Clip video) ข้อความต่าง ๆ เหล่านั้นมันปรากฏอยู่ เหมือนเดิม เพียงแต่ผู้เปึ้นเจ้าของเว็บ (Web) ผู้นําเว็บ (Web) ผู้นําข้อความหรือภาพอันนั้น เข้ามาในระบบเปลี่ยนยูอาร์แอล (URL) แค่เปลี่ยนตัวยูอาร์แอล (URL) ๑ ตัวก็ถือเปึนอีกหนึ่ง แต่เนื้อหาคงเดิม ศูนย์ข้อมูลกลางตรงนี้จะเปึนการตอบโจทย์ว่า กรณีที่ซอร์ซ์ (Source) ข้อมูลต้นทางของวีดิโอ (Video) หรือข้อความเรื่องเดียวกันศาลมีคําสั่งแล้วให้ใช้คำสั่งศาลเดิม ถึงแม้จะเปลี่ยนยู่อาร์แอล (URL) อันนี้เปึนการตอบโจทย์ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นะครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมคงตอบแทนหน่วยงานเหล่านั้นไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงไอซีที (ICT) เขาบูรณาการกันทำเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่ามันมีข้อจำกัดในเรื่องเทคโนโลยีที่มันเปลี่ยน ผมคงยืนยันกับท่านทั้งหลายไม่ได้ว่า จะทําให้หมดสิ้นได้อย่างไร ก็คือการพูดคุยในการถอด ถ้าจะให้หมดก็คือการถอด ถอดจากต้นทางก็คือที่ประเทศแม่ ฉะนั้นคณะกรรมาธิการเราถึงเน้นในเรื่องการขอความ ร่วมมือไปยังผู้ให้บริการอย่าง ๒๐๐,๐๐๐ ศาลสั่งเปึนหมื่น ผมได้เคยพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานครับว่า บริษัทผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ เหล่านั้นตอบสนอง ป้หนึ่งเลขหลักสิบใช้เวลาอย่างน้อย ๖ เดือน แต่หลังจากที่รองซีอีโอ (CEO) ของบริษัท มาพูดคุยกับคณะกรรมาธิการ คุยกับท่านประธานที่สภาแห่งนี้ ตัวเลขจากหลักสิบ เพิ่มเปึนหลักร้อย จาก ๖ เดือนเหลือไม่ถึง ๑ เดือน อันนี้คือความก้าวหน้าของการทำงาน ของกรรมาธิการ เราจึงให้กระทรวงไอซีที (ICT) ไปเป่ดช่องทางพอยต์ ออฟ คอนแทกต์ (Point of contact) กับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) อื่น ๆ โดยใช้โมเดล (Model) ของกู้เกิล (Google) ที่ได้ทำไว้เปึนหลัก ตัวชี้วัดในศูนย์ข้อมูลนี้ คือในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันการส่งข้อมูลคำสั่งศาลเปึ้นลักษณะของการใช้กระบวนการทางธุรการ ทั่วไปปกติก็คือ เมื่อมีคำสั่งศาลมาท่านพิมพ์ยูอาร์แอล (URL) ส่งเปึนไฟล์เอกเซล (File excel) ส่งไปยังผู้ให้บริการทางอีเมล์ (e-mail) ความผิดพลาดสูง เจ้าหน้าที่พิมพ์ ยูอาร์แอล (URL) ส่งไปเข้าระบบมันอาจจะผิดก็ได้ เพราะตัวเลขยูอาร์แอล (URL) มันมีทั้งหมด ๒๐ กว่าตัว ตัวอักษรมีตัวขยึกขยื่อเยอะแยะนะครับ ถ้ามีศูนย์ข้อมูลกลางตรงนี้ ก็จะเปึนการแก้ปัญหาตรงนี้ดำเนินการให้ลุล่วงไปได้นะครับ

ทีนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับ ต้องมาดูว่า กสทช. เขาเกี่ยวข้องตรงไหน กสทช. มีหน้าที่อย่างเดียวคือเรื่องออกใบอนุญาตผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ต (Internet) มีหน้าที่แค่ออกใบอนุญาตนะครับ และถอนใบอนุญาตกรณีที่กระทำผิดเงื่อนไขเท่านั้นเอง ส่วนอำนาจในการกำกับดูแลความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ คือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงไอซีที (ICT) การใช้อำนาจนี้ผ่องมายังพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งตั้งตามประกาศ ของรัฐมนตรีโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๖ ฉะนั้นกระทรวงไอซีที (ICT) ถือเปึ้น เจ้าภาพหลัก โดยมีหน่วยงานตำรวจที่เปึนหน่วยดำเนินกลยุทธ์ทั่วราชอาณาจักรในความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทําไมผู้ร้ายอยู่ต่างประเทศ ยังทำอยู่ได้แล้วทําไมไม่ส่งกลับมา ขอเรียนว่าเมื่อมีความผิดเกิดขึ้นเราใช้อำนาจตามมาตรา ๒๐ ในการระงับการแพร่หลาย ถ้าเขาไม่ทำก็ไปเข้าช่องทางกระบวนการในการขอความร่วมมือส่ง ทําอย่างไรผู้ร้ายเหล่านั้นจะกลับมา ก็คือกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็มีปัญหาอุปสรรค์ เนื่องจากความผิดตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต้องเปึนความผิด ๒ รัฐ เราร้องขอไปยังประเทศปลายทางให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต้องเปึนความผิดทั้งรัฐปลายทาง และรัฐต้นทาง ผู้กระทําความผิดเขาฉลาดนะครับ เขาไปอยู่ประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญากับเรา หรือไปอยู่ประเทศที่ไม่มีความผิดเหมือนกับเรา นี่คืออุปสรรค์ ฉะนั้นสิ่งที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบพยายามแก้ไขอยู่ขณะนี้คือความร่วมมืออย่างไม่เปึ้นทางการ ในความร่วมมือ ทางอาญา ผมยกตัวอย่างนะครับ โดยหลีกเลี่ยงการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งส่วนใหญ่รัฐไทยเรา มักจะเปึนผู้ให้ แต่เรามักจะไม่ได้เปึนผู้รับเพราะเราเปึนประเทศเล็ก สังเกตว่าผู้กระทํา ความผิดกฎหมายในต่างประเทศ รัฐเหล่านั้นจะส่งเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายมาประสานกับ ผู้รักษากฎหมายของไทย แล้วเมื่อจับกุมตัวได้ก็จะเข้าสู่กระบวนการในการถอนวีซ่า (Visa) ผลักดันออก โดยผู้รักษากฎหมายเหล่านั้นเปึนผู้รับผิดชอบในการนำตัวกลับไปยังประเทศนั้น ๆ นี่คือกระบวนการที่ไม่เปึนตามกระบวนการที่เปึนสากล ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับที่ประเทศไทยประเทศเล็ก ๆ ที่จะไปมีอํานาจต่อรองกับประเทศ ใหญ่ ๆ ในการที่จะให้เขาส่งตัวกลับมา อันนี้คือปัญหานะครับ เรื่องผลสัมฤทธิ์ทําให้สื่อ ออนไลน์ (Online) เปึนสีขาว ผมขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ นะครับ เราคงต้องทำไปพร้อม ๆ กัน ในเรื่องการปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) ทั้ง ๔ ด้าน ไม่ว่าในเรื่องกฎหมาย ในเรื่องกลไก ในการบังคับใช้กฎหมาย ในเรื่องช่องทางในการประสานงานกับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ในต่างประเทศและในประเทศ รวมทั้งกิจกรรมการใช้สื่อออนไลน์ (Online) เชิงสร้างสรรค์ นี่คือต้นทางของปัญหาต่าง ๆ ทำอย่างไรคนใช้สื่อออนไลน์ (Online) ในประเทศไทย จะใช้สื่อออนไลน์ (Online) อย่างสร้างสรรค์ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ไม่กระทบกับความมั่นคงแห่งรัฐ ไม่กระทบสถาบันหลักของชาติ เราพยายามผลักดันแนวทาง การปฏิรูปทั้ง ๔ ด้านไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้เกิดผลเปึ้นรูปธรรม ขณะนี้รายงานฉบับนี้ เปึ้นรายฉบับที่ ๓ ซึ่งจะต้องมีการขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กับเรื่องกฎหมาย เรื่องหน่วยงานที่มี กลไกในการบังคับใช้กฎหมายก็ยังเหลือรายงานอีกฉบับหนึ่งก็คาดว่าเดือนหน้า ในเรื่องกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ในการใช้สื่อออนไลน์ (Online) อย่างสร้างสรรค์ก็จะเข้าสู่สภา แห่งนี้ เพื่อให้มีการบูรณาการผลักดันในการปฏิรูปการใช้สื่อออนไลน์ (Online) ทั้ง ๔ ด้าน ไปพร้อม ๆ กัน ผมขออนุญาตตอบท่านสุวิระและท่านอรมนในคราวเดียวว่า ในเรื่องความผิด ตามกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ร.บ. ค้ามนุษย์ พ.ร.บ. การพนัน พ.ร.บ. อาหารและยา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับเดิมไม่สามารถใช้อำนาจการป่ดกั้นตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ เพราะมาตรา ๒๐ ระบุว่ากรณีที่เปึนความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ กรณีที่เปึนความผิดตามมาตรา ๑๔ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์คือการนำข้อมูลเปึนเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่กรณีการค้า ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา การพนันต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ใช่เปึนข้อมูล อันเปึนเท็จ ซึ่งร่างกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา ๒๐ (๓) (๔) ที่กำลังพิจารณาอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญของ สนช. เราได้เพิ่มนะครับ ผมจะอ่านให้ท่านประธานและที่ประชุมฟังว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เปึนความผิดอาญา ต่อกฎหมายอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้นได้ร้องขอ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมีลักษณะ ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน (๔) ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ไม่ผิด กฎหมาย (๓) ผิดกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ (๔) ไม่ผิดกฎหมายแต่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน ก็สามารถป่ดกั้นได้ ตรงนี้ถ้ากฎหมายมีการแก้ไข หน่วยงานกำกับดูแลมีการปรับโครงสร้าง ให้รองรับภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ให้บริการในต่างประเทศสามารถให้ความร่วมมือ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้บริการสื่อออนไลน์ (Online) มีจิตสำนึกใช้สื่อออนไลน์ (Online) อย่างสร้างสรรค์ ผมเชื่อว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) ทั้ง ๔ ด้านไปพร้อม ๆ กัน ก็จะแก้ไขปัญหาในเรื่องการใช้สื่อออนไลน์ (Online) ในทางที่ ไม่ชอบ ในทางที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมไทยไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วนความ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี อันนี้เราคงต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งผมเชื่อว่าหน่วยงาน ของรัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกําลังดําเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มแข็ง แล้วก็จะมีผลในไม่ช้า ผมคงตอบไม่ได้ว่าใครทำนะครับ แต่ผมเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อกำลังดำเนินการอยู่ และเชื่อว่าจะเปึ้นรูปธรรมในไม่ช้าภายใต้รัฐบาลยุคนี้นะครับ ถ้ามีประเด็นที่ผมยังตอบไม่ครบ ท่านอำนวยนะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบเท่านี้ ถ้ามีท่านอื่น ท่านสมาชิกมีประเด็นอื่นเดี๋ยวผมจะตอบเพิ่มเติมครับ